(4ก.ย.) เวลา 9.00 น. คณะนักวิชาการเพื่อประชาธิปไตยและสันติวิธี (คปส.) และคณะผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) จัดการเสวนา เรื่องพลังนักศึกษา (ไม่ได้) หายไปไหน ทำไม อย่างไร หรือไม่ ? นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเสวนาว่า บทบาทของนักศึกษาในปัจจุบันน้อยลง เพราะสภาพสังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากอดีต แต่การเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ เช่นการมาชูป้าย บอกว่าเห็นคนตาย
ในขณะที่สังคมไทย อยู่ในจุดเผด็จการครบเครื่องมากที่สุดในรอบ 20-30 ปี เพราะไม่ใช่แค่การยึดอำนาจแล้วปกครองโดยคณะหนึ่งคณะใด แต่มีการประสานเป็นเครือข่าย สังคมการเมืองกลายเป็นสังคมที่ต้องเอาชนะกัน ฝ่ายมีอำนาจต้องสรุปให้ได้ว่าการมีประชาชนมาชุมนุมนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย และฆ่ากันเอง รัฐบาลไม่ได้ผิดอะไร ดังนั้น ผู้นำในสภาพสังคมแบบนี้ กลัวที่สุด 2 เรื่อง คือ 1 ความเคลื่อนไหวและ 2 ความจริง
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่เกิดขึ้น เพราะความพยายามปิดกั้นไม่ให้นักศึกษาเคลื่อนไหว คล้ายกับในอดีตที่มีการส่งจอมพลไปเป็นอธิการบดีตามมหาวิทยาลัย เมื่อนักศึกษาทำหนังสือพิมพ์ออกมาวิจารณ์อธิการบดี ก็มีการลบชื่อนักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัย เพราะหวังเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ปรากฏว่า ทำให้นักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยไม่พอใจ คือ ไก่ไม่ตาย จนเกิดกระบวนการของนักศึกษาอย่างเข้มแข็งขึ้น แต่การเคลื่อนไหวในปัจจุบันไม่จำเป็นที่นักศึกษาต้องออกมาเดินถนน แต่สามารถใช้ช่องทางในโลกไซเบอร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลข้อเท็จจริง เช่น การใช้เฟซบุค เชื่อว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนอีกรูปแบบหนึ่ง
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด กล่าวว่า การที่หนุ่มสาวเริ่มขยับตัว จะมีพลังและมีสีสัน เพราะทางการเมืองเรียกว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ ถ้าฝ่ายตรงข้ามจะทำอะไรกับนักศึกษา จะทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง เช่นการจับนักศึกษาที่ จ.เชียงราย มีต้นทุนสูง เพราะการกระทำของนักศึกษาที่เชียงรายเป็นการใช้สิทธิพื้นฐาน ถ้าห้ามคิด ห้ามพูดเท่ากับ ห้ามหายใจ เพราะทุกคนยืนอยู่บนสิทธิของตนเอง ไม่ได้คุกคามกฎหมาย แต่กฎหมายคุกคามประชาชน ล่าสุดพล.อ.สนธิ บอกว่า รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เป็นการรัฐประหารที่ผิดพลาด เพราะทำให้ประเทศลุกเป็นไฟ เชื่อว่า อีก 4 ปีข้างหน้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องพูดว่า การกระชับพื้นที่ และใช้กระสุนจริงเป็นความผิดพลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนาดังกล่าวมีการนำตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาร่วมวงเสวนา โดยมีตัวแทนนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ชูป้ายประท้วงนายกรัฐมนตรีที่ คณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า วันที่ตัดสินใจชูป้ายแสดงความเห็นกับนายกฯ นั้น เพราะคิดว่า ในสถานการณ์ที่นายกฯมาถึงคณะแล้ว การแสดงออกในมหาวิทยาลัยไม่น่าจะมีผลกระทบถึงขนาดนี้ แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าในมหาวิทยาลัยมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของนัก ศึกษาจริง และคิดว่าที่ทำไปแล้วคุ้มเพราะเป็นการแสดงจุดเริ่มให้สังคมได้เห็น เป็นเหมือน "โมเดลเห็บ" จะแตกตัวเกิดขึ้นเรื่อยๆ
http://www.komchadluek.net/detail/20100 ... B8%A5.html
ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการเอาคอมฯ หลงยุคมาสอนเหล่านักเรียน-นักศึกษาแล้วครับ
เร็วไปไหมครับ ....พวกท่านอภิมหาโคดอำมาตย์










