วันนี้(25 ต.ค.51)ที่สวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ร่วมกับคณะสงฆ์ ประกอบพิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์เพื่อนำเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวง ซึ่งเป็นประติมากรรมทรงกลม นูนต่ำ ภายในเป็นพระบรมสาทิศลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขึ้นประดิษฐาน ณ พระแท่นแก้ว ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ พร้อมทั้งนำเหรียญสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 80 พรรษา ที่ประดิษฐานอยู่เดิมลงมา
การดำเนินการดังกล่าวต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ในการเคลื่อนย้าย ปรากฏมีกลุ่มรักเชียงใหม่51 นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ได้นำสมาชิกประมาณ 300 คน สวมใส่เสื้อแดง มาร่วมพิธีด้วย สืบเนื่องจากเมื่อคืนก่อนหน้า พล.ต.อ.สล้าง เดินทางไปปราศรัยยังเวทีของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และประกาศเชิญชวนให้มาร่วมกันมาก ๆ เพราะว่า การอัญเชิญเหรียญครั้งนี้เกิดจากการกลั่นแกล้งของ คมช. รวมถึงมีการแจกใบปลิวมีหน้าของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ นายสมธิ ลิ้มทองกุล ระบุว่า ผู้ให้กำเนิดคมช. เป็นผู้สั่งรื้อ
พล.ต.อ.สล้าง กล่าวว่า การนำเหรียญสมเด็จพระบิดฝนหลวง ขึ้นไปประดิษฐาน ณ พระแท่นแก้วนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวเชียงใหม่และประชาชนชาวไทย รวมทั้งเป็นการนำกลับไปประดิษฐานไว้ในที่ที่เหมาะสม เนื่องจากก่อนหน้านี้เหรียญดังกล่าวต้องถูกนำออกไปในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการที่คนบางคนไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เท่านั้น และยังมีการนำไปเก็บไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสมด้วย ซึ่งตนเองในฐานะที่เป็นเจ้าของเหรียญดังกล่าวนี้ด้วย จึงยอมไม่ได้และต้องนำกลับมาไว้ในที่เหมาะสมและสมพระเกียรติ
พล.ต.อ.สล้าง ยืนยันว่า การก่อสร้างเหรียญดังกล่าวนี้ได้รับพระบรมราชานุญาตอย่างถูกต้องทุกประการ ส่วนการนำขึ้นประดิษฐาน ณ พระแท่นแก้วต้องของพระบรมราชานุญาตด้วยหรือไม่นั้น อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ แล้วเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร รวมทั้ง คมช. ที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับตนเอง
การดำเนินการของ พล.ต.อ.สล้าง และ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ทำให้ สำนักบริหารโครงการสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ กรมวิชาการเกษตรที่ดูแลพื้นที่อยู่ไม่สบายใจ เนื่องจากเป็นผลผูกพันมาตั้งแต่การจัดงานพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ เมื่อปี 2550 โดยในครั้งนั้นสำนักราชเลขาธิการ ได้มีหนังสือทักท้วงเรื่องความเหมาะสมในการติดตั้งเหรียญดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ผ่านขั้นตอนการขอพระบรมราชานุญาต ประกอบเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เสด็จทอดพระเนตรและมีดำริว่าไม่งาม จึงนำไปเก็บไว้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2550
มีรายงานว่า นายไมตรี เยาวรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ ได้เจรจากับ พล.ต.อ.สล้าง เพื่อขอให้ลงบันทึกข้อความว่าจะขอรับผิดชอบความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทุกประการ เพราะทรงกรมวิชาการเกษตรไม่เห็นด้วยกับการอัญเชิญประดิษฐานโดยไม่ผ่านขั้นตอนให้ถูกต้อง
นาย ไมตรี ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ทางสำนักบริหารโครงการฯ ไม่ได้อนุญาตให้พล.ต.อ.สล้าง พร้อมคณะดำเนินการในครั้งนี้แต่อย่างใด และได้มีการไปลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่แล้วตั้งแต่วานนี้(24 ต.ค.51) ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้พยายามพูดคุยกับพลตำรวจเอกสล้าง แล้วว่าทางกรมวิชาการเกษตร ได้เสนอให้เลื่อนเวลาการนำเหรียญขึ้นประดิษฐานออกไปก่อนเพื่อรอขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน แต่พล.ต.อ.สล้าง ไม่ยอม และหลังจากที่พล.ต.อ.สล้าง ได้ติดตั้งเหรียญแล้วเสร็จ นายไมตรี ได้เดินทางไปแจ้งบันทึกประจำวันที่ สภ.อ.เมืองเชียงใหม่เป็นหลักฐานอีกครั้งว่าตนไม่สามารถทัดทานมวลชนคนเสื้อแดงประมาณ 300 คนที่เข้าไปดำเนินการภายในพื้นที่ได้
แหล่งข่าวในกรมวิชาการเกษตร ที่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่งานพืชสวนโลกปี 2550 กล่าวว่าเหรียญดังกล่าว แม้พล.ต.อ.สล้าง กับมูลนิธิเทิดพระเกียรติ เป็นผู้ออกแบบและเคยสร้างเหรียญกษาปณ์มา แต่ทว่า การสร้างเหรียญใหญ่และฐานที่ตั้งทั้งหมด เป็นงบประมาณแผ่นดินจำนวน 4.6 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าสร้างเหรีญญเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตรจำนวน 7 แสนบาท หาใช่เป็นเงินทุนส่วนตัวของ พล.ต.อ.สล้าง หรือ เอกชนรายใด
ปัญหาเกิดจากมีการรัฐประหาร ทำให้ขั้นตอนการขอพระบรมราชานุญาตเกิดสับสนในระหว่างรัฐบาลใหม่ จึงนำมาสู่การทักท้วง และเห็นว่า ไม่งามจึงต้องนำไปเก็บรักษาไว้ และนำตราสัญลักษณ์ฉลอง 80 ปีมาแทน
สำหรับในรอบนี้ ทางกรมวิชาการเกษตรเตรียมที่จะยื่นขอพระบรมราชานุญาตเพื่อนำเหรียญกลับมาประดิษฐานที่เดิมอยู่แล้วในการเปิดงานพืชสวนโลกครั้งใหม่ปลายปีนี้ แต่อยู่ระหว่างการทำหนังสือขอพระบรมราชานุญาต แต่ พล.ต.อ.สล้าง ไม่ฟัง อ้างว่าตนเป็นเจ้าของเหรียญเพื่อจะดำเนินการอัญเชิญกลับไปติดตั้งด้วยตนเองดังกล่าว
อนึ่ง พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ได้ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค. และได้พูดถึงเรื่องนี้ตอนหนึ่งว่า
“เหรียญนี้ เป็นเหรียญที่สวยที่สุดในโลก ผมเป็นคนใช้เงินของผมในการสร้าง และมอบต้นแบบ ค่าแกะ ค่าปั้น และค่าขยายส่วน ให้คุณหญิงสุดารัตน์ บังเอิญเป็นการสร้างในสมัยรัฐบาลทักษิณ คมช. ไม่รู้ นึกว่าทักษิณสร้าง เหรียญสวยมากอย่างนี้เอาไว้ไม่ได้ เพราะมันเหนือกู เลยเอาไปหมกไว้ในพงหญ้า พรุ่งนี้เราต้องเอาคืนสู่ที่เดิม”
นอกจากนั้น พล.ต.อ.สล้างยังปราศรัยด้วยว่า การเอาคืนสู่ที่เดิมนี้ ได้รับการต่อต้าน ไม่ให้ข้าราชการมา และสื่อมวลชนลงสกัดว่าตนจะบุกทำเนียบวันที่ 25 ต.ค. เป็นการกลั่นแกล้ง ซึ่งหากหากคนเชียงใหม่ไปกันน้อยก็จะอายเอา ดังนั้นจึงต้องระดมกันไป ทำให้เหมือนหัวพระสิงห์แตก (ไม่กี่วันมานี้ได้ เกิดกรณีนั่งร้านบูรณะวิหารวัดเจดีย์หลวงล้มลงมาทับหัวพระสิงห์โบราณหน้าวัด จนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก) ประกาศให้คนไปอย่างมืดฟ้ามัวดิน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"สล้าง"พลิกลิ้น!!อัดสื่อกุข่าวทำแตกแยก ปัดพูดบุกยึดทำเนียบ
กลุ่มมวลชนเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ กว่า 200 คน ทยอยเข้าร่วมพิธีทำบุญและอัญเชิญเหรียญพระบิดาแห่งฝนหลวง ประดิษฐาน ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมี พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธาน โดยกล่าวว่า จะประกอบพิธีในช่วงบ่าย ส่วนช่วงเช้าที่ผ่านมาเป็นการอ่านโองการสวรรค์
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เหรียญพระบิดาแห่งฝนหลวง ตนเองเป็นคนออกเงินสร้างและมอบให้กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยนั้น แต่เหรียญดังกล่าวได้หายไปในช่วงเปลี่ยนรัฐบาลและนำไปเก็บไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม จึงได้นำกลับมาประดิษฐานไว้ที่เดิมอีกครั้ง
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สล้าง ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่าจะไปบุกยึดทำเนียบรัฐบาล พร้อมตำหนิผู้สื่อข่าวว่าเป็นผู้เขียนข่าวเอง ทำให้เกิดความแตกแยก
---------------------------------------------------------------------
มันบ้าไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย
สรุปแล้ว ป๊อดนี่หว่า ไปด่านักข่าวอีกต่างหาก






