บก.ลายจุด wrote:ประเด็นผมอยู่ตรงที่ ความรับผิดชอบร่วม ทางกฎหมาย
หากกรรมการบริหารพรรคคนอื่นไม่ผิด จะไปตัดสิทธิ์เขาได้อย่างไร
และยิ่งเป็นประชาชน ที่เป็นสมาชิกพรรค ไปยุบพรรคที่เขาเป็นสมาชิกได้อย่างไร
เอาหลักการนี้ก่อน
ส่วนโทษทางแพ่งและอาญา สำหรับคนที่ผิด มันมีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเพิ่ม
สำหรับผมมีทั้งเห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วยในแง่การที่กรรมการบริหารพรรคที่ไปกระทำความผิดรู้เห็นในการซื้อเสียง
กรรมการบริหารพรรคท่านอื่นต้องร่วมรับผิดด้วย
ไม่เห็นด้วยในแง่การยุบพรรค
คือเมื่อกรรมการบริหารถูกตัดสิทธิทางการเมือง
ควรถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการบริหารโดยทันที
พรรคการเมืองดำรงอยู่ได้ แต่ต้องมีกรรมการใหม่
เพราะพรรคการเมืองก็เหมือนสถาบันหนึ่ง
มีผู้คนผลัดเปลี่ยนกันมาบริหารได้
จึงไม่สมควรถูกล้มล้างไปเช่นนี้
เพราะสมาิชิกท่านอื่นๆ ที่มีอยู่สามารถทำกิจกรรมการเมืองต่อไปได้
เช่นการมีกรรมการบริหารใหม่
อาจยกเว้นในกรณีตั้งพรรคการเมืองแต่ไม่ทำกิจกรรมใดๆ ก็สามารถยุบได้โดยกฎหมาย
ส่วนเรีืองการกระทำของกรรมการบริหารพรรคที่ไปกระทำความผิดรู้เห็นในการซื้อเสียง
กรรมการบริหารพรรคท่านอื่นต้องร่วมรับผิดด้วยนั้น
เป็นการรับผิดชอบร่วมเฉกเช่นนิติบุคคล
เพราะคุณบริหารองค์กร สถาบันการเมือง
คุณต้องบริหารและจัดการมิให้คนในองค์กรผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะกรรมการบริหาร ต้องตรวจสอบซึ่งกันและกัน
เพราะกฎหมายมีบัญญัติไว้ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้
ยกตัวอย่างเหมือนกรรมการ หรือ พนักงานโกงบริษัทฯ จนบริษัทล้มละลาย เป็นหนี้เป็นสิน
เจ้าของ ผู้ถือหุ้น ก็ต้องรับผิดชอบต่อหนี้ก้อนนั้นร่วมกัน
พรรคการเมือง มีประชาชนเป็นเจ้าของ ก็เช่นกัน
ก็ต้องร่วมรับผิดชอบเช่นกัน เพราะคุณเลือกผู้บริหารที่ไม่ดีมาบริหารองค์กร สถาบัน
แต่ในความเห็นผม ความรับผิดเช่นนี้ไม่ควรไปลงที่ประชาชนโดยการยุบพรรค
แต่แค่การลงโทษกรรมการบริหารทั้งหมดก็เพียงพอแล้ว
