ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 2:50 pm

'สุดสวย' คิดเล่นๆไปเรื่อยเปื่อยน๊ะค่ะว่าหากวันหนึ่งเกิดมีกลุ่มนปก.ไปชุมนุมปิดทางเข้าออกเขตทหารห้ามเข้า แล้วถูกทหารยิงตายคาถนน คุณคิดว่านปก.คนที่ตายจะได้รับดอกไม้จากเทวดา+นางฟ้าบ้างไหม?
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby cameronDZ » Mon Oct 13, 2008 2:54 pm

เอ....

ภาษานี่คุ้น ๆ นะ

ใช่ไหมน้อ.......

:lol:
การปฏิวัติไม่ใช่งานเลี้ยง - เหมาเจ๋อตุง

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา - โกวเล้ง
User avatar
cameronDZ
 
Posts: 2658
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:59 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Limmy » Mon Oct 13, 2008 2:58 pm

ใช่ครับ

สำนวนแบบนี้ มีแค่'มัน'คนเดียว
User avatar
Limmy
 
Posts: 3466
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:15 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby himitsu » Mon Oct 13, 2008 2:59 pm

ฟังค์ชั่น Foe ใช้ไงหว่า
มอบให้สุดสวยเป็นคนแรกเรยยย
User avatar
himitsu
 
Posts: 668
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:43 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby cris_jarico » Mon Oct 13, 2008 2:59 pm

ใครเหรอ :roll: :shock:
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
User avatar
cris_jarico
 
Posts: 24
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:35 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby pochi » Mon Oct 13, 2008 3:04 pm

เข้ามาลองฟังก์ชั่นใหม่ค่ะ ใช้การได้ดีจริงๆ :lol:
RT @Cake_NBC: นายกฯแจงเรื่องที่เอาหมวกถุงยางมาสวมหัว อะไรที่ทำแล้วลดปัญหาได้ ก็พร้อมทำ "เป็นศีรษะผม ไม่ใช่ศีรษะของคนอื่น" #NBT
User avatar
pochi
 
Posts: 5035
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:24 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:05 pm

"การ์ดพันธมิตรแฉหมดเปลือก ระเบิดปิงปองคือสาเหตุที่ทำให้แขนขาขาด

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 ตุลาคม 2551

แกนนำสั่งให้ฝากระเบิดปิงปองไว้กับผู้ชุมนุม วางแผนเตรียมไว้ใช้เพื่อทะลวงประตูทำเนียบบุกจับตัวคณะรัฐบาล แต่เสียแผนซะก่อนเพราะตำรวจใช้แก๊สน้ำตา ทำให้ผู้ชุมนุมแตกฮือและมองไม่เห็น ระเบิดจึงระเบิดฉีกร่างและอวัยวะของพธม.โดยไม่ตั้งใจ วอนแกนนำ อย่าใช้ระเบิดอีกเพราะอันตรายมาก

การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ใช้นามแฝงว่า "ตาลโตน" เปิดเผยผ่านเว็บไซต์พันทิปหมดเปลือก ถึงสาเหตุของระเบิดที่เกิดขึ้นขณะที่ตำรวจกำลังสลายการชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. โดยกล่าวว่าตนเองเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ และได้ไปร่วมชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค.ด้วย



"ผมเจ้าของกระทู้ ยอมรับว่าเป็นผู้หนึ่งที่เข้าร่วมกับ พธม.และได้ไปบุกกับเขาในวันที่ 7 แต่อยู่ด้านหลัง ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยอยู่ด้านหน้า ตอนนี้นอนอยู่บ้าน หลังออกจากโรงพยาบาลจุฬาฯเมื่อวันศุกร์ เพราะวิ่งหนีแก๊สน้ำตาตำรวจ และวิ่งไปเตะระเบิดปิงปองที่การ์ดทำหล่นไว้ที่พื้น นิ้วเท้าขาดไป 3 นิ้ว ขนาดใส่รองเท้าหนังหุ้มข้อ"

"เขาเล่าให้ฟังว่าได้เห็นการ์ดอาสาใส่ไว้ในกระเป๋าคาดเอว ตอนบุกปะทะตำรวจก็ควักขึ้นมา แต่พอโดนแก๊สน้ำตา มันแสบตามาก เพราะไม่มีแว่นตา ช่วงนั้นชุลมุน บางคนก็ปล่อยลงพื้น บางคนก็ขว้างไปแบบไม่รู้ทิศทาง บางลูกหล่นโดนเท้ากันเอง บางลูกไม่ระเบิดก็มีคนมาเหยียบ เท้าแหลก มีแต่เสียงระเบิดและเสียงร้องระงม เขาได้รับการช่วยเหลือ มารู้ทีหลังว่ามีน้องผู้หญิงคนหนึ่งล้มทับระเบิดในกระเป๋าหนีบ เขาเสียใจมาก แต่มีคนของ พธม.มาเยี่ยมและสัญญาว่าจะให้เงินช่วยเหลือ 5 พันบาท และขอร้องแกมบังคับไม่ให้เล่าเหตุการณ์ให้ใครฟัง มิฉะนั้นเดือดร้อนทั้งครอบครัวแน่ พร้อมทั้งจดชื่อที่อยู่และขอเสื้อผ้าที่สวมวันเกิดเหตุไปหมด"

"เพื่อนมันกลัวมากเลยขอออกจากโรงบาลก่อนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับเงิน 5 พัน โทรบอกให้ผมเอาเสื้อผ้าไปให้มัน เรามาปรึกษากันเมื่อเย็น เพราะมีเพื่อนอีกกลุ่มในกองทัพธรรมเรื่องแจกระเบิดรุ่นใหม่ในวันที่ 13 เลยเป็นห่วงเพื่อนๆ ที่ยังอยู่ในทำเนียบ และเราสองคนสัญญาว่า เราจะไม่เข้าร่วมกับ พธม. PAD อีกแล้ว เพราะเข็ดกับเหตุการณ์วันที่ 7 จริงๆ นึกไม่ถึงว่าอานุภาพจะร้ายแรงขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าแค่เสียงดังแบบประทัด ที่ไหนได้ รุนแรงมากๆครับ อยากฝากให้เพื่อนๆบอกต่อด้วยครับ อย่าใกล้วัตถุกลมสีดำมัน อย่านำใส่กระเป๋าเด็ดขาด"

เตือนเพื่อนผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ อย่ารับฝากอะไรจากการ์ดโดยเด็ดขาด

คุณ ตาลโตน ยังได้กล่าวเตือนต่ออีกว่า อย่ารับฝากอะไรจากใครในการเข้าร่วมชุมนุม พร้อมเปิดเผยยุทธวิธีของพันธมิตรฯหมดเปลือก

"ขอฝากต่อจากกระทู้ข้างล่างที่โพสต์เมื่อตอนดึก เช้านี้คงมี Y.Pad มาอ่านกันก็เตือนอีกครั้ง อย่ารับฝากวัตถุใดๆ จากการ์ดอาสา ทางที่ดีอย่าอยู้ด้านหน้า เช้านี้จะขอเล่าเหตุการณ์ที่ประสพมาเอง จริงๆแล้วไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์วันที่ 7 แต่เป็นเพราะอุบัติเหตุด้วยความไม่ตั้งใจ จุดหมายที่วางไว้คือให้ผู้หญิง คนแก่ และเด็กเป็นแถวหน้า การ์ดบางส่วนปะปนประกบไป เรียกไม้ 1+3 การ์ดอาสาตามหลังเรียกไม้ 2 มีป้ายฟ้าและผ้าพันคอเหลือง พวกนี้จะมีระเบิดปิงปองใส่กระเป๋าคาดเอวและถุงย่ามหูสั้นคล้องไหล่หนีบรักแร้ใส่ระเบิดปิงปอง"

"การ์ดไม้ 3 คือพวกผ้าพันคอขาว มีเหล็กแป๊ป ไม้คมแฝก ให้ทั้งหมดนั่งรอหน้ารัฐสภารอให้คณะรัฐบาลเข้าสภาจนหมดจึงเคลื่อนม็อบไม้ 1 ยันประชิดกำแพงโล่ ให้การ์ดฟ้าเหลืองไม้ 2 ใช้ระเบิดปิงปองที่มีแต่เสียงไม่อันตราย โยนเข้ากลุ่มตำรวจเพื่อเปิดทางกำแพงโล่ ให้ผู้หญิง เด็ก คนชรา ขยายปีกซ้ายขวา กันตำรวจ การ์ดไม้ 3 จะบุกทะลวงกลางเข้าจับตัวคณะรัฐบาลแล้วให้รอคำสั่งจากแกนนำ ทำเพื่อยั่วยุให้ทหารออกมาปฏิวัติ มิได้คิดฆ่าใครทั้งสิ้น แต่เหตุการณ์พลิกผันไม่เป็นไปตามแผน"

"ขณะที่ม๊อบ 1+3 กำลังรุกเข้า ยังไม่ทันใกล้กำแพงโล่ ตำรวจดันยิงแก๊สน้ำตาเข้ามา ทำให้กลุ่มไม้ 1+3 สำลักควันแสบตาถอยกลับอย่างเร็ว ช่วงนั้นทำให้การ์ดไม้ 2 ที่กำระเบิดเตรียมขว้างถอยไม่ทัน ชุลมุนดันกันล้มลงเหยียบกันมั่วไปหมด ทำให้ระเบิดปิงปองระเบิดพร้อมกัน เสียงร้องระงม บางคนก็พยายามโยนระเบิดออก บางคนก็ตะโกนให้กำไว้อย่าโยนพวกเราจะเหยียบกันเอง อย่าโยนๆ"

"นี่แหละคือที่มาของมือเท้าขาดบาดเจ็บล้มตาย ตำรวจก็ไม่รู้ว่าเรามีระเบิดปิงปอง เราก็ไม่รู้ว่าตำรวจจะกล้ายิงแก๊สน้ำตา เพราะแกนนำก็บอกแล้วว่ารัฐบาลไม่กล้าใช้ความรุนแรงเหมือนตอนนายกฯสมัคร แต่เหตุการณ์พลิกผันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนใครผิดถูกก็เชิญท่านตัดสินกันเอง แต่วิงวอนวันที่ 13 นี้อย่าใช้ระเบิดอีกเลย ฝากถึงY.Pad ทุกคนให้ระวังตัวด้วยครับ.....อย่าอยู่หน้า ให้อยู่แนวหลังหรือทางที่ดีบอกปัดพี่ๆ หัวหน้ากลุ่มไปเลยว่า ติดงาน ไม่สบายจะไม่เสียน้ำใจ..."

"อยากเตือนก่อนเพราะป่านนี้ตำรวจและสื่อยังไม่กล้าออกมาบอกความจริงอะไรเลย มีแต่บอกว่ามันเป็นพวงกุญแจ หรือกรอบพระเครื่อง น้องบางคนอาจเข้าใจผิดนำมาใกล้ตัวไม่ระวังอาจมีเหตุการณ์แบบเดิมอีก...เป็นห่วงครับ." "
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby sanskrit_shower » Mon Oct 13, 2008 3:10 pm

ฟังค์ชั่น Foe คืออะไร แล้วใช้ยังไงอ่ะครับ
User avatar
sanskrit_shower
 
Posts: 1141
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:52 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:15 pm

"ผู้สื่อข่าวฝรั่งรายงานการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 51


By Nick Nostitz
Source New Mandala
เรียบเรียงและแปลเป็นไทยโดย ประชาไท
11 ตุลาคม 2551



ขณะนี้มีการถกเถียงกันว่าตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่ และรวมถึงการใช้แก๊สน้ำตาด้วย จากสิ่งที่ผมเห็น ผมเชื่อว่าตำรวจไม่มีทางเลือกอื่น คุณอาจโทษว่าเป็นเพราะงบประมาณตำรวจที่น่าเวทนา ที่ทำให้พวกเขาไม่มีระเบิดแก๊สน้ำตาที่ก่ออันตรายน้อยกว่านี้ใช้ก็ได้ แต่อย่าโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยเครื่องมือที่มีให้พวกเขา และในกรณีนี้ ก็คือเครื่องมือที่ทำในรัสเซีย

ถามว่าการบาดเจ็บมีสาเหตุจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรหรือไม่? ตอบตามตรง ผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่ามีการโยนระเบิดโดยผู้ชุมนุมของพันธมิตรบางคนเท่านั้น

ในการเผชิญหน้ากันครั้งนี้ ฝ่ายพันธมิตรได้ใช้อาวุธที่อันตรายและถ้าตำรวจไม่ใช้แก๊สน้ำตา สถานการณ์ก็อาจย่ำแย่จนนำไปสู่การปะทะตัวต่อตัวระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม และหากเป็นเช่นนั้น ผมมั่นใจว่าจะทำให้สูญเสียชีวิตแก่ทั้งสองฝ่ายมากขึ้น


หมายเหตุประชาไท: Nick Nostitz ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เขียนเล่าบันทึกเหตุการณ์ในวันที่ 7 ต.ค. 51 ในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในอีกมุมมองหนึ่งที่ไม่ปรากฏบนหน้าข่าวของสื่อในประเทศไทย เช่น ตำรวจเตือนผู้ชุมนุมหลายครั้งก่อนที่จะยิงแก๊สน้ำตา และมีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่าหากตำรวจไม่ใช้แก๊สน้ำตา ความรุนแรงอาจมากกว่าที่เกิดขึ้น

ในเกมแห่งม่านหมอกและกระจกเงา ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามสร้างภาพ เพื่อบอกกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

ในบทความชิ้นนี้ ผมจะพยายามบรรยายสิ่งที่ผมเห็นและความรู้สึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่ได้อ้างว่าผมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมอยู่ที่นั่นระหว่างตีห้าถึงห้าทุ่มเท่านั้น โดยได้ปลีกตัวออกมาชั่วคราวในช่วงเที่ยงและช่วงระหว่าง 13.00-16.00 เพื่อส่งรูปถ่ายไปยังสำนักงานและหลับตาไปอีกราว 30 นาที ฉะนั้น ผมจึงไม่สามารถอยู่ในทุกที่ในช่วงเวลาเดียวกันได้ และเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ที่ห่างออกไป แม้เพียง 100 เมตรก็ตาม

การโจมตีโดยตำรวจเริ่มประมาณ 6.00 น. ในขณะนั้นผมอยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายพธม.ยึดครองไว้ ทันทีที่ผมเห็นตำรวจตั้งแถวเพื่อเตรียมโจมตี ผมรีบออกจากจุดนั้นเพื่อไปอยู่ตรงด้านหน้าของแถวตำรวจแทน ผมรู้สึกปลอดภัยขึ้นเพราะผมรู้ว่าหากตำรวจต้องการสลายการชุมนุม จะตัองมีการใช้กำลังอย่างหนัก

ตำรวจได้ใช้รถบรรทุกที่ติดเครื่องขยายเสียงประกาศเตือนให้ผู้ชุมนุมสลายตัวเพราะกำลังจะถูกโจมตี และจะมีการยิงแก๊สน้ำตา ตำรวจได้ประกาศเตือนอย่างต่อเนื่อง และยังกล่าวว่า ในความขัดแย้งครั้งนี้ ยากที่จะมีใครเป็นผู้ชนะ พวกเราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่ควรมาสู้กันเอง

ผู้ชุมนุมไม่ยอมสลายตัว และหลังจากนั้นไม่นาน การโจมตีก็เริ่มขึ้นด้วยการระดมยิงแก๊สน้ำตา

มันเริ่มจากทั้งด้านถนนราชวิถีและถนนพิชัย (ผมอยู่ที่นี่) ผมเห็นลูกระเบิดแก๊สน้ำตาระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อมันปะทะเข้ากับแนวกั้นยางรถยนต์ ยางบางเส้นถึงขนาดกระเด็นสูงจากพื้น 2-3 ฟุต ผู้ชุมนุมต่างพากันวิ่งหนีโดยเร็ว ผมเดินตามหลังตำรวจที่อยู่แถวหน้า มีการต่อสู้ระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุมเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรรุนแรงมากนัก มีการโยนลูกระเบิดแก๊สน้ำตาโดยตำรวจเล็กน้อย (ผมเดาเช่นนั้น ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้) และผู้ชุมนุมฝ่ายพันธมิตรที่เหลืออยู่ไม่กี่คนก็ได้โยนวัตถุระเบิดเข้าใส่ตำรวจเช่นกัน มันอาจเป็นปะทัด หรือระเบิดปิงปองก็ได้ ในช่วงเวลาที่เร่งร้อนและเต็มไปด้วยหมอกควันนี้ เป็นการยากที่จะเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นแน่ ควันจากแก๊สน้ำตาทำให้คนตาพร่าไปหมด

นอกจากนี้ มีตำรวจไม่กี่คนที่มีหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา พวกเขาจึงพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ตลอดช่วงเวลานี้ ตำรวจได้ป่าวประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ผู้ชุมหยุดการต่อสู้ และทันทีที่ผู้ชุมนุมหยุด และนั่งลงที่ถนน ตำรวจก็สามารถบรรลุเป้าหมาย คือเปิดประตูรัฐสภาได้สำเร็จ

ถึงตอนนี้ผมจึงได้เห็นว่ามีชุมนุมได้รับบาดเจ็บสาหัส ชายคนหนึ่งนั่งอยู่พื้นโดยขาข้างซ้ายถูกระเบิดขาดตั้งแต่หัวเข่าลงไป มีผิวหนังสองสามเส้นเชื่อมขาที่ตกอยู่ข้าง ๆ เขาถูกห้อมล้อมโดยตำรวจที่ก็ตกใจกับสภาพที่เห็นเช่นกัน ตำรวจบางคนพยายามปลอบเขา ยังมีผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2-3 คนในบริเวณนั้น

ไม่นานหลังจากนั้น รถพยาบาลได้นำชายคนนั้นและผู้บาดเจ็บคนอื่นขึ้นรถไป ภายในรัฐสภามีนักข่าววิทยุได้รับบาดเจ็บที่หลัง ผิวบางส่วนเปิดออก เลือดไหลและไหม้อย่างรุนแรง ตำรวจ ตชด.นายหนึ่งเข้าไปปลอบขวัญเขา

เมื่อสถานการณ์สงบลง ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเรื่องคนบาดเจ็บ พวกเขาล้วนตกใจกันทั้งนั้น หน่วยยิงแก๊สน้ำตาอธิบายว่า ภายใต้สถานการณ์บางอย่าง การยิงแก๊สน้ำตาอาจก่อเกิดให้เกิดแรงระเบิดที่สูงได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดขึ้นในเวลาที่คนอยู่ด้วยกันอย่างหนาแน่น

ผมใช้เวลาอยู่ในบริเวณนั้นอีกพักหนึ่ง นั่งอยู่ภายในตึกรัฐสภา แล้วก็เดินไปที่แยกถนนราชวิถี-สามเสน อันเป็นบริเวณที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรกำลังรวมตัวกันอยู่

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ประมาณ 10.00 น. ผมเดินไป สนง. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ตรงหัวมุมลานพระบรมรูปทรงม้า ทันทีที่ไปถึง ฝ่ายพันธมิตรก็เริ่มการโจมตี พวกเขาโยนระเบิดปิงปอง (หรืออาจเป็นลูกระเบิดแก๊สน้ำตา) เข้าไปยังพื้นที่ของบชน. และเข้าใส่ตำรวจ พวกเขาใช้ง่ามไม้ระดมยิงลูกเหล็กและลูกแก้วเข้าใส่ตำรวจ ช่วงขณะหนึ่งผมได้ยินเสียงระเบิด ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นเสียงกระสุนปืนที่ยิงผ่านไปอยู่รอบตัวผม (เสียงของลูกกระสุนปืนที่พุ่งผ่านไปต่างกับเสียงของลูกกระสุนที่ยิงโดยง่ามไม้อย่างชัดเจน) ผมซ่อนอยู่ข้างหลังรถคันหนึ่ง และขณะที่กำลังโทรศัพท์โทรหาเพื่อนนักข่าวที่ชื่อ นิรมาล กอช จาก the Straits Times ผมก็ถูกยิงด้วยลูกเหล็กเข้าที่ท้อง

ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเช่นกัน

หลังจากสงบสติอารมณ์สักพักหนึ่ง ผมก็ตามตำรวจที่ล่าถอยเข้าไปในพื้นที่ของ บชน. หลังจากสถานการณ์ก็สงบลงชั่วคราว ผมจึงกลับบ้านเพื่อจัดการส่งภาพถ่ายให้สำนักงาน เมื่อถึงตอนนี้ ตำรวจได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่รอบ ๆ รัฐสภา ให้กับพวกพันธมิตรไป

ผมได้รับโทรศัพท์ในช่วงบ่ายว่าเกิดการปะทะกันอีกครั้งเมื่อตำรวจต้องเปิดประตูรัฐสภาด้านถนนราชวิถีอีกครั้ง ผมมาจากทางถนนร่วมจิตแล้วก็ต้องติดอยู่กับด้านผู้ชุมนุมที่กำลังถูกตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ โดยตำรวจพยายามตอบโต้การโจมตีของฝ่ายพันธมิตร ระเบิดแก๊สน้ำตาลูกหนึ่งตกลงมาห่างจากผมราวหนึ่งเมตรตอนที่ผมกำลังวิ่งอยู่ มันส่งเสียงระเบิดกึกก้องทีเดียว

ผมวิ่งมาถึงเส้นที่จะข้ามไปยังพื้นที่ที่ตำรวจยึดครองอยู่ (ตำรวจยิงระเบิดแก๊สน้ำตาลูกหนึ่งใส่ผมเพราะเข้าใจผิดว่าผมเป็นผู้ชุมนุม แต่ก็หยุดหลังจากที่ผมตะโกนซ้ำ ๆ กันว่าผมเป็นผู้สื่อข่าว และยกกล้องให้ดู)

ผมอยู่ตรงหัวผมถนนนั้นจนตกดึก ตำรวจต้องป้องกันหัวมุมถนนด้านนี้ไว้เพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้าง และสส.สามารถออกจากรัฐสภาได้ ตรงจุดข้ามถนนต้องเจอกับการโจมตีจากฝ่ายพันธมิตรอย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขาระดมยิงลูกเหล็ก ลูกแก้ว ตำรวจจึงตอบโต้การโจมตีด้วยการยิงระเบิดแก๊สน้ำตา มีการยิงเข้าใส่ตำรวจที่อยู่ตรงหัวมุมถนนเป็นช่วง ๆ โดยยิงมาจากสถาบันราชวัตร

ตำรวจได้ขอให้พวกพันธมิตรที่หลบซ่อนอยู่ในตึกโดยรอบให้ออกมา ตำรวจตะโกนบอกว่าจะไม่ทำอะไรกับผู้ชุมนุมที่ออกมา ผมเห็นหลายคนเดินออกมาโดยตำรวจไม่ได้ทำอะไรพวกเขา สถานการณ์ที่เหนือจริงอันหนึ่งก็คือ เพื่อนของผม ซึ่งเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มพันธมิตร ก็เดินออกจากตึกเหล่านั้นด้วย

หลังจากนั้น สถานการณ์ก็ตึงเครียดอย่างไม่น่าเชื่อ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาตลอดเวลา ทั้งตรงจุดนั้นและแถวหัวมุมถนนที่ใกล้กับประตูใหญ่รัฐสภา ช่วงขณะหนึ่ง ฝ่ายพันธมิตรพยายามขับรถบรรทุกตรงเข้ามายังตำรวจที่อยู่ตรงถนนร่วมจิต พวกตำรวจจึงรีบตั้งเครื่องกีดขวางและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่รถบรรทุก ทันก่อนที่รถจะชนตำรวจ คนขับถูกตำรวจนำตัวไป

ผมถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บหลังจากที่ฝ่ายพันธมิตรใช้ปืนสั้นยิงเข้าใส่ตำรวจตรงหัวมุมตึกรัฐสภา และตำรวจที่ถูกรถปิ๊กอัพพุ่งชนโดยตั้งใจ

มีข่าวออกมาจากรัฐสภาว่าฝ่ายพันธมิตรยิงตำรวจสามคน พวกเขาอยู่ในตึกรัฐสภา และไม่ยอมให้รถพยาบาลเข้าไปรับคนเจ็บ

มีคนวิ่งข้ามถนนออกมาจากรัฐสภาเพื่อหนีออกจากบริเวณนั้นตลอดเวลา

เมื่อฟ้ามืดลง บริเวณนี้ก็สงบลง ผมเดินกลับไปที่ บชน. ซึ่งกำลังเจอกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากพันธมิตร ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา พันธมิตรใช้ง่ามไม้ เสียงกระสุนปะทะกับโล่กำบังและพื้นถนนตลอดเวลา ครั้งนี้ผมโชคดีที่ไม่ถูกยิงเข้าอีก เห็นได้ชัดว่าฝ่ายพันธมิตรยิงปืนออกไปเป็นครั้งคราวเช่นกัน แต่ผมก็ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน มันน่ากลัวมากทีเดียว มีความพยายามขับรถยนต์และรถบรรทุกเข้าชนแนวกีดขวาง แต่ตำรวจสกัดกั้นไว้ได้

ช่วงขณะหนึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมหนึ่งหรือสองคนได้รับบาดเจ็บที่ขา แต่ผมไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง เพียงได้เห็นจากภาพถ่ายของช่างภาพไทยคนหนึ่ง

และเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ สถานการณ์สงบลงเล็กน้อย ตำรวจสามารถยึดแนวกีดขวางตรงหัวมุมลานพระบรมรูปทรงมากลับมาได้ รถปิ๊กอัพที่มีคนพยายามขับชนตำรวจจอดแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ตำรวจลากชายสองคนออกมาจากข้างหลัง และเล่นงานพวกเขาเล็กน้อย ผู้หญิงที่บาดเจ็บคนหนึ่งนอนอยู่บนถนน และมีหมอทหารมารับไป

รถฮัมวีของทหารคันหนึ่งวิ่งสังเกตสถานการณ์โดยรอบ และจอดตรงแถวตำรวจครู่หนึ่งก่อนจะต่อไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า

หลัง 22.00 น.สถานการณ์เริ่มอยู่ในความควบคุมมากขึ้น ฝ่ายพันธมิตรมีคนน้อยกว่ามาก ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม สักครู่ มีชายใส่ชุดพรางกายทหาร ซึ่งอาจเป็นทหารประจำการหรือนอกราชการที่อยู่ฝ่ายพันธมิตรก็ไม่รู้แน่ เดินมายังแนวลวดหนามและเจรจากับตำรวจอยู่ชั่วครู่

ตำรวจตอบไปว่าพวกเขาจะหยุดยิงแก๊สน้ำตาหากฝ่ายพันธมิตรหยุดยิงง่ามไม้และโจมตีตำรวจ ตำรวจเพียงแค่ตอบโต้การโจมตีเท่านั้น

หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็อยู่ในความสงบ มีพวกพันธมิตรประมาณ 100 คนที่ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวลานพระรูปฯ ผมจึงกลับบ้าน

ขณะนี้มีการถกเถียงกันว่าตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่ และรวมถึงการใช้แก๊สน้ำตาด้วย จากสิ่งที่ผมเห็น ผมเชื่อว่าตำรวจไม่มีทางเลือกอื่น คุณอาจโทษว่าเป็นเพราะงบประมาณตำรวจที่น่าเวทนา ที่ทำให้พวกเขาไม่มีระเบิดแก๊สน้ำตาที่ก่ออันตรายน้อยกว่านี้ใช้ก็ได้ แต่อย่าโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยเครื่องมือที่มีให้พวกเขา และในกรณีนี้ ก็คือเครื่องมือที่ทำในรัสเซีย

ถามว่าการบาดเจ็บมีสาเหตุจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรหรือไม่? ตอบตามตรง ผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่ามีการโยนระเบิดโดยผู้ชุมนุมของพันธมิตรบางคนเท่านั้น

ในการเผชิญหน้ากันครั้งนี้ ฝ่ายพันธมิตรได้ใช้อาวุธที่อันตรายและถ้าตำรวจไม่ใช้แก๊สน้ำตา สถานการณ์ก็อาจย่ำแย่จนนำไปสู่การปะทะตัวต่อตัวระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม และหากเป็นเช่นนั้น ผมมั่นใจว่าจะทำให้สูญเสียชีวิตแก่ทั้งสองฝ่ายมากขึ้น ฝ่ายพันธมิตรมีปืนสั้นจำนวนหนึ่ง ตำรวจหนึ่งหรือสองนายถูกแทงด้วยปลายเสาธง ฉะนั้น เราไม่อยากจะจินตนาการหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากแก๊สน้ำตาไม่ได้ช่วยสร้างระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายไว้ ผมไม่อยากคิดว่าตำรวจตั้งใจทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่มีทางเลือกน้อยมาก

สิ่งที่คนบางคนดูเหมือนจะลืมก็คือ ความเป็นจริงพื้นฐาน: กฎหมายอยู่ข้างตำรวจ ไม่ได้อยู่ข้างพันธมิตร"
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Anakinta » Mon Oct 13, 2008 3:22 pm

^
^
ยินดีต้อนรับในนามใหม่นะคะ :lol: ชื่อใหม่แล้วก็ขอวิธีใหม่ๆได้มั้ย ไม่ก๊อปแป๊ะข่าวโคมลอยน่ะ :P กรูเบื่อค่ะ
แนวร่วมตรวจสอบ NGO ลายด่างภาคประชาชี
User avatar
Anakinta
 
Posts: 1620
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:07 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Wichy » Mon Oct 13, 2008 3:26 pm

แหม ฟังก์ชั่น foe นี่เยี่ยมไปเลย คิกคิก
]ลิ้ม เหลี่ยม ลอง พวกมันตาย ชาติสงบ
User avatar
Wichy
 
Posts: 186
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:57 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby himitsu » Mon Oct 13, 2008 3:26 pm

ฟังค์ชั่น foe ใช้ตรง user control panel ค่ะ

คือ ถ้าใส่ใครเป็น foe ไว้ จะมองไม่เห็น post ของเค้าค่ะ

แต่ว่าต้อง log in ก่อนนะคะ
User avatar
himitsu
 
Posts: 668
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:43 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:27 pm

Anakinta wrote:^
^
ยินดีต้อนรับในนามใหม่นะคะ :lol: ชื่อใหม่แล้วก็ขอวิธีใหม่ๆได้มั้ย ไม่ก๊อปแป๊ะข่าวโคมลอยน่ะ :P กรูเบื่อค่ะ




'สุดสวย' มีหน้าที่*** มีหน้าที่ชักใย มีหน้าที่กร่าง...เรื่องอื่นไม่รุ


"ระเบิดปิงปองบาน/พธม.ผวาสัญญานฆ่าโค/ตร.ตื่นขู่บึ้มร.พ./"ผู้ใหญ่"สั่งยุติสงคราม


โดย "หน่วยข่าวลับ"
ที่มา เว็บบล็อกสุริยาอัสดง
น้ำหนักข่าว ข่าวลือที่ต้องตรวจสอบ
12 ตุลาคม 2551

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหวการเมือง-การทหาร กับสถานการณ์หลังเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างม็อบพันธมิตรฯกับกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล(๗ ต.ค.๕๑)ว่า ภายหลังสถานการณ์ดังกล่าวที่ดูเหมือนรัฐบาลตกเป็น"ฝ่ายรับ"กับสภาพ"ผล"ที่เกิดขึ้นที่มีผู้คนบาดเจ็บและเสียชีวิต..โดย"พันธมิตร"ได้หยิบผลดังกล่าวมา"ขยาย"เพื่อทำลาย"ความชอบธรรม"ของรัฐบาล"สมชาย วงศ์สวัสดิ์"....แต่ในมิติทาง"ลึก"กำลังมีการเดินหน้าจากฝ่ายรัฐทาง"ลึก"ในการคลี่คลาย"ข้อเท็จจริง"ในเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยการเชื่อมโยง"บุคคล"เข้ากับ"หลักฐาน"และที่มาของ"ผู้สนับสนุน"หรือ"ตัวการ" โดยเฉพาะกับ"ข้อกล่าวหา"ตำรวจสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ที่ในทางสากลหรือรัฐบาลในอดีตแล้วจะสูญสภาพ"ความชอบธรรม"และ"นายกฯ"ต้องตัดสินใจทางการเมืองด้วยการ"ลาออก"หรือ"ยุบสภา"เพื่อปลดระบาย"ความอึดอัด"ของประชาชน..เช่นครั้ง"พล.อ.สุจินดา คราประยูร"แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความแตกต่างที่"ที่มา"ของสถานการณ์"ความรุนแรงและ"ผู้อยู่เบื้องหลัง"ความขัดแย้งที่ มีการให้"ข้อมูลความรู้"เหล่านี้เป็นวงกว้างกับประชาชนระดับ"กลาง-ล่าง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"ผลการตรวจสอบหลักฐาน ๓๐๐ รายการ"หลังสถานการณ์การปะทะกันโดยเฉพาะการพิสูจน์ผลทางวิทยาศาสตร์ที่พบ"สารระเบิด"จำนวนมาก ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่มีแต่เพียง"แก๊สน้ำตา"และกำลังมีการ"จำลองสถานการณ์"ในที่เกิดเหตุจริงเพื่อพิสูจน์ทราบ โดยทีมงานของ"พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์"นั้นได้สร้างความหวั่นไหวให้กับ"บางฝ่าย"ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์นำไปสู่การปะทะ ระหว่าง"พธม."กับ"ตำรวจ"ที่ขยายผลมาสู่ความหมาย"การสลายการชุมนุม"ของตำรวจ โดยมี"นักวิชาการ"บางท่านที่อยู่ฝ่าย พธม.ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะ"ไม่ไว้วางใจ"การทำงานของ"พ.ญ.พรทิพย์"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อมูลหลักฐานที่ปรากฎผ่านทางภาพถ่ายของสื่อมวลชน-หน่วยข่าวตำรวจ-ทหาร และ กล้องวงจรปิดบางจุดที่ไม่ได้ถูกพันธมิตรทำลายการมองเห็นในขณะเคลื่อนม็อบไปยังหน้ารัฐสภาช่วงค่ำ(๖ต.ค.)กำลังถูกรวบรวมเพื่อ"ตอบโจทย์"เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณี"น้องโบว์"นั้นจากสภาพศพ ที่ซี่โครงถูกทำลายไปทั้งแถบนั้นถูกระบุว่าเกิดจาก"ระเบิด" เช่นเดียวกับกรณีของ"ผู้พันจ๊าบ"หัวหน้าการ์ด พธม.และน้องเขย"การุญ ใสงาม"ที่มีการต่อเชื่อมกับ"เจ้าของรถจี๊บเชอเรอกี"ที่เป็นสมาชิกคนสำคัญของ"สันติอโศก"ที่มีการให้ข่าวจากตำรวจว่ามีการขนระเบิดเพื่อทำ"คาร์บอมบ์"บริเวณฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย ซึ่งติดกับรั้วของสถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่ากรณีของ"น้องโบว์"นั้น ในระดับชั้นการสืบสวนสอบสวนทางลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร มีการระบุถึงเชื้อประทุระเบิดที่มีปริมาณพอสมควร..ซึ่ง"ข้อมูล"นี้มีการเชื่อมโยงไปถึง"การ์ดพธม."ในแผนการยุทธการก่อนเช้าวันที่ ๗ ต.ค. ที่มีการแจกจ่าย"ระเบิดปิงปอง"ให้กับ"การ์ดอาสา"และมีการ"ฝากของ"ใส่กระเป๋าหรือเป้ของ"ผู้หญิง"ในหลายส่วนเพื่อป้องกัน"การตรวจค้น-จับกุม"จากเจ้าหน้าที่ โดยเตรียมกระจายการปฏิบัติการ"ตอบโต้"หากมีสถานกรณ์"สลายการชุมนุม"เกิดขึ้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สถานการณ์ในเช้าวันที่ ๗ ต.ค. เป็นสิ่งที่ฝ่าย"พันธมิตร"และการ์ดคาดไม่ถึงว่า เจ้าหน้าที่จะทำการเจาะพื้นที่"เปิดทาง"บริเวณด้านถนนพิชัยและรุกเข้ามาที่ถนนอู่ทองเพื่อ"ตีร่น"ขยายพื้นที่ให้ ครม.สมชาย และสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง ส.ส.และ ส.ว.เข้าสภาเพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯโดยใช้"แก๊สน้ำตา"จำนวนมาก..ที่ทำให้เกิดมีเหตุ"ระเบิด"ในหลายจุดจากผลความชุลมุนวุ่นวาย..ซึ่งในเบื้องต้นมีความพยายามระบุว่าผู้ที่"ขาขาด-แขนขาด"นั้นมาจากอานุภาพของ ปืนยิงแก๊สน้ำตา และระเบิดแก๊สน้ำตา แต่ต่อมามีการยืนยันจากหลายฝ่ายว่ามี"ระเบิดปิงปอง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าจาก"ข้อมูล"การข่าวของฝ่ายรัฐ มีการระบุ ว่า ภายในการ์ดได้มีการแจกจ่าย"ระเบิดปิงปอง"ให้กับบางหน่วยใช้ในกรณีสถานการณ์ปะทะและถอยร่น เพื่อสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตำรวจ โดยมีอดีตแกนนำเดือนตุลาบางท่านใช้โมเดลเหตุการณ์ในอดีต ที่มีการใช้"น.ศ.ช่างกล"ปฏิบัติการนี้ในฝูงชนมาใช้ โดยแกนนำรายนี้ได้ขอ"งบประมาณ"ไปทางบริษัทเอกชนรายใหญ่"ส." และสั่งทำ"ระเบิดปิงปอง"เพื่อแจกจ่ายไปยัง"หน่วยรบ"ภายในการ์ด ซึ่งจากเหตุการณ์การตีร่นและความตกใจกลัวของผู้ที่ไปร่วมชุมนุมที่มีทั้งประชาชนทั่วไป และการ์ด ซึ่งได้รับพิษของ"แก๊สน้ำตา"ทำให้มีการวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน จนทำให้"ระเบิดปิงปอง"ไม่ได้ถูกใช้แต่ได่เกิดการกระแทกและระเบิดขึ้นโดยมีรัศมีการทำลายเฉพาะจุด ที่ทำให้หลายคนขาขาด-แขนขาด ขณะที่รายที่จะถึงแก่ชีวิตคือมีรายที่มีการเก็บไว้ในเป้หรือย่ามและสะพายติดกับหน้าอก

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มือที่๓ ของสถานการณ์ มีอยู่หลายฝ่าย ทั้งที่แทรกซึมอยู่ภายในพันธมิตรและนอกพันธมิตร เพื่อกระตุ้นให้สถานการณ์รุนแรงปะทุ โดยมีลักษณะกระทำยั่วยุให้ทั้ง ๒ฝ่าย ระหว่างพันธมิตรฯ ตำรวจปจ.เผชิญหน้าโกรธแค้นและปะทะ โดยวิธีของฝ่ายนี้คือการส่งมือปืนแทรกซึมในฝูงชนและยิงเข้าไปในฝูงชนหรือฝ่ายตำรวจ หรือยิ่งสุ่มทั้ง๒ ฝ่าย และรวมถึงการปฏิบัติการเป็นแบบอย่างให้ม็อบที่กำลังโกรธแค้น ดังกรณี รถโฟร์วิล ของ"นายปรีชา"หนึ่งในพธม.ที่มีผู้ขับพุ่งเข้าชนตำรวจและถอยเหยียบซ้ำ ที่มีรายงานว่าผู้ที่เป็นคนขับไม่ใช่"นายปรีชา"แต่เป็น"คนในเครื่องแบบ"ที่ไม่ใช่ตำรวจ ซึ่งถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการจาก"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานปฏิกริยาของ"ตำรวจ"เริ่มมีการขยายวงความไม่พอใจ ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวโดยในหลายโรงพักมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ในหมู่นายตำรวจและผู้ต้องหาหรือประชาชนผู้ไปติดต่อกับโรงพักว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ทำให้เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมกว่า ๒-๓ปีที่แล้ว

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน กรณี"พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค"(ที่มีสัญลักษณ์ชัดเจนในการทำหน้าที่"เก็บงาน"ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"นับตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีต)เตรียมนำกำลัง"ตำรวจเก่า"ออกมายึดทำเนียบคืน คือ"สัญญาน"ที่สอดคล้องกับ"สัญญาน"จากข่าวของเอพี.ที่ลงคำสัมภาษณ์ของ"สมเด็จพระเทพฯ"ที่ทรงตรัสแสดงความเห็นถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯ โดยป็น"สัญญาน"ที่มีการส่งไปยังหมู่ราชนิกุล รวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ในโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ ที่เข้าร่วมชุมนุมที่ทำเนียบให้เฟดตัวออกจาก"พันธมิตรฯ"โดย"สัญญาน"นี้ถูกส่งออกมาหลังจากที่"พล.ต.จำลอง"ออกมา"ตัดสัญญาน(๑๐ต.ค.)การเจรจา"ที่"พล.อ.ชวลิต"เชื่อมต่อผ่าน"เสธหมึก"เพื่อนจปร.๗ของ"พล.ต.จำลอง"ก่อนหน้านั้น

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงาน "สัญญาน"ที่ถูกส่งผ่านจาก"ผู้ใหญ่"นั้นมีความชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย เพราะมีการวิเคราะห์จากการข่าว ระบุว่า สถานการณ์จะไม่สามารถควบคุมได้หากประเด็น"ความขัดแย้ง"ขยายวงมาสู่สถาบันฯกว่านี้ ดังนั้นจึงมีการลงความเห็นให้มีการ"ยุติความขัดแย้ง"โดยเปิดทางให้"พันธมิตร"ลงหลัง"รัฐบาลสมชาย"เสียสภาพจากเหตุการณ์"สลายการชุมนุม"แล้ว..ดังการเลิกข้อหา"กบฎ"และ"หมายจับ" ๙ แกนนำพธม.แต่กลับไม่มีการ"ตอบรับ"จากพธม. ซึ่งเป็นที่มาของข่าวการ"ลอบสังหาร"ที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงข่าวการเตรียมสลายการชุมนุมช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่ถูกลือในวันศุกร์(๑๐ต.ค.)

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า มี"สัญญาน"ออกมายืนยันตรงกันของ ๒ แหล่งข่าวทางด้านความมั่นคง ว่า เตรียมที่จะมีการการใช้แผน"เสร็จนาฆ่าโค"เข้าปฏิบัติการในสถานการณ์แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวของฝ่ายตุลาการ ที่"ผู้ใหญ่"เรียกเข้าหารือโดยเตรียมที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทางกฎหมายกับ"แกนนำ พธม." หลังวันที่ ๑๓ต.ค.

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานได้มีคำสั่งจาก สตช.ให้คุมเข้มโรงพยาบาลตำรวจ(๑๒ต.ค.)หลังจากมีผู้ขู่วางระเบิดสถานที่ดังกล่าว..โดยรายงานนี้ถูกต่อเชื่อมสัญญานผ่าน"ไอ้แหลม"(ซึ่งเคยเคลื่อนไหวบอกข่าวห้วงเหตุการณ์พ.ค.ทมิฬเปิดแผนของพล.ต.จำลองขณะนั้น)ที่ก่อกวนสัญญานวิทยุตำรวจ ตลอดเย็นถึงค่ำ(๑๑ ต.ค.)"
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby จะบ้าตาย » Mon Oct 13, 2008 3:30 pm

รู้สึกเหมือนมี ขี้ ที่ราดไม่ลงเวลาส้วมเต็ม
User avatar
จะบ้าตาย
 
Posts: 1317
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:41 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:31 pm

"The Japan Times: พันธมิตรเพื่อ'ประชาธิปไตย'(แค่ชื่อ)

บทบรรณาธิการเจแปนไทมส์
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 ตุลาคม 2551

สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยยังคงย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากการบีบให้นายกฯคนหนึ่งต้องลาออก พันธมิตรฯได้ยกระดับการต่อสู้ของตนเองเพื่อที่จะล้มรัฐบาลปัจจุบันและเข้ายึดอำนาจ เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงที่สุดในรอบสองทศวรรษ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งรายและบาดเจ็บนับร้อย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้คนมองว่ากลุ่มพันธมิตรฯพยายามที่จะทำลายเสถียรภาพความมั่งคงของประเทศ อันรวมไปถึงการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดการรัฐประหาร เป็นเรื่องน่าเศร้าที่พันธมิตรฯ ตั้งชื่อกลุ่มของตนเองว่า "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" แต่ไม่ได้แสดงความเคารพใดๆต่อประชาธิปไตยและหลักแห่งกฏหมาย

เหตุการณ์ความยุ่งเหยิงในกรุงเทพฯเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯได้เริ่มต้นประท้วงต่อนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช พรรคฝ่ายค้านได้กล่าวหาว่าคุณสมัครเป็นเพียงนอมินีของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกยึดอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อสองปีก่อนด้วยข้อหาต่างๆ อาทิเช่น การคอร์รัปชั่น หรือการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การประท้วงครั้งนี้ได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นในเดือนสิงหาคม หลังจากกลุ่มพันธมิตรฯได้เข้ายึดที่ทำการรัฐบาลและตั้งกองบัญชาการที่ทำเนียบ ส่งผลให้การดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลต้องดำเนินการไปด้วยความยากลำบาก

หลังจากการประกาศพรบ.ฉุกเฉินโดยที่ทางกองทัพไม่ได้ตอบสนองด้วยการเคลื่อนกำลังพลใดๆ ในเมืองหลวง คุณสมัครก็ต้องถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินว่ารายการทำอาหารของคุณสมัครผิดกฏหมาย อย่างไรก็ดีชัยชนะของกลุ่มต้านรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นาน หลังจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนที่คุณสมัคร โดยเฉพาะที่คุณสมชายนั้นเป็นน้องเขยของอดีตนายกฯทักษิณ ได้สร้างความปั่นป่วนกับพันธมิตรฯเป็นอันมาก

ผู้สนับสนุนพันธมิตรฯได้พยายามยกระดับการประท้วงด้วยการบล็อกไม่ให้คุณสมชายสามารถแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาได้ (ขณะนี้นายกฯคนใหม่คนนี้ จำต้องปฏิบัติหน้าที่ที่วีไอพีเล้าจ์ของสนามบินดอนเมือง) แต่คราวนี้ตำรวจได้ตอบโต้การกระทำดังกล่าวด้วยแก๊สน้ำตา และข่าวลือที่ไม่มีการยืนยันว่ามีการยิงปืน การปะทะดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งราย บาดเจ็บอีกร่วมห้าร้ายคน

เป็นที่ชัดเจนมากว่า การประท้วงครั้งนี้เล็งเป้าหมายไปที่ตัวนายกฯคนใหม่ ซึ่งเช่นเดียวกับพี่เขยของเขาผู้ถูกกล่าวหาด้วยข้อหาคอร์รัปชั่น ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองหลายรายเชื่อว่าความพยายามของพันธมิตรฯที่จะสร้างความไร้เสถียรภาพในกรุงเทพฯ ทำขึ้นเพื่อปูทางให้กองทัพเข้ามาทำรัฐประหาร ซึ่งถ้าทำสำเร็จจริงก็จะเป็นการทำรัฐประหารครั้งที่ 19 แล้ว นับตั้งแต่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศประชาธิปไตยเมื่อปี 2475

อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ทางกองทัพยังคงตรึงกำลังอยู่ในฐาน พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลให้มีการทำรัฐประหาร คำพูดดังกล่าวเป็นคำมั่นที่ส่งให้สถานการณ์ดูดีขึ้นหลังจากที่กองทัพได้ปฏิเสธที่จะเคลื่อนไหวหลังการออกพรบ.ฉุกเฉินจากรัฐบาลของคุณสมัคร ในขณะทึ่ไม่มีใครอยากเห็นการนองเลือด กองทัพก็ไม่สามารถทนที่จะปิดตาตนเองที่จะเห็นกลุ่มพันธมิตรฯมาบั่นทอนเสถียรภาพของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อมีรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง สำหรับผู้ที่นึกชื่นชมท่าทีของกองทัพที่พยายามอดกลั้น จะต้องไม่ลืมว่าทั้งกลุ่มต้านรัฐบาลและกองทัพนั้น ส่วนมากคัดค้านนโยบายของรัฐบาลทั้งสิ้น

ในความเป็นจริง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการที่คุณทักษิณและพวกที่ขึ้นครองอำนาจได้ไปบ่อนเซาะฐานของกลุ่มอำนาจเก่า แม้ว่าจะมีข้อหามากมายต่อคุณทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชั่น การประกาศสงครามยาเสพติดที่ส่งผลให้มีการฆ่าตัดตอนนับพันๆชีวิต การดำเนินการที่เข้มงวดต่อกลุ่มต่อต้านในภาคใต้ อย่างไรก็ดี จากนโยบายของคุณทักษิณที่ไปช่วยประชาชนในภาคชนบทที่ถูกละเลยจากผู้นำในกรุงเทพฯมานาน ได้ไปสร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง คุณทักษิณเป็นนักประชานิยมเช่นเดียวกับพวกของเขาที่ได้ดำเนินนโยบายเช่นเดียวกัน มันไม่ใช่ความผิดอะไรเลยที่มติของมหาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะเลือกให้พรรคพลังประชาชนได้รับชัยชนะอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

กลุ่มพันธมิตรฯจะต้องยอมรับในเสียงของประชาชนนี้ แต่ตรงกันข้ามกลุ่มพันธมิตรฯกลับพยายามที่จะล้มรัฐบาลโดยทุกวิถีทาง กลุ่มพันธมิตรฯต้องการรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งมากกว่าการเลือกตั้ง สิ่งนี้จะเป็นการรับประกันว่าองค์กรต่างๆที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มพันธมิตรฯจะสามารถคงอำนาจในประเทศไว้ได้ เราขอกล่าวว่าสิ่งนี้ไม่ใช่หลักประชาธิปไตยตามที่เราๆท่านๆเข้าใจ

มีหนทางน้อยมากที่มิตรประเทศของไทยสามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศที่มีประชาธิปไตยกำลังอยู่ในสภาวะง่อนแง่นคลอนแคลน แต่ประเทศที่มีความเป็นห่วงควรที่จะต้องส่งสัญญาณกลับไปยังกลุ่มต้านรัฐบาลในไทยว่าการทำรัฐประหารอีกครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ พรรคการเมืองต่างๆในไทยจะต้องเข้าใจว่าพวกเขาไม่สามารถแก้กฏกติกาต่างๆเรื่อยไปเมื่อเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้ง สิ่งนี้รวมไปถึงจะต้องมีความเคารพต่อหลักแห่งกฏหมาย ก็ถ้าเมื่อนักการเมืองคนใดประพฤติมิชอบ ก็ต้องปล่อยให้มีการดำเนินการตามกฏหมายไป ไม่ใช่ดำเนินไปด้วยการประท้วงเรื่อยไปบนท้องถนน

นักประชาธิปไตยที่แท้จะต้องสามารถหาจุดร่วมระหว่างรัฐบาลและกลุ่มฝ่ายค้านต่างๆได้ เขาเหล่านั้นไม่ควรที่จะเรียกร้องให้กองทัพออกมาแก้ไขวิกฤตการด้วยอาวุธ การยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ก็ใช่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้เพราะผู้มีสิทธิก็จะเลือกพรรคพลังประชาชนเข้ามาใหม่ สิ่งดังกล่าวเพียงจะเป็นการยืดเวลา การประนีประนอมที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนไทยทั้งหมดคือหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาได้

ลิงก์ต้นฉบับภาษาอังกฤษ: http://search.japantimes.co.jp/cgi-bin/ ... 013a1.html"
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Marujang » Mon Oct 13, 2008 3:32 pm

55555
ชอบ ๆ ใช้แล้วเวิร์คมาก ๆ
ถูกใจจริง ๆ
ไอ้โปรแกรมเนี้ยยยยย
:lol:
User avatar
Marujang
 
Posts: 9
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:56 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:35 pm

"วิกฤตการเมืองและอคติ นสพ.ไทย: กรณีพระเทพฯ ตอบเรื่องพันธมิตรฯ


โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ( ผู้สื่อข่าว THE NATION )
ที่มา ประชาไท
11 ตุลาคม 2551

สถานการณ์การเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนและร้าวลึกนั้นสะท้อนให้เห็นได้ชัดในสื่อและมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบรรดาสื่อที่เลือกข้าง (ไม่ว่าข้างไหน) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



การเลือกข้างมิใช่สิ่งที่ผิด สื่อสามารถเขียนบทบรรณาธิการ บททัศนะและให้คอลัมนิสต์แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยกับรัฐบาลและพันธมิตรฯ ได้อย่างเต็มที่ นั่นมิใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือในส่วนที่เป็นการรายงานข่าวตรงไปตรงมา (straight news report) สื่อไม่ควรปิดกั้นการลื่นไหลของข่าวสารและความเห็นอันหลากหลายต่อวิกฤตการเมืองไทย เพื่อที่สังคมจะได้ร่วมกันเรียนรู้ฉุกคิดจากมุมมองและทัศนะที่หลากหลาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวม และทำให้ประชาชนมีวุฒิภาวะพิจารณาอะไรต่างๆ ได้เอง


แต่สื่อที่เลือกข้างจนมืดมัว มักแยกไม่ออกระหว่างการรายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมากับบทความหรือบทบรรณาธิการที่แสดงความเห็นส่วนตัวหรือส่วนองค์กร ล่าสุด เกิดปรากฎการณ์ไม่เล่นข่าวของเอพี (Associated Press) ที่รายงานความเห็นของสมเด็จพระเทพฯ ต่อกลุ่มพันธมิตรฯ และวิกฤตการเมืองไทย ระหว่างทรงเสด็จประพาสสหรัฐฯ (บล็อกเกอร์ Bangkok Pundit อ้างถึงข่าวนี้ ในบล็อกของเขา เมื่อช่วงสาย วานนี้)

ถามว่าสื่อไทยเห็นประชาชนหรือผู้รับข่าวสารเป็นอะไร สื่อถึงปฎิบัติตนเช่นนี้ ในขณะที่อ้างเรื่องความรับผิดชอบในการให้ข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาและหลากหลายและอ้างเรื่อง free flow of news and information

ขอให้ประชาชนท่านผู้อ่านตัดสินเอาเอง ว่าทำไมสื่อส่วนใหญ่ถึงไม่รายงาน แต่นี่แหละ Silence of the Lamp ที่มืดมิดอย่างแท้จริง

ข้อเสนอแนะที่ผู้เขียนจะให้ได้ ณ วันนี้ก็คือ ขอให้ประชาชนเช็คอ่านตรวจสอบสื่อและรับสื่อที่หลากหลาย ทั้งของไทยและเทศ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และโปรดระลึกว่า ณ ห้วงวิกฤตการเมืองในปัจจุบัน เราคงปล่อยให้หนังสือพิมพ์ฉบับใด ฉบับหนึ่ง (หรือสื่อแขนงอื่น ช่องใดช่องหนึ่ง หรือคลื่นใดคลื่นหนึ่ง) เป็นที่พึ่งพาทางข้อมูลข่าวสารโดดๆ มิได้


จากการเช็คหนังสือพิมพ์ฉบับหลักๆ เรื่องการไม่มีข่าวที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงตรัสให้สัมภาษณ์ต่อคำถามว่า ทรงเห็นด้วยหรือไม่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ระบุว่าประท้วงเพื่อสถาบันกษัตริย์ สมเด็จพระเทพฯ ตรัสตอบคำถามดังกล่าวว่า “I don’t think so... they do things for themselves.”

ไทยรัฐ – (หนังสือพิมพ์จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ) – ไม่มีข่าวนี้ปรากฎ

เดลินิวส์ – ไม่มีข่าวนี้ แต่หนังสือพิมพ์มีสโลแกนว่า “อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์”

โพสต์ทูเดย์ – ไม่มีข่าวนี้ แต่สโลแกนฉบับนี้คือ “ลึกซึ้งทุกข่าวสาร ตอบทุกด้านของชีวิต”

คมชัดลึก – ไม่มีทั้งๆ ที่สโลแกน คือ “เนชั่นเจาะข่าว ทั่วไทย”

บางกอกโพสต์ – สโลแกนคือ “The Newspaper You Can Trust” แต่ไม่มีข่าวนี้

เดอะเนชั่น – ไม่มีข่าวนี้ ทั้งๆ ที่เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ อ้างเรื่องความตรงไปตรงมา และทั้งที่การที่เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษหมายความว่า ไม่ต้องมานั่งแปลข่าวเอพีให้เมื่อยสมอง


กรุงเทพธุรกิจ – (สโลแกนคือ มือขวาหรือมือซ้ายของผู้บริหารก็ไม่แน่ใจ) ไม่มีข่าวนี้เช่นกัน

ผู้จัดการรายวัน – (ฉบับเสาร์-อาทิตย์ 11-12 ต.ค.) – คิดว่าต้องเช็คไหมเนี่ย หรือเดาก็ถูก ... ไม่มีข่าวนี้เปิดเท่าไหร่กี่ครั้งกี่หนกี่หน้าก็ไม่เจอ เช็คออนไลน์ก็ไม่มี และก็ไม่น่าแปลกใจมิใช่หรือว่าทำไม

มติชน – (หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ) ไม่มีข่าวนี้

ข่าวสด – Surpriseๆ มีข่าวนี้ และพาดหัวใหญ่สุดหน้าหนึ่ง ฉบับวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคมว่า “ตรัสถึงพันธมิตรฯ พระเทพฯ ทรงสัมภาษณ์ที่สหรัฐ” และข่าวไปต่อหน้า 14 ซึ่งมีการอ้างคำให้สัมภาษณ์ทั้งภาษาอังกฤษและไทยว่า

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. (ตามเวลาในประเทศไทย) สำนักข่าวเอพี รายงานจากเมืองเวลลิงฟอร์ด รัฐคอนเน็กติกัต ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราช ดำเนินร่วมงานประชุมทางวิชาการ ณ โรงเรียนโช้ต โรสแมรี่ฮอลล์ โดยในที่ประชุม สมเด็จพระเทพฯ ตรัสถึงความสำคัญของงานบริการภาคสาธารณะ และหลังเสร็จสิ้นการประชุม มีผู้สื่อข่าวทูลถามพระองค์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่า ทรงเห็นด้วยหรือไม่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงระบุว่า ประท้วงเพื่อสถาบันกษัตริย์ (The princess was asked at a press conference following her talk whether she agreed with protesters who say they are acting on behalf of the monarchy.)

เอพีรายงานว่า สมเด็จพระเทพฯ ตรัสตอบคำถามดังกล่าวว่า "I don’t think so." "They do things for themselves." หรือแปลเป็นไทยได้ความว่า "ข้าพเจ้าไม่คิดเช่นนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการสิ่งต่างๆ เพื่อตัวพวกเขาเอง"ผู้สื่อข่าวทูลถามอีกว่า "Why the king has not spoken out?" หรือ "เหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้ทรงออกมาตรัสถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" สมเด็จพระเทพฯ ตรัสตอบว่า "I don’t know because I haven’t asked him." หรือ "ข้าพเจ้าไม่ทราบ เนื่องจากมิได้ถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงเรื่องนี้"


ต้องขอปรบมือให้กับหนังสือพิมพ์ข่าวสด แต่ข่าวสดระยะหลังก็ดูเหมือนจะเบื่อพันธมิตรฯ มิใช่น้อย ซึ่งเห็นได้จากบททัศนะของคอลัมนิสต์บางคน (ผู้เขียนสงสัยว่า ถ้าข่าวสดยังเชียร์พันธมิตรฯ สุดๆ อยู่จะลงข่าวนี้หรือไม่) อย่างไรก็ตาม ต้องให้เครดิตข่าวสด ผู้เขียนคว้าซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ทันทีทันควันเลย และยอดขายข่าวสดฉบับนี้น่าจะพุ่งเป็นพิเศษ

ประชาทรรศน์ (หนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนรัฐบาลและทักษิณ ชินวัตร อย่างออกหน้าออกตา) – มีข่าวนี้เช่นกัน (http://www.prachatouch.com/content.php?id=10784) แต่ถ้าคำวินิจฉัยของพระเทพฯ เป็นตรงกันข้ามกับที่ปรากฎขึ้น สงสัยว่า หนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะลงข่าวชิ้นนี้หรือ

ถ้าเป็นเช่นนั้นข่าวนี้น่าจะไปหาอ่านได้ในหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่เกือบทุกฉบับข้างต้นเสียมากกว่า


………………………………………………………………

Thailand princess speaks at Connecticut school

Associated Press

October 9, 2008



WALLINGFORD, Conn. - The princess of Thailand said Thursday that she does not believe protests in her home country are being staged to benefit the monarchy.



Princess Maha Chakri Sirindhorn talked about the importance of public service Thursday at the Choate Rosemary Hall prep school in Wallingford. She later headed to the University ofPennsylvania for a U.S.-Thailand education discussion.



Her visit came amid the worst political violence in Thailand in more than a decade. Thousands of protesters have camped at the main government office complex to demand electoral changes and an end to corruption in Thai politics.



In violent clashes on Tuesday, 423 protesters and 20 police were injured, Thai medical authorities said. One woman was killed, and a man died in what appeared to be a related incident.



It was the worst political violence since 1992, when the army killed dozens of pro-democracy demonstrators seeking the ouster of a military-backed government.



The princess was asked at a press conference following her talk whether she agreed with protesters who say they are acting on behalf of the monarchy.



"I don't think so," she replied. "They do things for themselves."



Asked why the king has not spoken out, she said, "I don't know because I haven't asked him."



Protest leaders have called for the prosecution of people who insult the monarchy. One leader wants to abandon Thailand's popularly elected Parliament for one in which a majority of members would be appointed.



Some academics have said the plan would enhance the power of the country's military and monarchy at the expense of the poor.



"There are a lot of political problems," the princess said. "I told my friends, colleagues just to do what is their duty."



ที่มา: Thailand princess speaks at Connecticut school"
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby himitsu » Mon Oct 13, 2008 3:39 pm

แนะนำทุกท่านให้ใช้ function Foe นะคะ

เริ่ดมากกกกกกก :lol: :lol: :lol:
User avatar
himitsu
 
Posts: 668
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:43 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby s.sensei » Mon Oct 13, 2008 3:41 pm

ใช้แล้วครับ เริ่ด จริงๆ ขอบคุณผู้จัดทำด้วยครับ สบายตาขึ้นเยอะ :lol:
ขออภัย!ความเห็นของคนอารมณ์แปลก ซึ่งมองโลกกึ่งดีกึ่งร้าย ไม่ชอบชวนทะเลาะ ไม่เสียใจหากไม่เห็นด้วย
แต่ถ้าคุณรู้สึกเห็นด้วยหรือเข้าข้างก็ไม่ผิดปกติ บางทีก็ชวนหัว(ร่อ) บางครั้งดูเหมือนคนช่างประชดและขี้หงุดหงิด

แต่จริงๆใจก็อยากให้ประเทศไทยดีขึ้น
User avatar
s.sensei
 
Posts: 443
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:28 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby almondflavor » Mon Oct 13, 2008 3:43 pm

Foe นี่ดีจริงๆเลยคะ.....อุจจาระ จมส้วมไปเลย

ขยะก็โดนเก็บไป....โอ้...พระเจ้าจอจช์....มันยอดมาก
User avatar
almondflavor
 
Posts: 212
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:26 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Anakinta » Mon Oct 13, 2008 3:44 pm

กรี๊ด....!! บอร์ดใหม่ มันดีอย่างนี้เอง :lol: ขอบคุณสำหรับกระทู้ทดลองค่ะ
แนวร่วมตรวจสอบ NGO ลายด่างภาคประชาชี
User avatar
Anakinta
 
Posts: 1620
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:07 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby loginofu » Mon Oct 13, 2008 3:45 pm

foe ไม่มีขยะให้รกสายตา ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนหน้าจอหนี สบายสุดๆไปเลย
:mrgreen: :mrgreen:
http://www.prachathon.org/forum/index.php
ทางเข้าบอร์ดสำรอง http://siamseri.orgfree.com/
ประชาทนธิปไตย : ทนได้ก็ทนไป
loginofu
 
Posts: 10316
Joined: Mon Oct 13, 2008 3:22 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Iona » Mon Oct 13, 2008 3:45 pm

มายืนยันด้วยคน ฟังชั่น Foe เยี่ยมมาก ไม่ต้องเสียเวลาอ่านขยะ
อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่ไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล
การศึกษาขั้นสูงฟรีในประเทศเรา ควรเริ่มโครงการได้หรือยัง? >>> ทรัพยากรมนุษย์ มันยั่งยื่น
PAD
User avatar
Iona
 
Posts: 309
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:50 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:48 pm

"หรือคำทำนายว่า เข้าสู่ยุคกาขาว จะจริง !!!
:roll:

โดย คุณ หมัดเหล็ก
ที่มา เวบไซต์ ไทยรัฐ
11 ตุลาคม 2551

ผมต้องตั้งคำถามกับสังคมว่า จะปล่อยให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้จริงๆ หรือ จะปล่อยให้เป็นสังคมไร้สติ เป็นสังคมแห่งกลียุค เป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แน่ใจหรือ

ผมยังต้องขอย้ำว่า ถ้าสังคมใดไม่มีกติกา ไม่เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ก็จะเป็นสังคมตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างอยู่ ถึงสุดท้าย ก็จะต้องแบ่งเขตกันปกครอง

กับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น การลุแก่ความรู้สึกส่วนตัว ไม่ว่ากรณีแพทย์จำนวนหนึ่งประกาศว่า จะไม่รักษาพยาบาลให้กับตำรวจก็ดี หรือกรณีที่กัปตันเครื่องบินสายการบินไทยประกาศ ไม่รับผู้โดยสารที่เป็นนักการเมืองพรรคพลังประชาชนก็ดี ถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องของจรรยาบรรณแล้ว

ผิดเต็มประตู

จะมีความเห็น จะมีการแสดงออกทางการเมืองอย่างไร ในโลกประชาธิปไตยถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเป็นคลินิกส่วนตัว เป็นการรักษาพยาบาลส่วนตัว จะรักษาใคร ไม่รักษาใคร ก็เป็นอีกเรื่อง แต่โดยหน้าที่จะมาเลือกปฏิบัติ ผมว่า หน่อมแน้มไปหน่อย

เช่นเดียวกับกัปตันการบินไทย ถ้าตัวเองรู้สึกอึดอัด ยอมรับไม่ได้กับนักการเมืองคนใด หรือพรรคใด โดยทั่วไปแล้ว กัปตันหรือนักบิน จะต้องเป็นฝ่ายขอไม่ขึ้นบิน เพราะในสภาพที่จิตใจไม่ปกติในระหว่างการบิน อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ เช่นเดียวกับหมอ เมื่อไม่สมัครใจจะรักษาใครก็ต้องถอนตัวออกจากการรักษาไปเสีย

ไม่ใช่ใช้หน้าที่ความรับผิดชอบมากดดัน

คิดมุมกลับ ถ้า เกิดตำรวจประท้วงบ้าง ไม่รับแจ้งความคนที่เป็นหมอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย จะถูกยกเค้า ขโมยเข้าบ้าน ตำรวจก็ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบบ้าง หมอจะทำอย่างไร

บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปก็อยู่กันยาก ขื่อแปบิดเบี้ยวก็อยู่กันยาก

ก็ต้องมีอาวุธหรือกองกำลังคุ้มครอง ก็ต้องตั้งรัฐอิสระ ก็ต้องปกครองกันเองในหมู่คนที่มีความเห็นเดียวกันเท่านั้น ประเทศก็ไม่เป็นประเทศ ชาติก็ไม่เป็นชาติ

หรือที่เรียกว่า การสิ้นชาติ ก็ได้

และเมื่อประเทศไทยมีคนกลุ่มหนึ่ง บอกว่าไม่เอานักการเมืองกลุ่มนี้ ไม่เอาพรรคการเมืองพรรคนี้ แล้วจะทำอย่างไร เพราะระบอบประชาธิปไตยจะต้องเริ่มต้น ด้วยการเลือกตั้ง ถึงจะให้ ลาออก ถึงจะให้ยุบสภา หรือต่อให้มีการยึดอำนาจ สุดท้าย ก็ต้องนำไปสู่การเลือกตั้งอยู่ดี นอกจากจะเปลี่ยนระบอบการปกครอง

แล้วถ้าประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ไม่เลือกประชาธิปัตย์ แต่เลือกพลังประชาชนเข้ามาอีก จะทำอย่างไร ก็ต้องออกมาขับไล่ กันไม่รู้จบ แล้วก็จะเริ่มใช้ความรุนแรงมากขึ้น เหมือนการเมืองในปากีสถาน หรือศรีลังกา หรืออินเดีย ยิงได้ก็ยิง ระเบิดได้ก็ระเบิด

ผมว่าลัทธิการปลุกระดมอยู่ในขณะนี้ อันตรายกว่าระบอบคอมมิวนิสต์ในอดีตเยอะ ยุคคอมมิวนิสต์อย่างดีก็รบกันในป่า แต่นี่กำลังรบกันในเมือง

หรือคำทำนายว่าเข้าสู่ยุคกาขาวจะจริง."
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby Anakinta » Mon Oct 13, 2008 3:54 pm

ยังไงทดลองใช้กันแล้ว ก็ปล่อยๆให้กระทู้มันตกๆไปนะคะ... เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าค่ะ :P
แนวร่วมตรวจสอบ NGO ลายด่างภาคประชาชี
User avatar
Anakinta
 
Posts: 1620
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:07 am

Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 3:55 pm

"ฝรั่งวิเคราะห์ จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณทักษิณได้สถานะลี้ภัยทางการเมืองที่อังกฤษ :idea:

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 ตุลาคม 2551

คุณ Danny ได้เขียนบทบรรณาธิการไว้ที่เว็บบล็อก Thai Intelligent News เมื่อวันที่ 8 ต.ค. โดยตั้งชื่อบทความว่า "One Flew Over the Cookcoos’ Nest with Thaksin and the Nutty Thai Courts" วิเคราะห์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณทักษิณได้สถานะลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้เราจะขออนุญาตแปลบทความดังกล่าวบางส่วนมาลงไว้ดังมีเนื้อหาดังนี้



ในที่สุดทักษิณก็ทำอะไรถูกต้องบ้างแล้วที่จะไม่ไปทำเรื่องลี้ภัยที่เบอร์มิวด้า แต่มุ่งไปที่อังกฤษแทน

ที่กล่าวว่าแกตัดสินใจถูกต้องก็เพราะว่า ถ้าคุณทักษิณต้องการให้การลี้ภัยทางการเมืองของเขาได้รับความเชื่อถือ เขาจะต้องผ่านเกณฑ์เรื่องการลี้ภัยของอังกฤษที่เข้มงวดมาก ซึ่งก็ไม่ง่ายปลอกกล้วยเหมือนกับที่เบอร์มิวด้า แดนสวรรค์ของการหลบเลี่ยงภาษี

และก็เพราะว่าภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ อันได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ เมื่อใดที่ใครต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เขาจะได้รับการปกป้องคุ้มครองภายใต้กฏบัตรของยูเอ็น (ซึ่งก็คือสังคมโลก) ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมากเป็นล้านๆ เท่ากว่าการกล่าวหาทางการเมืองภายใต้ระบอบศาลยุติธรรมในไทย

เพราะฉะนั้น หากคุณทักษิณได้รับการรับรองสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากประเทศอังกฤษแล้ว, ผู้เชี่ยวชาญทางกฏหมายหลายคนกล่าวว่า, นั่นจะเป็นเหมือนการตบฉาดใหญ่เข้าที่หน้าของระบอบศาสสถิตย์ยุติธรรมของไทย และที่มากไปกว่านี้คือ ตามหลักประเพณีปฏิบัติระหว่างประเทศ สังคมโลกจะคาดหวังให้ไทยหยุดดำเนินการทางกฏหมายทุกประการกับคุณทักษิณ อันนี้รวมไปถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคอรัปชั่นอะไรต่อมิอะไรกับแกด้วย

และในขณะเดียวกันกับที่กลุ่มพันธมิตรฯ หรือใครก็ตามที (รวมไปถึงสื่อไทยที่ชอบออกข่าวเพ้อเจ้อพูดเป็นการ์ตูน) ที่กล่าวหาว่าคุณทักษิณคือผู้บงการคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในการสั่งการให้ปราบปรามผู้ชุมนุมอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น จะไม่มีวันเข้าใจว่าการลี้ภัยทางการเมืองจริงๆ แล้วมันคืออะไร คืออย่างน้อยที่สุดคนนับล้านทั่วโลกมองว่าคนลี้ภัยทางการเมืองนั้นได้รับการปฏิบัติอย่างไร้ความยุติธรรมในประเทศของตนจนต้องการการปกป้องพิเศษ ก็ด้วยสถานะนี้นี่เอง คุณทักษิณย่อมถูกยอมรับว่าเป็นคนดีคนหนึ่งในสังคมโลกด้วย และนั่นยิ่งไปทำให้สถานะที่โดดเด่นของแกในวงการสื่อโลกยิ่งโดดเด่นเข้าไปใหญ่

ท่านสามารถอ่านเพิ่มบทความเรื่อง "One Flew Over the Cookcoos’ Nest with Thaksin and the Nutty Thai Courts" "
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm


Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 4:00 pm

Anakinta wrote:ยังไงทดลองใช้กันแล้ว ก็ปล่อยๆให้กระทู้มันตกๆไปนะคะ... เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าค่ะ :P



"คุณปลื้ม:วันนี้ผมหมดศรัทธา แต่ผมจะสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็น5หรือ10ปีข้างหน้าก็ตาม :roll:

โดย ผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2551

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตรแค้นคุณปลื้ม เหตุราชนิกูลหนุ่มพูดความจริงหมดศรัทธากับระบบ ผิดหวังหมอขึ้นป้ายไม่รับรักษาคนไข้ตำรวจ กัปตันการบินไทยไล่ผู้โดยสารลงเพราะเรื่องการเมือง ศาลยกเลิกหมายจับข้อหากบฎ9แกนนำ แต่ตั้งปณิธานจะสู้ต่อไปแม้จะ5หรือ10ปีข้างหน้าก็ตาม



วานนี้ (9 ต.ค) ในรายการวิทยุชื่อ “เดอะ นิวส์ โชว์ กับ คุณปลื้ม” ดำเนินรายการโดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ที่ออกอากาศทางคลื่น 97.0MHz ในช่วงเวลาประมาณ 13.00-14.00 น. ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้หยิบแถลงการณ์ของสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชียและสำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษา ม.มหิดล ที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย กรณีอาจารย์ในโรงเรียนแพทย์ 8 สถาบัน และสถาบันจิตเวชศาสตร์เจ้าพระยา ที่ออกมาประกาศว่าจะไม่รับรักษา คณะรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แต่งเครื่องแบบ และแจ้งยศชั้น เพื่อตอบโต้การกระทำรุนแรงต่อประชาชนของตำรวจในวันอังคารที่ 7 ต.ค. จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 400 คน และเสียชีวิต 2 คน ยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวด้วยว่า แถลงการณ์ดังกล่าวได้เรียกร้องให้แพทยสภาและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเข้าสอบจริยธรรมและมาตรฐานทางการแพทย์ของ อาจารย์แพทย์ 8 สถาบันโดยทันที

“เรื่องนักบินที่ไม่ยอมขับเครื่องบินให้กับ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ซึ่งจริงๆ ควรจะถูกไล่ออกในกรณีบริษัทปกติเนี่ย เรื่องนั้นกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยพอมาเจอหมอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ไม่ยอมรักษาตำรวจ คือ ก่อนอื่นตำรวจเขาถูกโจมตีชัดเจนอยู่แล้ว พันธมิตรฯ ใช้รถวิ่งทับเจ้าหน้าที่ตำรวจสองรอบอ่ะ เอาเสาธงมาแทงหน้าอกทะลุปอดฮะ เอาปืนมาวิ่งไล่ยิงตำรวจ เอาระเบิดปิงปองขว้างเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และคุณจะไม่รักษาเขาได้อย่างไร”

“ก่อนอื่นเลย ฝ่ายที่รุกก่อนคือพันธมิตรฯ ฝ่ายที่รับแค่ประคองสถานการณ์ให้ผ่านช่วงนี้ให้ได้ก็คือฝ่ายตำรวจ สอง ต่อให้ตำรวจเป็นฝ่ายร้าย ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง คุณก็ต้องรักษาเขาอยู่ดี คุณก็ต้องรักษาเขาอยู่ดี” ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวบิดเบือนแถลงการณ์ของแพทย์

“คุณเป็นแพทย์อีท่าไหนบอกว่าไม่รักษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันนี้เป็นการเมืองใหม่หรือเปล่าฮะ เป็นการเมืองใหม่หรือเปล่าฮะ ... ไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ ฮะ เอาแค่เรื่องนี้ผมก็ล่อได้เป็นครึ่งชั่วโมง แต่บางเรื่องผมรับไม่ได้ คุณยังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าฮะคุณหมอ” บุตรชายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าว พร้อมพาดพิงไปถึง อาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งของ ร.พ.จุฬาฯ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์แพทย์ 8 สถาบัน พร้อมกันนี้ได้กล่าวปรักปรำด้วยว่า สาเหตุที่อาจารย์แพทย์ท่านนี้ออกมาเคลื่อนไหวก็เพราะ อาจารย์ของอาจารย์แพทย์ท่านนี้ซึ่งบุตรสาวสูญเสียนิ้วเท้าไปจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. อยู่เบื้องหลัง

สำหรับประเด็นที่ ม.ล.ณัฐกรณ์ ได้กล่าวบิดเบือนนั้นคือในประเด็นที่ว่า อาจารย์แพทย์ 8 สถาบันนั้นแสดงปฏิกิริยาปฏิเสธ “ตำรวจ” ในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะทั้งหมดได้ชี้แจงหากเป็นกรณีฉุกเฉินแพทย์ก็ยังคงให้การรักษาอย่างดีที่สุด แต่หากเป็นกรณีไม่ฉุกเฉินแพทย์ก็มีสิทธิ์ปฏิเสธให้การรักษาได้ หรือ ถ้าอยากรับการรักษากับแพทย์คนนั้นก็ต้องไม่ใส่เครื่องแบบและไม่ระบุชั้นยศในการเข้ารับการรักษาเท่านั้น

เกือบหมิ่นศาลสงสัยเจรจาพันธมิตรฯ

ต่อมา ม.ล.ปลื้มยังได้กล่าวแสดงความไม่พอใจกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพิกถอนหมายจับคดีกบฎของแกนนำพันธมิตรฯ 9 คน ด้วยว่าเกิดจาการเจรจาระหว่างศาลและพันธมิตรฯ และกล่าวด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้อาจหมายความว่า มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

“บอกตรงๆ นะวันนี้เป็นวันที่ผมหมดศรัทธา หมดศรัทธากับบ้านเมือง ผมก็เลยตั้งชื่อยุคนี้ไงว่า 2551 อันธพาลครองเมือง”

ปรักปรำ พธม. ตายเพราะขนระเบิดมาถล่มรัฐสภา

หลังจากนั้น ม.ล.ณัฐกรณ์ยังได้กล่าวอีกว่า เหตุรถจี๊ปเชอโรกีที่ระเบิดบริเวณหน้าพรรคชาติไทยในช่วงเย็นของวันที่ 7 ต.ค. จนทำให้ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ “สารวัตรจ๊าบ” ประธานกลุ่มยามเฝ้าแผ่นดินบุรีรัมย์เสียชีวิตนั้นเกิดจากการที่กลุ่มพันธมิตรฯ มีความประสงค์ที่จะเอาระเบิดใส่รถจี๊ปมาระเบิดรัฐสภา แต่เกิดเหตุระเบิดขึ้นเสียก่อน และยังพยายามกล่าวเชื่อมโยงด้วยว่า พ.ต.ต.เมธีนั้นเป็นน้องเขยของนายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว. และผู้ออกมาเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ

จากนั้นผู้ดำเนินรายการคนนี้ยังกล่าวด้วยว่า ตนคิดว่า กลุ่มพันธมิตรฯ พยายามยึดรถประจำทางเพื่อขนระเบิดเข้าไปถล่มกองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) และบอกว่าการกระทำเช่นนี้ของพันธมิตรฯ เป็นมาตรฐานใหม่ของ “อนารยะมวลชน”

สำหรับคำพูดดังกล่าวของ ม.ล.ณัฏฐกรณ์นั้นถือว่าเป็นการบิดเบือนอย่างร้ายแรงอีกครั้งหนึ่ง เพราะ ช่วงค่ำของวันที่ 8 ต.ค. หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นแกนนำพันธมิตรฯ ได้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกระทำของพันธมิตรฯ เพราะพันธมิตรฯ ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นและประกาศยืนยันว่า ขสมก. สามารถมานำรถกลับไปได้ตลอดเวลา

ต่อมา บุตรชายของ ม.ร.ว.ปริดิยาธร เทวกุลกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดจาการเผชิญหน้าระหว่างอนารยะมวลชนกับรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง พร้อมทั้งกล่าวโจมตีด้วยว่า ทหารกำลังฉวยโอกาสด้วยการไม่ช่วยตำรวจในการปราบปรามพันธมิตรฯ

“ผมก็เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไปก็แล้วกัน” ม.ล.ณัฏฐกรณ์กล่าว พร้อมกับกล่าวหาด้วยว่า สาเหตุที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาระบุว่า พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกไม่ยืนข้างประชาชน จึงออกมาบอกว่า พล.อ.อนุพงศ์อยู่ฝ่ายทักษิณ เนื่องจาก ผบ.ทบ.ไม่ยอมทำการปฏิวัติรัฐประหาร โดยข้อมูลดังกล่าวเขาอ้างอิงมาจากหนังสือพิมพ์บางฉบับ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ซึ่งเป็นสื่อในระบอบทักษิณ ภายใต้เงินทุนของกลุ่มการเมืองของนายเนวิน ชิดชอบ

ช่วงท้ายรายการ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ระบุด้วยว่า วันนี้ตนหมดศรัทธากับระบบจริงๆ แต่ก็เชื่อว่าสงครามครั้งนี้จะยาว 5 ปี 10 ปี และตนก็จะสู้ต่อไป"
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm


Re: ต่อไปหากมีทหารยิงนปก.ตาย คุณคิดว่าคนตายจะได้รับดอกไม้ไหม?

Postby สุดสวย » Mon Oct 13, 2008 4:06 pm

"สื่อนอกหยันพันธมิตรเพื่อการรัฐประหารกินแห้ว


พันธมิตรเพื่อการรัฐประหาร-สำนักข่าวAPแพร่ภาพม็อบพันธมิตรโบกมือเชียร์และโห่ร้องให้กับทหารที่นั่งรถบรรทุกเข้าไปที่สนามเสือป่าเมื่อค่ำวันที่7ต.ค. โดยหวังว่าจะเกิดการรัฐประหารขึ้น แต่เอาเข้าจริงทหารแถลงว่าเป็นกองกำลังที่เข้ามารักษาความสงบช่วยฝ่ายตำรวจ :lol:

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา The Economist
10 ตุลาคม 2551

หมดหวังสื่อกระแสหลักของไทย หาความจริงประเทศไทยวันนี้จากสื่อนอก
ขณะที่สื่อกระแสหลักของไทยรายงานเกือบจะด้านเดียวว่าการชุมนุมขัดขวางการประชุมสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาของพันธมิตรเป็นไปอย่างสงบ แต่ถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างรุนแรง แต่สื่อต่างประเทศได้รายงานอย่างรอบด้าน โดยAPบอกว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธ โดยเห็นอย่างน้อยก็3คนที่พกปืน และ2ใน3คนนั้นยิงใส่ตำรวจบาดเจ็บไป3คน ส่วนAFPรายงานว่ากระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯเตือนไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงกับตำรวจ และให้ยุติการขัดขวางการทำงานของรัฐบาล และรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ล่าสุดThe Economist นำเสนอรายงานบทวิเคราะห์ในหัวข้อเรื่อง"Thailand Blood on the streets"โดยระบุว่า พันธมิตรจัดการชุมนุมขึ้น โดยจุดชนวนความรุนแรงเพื่อหวังให้นำไปสู่การทำรัฐประหารครั้งใหม่ หลังจากที่พวกเขาเคยทำสำเร็จมาหนหนึ่งในคราววันที่ 19 กันยายน 2549 แต่จนขณะนี้ยังไม่เกิดการรัฐประหารขึ้น

ทั้งนี้พลเอกอนุพงษ์ เหล่าจินดา ผู้นำกองทัพของไทยสร้างความผิดหวังให้พันธมิตรเมื่อย้ำว่ากองทัพจะไม่ทำรัฐประหาร แต่ได้ส่งกองกำลังออกมาช่วยฝ่ายตำรวจควบคุมเหตุการณ์แทน

รายงานบอกด้วยว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้พระราชเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ และแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายพันธมิตรรีบนำไปกระจายทันทีว่านี่เป็นหลักฐานว่าพวกเขาได้รับการสนับสนุนจากพระราชวงศ์ อย่างไรก็ตามเวลาต่อมาพระราชินีได้พระราชทานเงินช่วยเหลือฝ่ายตำรวจด้วย"
แก่โคดๆแต่ชอบดึงหน้าคบชู้และชอบบงการอยู่เบื้องหลัง....นี่แหล่ะ 'สุดสวย' !!
User avatar
สุดสวย
 
Posts: 13
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:35 pm

Next

Return to สภากาแฟ



cron