จดหมายจากท่านปรีดี

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

จดหมายจากท่านปรีดี

Postby รอนาย » Fri Dec 12, 2008 1:13 pm

Image
Image


รูปโดย คุณ ไทยชน/ประชาไท
Last edited by รอนาย on Fri Dec 12, 2008 1:37 pm, edited 1 time in total.
บารมีเก็บสิบได้ร้อยใช้ร้อยเสียพัน
User avatar
รอนาย
 
Posts: 202
Joined: Fri Dec 05, 2008 11:19 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby Unnamable » Fri Dec 12, 2008 1:19 pm

จดหมาย Happy Aniversary ดังนั้นผมงดวิจารณ์ครับ :)

(จริงๆสำหรับผม ผมคิดว่ามันเป็นเอกสารส่วนตัวนะครับ แต่ได้เห็นก็ว่าน่ารักดี )
Nothing to say,
see you in the battle.

;)
User avatar
Unnamable
 
Posts: 1289
Joined: Mon Oct 27, 2008 9:08 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby loginofu » Fri Dec 12, 2008 1:48 pm

พึ่งได้อ่านถึงเรื่องราวของท่านผู้หญิงมาเมื่อไม่นานมานี้
ท่านเป็นคนเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง แม้วาระสุดท้ายก็ไม่เคยขอให้ใครมาสรรเสริญ
แต่ผู้คนที่เห็นความดีของท่านเอง สรรเสริญท่านเอง
ส่วนท่านปรีดีย์นั้นไม่ต้องพูดถึง ท่านเป็นแบบอย่างของรัฐบุรุษ
ความสมถะ ความตั้งใจทางการเมืองเป็นอย่างไรก็ทราบกันดีอยู่แล้ว


แต่สำหรับบางคนทั้งๆที่เลวแสนเลว โกงกินหาประโยชน์ใส่ตัว ไม่เคยคำนึงถึงประเทศชาติ
แล้วยังจะพยายามยกตัวเองเทียบกับท่านทั้งสอง
หรือคนบางคนที่ใช้ท่านทั้งสองเพื่อเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ ผมขอประณาม
http://www.prachathon.org/forum/index.php
ทางเข้าบอร์ดสำรอง http://siamseri.orgfree.com/
ประชาทนธิปไตย : ทนได้ก็ทนไป
loginofu
 
Posts: 10316
Joined: Mon Oct 13, 2008 3:22 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby รอนาย » Tue Dec 16, 2008 11:23 pm

ความหมายของประชาธิปไตย

http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=11&s_id=5&d_id=4
บารมีเก็บสิบได้ร้อยใช้ร้อยเสียพัน
User avatar
รอนาย
 
Posts: 202
Joined: Fri Dec 05, 2008 11:19 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby รอนาย » Tue Dec 16, 2008 11:36 pm

แต่สำหรับบางคนทั้งๆที่เลวแสนเลว โกงกินหาประโยชน์ใส่ตัว ไม่เคยคำนึงถึงประเทศชาติ
แล้วยังจะพยายามยกตัวเองเทียบกับท่านทั้งสอง
หรือคนบางคนที่ใช้ท่านทั้งสองเพื่อเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ ผมขอประณาม

ขอประนาณพรรคระยำ ที่จ้างคนไปตะโกนใส่ร้ายท่าน


มรสุมชีวิต

พ.ศ.๒๔๘๙ กรณีสวรรคต

๒ มกราคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวสัตยา (สาย โรจนดิศ) อัญเชิญบัตรอวยพรวันเกิดพระราชทานแด่ท่านผู้หญิงพูนศุข ที่ทำเนียบท่าช้าง
๙ มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลต้องพระแสงปืนสวรรคต พรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้กล่าวหาว่านายปรีดีมีส่วนพัวพันกับกรณีสวรรคต ถึงกับจ้างคนไปตะโกนในโรงภาพยนตร์ว่า “ปรีดีฆ่าในหลวง”
สิงหาคม ปรีดีลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อมา ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ เดินทางไปพบผู้นำประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ตามคำเชิญ และได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติเป็นเวลา ๓ เดือน


[urlhttp://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=50&s_id=1&d_id=1&page=3&start=1][/url]
บารมีเก็บสิบได้ร้อยใช้ร้อยเสียพัน
User avatar
รอนาย
 
Posts: 202
Joined: Fri Dec 05, 2008 11:19 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby Rarm41 » Wed Dec 17, 2008 12:01 am

รอนาย wrote:
แต่สำหรับบางคนทั้งๆที่เลวแสนเลว โกงกินหาประโยชน์ใส่ตัว ไม่เคยคำนึงถึงประเทศชาติ
แล้วยังจะพยายามยกตัวเองเทียบกับท่านทั้งสอง
หรือคนบางคนที่ใช้ท่านทั้งสองเพื่อเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ ผมขอประณาม

ขอประนาณพรรคระยำ ที่จ้างคนไปตะโกนใส่ร้ายท่าน


มรสุมชีวิต

พ.ศ.๒๔๘๙ กรณีสวรรคต

๒ มกราคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวสัตยา (สาย โรจนดิศ) อัญเชิญบัตรอวยพรวันเกิดพระราชทานแด่ท่านผู้หญิงพูนศุข ที่ทำเนียบท่าช้าง
๙ มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลต้องพระแสงปืนสวรรคต พรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้กล่าวหาว่านายปรีดีมีส่วนพัวพันกับกรณีสวรรคต ถึงกับจ้างคนไปตะโกนในโรงภาพยนตร์ว่า “ปรีดีฆ่าในหลวง”
สิงหาคม ปรีดีลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อมา ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ เดินทางไปพบผู้นำประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ตามคำเชิญ และได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติเป็นเวลา ๓ เดือน


[urlhttp://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=50&s_id=1&d_id=1&page=3&start=1][/url]


คุณคงหมายถึงพรรค ปชป. ใช่ไหม?

แหม.. เหตุการณ์ก็นานแล้วน่ะ คนที่ทำมานก็แค่สมาชิกพรรคแค่นั้น

จะมาเอาเป็นอารมณ์ตัดสินคนรุ่นหลังได้ไง :(

ก็เหมือนประเทศทุกประเทศนั้นแหละ

ที่บรรพบุรุษอาจจะทำดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

แยกแยะบ้างน่ะ
User avatar
Rarm41
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 27, 2008 1:46 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby OMEGA » Wed Dec 17, 2008 12:09 am

รอนาน wrote:....


มีโปรยหัว มีดึงเข้าเนื้อหาที่ต้องการสื่อ แล้วก็เผยธาตุแท้ในที่สุด ..รอต่อไปนะ
Only three things in life are certain birth, death and change
User avatar
OMEGA
 
Posts: 1134
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:14 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby zeed~ko » Wed Dec 17, 2008 12:24 am

หวังว่าคงไม่ใช่ "โยงไปถึง ดช.มาร์ค อีกล่ะ" ตอนนั้น "ว่าที่นายก มีอายุ ไม่น่าจะเกิน 5 ขวบ"
คงกำลังน่ารักน่าชังวิ่งแก้ผ้าเล่นปั่นแปะหรือไม่ก็ (เป่ากบ) อยู่มั้ง..เอิ๊กๆๆ
\Image/
User avatar
zeed~ko
 
Posts: 2255
Joined: Sun Oct 19, 2008 2:24 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby เสือยิ้มยาก » Wed Dec 17, 2008 1:22 am

zeed~ko wrote:หวังว่าคงไม่ใช่ "โยงไปถึง ดช.มาร์ค อีกล่ะ" ตอนนั้น "ว่าที่นายก มีอายุ ไม่น่าจะเกิน 5 ขวบ"
คงกำลังน่ารักน่าชังวิ่งแก้ผ้าเล่นปั่นแปะหรือไม่ก็ (เป่ากบ) อยู่มั้ง..เอิ๊กๆๆ
\Image/

เอ้า หมดกัน
พวกกำลังจะตั้งลำ โดนดักคอซะงั้น :lol: :lol:
User avatar
เสือยิ้มยาก
 
Posts: 3340
Joined: Sat Oct 18, 2008 2:33 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby Disconnected » Wed Dec 17, 2008 1:26 am

ท่านสมัครก็เขียนถึง :roll:
Attachments
file113ca7ayk0.jpg
(88.75 KiB) Downloaded 447 times
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ


ประชาธิปไตยต้องมีสิทธิ์เท่ากันทุกคน แล้วทำไมเด็กต่ำ 18 ไม่มี

http://www.imeem.com/honeylollipop/musi ... _raise_up/
User avatar
Disconnected
 
Posts: 1337
Joined: Tue Oct 14, 2008 6:26 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby Cherub Rock » Wed Dec 17, 2008 1:37 am

อารัมภบทซะยาวเชียว :P
:idea: 1 ปีตุลาเลือด ฆาตรกรต้องไม่ลอยนวล
วันข้างหน้า ผู้มีอำนาจ จะไม่บังอาจฆ่าประชาชน
-->
User avatar
Cherub Rock
 
Posts: 2769
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:47 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby Disconnected » Wed Dec 17, 2008 1:40 am

เฮียสมศักดิ์ ก็เขียนถึงทั้งคู่ ;)

สมัคร สุนทรเวช กับถนนปรีดี

- สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล -





ปกติผมเป็นคนไม่ชอบการตั้งชื่อสถานที่หรือสิ่งปลูกสร้าง (อาคาร, ถนน, สะพาน, ฯลฯ) หรือแม้แต่สถาบัน (ห้องสมุด, โรงเรียน, ฯลฯ) ตามชื่อคนเท่าไรนัก การตั้งชื่อเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผมในฐานะนักประวัติศาสตร์อาชีพ เฉพาะในแง่ความเป็นหลักฐานที่สะท้อนความคิดความเชื่อและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น

แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระหว่างนั่งกินก้วยเตี๋ยวราดหน้าแถวบ้านและเปิดหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่ร้านดูเพลินๆ ผมก็ต้องแปลกใจกับข่าวเล็กๆในหน้า ๓๔ ที่ว่า นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่ากทม.ประกาศจะเปลี่ยนชื่อถนนประดิษฐมนูธรรม ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนรามอินทรากับถนนพระรามเก้า และตัดผ่านถนนลาด-พร้าว โดยเปลี่ยนส่วนที่เชื่อมระหว่างลาดพร้าวกับพระรามเก้าเป็นชื่อประเสริฐมนูกิต และคงส่วนที่เหลือไว้ในชื่อเดิม

ผมอ่านข่าวนี้อย่างประหลาดใจสุดๆ ยิ่งข้ออ้างที่นายสมัครให้ตามรายงานข่าวของเดลินิวส์นั้น ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง คืออ้างว่าถนนประดิษฐมนูธรรมยาวเกินไปกว่าที่จะใช้ชื่อเดียว ไม่สะดวกแก่การส่งไปรษณีย์และการเดินทางหาที่หมายของประชาชน ถนนนี้ยาวรวม ๑๐ กม. ส่วนที่จะเปลี่ยนชื่อจากลาดพร้าวถึงพระรามเก้ายาว ๒ กม. ส่วนที่เหลือที่คงชื่อเดิมยาว ๘ กม.

ที่ว่าเป็นข้ออ้างที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง ก็เพราะใครๆก็รู้ว่ามีถนนอีกนับไม่ถ้วนในกทม.ที่มีความยาวกว่า ๑๐ กม. ถนนลาดพร้าวเองที่ตัดกับถนนประดิษฐมนูธรรม ก็ยาว ๑๐ กม.พอดี ไม่ต้องพูดถึง พหลโยธิน, วิภาวดีรังสิต, ศรีนครินทร์, รามคำแหง, ฯลฯ, ฯลฯ

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ เมื่อกลับมาบ้านผมจึงเปิดเว็ปไซต์มติชนดู ในรายงานข่าวเดียวกันให้ข้อมูลสมบูรณ์กว่าเดลินิวส์มาก และจากข้อมูลนี้ทำให้ผมเชื่อว่า เรื่องนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังมากกว่าความสะดวกของการส่งไปรษณีย์อย่างแน่นอน ความสะดวกอะไรที่ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้า พูดแบบตรงไปตรงมาคือ ผมเชื่อว่านายสมัครสั่งการให้เปลี่ยนชื่อถนนด้วยเหตุผลทางการเมืองและความเชื่อส่วนตัวของตนเอง เพราะไม่ชอบชื่อถนนประดิษฐมนูธรรม (ซึ่งเป็นราชทินนามของปรีดี พนมยงค์ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕) ไม่ใช่เพราะความยาวของถนน และผมขอคัดค้านการเปลี่ยนชื่อถนนในครั้งนี้อย่างรุนแรงและขอเชิญชวนให้ท่านทั้งหลายร่วมกันคัดค้านการกระทำที่ไร้เหตุผล ขาดสติของนายสมัครในครั้งนี้ด้วย

ตามรายงานข่าวนี้ของมติชน นอกจากข้ออ้างเรื่องความสะดวกของการบริการของหน่วยงานรัฐ (ไปรษณีย์และอื่นๆ) แล้ว นายสมัครยังกล่าวว่าที่ผ่านมาการตั้งชื่อถนนบางสายไม่เหมาะสม “ยกตัวอย่างถนนซอยสุขุมวิท ๗๑ เปลี่ยนเป็นชื่อถนนปรีดี พนมยงค์ หากประชาชนบางคนไม่ชอบคุณปรีดีเขาก็ไม่พอใจ…”

“นายสมัครกล่าวว่า ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.เคยแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มายังคณะผู้บริหาร กทม.ขอให้พิจารณาตั้งชื่อถนนให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ และให้เป็นอนุสรณ์ในท้องถิ่น นอกจากนี้ขอให้ชื่อนั้นๆ เป็นชื่อกลาง และไม่กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชนด้วย” (มติชนรายวัน, ๓ กันยายน ๒๕๔๕)

ก่อนอื่น ผมขอประกาศตั้งแต่ต้นว่า ผมไม่ใช่ “แฟน” ของปรีดี พนมยงค์ ไม่ใช่คนที่สามารถจัดอยู่ในประเภทผู้นิยมชมชื่นปรีดี ใครที่เคยอ่านงานเขียนของผมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ในที่ต่างๆ บรรดานักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ที่ธรรมศาสตร์ที่ผมสอนมาหลายรุ่น ย่อมทราบว่า ผมมีความเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ต่อปรีดีมากเพียงใด (ดูตัวอย่างบทความ “ความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ของปรีดี พนมยงค์” ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างของผม) นอกจากนั้น ผมยังแสดงความเห็นโดยเปิดเผยในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ต่อลักษณะบางอย่างของการรณรงค์เชิดชูปรีดีในปีหลังๆนี้ (ดูตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของผมในนิตยสาร GM ฉบับสิงหาคม ๒๕๔๔ ซึ่งมีตอนหนึ่งที่ผมประกาศว่า “ปรีดีไม่ใช่พ่อผม”)

แต่ในฐานะนักประวัติศาสตร์ ในฐานะ “ประชาชน” (ที่นายสมัครอ้าง) คนหนึ่ง ผมมีสติพอที่จะรู้ความสำคัญอันมหาศาลของปรีดีต่อประวัติศาสร์ไทยสมัยใหม่ ที่สำคัญผมเห็นว่า การเปลี่ยนชื่อถนนของนายสมัครครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนเพราะเหตุผลและความเชื่อทางการเมืองเป็นส่วนตัว (politically and ideologically motivated) ที่ไม่เหมาะกับการใช้สำหรับการตัดสินใจเรื่องสาธารณะแบบนี้ ที่นายสมัครอ้างถึงการ “กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชน” หรือ “ประชาชนบางคนไม่ชอบคุณปรีดีเขาก็ไม่พอใจ” แท้ที่จริง เป็นเพียงการสะท้อนความรู้สึกส่วนตัวของนายสมัคร ในฐานะผู้ที่มาจากครอบครัวของขุนนางเก่า สะท้อนการไม่รู้จักมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาก้าวหน้า และความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ของนายสมัครเอง

ประการแรก ดังที่กล่าวแล้วว่า ข้ออ้างที่ยกขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนชื่อ (ถนนยาวเกินไปที่จะใช้ชื่อเดียว)ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง และเป็นเรื่องชวนให้วิตกว่า คนระดับผู้ว่ากทม. สามารถยกข้ออ้างแบบไร้เหตุผลเช่นนี้ขึ้นมาได้ ในเมื่อไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยน และในเมื่อสิ่งที่ยกมาเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้า จึงไม่สมควรเปลี่ยนอย่างยิ่ง

ประการที่สอง ด้วยความบังเอิญ ผมมีบ้านอยู่ที่รามอินทรา และต้องใช้ถนนประดิษฐมนูธรรม สัปดาห์ละหลายๆครั้ง ทุกครั้งที่ผมขับรถบนถนนสายนี้ ผมอดรู้สึก “ทึ่ง” ในความสำคัญของการตั้งชื่อถนนสายนี้ตามชื่อปรีดี พนมยงค์ ไม่ได้ เพราะดังที่ใครที่พอมีความรู้ทางประวัติศาสตร์ไทยบ้าง ย่อมทราบว่า ก่อนหน้านี้ ปรีดี ถูกทำให้ถึงขั้นกลายเป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตนทางประวัติศาสตร์ แม้แต่กรณีสำคัญๆอย่าง ๒๔๗๕ หรือ เสรีไทย เมื่อมีการกล่าวถึง ก็มีการพยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวชื่อปรีดี ซึ่งนับเป็นเรื่องอยุติธรรมอย่างมหาศาล แต่ในระยะสองทศ-วรรษที่ผ่านมา ความอยุติธรรมนี้ได้รับการแก้ไข จนถึงระดับที่รัฐไทยได้ให้การสนับสนุนและและองค์การยูเนส-โก้ให้การรับรองปรีดีในฐานะบุคคลสำคัญของโลกในศตวรรษที่ ๒๐ คนหนึ่ง

ผมทึ่งในความเปลี่ยนแปลงในด้านวัฒนธรรมและความเชื่อของสังคมไทยนี้ และต่อให้ผมไม่ใช่คนที่ชอบออกมาเชิดชูปรีดี (ผมชอบจะวิเคราะห์มากกว่า) ผมก็เห็นว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้ เป็น “ประวัติศาสตร์” อย่างหนึ่ง ที่สำคัญควรรักษาไว้ ควรแก่การศึกษา ที่นายสมัครอ้างเรื่อง “ตั้งชื่อถนนให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์” มาเปลี่ยนชื่อถนนนั้น เพียงสะท้อนให้เห็นความไม่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์โดยสิ้นเชิงของนายสมัครเอง

ประการที่สาม จะเป็นด้วยความ “บังเอิญ” หรืออย่างไรก็ยากจะบอกได้ ถนนประดิษฐมนูธรรม ส่วนที่ยาว ๒ กม.ที่เชื่อมระหว่างพระรามเก้ากับลาดพร้าว ที่นายสมัครเสนอให้เปลี่ยนชื่อนี้ วิ่งผ่านสถานที่ ที่มีความสำคัญในแง่สังคมและวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยถึง ๓ แห่ง คือ วัดพระรามเก้า, ศูนย์แพทย์พัฒนา และ ร้านโกลเด้นเพลส ซึ่งทั้งสาม ล้วนเป็นโครงการส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น

ทุกครั้งที่ผมขับรถผ่านถนนประดิษฐมนูธรรมส่วนนี้ ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึก “ทึ่ง” (เพิ่มจากประการที่แล้ว) ว่าข้อเท็จจริงนี้มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์อย่างมหาศาล (great symbolic importance) และทุกครั้งไป สมองผมจะได้รับการกระตุ้นให้คิดถึงความหมายหรือนัยยะประการต่างๆ ของความสำคัญเชิงสัญลักษณ์นี้ ในฐานะครูสอนประวัติศาสตร์ ผมเชื่อว่า คงยากจะหาอะไรที่เป็น “หลักฐาน” ร่วมสมัยที่กระตุ้นให้นักศึกษาคิดถึงลักษณะพิเศษของประวัติศาสตร์ไทย ได้ดีไปกว่าข้อเท็จจริงนี้แล้ว ไม่ว่าจะมองในแง่ใด เช่น บางท่านอาจจะมองว่า นี่เป็นการแสดงออกถึงสิ่งที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเสนอว่าเป็นลักษณะเด่นของชาติไทย (ความสามารถในการผสมผสานกลมกลืน) หรือบางท่านอาจจะมองว่านี่เป็นภาพสะท้อนการปรองดองหรือการอ่อนข้อทางประวัติศาสตร์ (historical reconciliation/capitulation) ของพลังทางสังคมฝ่ายต่างๆ ฯลฯ, ฯลฯ แต่ความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ที่มีลักษณะ unique นี้ กำลังจะถูกทำลายไปเพราะความมีอคติและสายตาที่มองการณ์ใกล้ของนายสมัคร สุนทรเวช.
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ


ประชาธิปไตยต้องมีสิทธิ์เท่ากันทุกคน แล้วทำไมเด็กต่ำ 18 ไม่มี

http://www.imeem.com/honeylollipop/musi ... _raise_up/
User avatar
Disconnected
 
Posts: 1337
Joined: Tue Oct 14, 2008 6:26 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby Great Wall » Wed Dec 17, 2008 1:58 am

loginofu wrote:พึ่งได้อ่านถึงเรื่องราวของท่านผู้หญิงมาเมื่อไม่นานมานี้
ท่านเป็นคนเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง แม้วาระสุดท้ายก็ไม่เคยขอให้ใครมาสรรเสริญ
แต่ผู้คนที่เห็นความดีของท่านเอง สรรเสริญท่านเอง
ส่วนท่านปรีดีย์นั้นไม่ต้องพูดถึง ท่านเป็นแบบอย่างของรัฐบุรุษ
ความสมถะ ความตั้งใจทางการเมืองเป็นอย่างไรก็ทราบกันดีอยู่แล้ว


แต่สำหรับบางคนทั้งๆที่เลวแสนเลว โกงกินหาประโยชน์ใส่ตัว ไม่เคยคำนึงถึงประเทศชาติ
แล้วยังจะพยายามยกตัวเองเทียบกับท่านทั้งสอง
หรือคนบางคนที่ใช้ท่านทั้งสองเพื่อเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ ผมขอประณาม



ครับผม....

จาก : http://www.sarakadee.com/feature/2000/04/poonsook.htm
..................
สารคดี : ในบั้นปลายชีวิต จอมพล ป. เคยเขียนจดหมายมาขอโทษอาจารย์ปรีดี
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ถึงกับเขียนจดหมายหรอก เป็นการ์ด ส.ค.ส. แล้วก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "Please อโหสิกรรม" เราก็เก็บอย่างดี แต่อะไรที่เก็บอย่างดีมักจะหาย ตอนนั้นจอมพล ป. อยู่ที่ญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ก็ส่งคนมาหา ก่อนที่จะถูกจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหาร มาติดต่อกับเราว่าเรื่องกรณีสวรรคต ทางจอมพล ป. จะรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่ คิดว่าแกคงเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ไปโดนจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหาร เลยต้องไปอยู่ต่างประเทศ

สารคดี : อยากจะเรียนถามถึงชีวิตส่วนตัวของอาจารย์ปรีดีครับ ไม่ทราบว่าท่านใช้จ่ายเงินในครอบครัวอย่างไร
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ตั้งแต่แต่งงานมา นายปรีดีมอบเงินเดือนให้ฉันหมดเลย เมื่อต้องการอะไรก็ให้ฉันหาให้ คือก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองมีรายได้จากโรงพิมพ์ นายปรีดีตั้งโรงพิมพ์นิติสาส์น พิมพ์ นิติสาส์นรายเดือน พิมพ์หนังสือชุด ประชุมกฎหมายไทย เพื่อเผยแพร่ มีคนสั่งจองซื้อมาก และรายได้อีกทางจากค่าสอนที่โรงเรียนกฎหมาย เวลานั้นได้ชั่วโมงละ ๑๐ บาท พอเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เลิกโรงพิมพ์ ยกให้เป็นโรงพิมพ์ของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง พร้อมทั้งพนักงาน จึงไม่มีรายได้ทางโรงพิมพ์ต่อไปอีก พอเป็นรัฐมนตรีมีรายได้เดือนละ ๑,๕๐๐ บาทก็ให้ฉันอีก บางทีก็ลืมเงินเดือนไว้ที่โต๊ะทำงาน สมัยนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ต้องเอาไปให้ถึงบ้าน แล้วตอนหลังนายปรีดีก็ไม่รับเงินเดือนเอง ให้เลขาฯ นำเงินมาส่งให้ฉันเลย ตอนรับตำแหน่งผู้ประศาสน์ การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมืองก็มีเงินประจำตำแหน่ง แต่ไม่เคยเบิกมาใช้ จัดให้เป็นเงินสวัสดิการของมหาวิทยาลัยเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่ขาดแคลน

สารคดี : อาจารย์ปรีดีแบ่งเวลาอย่างไรเพราะต้องสอนหนังสือและบริหารแผ่นดินไปพร้อมกัน
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ได้สอนแล้ว ท่านเคยสอนช่วงปี พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๗๖ แต่เมื่อทำหน้าที่บริหารประเทศก็หยุดสอน เมื่อตั้งธรรมศาสตร์ เป็นผู้ประศาสน์การ ก็ทำหน้าที่วางนโยบายและหลักสูตร

สารคดี : งานอดิเรกของอาจารย์ปรีดีคืออะไรครับ
ท่านผู้หญิงพูนศุข : ไม่ค่อยมีเวลาว่างหรอก สมัยเป็นรัฐมนตรีเลิกจากงานกลับจากกระทรวง ก็ตรงมาบ้าน หรือไม่ก็แวะสมาคมฝรั่งเศส ยืมหนังสือไปอ่าน หากไม่ได้ยืมก็ตรงมาบ้าน หรือไม่ก็มีงานแต่งงาน งานศพ ท่านก็ไป นาน ๆ จึงจะทำอาหารรับประทานเอง
.....................
User avatar
Great Wall
 
Posts: 153
Joined: Tue Oct 14, 2008 3:01 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby loginofu » Wed Dec 17, 2008 2:12 am

ใช้เวลาตั้ง 4 วัน เพื่อหาเรื่องมาเถียง
แต่ก็ตอบไม่ตรงคำถามอยู่ดี
กลายเป็นขุดกระทู้มารับคำประณามเสียเอง
โถ่เอ๊ย.......
http://www.prachathon.org/forum/index.php
ทางเข้าบอร์ดสำรอง http://siamseri.orgfree.com/
ประชาทนธิปไตย : ทนได้ก็ทนไป
loginofu
 
Posts: 10316
Joined: Mon Oct 13, 2008 3:22 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby pepsi » Wed Dec 17, 2008 4:38 am

ตั้งแต่อดีตประเทศไทยมีบุคคลที่ค้องประสบเคราะห์ไปนอกประเทศก็หลายคน ทั้งที่ผุ้คนยกย่องสรรเสริญ รวมไปถึงคนที่โดนกล่าวประนาม
พูดง่ายๆก็คือมีทั้งที่ดีและไม่ดี ในสายตาของผู้คน แล้วแต่ว่าจะมองมุมไหน
แต่สิ่งที่น่าสังเกตุก็คือ ทั้งเขาและท่านเหล่านั้น รู้แพ้ชนะ รู้รักอภัย ไม่เคยมีสักคนที่ประสบเคราะห์กรรมแล้วตั้งป้อมทำร้ายทำลายประเทศไทย
แม้มีคนถามถึง ทั้งท่านและเขาเหล่านั้นก็ไม่มีเลยสักนิด ที่จะกล่าวร้ายต่อประเทศ ถึงแม้บางครั้งจะทำให้เขาหรือท่านเหล่านั้นลำบากแสนสาหัสแค่ไหน
รวมไปถึงบุคคลต่างๆที่อยู่ในแต่ละเหตุการณ์ เขาก็แยกแยะออก ระหว่างเรื่องที่เป็นไปกับเรื่องส่วนตัว
สุดท้ายแต่ละท่านก็ต่างโอภาปราศัยและพูดคุยต่อกันได้ดี เพราะรู้จักแยกแยะบทบาทและหน้าที่ ที่เป็นไปของแต่ละคน
เหมือนนักกีฬาที่ดี ที่เมื่อยามแข่งก็สู้กันจนถึงที่สุด แต่เมื่อเกมจบลงต่างก็จับมือกอดคอสรวลเสเฮฮากันไป

พวกท่านเหล่านั้นแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร และเลือกทางที่จะทำให้ประเทศสงบสุขมากที่สุด

ผิดกับเหตุการณ์ในวันนี้ของประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ถ้าท่าน จขกท รู้จักที่จะยกย่องบุคคลในประวัติศาสตร์
ท่านก็สมควรดูแบบอย่างและสิ่งที่ดีงาม และควรที่จะรู้ว่าใครอะไรแบบไหน ที่สมควรจะทำ และไม่สมควรจะทำ
และอะไรคือเพื่อประเทศอย่างแท้จริง หรืออะไรที่เป็นแค่ของปลอม
คนไทย ใช้ประชาธิปไตยได้ โง่ และ เลว ที่สุด เท่าที่มีระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นมา
User avatar
pepsi
 
Posts: 426
Joined: Wed Oct 22, 2008 11:46 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby cameronDZ » Wed Dec 17, 2008 4:55 am

พรรคประชาธิปัตย์ ยุคก่อตั้ง สมัยนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค
กับประชาธิปัตย์ยุคปัจจุบัน (นับเริ่มจากหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ก็ได้)

นอกจากชื่อพรรคแล้ว
มีอะไรอีก ที่เหมือนกันบ้าง???


ตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อน

ถ้าตอบไม่ได้ อย่าเอาอะไรโง่ ๆ ไร้สาระ มาลงในบอร์ดการเมือง
การปฏิวัติไม่ใช่งานเลี้ยง - เหมาเจ๋อตุง

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา - โกวเล้ง
User avatar
cameronDZ
 
Posts: 2658
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:59 am

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby boykool » Wed Dec 17, 2008 5:07 am

pepsi wrote:ตั้งแต่อดีตประเทศไทยมีบุคคลที่ค้องประสบเคราะห์ไปนอกประเทศก็หลายคน ทั้งที่ผุ้คนยกย่องสรรเสริญ รวมไปถึงคนที่โดนกล่าวประนาม
พูดง่ายๆก็คือมีทั้งที่ดีและไม่ดี ในสายตาของผู้คน แล้วแต่ว่าจะมองมุมไหน
แต่สิ่งที่น่าสังเกตุก็คือ ทั้งเขาและท่านเหล่านั้น รู้แพ้ชนะ รู้รักอภัย ไม่เคยมีสักคนที่ประสบเคราะห์กรรมแล้วตั้งป้อมทำร้ายทำลายประเทศไทย
แม้มีคนถามถึง ทั้งท่านและเขาเหล่านั้นก็ไม่มีเลยสักนิด ที่จะกล่าวร้ายต่อประเทศ ถึงแม้บางครั้งจะทำให้เขาหรือท่านเหล่านั้นลำบากแสนสาหัสแค่ไหน
รวมไปถึงบุคคลต่างๆที่อยู่ในแต่ละเหตุการณ์ เขาก็แยกแยะออก ระหว่างเรื่องที่เป็นไปกับเรื่องส่วนตัว
สุดท้ายแต่ละท่านก็ต่างโอภาปราศัยและพูดคุยต่อกันได้ดี เพราะรู้จักแยกแยะบทบาทและหน้าที่ ที่เป็นไปของแต่ละคน
เหมือนนักกีฬาที่ดี ที่เมื่อยามแข่งก็สู้กันจนถึงที่สุด แต่เมื่อเกมจบลงต่างก็จับมือกอดคอสรวลเสเฮฮากันไป

พวกท่านเหล่านั้นแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร และเลือกทางที่จะทำให้ประเทศสงบสุขมากที่สุด

ผิดกับเหตุการณ์ในวันนี้ของประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ถ้าท่าน จขกท รู้จักที่จะยกย่องบุคคลในประวัติศาสตร์
ท่านก็สมควรดูแบบอย่างและสิ่งที่ดีงาม และควรที่จะรู้ว่าใครอะไรแบบไหน ที่สมควรจะทำ และไม่สมควรจะทำ
และอะไรคือเพื่อประเทศอย่างแท้จริง หรืออะไรที่เป็นแค่ของปลอม


^
^
^

แจ่ม ชอบแล้วที่กล่าวมา...

สปิริต..

ถ้าในกระทู้นี้ ก็ควรใช้คำว่า สุภาพบุรุษ
“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา..."
ส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยคดีซุกหุ้นภาค 1
ประเสริฐ นาสกุล
User avatar
boykool
 
Posts: 3324
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:06 pm

Re: จดหมายจากท่านปรีดี

Postby MuuSang » Wed Dec 17, 2008 5:53 am

ผมก็คงดีใจด้วย และประหลาดใจอย่างมาก ถ้า คุณทักษิณ จะทำได้อย่างท่านปรีดี

แต่ นั่นก็คงเป็นเพียงแค่เรื่อง นึกไปเอง

ขอบคุณที่่เอาเรื่องดีๆ มาให้อ่าน และได้เปรียบเทียบกับคนที่ อยากเป็น แต่ไม่ลงมือทำ
มีแผ่นดินอยู่ ก็นับว่าเป็นหนี้บรรพชนมากโข ควรเร่งทดแทนคุณให้หมดในชาตินี้
คนบางพวกกำลังทำความฉิบหายให้บ้านเมือง ที่บรรพบุรุษเราปกป้องมา
มันจะต้องไม่มีแผ่นดินอยู่ มันจะต้องชดใช้อย่างสาสม
User avatar
MuuSang
 
Posts: 1894
Joined: Tue Dec 02, 2008 10:47 pm


Return to สภากาแฟ