เปิดแผน 'นิรโทษกรรม'
ผมมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคงไม่มีใครเชื่อว่าอดีตนายกฯชื่อ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” จะตัดใจยอมละทิ้งการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในบ้านเราอย่างถาวร หลังจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้จำคุก อดีตนายกฯเป็นเวลา 2 ปี
คำตัดสินให้ลงโทษจำคุกพ.ต.ท.ทักษิณของศาลฎีกาฯจาก คดีการจัดซื้อที่ดินบริเวณถนนรัชดาภิเษก เป็นเพียงคดีแรก ยังมีอีกหลายคดีซึ่งกำลังจะทยอยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ที่เป็นเรื่องจริงและไม่จำเป็นต้องหาคำยืนยันจากใคร คืออดีตนายกฯท่านนี้ จะ ยังเข้ามามีอิทธิพลหรือชี้นำการเมืองบ้านเรา ตลอดไป หรือตราบจนจะบรรลุเป้าหมายที่ตนเองวางไว้
“เพื่อไทย” คือพรรคการเมืองใหม่ที่รอรับสมาชิกจากพรรคพลังประชาชน ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คนในพรรคการเมืองนี้รวมถึง “มือที่มองเห็น” ซึ่งปักหลักกดรีโมตอยู่ที่ลอนดอนได้เตรียมแนวทางต่ออายุรัฐบาลไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะให้กรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส. สัดส่วนลาออก หรือการให้สมาชิกพรรคพลังประชาชนทยอยสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว
แม้กระทั่งความเชื่อของคนในพรรคพลังประชาชนซึ่งคิดว่า “กรรมการบริหารพรรค” จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีด้วย จึงทำให้อดีตนายกฯทักษิณพยายามรวบรวมนักการเมืองมาอยู่ในพรรคเพื่อไทยให้มากที่สุด
ไม่เช่นนั้นอาจทำให้โอกาสในการกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหมดไปด้วย เพราะต้องพ่ายแพ้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม และยังจะก่อให้เกิด ผลกระทบตามมาอีกหลายประการ
ดังนั้นหนทางอะไรก็ตามที่จะช่วยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ต้องทำทุกวิถีทาง อย่าลืมว่าอดีตนายกฯทักษิณ ยังมีภารกิจสำคัญซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเสียงของ ส.ส.ในสภา มา ปลดพันธนาการ ซึ่งกำลังทำให้ตนเองมีปัญหาอยู่ในขณะนี้
จึงทำให้ผมไม่แปลกใจว่า แม้จะมีแรงกดดันหรือเสียงก่นด่ามากแค่ไหน แต่ “นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์”ดูจะไม่สะทกสะท้าน และยังเดินหน้าทำงานในตำแหน่งผู้นำรัฐบาลต่อไป เพราะภารกิจสำคัญคือ การกำกับการร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ซึ่งจะผ่าน กระบวนการของ ส.ส.ร.3 ให้เป็นไปตามแนวทางที่ตนเองต้องการ แม้ว่าจะมีคำยืนยันว่า นักการเมืองไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงหรือชี้ นำได้
แต่ผู้มีอำนาจหรือคิดจะหาประโยชน์จากกฎหมายแม่บทปกครองประเทศ ต้องพยายามหาช่องทางเพื่อทำให้ ตนเองได้ประโยชน์มากที่สุด จากการบังคับใช้ของ รธน. เพราะกฎหมายแม่บทในการปกครองประเทศฉบับปัจจุบันมีบทบัญญัติซึ่งเข้มงวดทั้งการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวการเมือง 5 ปี
และถ้าหากผมจะลองเดาใจ “มือที่มองเห็น” คงต้องการ ให้กติกาซึ่งจะใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะมีความผ่อนคลายไม่มีบทลงโทษที่รุนแรง แต่รับประกันได้ว่าเนื้อหาสำคัญซึ่งต้องบรรจุไว้ในรธน.ฉบับใหม่แน่นอนคือ ต้องยกเลิกบทลงโทษตัดสิทธินักการเมืองจากคดียุบพรรค ที่สำคัญมากคือการ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนักการเมือง ซึ่งเคยมีตำแหน่งในรัฐบาล และถูกคำพิพากษาของศาลตัดสินลงโทษจากการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส รวมทั้งยังมีคดีความที่กำลังต้องต่อสู้อยู่ในขณะนี้
ผมไม่รู้ว่าโจทย์ข้อนี้ ส.ส.ร.3 จะทำได้หรือไม่ แต่ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหญ่ รับรองเราไม่มีโอกาสเห็นคน ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางกลับมาบ้านเกิดแน่นอน.
"เขื่อนขันธ์"
http://www.dailynews.co.th/web/html/pop ... NewsType=2
