ทรราชสุดๆเลย สงสัยจะปิดประเทศแบบเกาหลีเหนือแร้ว
'กัดดาฟี'ส่งรถถัง-ฝูงบินบอมบ์ปชช. หลังผู้ประท้วงลุกฮือยึดหลายเมือง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2554 21:00 น.
เอเอฟพี / เอเจนซี - ประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟี ของลิเบีย สั่งการให้รถถัง, เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินรบออกบดขยี้กลุ่มผู้ประท้วงโค่นล้มระบอบวันนี้ (22) หนึ่งวันหลังจากที่เขาปรากฏตัวผ่านสื่อโทรทัศน์เพื่อบ่งบอกว่าเขายังคงอยู่ในอำนาจ ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติจากความทารุณของรัฐบาล ขณะที่รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ผู้ภักดีกัดดาฟีหลายคนได้ลาออกจากตำแหน่งหลังไม่พอใจพฤติการณ์ปราบปรามโหด นับเป็นการสั่นคลอนระบอบปกครองของกัดดาฟีที่หยั่งรากลึกมานานกว่า 4 ทศวรรษครั้งรุนแรงที่สุด ทางด้านสถานการณ์ในบาห์เรน ประมุขของประเทศได้พระราชทานอภัยโทษและรับสั่งให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองนิกายชีอะห์ เพื่อเอาใจกลุ่มฝ่ายค้านหวังให้ยอมนั่งลงเจรจากับรัฐบาล
โทรทัศน์อัลญะซีเราะห์รายงานวันนี้ (22) ว่า กัดดาฟีได้ส่งเครื่องบินรบหลายลำโฉบทิ้งบอมบ์พื้นที่บางส่วนของกรุงตริโปลี เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างหนักหน่วง อีกทั้งยังส่งทหารรับจ้างวิ่งไล่ยิงใส่พลเรือน ขณะที่ชาวบ้านใน 2 ตำบลในกรุงตริโปลี ระบุผ่านทางโทรศัพท์ว่า มีการ “สังหารหมู่” โดยเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งใช้อาวุธปืนยิงอย่างไม่เลือกหน้าในตำบลตอจูรา ส่วนอีกรายหนึ่งที่ตำบลฟาซะห์ลุม เล่าเหตุการณ์ว่า มีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินลงจอด จากนั้นพวกทหารรับจ้างชาวแอฟริกันก็เปิดฉากกราดยิงผู้ใดก็ตามบนท้องถนน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ที่เมืองอัลไบดา ชาวบ้านที่ชื่อมาราย อัล มะห์รี บอกกับรอยเตอร์ว่า มีประชาชน 26 คนซึ่งรวมพี่ชายของเขา อาห์เหม็ด ถูกยิงเสียชีวิตโดยฝีมือของสมุนกัดดาฟีในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา นอกจากนี้เขายังระบุด้วยว่า กลุ่มผู้ประท้วงถูกโจมตีโดยขบวนรถถังและฝูงเครื่องบินอีกด้วย
ด้านนักการทูตลิเบียประจำองค์การสหประชาชาติต่างออกมาประณามและเรียกร้องให้กัดดาฟีก้าวลงจากอำนาจ โดยรองเอกอัครราชทูต อิบรอฮิม ดับบาชี กล่าวว่า กัดดาฟีได้ประกาศสงครามกับประชาชนลิเบีย และกำลัง “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”
นอกจากนี้นักการทูตลิเบียในหลายประเทศก็ได้ทยอยกันประกาศลาออกเพื่อเป็นการประท้วงรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยคณะทูตานุทูตประจำประเทศจีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย และมาเลเซีย เป็นต้น
“เมื่อวานนี้ พวกเขาเริ่มใช้เครื่องบินทิ้งบอมบ์ใส่พลเรือนที่กำลังประท้วงอย่างสงบ นี่เป็นสิ่งที่รับไม่ได้” อาลี อัล-เอสซาวี นักการทูตลิเบียประจำกรุงนิวเดลี กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี
อย่างไรก็ตาม หลังข่าวการสังหารหมู่แพร่สะพัดออกมา สถานีโทรทัศน์ทางการ อัล-ญามะฮีริยะห์ ของลิเบียก็ได้ออกมาปฏิเสธโดยระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จ
“พวกเขาบอกว่ามีการสังหารหมู่เกิดขึ้นในหลายนคร เขตเทศบาลเมือง และประเทศเพื่อนบ้านของลิเบีย เราจำเป็นต้องออกมาสยบข่าวลือเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของสงครามจิตวิทยา” สื่อทางการระบุ
ทั้งนี้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการถูกกองกำลังรักษาความมั่นคงลิเบียสังหารอยู่ที่ระหว่าง 200 ถึง 400 ราย ส่วนสถานการณ์ความโกลาหลโดยภาคประชาชนซึ่งเวลานี้โหมกระพือในหลายเมือง ก็มีรายงานว่า ที่เมืองเบงกาซี เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ เวลานี้ได้อยู่ในการควบคุมของกลุ่มผู้ประท้วงแล้ว
ทางด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เตรียมนำประเด็นความไม่สงบในลิเบียเข้าสู่ที่ประชุมในเช้าวันอังคาร (22) ตามเวลาในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่องค์การสันนิบาตชาติอาหรับก็มีกำหนดการจะเปิดประชุมวิสามัญว่าด้วยวิกฤตการเมืองลิเบียในช่วงเย็นวันอังคาร (22) เวลา 17.00 น. (22.00 น. ตามเวลาเมืองไทย)
ก่อนหน้านี้กัดดาฟี ได้ออกมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนผ่านสื่อโทรทัศน์เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ (21) และแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เกิดการลุกฮือขึ้นเมื่อวันอังคาร (15) ที่แล้ว ซึ่งก็เป็นการสยบข่าวลือแพร่สะพัดที่ระบุว่า ผู้นำลิเบียได้บินหลบหนีไปยังประเทศเวเนซุเอลาแล้ว และเป็นการบ่งบอกเป็นนัยว่าเขายังอยู่ในอำนาจ
“ผมจะเข้าพูดคุยกับเหล่าเยาวชนผู้ประท้วงในจัตุรัสกรีน” กัดดาฟี กล่าวผ่านโทรทัศน์ทางการซึ่งระบุเป็นภาพสัญญาณสดที่ถ่ายทอดมาจากบริเวณนอกที่พำนักของเขา ในย่านดาวน์ทาวน์ กรุงตริโปลี
“นี่เป็นแค่การจะพิสูจน์ความจริงว่าผมยังอยู่ที่กรุงตริโปลี ไม่ได้อยู่ในเวเนซุเอลา และก็เพื่อปฏิเสธรายงานข่าวต่างๆ ของโทรทัศน์ก่อนหน้านี้” เขากล่าวขณะยืนกางร่มก่อนจะก้าวเข้าไปในรถยนต์ของเขา ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาโปรยปรายในช่วงหัวค่ำวันจันทร์ (21)
อย่างไรก็ตาม แม้กัดดาฟีจะออกมาปรากฏตัวเพื่อบอกว่าเขายังอยู่ในอำนาจ ทว่าก็ไม่อาจลบเลือนความจริงที่ว่าระบอบของเขากำลังสั่นคลอนลงเรื่อยๆ และสูญเสียอำนาจบังคับบัญชามากขึ้นทุกขณะ เมื่อบรรดาผู้ภักดีต่อกัดดาฟีหลายคนเริ่มทยอยลาออกจากตำแหน่ง โดยหนึ่งในนั้นก็คือ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม มุสตาฟา อับเดลจัลอิล ซึ่งมีรายงานว่าเขาลาออกจากตำแหน่งเพื่อคัดค้านการที่รัฐบาลส่งกำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ นอกจากนี้แหล่งข่าวกลาโหมของมอลตายังระบุด้วยว่า มีนายทหารนักบินลิเบียชั้นยศนาวาอากาศเอก 2 นาย ได้ขับเครื่องบินขับไล่รุ่นมิราจ เอฟ1 หลบหนีมายังมอลตา หลังจากพวกเขาถูกสั่งให้โจมตีใส่ผู้ประท้วงในเมืองเบงกาซี
สำหรับสถานการณ์การเมืองในบาห์เรน รัฐบาลมีท่าทีที่ผ่อนปรนลงอีก เมื่อกษัตริย์ฮาหมัด บิน อิสซา อัล-คอลิฟะห์ ได้พระราชทานอภัยโทษแด่นักโทษการเมืองนิกายชีอะห์หลายคน และทรงรับสั่งให้ปล่อยตัวพวกเขาเป็นอิสระในวันจันทร์ (21) หมายจะสร้างบรรยากาศรอมชอมเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มฝ่ายค้านยอมเจรจาหารือกับรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ที่จัตุรัสเพิร์ล ในกรุงมานามา ผู้ประท้วงจำนวนหลายพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกชีอะห์ยังคงปักหลักเรียกร้องให้ยุติระบอบการปกครองของราชวงศ์คอลิฟะห์ที่เป็นสุหนี่ ซึ่งครองอำนาจบริหารประเทศมายาวนานหลายศตวรรษ แม้ว่าขณะเดียวกันจะมีผู้สนับสนุนรัฐบาลจำนวนหลายพันคนออกมาชุมนุมให้กำลังใจราชวงศ์ ณ บริเวณมัสยิดฟาเตะห์ ในเมืองหลวง โดยที่มีการโบกธงชาติผืนขาว-แดงพลิ้วไสว และร้องตะโกนว่า “อาบู ซัลมาน จงเจริญ” ซึ่งเป็นพระนามของมกุฏราชกุมารในกษัตริย์ฮาหมัด บิน อิสซา อัล-คอลิฟะห์
http://www.manager.co.th/Around/ViewNew ... 0000023665สงสัยจะอยู่ไม่นานแล้วละทรราชสุดเอารถถังเครื่องบินรบไปยิงประชาชน
ปล ผมว่าฮอสมี มูบารัคยังน่าสงสารและมีเมตตาประชาชนกว่าตั้งเยอะ