http://www.bangkok-today.com/node/5593วีระบุรุษราชประสงค์??!!! พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ

ผมอยากถามว่า....เมื่อมันสูญเสียไปแล้ว ผู้ที่เขาเกิดการสูญเสียเขาจะรู้สึกอย่างไร???...ถ้าเรามีหน้าที่รับผิดชอบ เราป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น มันจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด?!!!...ครับ...เป็นคำถามลึก ๆ แต่กินใจที่หลุดจากปาก “พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ” รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้บังคับกองร้อย
และ”พ.ต.ท.สุรกาญจญ์ นาคสิงห์” รองผกก.จร.สน.ยานนาวา ทำหน้าที่รองผบ.ร้อย ทั้งนี้เพื่อควบคุม”ตำรวจชุดปฏิบัติการณ์” 1 กองร้อยจำนวน 150 นาย ที่ส่งมาจากหลายหน่วยจากภูธรภาคต่าง ๆ เข้ามาช่วยงานตำรวจนครบาล เพื่อควบคุมฝูงชน และดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่การชุมนุมของ
กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง ซึ่งระหว่างวันที่15 – 17 พ.ค.ได้เกิดเหตุการณ์ขมึงตึงเครียดอย่างยิ่งของคนสองสามกลุ่ม และระหว่างคนเสื้อแดงบางกลุ่ม กับประชาชนคนหลากสี หวิดจะเกิดการปะทะกันไม่ว่าจะเป็นที่จุดแยกสามย่าน และบนสะพานสะพานไทย-เบลเยี่ยม และอีกหลายจุดบนถนนพระรามแยกสีลม
โดยเฉพาะจุดแยกสามย่านที่ผู้ชุมหนุ่มอีกกลุ่มหนึ่งเคลื่อนขบวนเผชิญหน้า กับกลุ่มคนเสื้อแดงจนเกือบเกิดเหตุร้ายจากการปะทะ แต่ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ใช้หลัก”ปฏิบัติการจิตวิทยา”...เหตุร้ายที่ ประชาชนในพื้นที่หวั่นวิตกก็กลับสลายกลายเป็นความสงบ เมื่อไม่มีการปะทะเกิดขึ้น และเมื่อต่างฝ่ายต่างสลาย และเคลื่อนตัว
ออกจากพื้นที่เผชิญหน้า การบาดเจ็บล้มตายจึงไม่เกิดขึ้น!!!!.... ส่วนเหตุร้ายในขั้นที่เรียกว่า”วิกฤติชีวิต”จะเป็นตายยังไม่มีใครให้คำตอบ ตัวเองได้ว่า...เราจะมีชีวิตอยู่รอด หรือว่าจะตายไปกับกองเพลิง ก็เหตุการณ์ร้ายที่กลุ่มนปช.บางกลุ่มบุกห้างสรรพสินค้าพารากอนสยามแสควร์ ???? โดยจุดนี้กองกำลังตำรวจ
ชุดปฏิบัติการกองร้อยในควบคุมของ “พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ” ก็สามารถเข้าสกัดกั้นการก่อการร้ายโดยการวางเพลิงจึงไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างสงบเรียบร้อย แต่เหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดก็คือวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เพราะในขณะที่”ศูนย์อำนวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)” ส่งกำลังทหารเข้ากระชับพื้นที่
บริเวณโดยรอบ และพื้นที่ชุมนุมราชประสงค์นั้น กลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งได้ปฏิบัตการร้าย ใช้อาวุธสารพัดที่มี บุกเข้าทุบทำลายทำลายสิ่งกีดกั้น และทรัพย์สินของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิร์ลด์ราชประสงค์ ที่บริเวณโซนอี เพื่อทำการลักทรัพย์ และวางเพลิง ???!!...ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่กองร้อยชุดปฏิบัติการของ
”พ.ต.อ.ฤชากร” ก็ได้ส่งกำลังเข้าพื้นที่ พบคนร้ายบุกเข้าไปภายใน โดยเจ้าหน้าที่ของห้างได้พยายามทำการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพย์สินของห้าง ส่วนหนึ่งก็ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ซึ่งก็มีรู้ว่าเป็นระเบิดอะไร แต่ดูจากบาดแผลร่องรอยไม่ใช่ระเบิดสังหาร โดยภายในบริเวณห้างพบพนักงานจำนวนนับร้อยคน
แต่ไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มคนร้ายได้ และในเวลาเดียวกันก็พบผู้คนจำนวนมากทั้งคนดีคนร้าย และพบพวกที่ลักทรัพย์สินจากในห้าง โดยมีของกลางอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นแก้วแหวนเงินทอง และสารพัดของมีค่า ก็เป็นเวลาเดียวกันที่ “พ.ต.ท.สุรกาญจญ์ นาคสิงห์” รองผกก.จร.สน.ยานนาวา ซึ่งทำหน้าที่รองผบ.ร้อยชุดดังกล่าวได้แบ่งกำลังไปคุ้มกันพนัก และกำลังอีกส่วนหนึ่งบุกเข้าชาร์ทกลุ่มคนร้ายที่บุกเข้าไปภายในห้างเพื่อให้ ถอยร่น ส่วนที่ไล่ก็ไล่ โดยตำรวจเลือกที่จะผลักดันออกไป ในเวลาเดียวกันนี้ปรากฏว่ามีพนักงาน “เซ็นทรัลราชประสงค์”ติดอยู่ภายในบางส่วนติดอยู่ชั้นบนประมาณสาม-สี่สิบ ชีวิต
ก็ต้องส่งกำลังขึ้นไปช่วยนำลงมาอย่างปลอดภัย...
ในที่สุดก็ช่วยพนักงาน เซ็นทรัลออกมาได้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 471 คน
จับผู้ต้องหาได้ 9 คน โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ...ไม่มีปะทะล้มตาย...นอกจากยิงปืนขู่ยิงป้องกัน เพื่อให้บุกเข้ามาทำลายทรัพย์สินภายในห้าง ...นี่คือเหตุวิกฤติ
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เบื้องต้นทั้งหมดคือภารกิจของตำรวจกองร้อยชุดที่มี “พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ”รองผบ.ก.น.6 เป็น“ผู้บังคับกองร้อย”....จากปฏิบัติการห้าวหาญดังกล่าว ย่อมบันทึกประวัติศาสตร์ได้ว่า...นี่คือวีรกรรมของ ”วีระบุรุษราชประสงค์” ก็คงจะไม่เกินเลยจากความเป็นจริง??!.