Cryfreedom wrote:ท่าน Num_Lock ผมมีคำถามครับ ที่คุณจี แกยกกฏกระทรงมาให้ดูเนี่ย
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๑๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /030/1.PDF
...
ข้อ ๒ การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีอื่น ให้กระทำโดยวิธีร้องขอ
และบุคคลที่จะร้องขอต้องมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์
ข้อ ๓ การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอตามข้อ ๒ ให้กระทำได้ดังนี้
(๑) การร้องขอเข้าเป็นทหารกองประจำการในวันตรวจเลือก ให้ผู้ซึ่งถูกเรียกร้องขอต่อ
คณะกรรมการตรวจเลือกก่อนการกำหนดตัวบุคคลเข้ากองประจำการ เมื่อคณะกรรมการ
ตรวจเลือกพิจารณารับผู้ใด ผู้นั้นมีสิทธิเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการเป็นทหารบก
ทหารเรือ ทหารอากาศ หรือตำรวจ แล้วแต่กรณี
(๒) การร้องขอเข้าเป็นทหารกองประจำการ ก่อนวันตรวจเลือก ให้ผู้ซึ่งถูกเรียก ร้องขอต่อ
เจ้าหน้าที่กรมกองที่ผู้นั้นประสงค์จะเข้าเป็นทหารกองประจำการเมื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
พิจารณารับผู้ใด ให้นำผู้นั้นขึ้นทะเบียนกองประจำการในปีที่ถูกเรียกให้เสร็จก่อนวันตรวจเลือก
ถ้าผมร้องขอไปเป็นทหารเลยตาม ข้อ3 (2) แบบนี้ก็เท่ากับผมหนีทหารซิครับ เพราะผมไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหารมาใช่มั๊ยครบ แบบว่า งงๆ สบัสนๆ
ยินดีครับ ที่ให้สอบถามการกรณีคำถามของคุณถามผม ตอบได้เลยครับไม่ต้องเกณฑ์ แต่คุณสมัครเป็นทหารกองประจำการ คือ ไม่ต้องจับใบแดงใบดำ เป็นทหารเกณฑ์เลยครับ
พรบ.ที่อ้างกันภาษาชาวเรียกว่าทหารเกณฑ์ ความหมายก็ตรงตัวครับ คือเกณฑ์ผู้ชายมาเป็นทหารโดยการสมัครหรือจับฉลาก
สำหรับคุณ jerasak ที่กล่าวในกระทู้ว่า "เรื่องหนีเกณฑ์นั้นอ่านกฎหมายห้ดี ๆ ครับ
มาตรา 27 ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการ ตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามกำหนดหมายนั้น โดยนำใบสำคัญทหาร กองเกิน บัตรประจำตัวประชาชนและประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการ ศึกษามาแสดงด้วย ถ้าไม่มาหรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่อยู่ จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ ให้ถือว่าทหารกองเกินนั้นหลีกเลี่ยง ขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก เว้นแต่
(1) ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบัน ทันด่วนให้ไปราชการอันสำคัญยิ่ง หรือไปราชการต่างประเทศโดยคำสั่ง ของเจ้ากระทรวง
(2) นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง
(3) ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการ หรือโรงงาน อื่นใด ในระหว่างที่มีการรบหรือการสงคราม อันเป็นอุปกรณ์ในการรบ หรือการสงครามและอยู่ในความควบคุมของกระทรวงกลาโหม
(4) บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยทหารในราชการสนาม
(5) เกิดเหตุสุดวิสัย
(6) ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น
(7) ป่วยไม่สามารถจะมาได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและ เชื่อถือได้มาแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก
กรณีตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ต้องได้รับการผ่อนผัน เฉพาะคราวจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย
ถ้าดูตามมาตรานี้เหมือนอภิสิทธิ์จะผิดเนื่องจากไม่เข้าข้อยกเว้นสักข้อ ยกเว้นข้อสองที่ใช้ได้ตั้งแต่เวลาเกณฑ์ครั้งแรกจนถึงกลับมาประเทศไทยซึ่งก็เป็นเวลาหลังการตรวจคัดเลือกแล้ว แต่ถ้าดูอีกมาตราหนึ่ง คือ
มาตรา 33 ทหารกองเกินที่หลีกเลี่ยงขัดขืนตามมาตรา 27 ถ้าไม่ขัดต่อการเป็นทหารกองประจำการ ก็ให้ส่งผู้นั้นเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ในปีนั้นหรือปีถัดไปโดยไม่ให้จับสลาก
ในเมื่ออภิสิทธิ์สมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการก็จบข่าว และถ้าดูบทลงโทษแล้วก็ดันไม่เข้าข่ายอีก
มาตรา 45 บุคคลใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการ ตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการตาม หมายเรียกของนายอำเภอ หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่อยู่ จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ หรือหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ บุคคลใดเข้ารับราชการทหารกองประจำการแทนผู้อื่น หรือเรียก รับหรือ ยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยสัญญาว่า จะช่วยเหลือผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี อภิสิทธิืก็ไม่เข้าข่ายนี้อีกเนื่องจากไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ"
----------------------------------------------------------------------------------------------
แสดงว่าคุณอ่านกฎหมายไม่เป็นและไม่สามารถปรับเข้ากับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้เลยครับ กล่าวคือ เรื่องนี้เป็น พรบ.รับราชการทหาร 2497 ว่าด้วยการเกณฑ์ทหารซึ่งหน้าที่ของชายไทยทุกคน แต่นายกฯอภิสิทธิ์ไม่ได้สมัครเข้าเป็นทหารกองประการครับ ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ฯ สมัครเข้ารับราชการทหารประเภทชั้นสัญญาบัตร ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับบทกฎหมายนี้เลย.......
และสำหรับความเห็นของที่ให้ลงโทษนั้นไม่ได้กล่าวถึงนายกฯอภิสิทธิ์นั้น เรื่องนี้ต้องถามกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขณะนั้น ไม่มีตอบแทนได้หรอกครับ แต่ข้อเท็จจริงที่ได้และหากมีการฟ้องร้องเรื่องขึ้นสู่ศาลแล้ว ศาลรับฟังความเห็นของกรรมการสอบข้อเท็จจริงครับว่า " 3.1 กรณีการบรรจุนายอภิสิทธิ์ เป็น อจ.ส่วนการศึกษา รร.จปร.
3.3.1 รร.จปร.ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของระเบียบ กห.ว่าด้วยการบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ.2429 แต่ขัดต่ออนุมัติ ผบ.ทบ.เรื่องหลักเกณฑ์การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเมื่อ 31 พ.ค. 2522 โดยทำหลักฐานเพื่อบรรจุนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะขัดต่อหลักเกณฑ์ของ ทบ.ที่สามารถบรรจุเข้ารับราชการได้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ไม่ผ่านการตรวจเลือกฯ และไม่มีหลักฐานทางทหารนำมาส่งมอบประกอบเอกสารการบรรจุเพราะเป็นคนขาดการตรวจเลือกฯ เมื่อ 7 เม.ย. 2530 หากจะดำเนินการบรรจุเข้ารับราชการต้องภายหลังนายอภิสิทธิ์ ถูกส่งตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2487 ตามมาตรา 27 และ 45 พร้อมกับส่งตัวเข้ากองประจำการจนครบกำหนดก่อน
แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่กำลังพล รร.จปร.เพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามอนุมัติ ผบ.ทบ.ดังกล่าวข้างต้น แม้ว่า สบ.ทบ.จะได้ทักท้วงแล้วถือได้ว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่กำลังพลในขณะนั้นคือ พ.อ.สมศักดิ์ พุ่มนิคม รอง ลก.บก.ทหารสูงสุด(รองเลขานุการกองบัญชาการทหารสูงสุด) ขณะเป็น ทก.กกพ.รร.จปร., (กองกำลังพล รร.จปร.)ส่วน พล.อ.เผด็จ วัฒนะภูติ ขณะเป็น รอง ผบ.รร.จปร.ซึ่งรับผิดชอบงานด้านกำลังพล และ พล.อ.นิยม ศันสมาคม ขณะเป็น ผบ.รร.จปร.บุคคลทั้งสองปัจจุบันเกษียณอายุราชการ ซึ่งจะต้องควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานของ รร.จปร.ทั้งหมด
3.1.2 สบ.ทบ.มีหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานขออนุมัติบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและเอกสารประกอบของนายอภิสิทธิ์ที่ รร.จปร.ส่งเรื่องมาโดยต้องยึดถือหลักเกณฑ์การพิจารณาตรวจสอบเช่นเดียวกับ รร.จปร. และการที่ สบ.ทบ.มีหนังสือทักท้วง รร.จปร.ขอให้แก้ไขและส่งเอกสารเพิ่มเติมโดยเฉพาะหลักฐานการผ่อนผันการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ ซึ่ง รร.จปร.ก็จะต้องส่งหลักฐานตามที่ สบ.ทบ.ได้ทักท้วง
เมื่อ สบ.ทบ.ได้รับเอกสารแล้วต้องตรวจพบว่า ขาดหลักฐานการผ่อนผันการเกณฑ์ทหารซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ สบ.ทบ.ก็จะต้องทักท้วงทำให้ไม่สามารถบรรจุนายอภิสิทธิ์ได้แต่เมื่อ กห.มีคำสั่งแต่งตั้งให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายทหารสัญญาบัตร แสดงให้เห็นว่า สบ.ทบ.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบกพร่องต่อหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารการบรรจุในครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ พ.อ.คง หงษ์ทอง ขณะเป็น หน.แผนกบรรจุฯ กคว.สบ.ทบ., พ.อ.ประหยัด คล้ายทอง หก.กคว.สบ.ทบ.,พล.ท.มานิต ทรัพย์สกุล ขณะเป็น รอง จก.สบ.ทบ. และ พล.อ.วีระ เสวิกุล ขณะเป็น จก.สบ.ทบ. บุคคลเหล่านี้ปัจจุบันเกษียณอายุราชการ"
หวังว่าคงเข้าใจนะครับ นายกฯอภิสิทธิ์ ผิด พรบ.ของทหารเกณฑ์ และท่านนายอภิสิทธิ์ได้สมัครเข้ารับราชการทหารประเภทชั้นสัญญาบัตรโดยตนเองยังไม่ผ่านการตรวจเลือกหรือผ่อนพันการเกณฑ์ทหาร
ปล. ย้ำครับว่า ถ้อยคำที่ใช้ว่า นายกฯอภิสิทธิ์ก็สมัครเป็นทหารแล้วจึงไม่มีความผิดฐานหนีทหารเกณฑ์นั้นเป็นความเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิงโดยถ้อยครับ ทหารเกณฑ์ กับ นายทหารชั้นสัญญาบัตร นั้นกฎหมายคนละฉบับครับ จะเป็นสัญญาบัตรได้เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (ที่เด็ก ม.4 ม.5 สองกันครับ ) หากจะเข้าทางอื่นต้องเรียนผ่านทหารเกณฑ์มาก่อนครับ (ทางอ้อม) คือบุคคลภายนอกสอบปัจจุบันเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร
พรบ.ที่คุณให้ผมคือ พรบ. ของทหารเกณฑ์ครับ และ กฎหมายเกี่ยวกับนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่นายกฯอภิสิทธิ์เข้ารับสมัครนั้น (เป็นทางอ้อม) กำหนดคุณสมบัติชัดเจนครับว่าต้องการเอกสารดังกล่าว (โปรดอ่านกระทู้แรกของ บก.ลายจุด นะครับ)
ผมอ่านกฎหมายเป็นครับ คุณต้องลองกลับศึกษาเรื่องนี้ใหม่อีกรอบแล้วครับ อ่านการพิจารณาของกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ให้ดี (เอกสารที่เอามาแฉกัน) นะครับ ย้ำอีกครั้ง กฎหมายคนละฉบับกัน นายกฯอภิสิทธิ์ฯ กลับมาจากต่างประเทศไม่ได้สมัครเป็น ทหารเกณฑ์ จะท่านสมัครเป็นทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งต้องการเอกสารที่ผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน (อ่านในของคณะกรรมการ ที่ผมเอามาโพสซ้ำนะครับ)