”
แต่นายกฯอภิสิทธิ์ไม่ได้สมัครเข้าเป็นทหารกองประการครับ ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ฯ สมัครเข้ารับราชการทหารประเภทชั้นสัญญาบัตร ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับบทกฎหมายนี้เลย”
ทหารชั้นสัญญาบัตรก็เป็นทหารกองประจำการน่ะครับ ซึ่งคุณอภิสิทธิ์ก็ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วมีอายุราขการตามที่ท่าน Solidusได้ชี้แจงไปแล้ว
ตอนที่ ๔
ทหารกองประจำการ
ข้อ ๑ ลักษณะของทหารกองประจำการ ตาม ม.๔(๓) บัญญัติว่า “ ทหารกองประจำการ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ และได้รับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด ฉะนั้น ทหารกองประจำการจะต้องประกอบด้วยลักษณะ ๒ ประการ คือ
๑.๑ เป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้ว
๑.๒ เป็นผู้ที่รับราชการอยู่ในกองประจำการ ยังไม่ได้ปลด
ทหารกองประจำการจะต้องมีลักษณะครบตามหลักเกณฑ์ทั้ง ๒ ประการ ดังกล่าว ข้างต้น เช่นถ้าเข้ารับราชการทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ (แบบ สด.๓) ก็ยังไม่ถือว่าเป็นทหารกองประจำการ หรือ ถ้าเป็นทหารกองประจำการได้รับราชการจนครบกำหนดปลดแล้วแต่ทางราชการยังไม่ดำเนินการนำปลด หรือทางราชการได้เลื่อนกำหนดปลดออกไปก็คงถือว่ายังเป็นทหารกองประจำการอยู่ จะเรียกเข้ารับการเรียกพลในฐานะทหารกองหนุนไม่ได้
ข้อ ๒ การส่งคนเข้ากองประจำการ
๒.๑ ทหารกองเกินที่หลีกเลี่ยงขัดขืนตาม ม.๒๗ ถ้าไม่ขัดต่อการเป็นทหารกองประจำการ ก็ให้ส่งผู้นั้นเข้ารับราชการทหารกองประจำการในปีนั้นหรือปีถัดไปโดยไม่ให้จับสลาก
๒.๒ ทหารกองเกินที่ถูกเข้ากองประจำการผู้ใดจะต้องเริ่มเข้ารับราชการทหารกองประจำการเมื่อใด ให้นายอำเภอท้องที่ที่เข้ารับการตรวจเลือกเป็นผู้กำหนด และให้นายอำเภอออกหมายนัดเพื่อให้ทหารกองเกินผู้นั้นมา ณ อำเภอท้องที่ตามที่กำหนดไว้นั้นเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ถ้าทหารกองเกินผู้นั้นไม่มาตามนัด ถือว่าหลีกเลี่ยงขัดขืน
๒.๓ ทหารกองเกินที่ถูกเข้ากองประจำการ เมื่อเริ่มเข้ารับราชการทหารกองประจำการ เมื่อใด ให้รีบขึ้นทะเบียนกองประจำการโดยไม่ชักช้า ทหารกองประจำการต้องรับราชการอยู่ในหน่วยทหารตามที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะกำหนดให้
ข้อ ๓ คนซึ่งต้องขึ้นทะเบียนกองประจำการนั้น คือ
๓.๑ คนซึ่งต้องส่งเข้ากองประจำการในวันตรวจเลือก (เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับคนเป็นผู้นำ ขึ้นทะเบียน)
๓.๒ คนซึ่งนายอำเภอส่งเข้ากองประจำการภายหลังวันตรวจเลือก (นายอำเภอท้องที่เป็น ผู้นำขึ้นทะเบียน)
- ๕๙ -
๓.๓ คนซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเข้ากองประจำการภายหลังวันตรวจเลือก (ปลัดจังหวัดเป็นผู้นำขึ้นทะเบียน
๓.๔ คนซึ่งร้องขอเข้ากองประจำการในวันตรวจเลือกซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับไว้ (เจ้าหน้าที่ ฝ่ายรับคนเป็นผู้นำขึ้นทะเบียน)
ข้อ ๔ ระเบียบการที่เกี่ยวกับการส่งทหารกองประจำการ
๔.๑ การเรียกคนเข้ารับราชการคราวใด แบ่งทหารเข้ารับราชการเป็นผลัด ถ้ามีผู้มีคุณวุฒิพิเศษเข้ารับราชการในกองประจำการไม่เกิน ๖ เดือน ก็ให้ส่งเข้ารับราชการ ผลัดแรก
๔.๒ การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีอื่น ให้กระทำโดยวิธีร้องขอ และบุคคลที่จะร้องขอจะต้องมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง ๓๐ ปี บริบูรณ์
ข้อ ๕ ระยะเวลาที่รับราชการอยู่ในกองประจำการ
๕.๑ ทหารกองเกินซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปี บริบูรณ์และยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างที่จะต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ และเมื่อต้องเข้ากองประจำการจะต้องเข้ารับราชการกองประจำการมีกำหนด ๒ ปี ส่วนผู้ที่มีคุณวุฒิพิเศษหรือมีกรณีพิเศษ จะให้รับราชการกองประจำการ น้อยกว่า ๒ ปี ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่มีคุณวุฒิพิเศษนั้นจะอ้างสิทธิ์ดังกล่าวได้ ก็ต่อเมื่อได้แสดงหลักฐานต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือกหรือต่อหน่วยทหารที่ตนร้องขอเข้า รับราชการในวันร้องขอ
๕.๒ วันเริ่มเข้ารับราชการทหาร ให้นับแต่วันขึ้นทะเบียนกองประจำการ ในกรณีที่ทหารกองเกินเข้ารับราชการในกองประจำการแล้ว แต่ยังขึ้นทะเบียนกองประจำการให้ไม่ได้ในวันที่ทหารกองเกินเข้ารับราชการในกองประจำการนั้น จะขึ้นทะเบียนกองประจำการภายหลังจากวันเข้ารับราชการทหารกองประจำการก็ได้ และให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการตั้งแต่วันที่เข้ารับราชการทหารกองประจำการ เมื่ออยู่ในกองประจำการจนครบกำหนดปลดแล้ว ให้ปลดเป็นทหารกองหนุน
ประเภทที่ ๑
๕.๓ นักเรียนทหาร เมื่อมีอายุ ๑๘ ปี บริบูรณ์ ให้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ ถ้าต้องออกจากนักเรียนในขณะที่อยู่ในกองประจำการยังไม่ครบกำหนด ให้ส่งตัวไปรับราชการในกรมกองทหารจนกว่าจะครบกำหนดปลด
ขอสรุปดังนี้ครับ
1. คุณอภิสิทธิ์ไม่ไปคัดเลือกทหารในวันที่กำหนด17/4/30 เนื่องจากได้ร้องขอบรรจุเข้ารับราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งรร.จปร.ได้ทำเรื่องขอบรรจุไปให้แล้ว31/3/30
ซี่งใช้สิทธิตามนี้ครับ
มาตรา ๘ การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้กระทำด้วยวิธีเรียกมาตรวจเลือกหรือจะรับ
เข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงก็ได้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๑๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗
ข้อ ๓ การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอตามข้อ ๒ ให้กระทำได้ดังนี้
(๒) การร้องขอเข้าเป็นทหารกองประจำการ ก่อนวันตรวจเลือก ให้ผู้ซึ่งถูกเรียก ร้องขอต่อ
เจ้าหน้าที่กรมกองที่ผู้นั้นประสงค์จะเข้าเป็นทหารกองประจำการเมื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
พิจารณารับผู้ใด ให้นำผู้นั้นขึ้นทะเบียนกองประจำการในปีที่ถูกเรียกให้เสร็จก่อนวันตรวจเลือก
ทีนี้พอไปสมัครแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ
[ระเบียบกองทัพบก
ว่าด้วยการบรรจุและการโอนให้เข้ารับการในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๐๓
-------------------------------------
เพื่อให้การบรรจุและการโอนเข้ารับราชการในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร ของกองทัพบก
เป็นไปด้วยความเหมาะสมและรัดกุม จึงให้ตราระเบียบไว้ดังต่อไปนี้.-
ข้อ ๑. ระเบียบนี้ให้เรียกว่า “ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการบรรจุและการโอนให้เข้ารับการ
ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๐๓”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ระเบียบการและคำสั่งใด ๆ ที่ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการไว้แล้ว การขัดกับ
ระเบียบนี้ให้ยกเลิก
ข้อ ๔ “การบรรจุ” หมายถึงการให้บุคคลพลเรือนเข้ารับการใหม่ในตำแหน่งนายทหาร
สัญญาบัตรตามข้อบังคับว่าด้วยการกำหนดกำลังเจ้าหน้าที่ตาอัตรากองทัพบก และการให้นายทหาร
สัญญาบัตรที่ออกจากราชการไปแล้วข้ารับราชการใหม่
“การโอน” หมายถึงการให้ข้าราชการนอกกระทรวงกลาโหมเข้ารับราชการในตำแหน่ง
นายทหารสัญญาบัตร ตามข้อบังคับทหารว่าด้วย การกำหนดกำลังเจ้าหน้าที่ตามอัตรากองทัพบก
การบรรจุบุคคลพลเรือน
ข้อ ๕ การบรรจุบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรให้พิจารณา
และดำเนินการ ดังนี้
๑) บุคคลพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตร ต้องเป็นผู้ที่มี
คุณสมบัติ ที่จะแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.๒๔๙๖) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
๒) ต้องบรรจุผู้ที่มีคุณวุฒิสำเร็จการศึกษาวิชาชีพ ตามที่กองทัพบกต้องการ
๓) ต้องบรรจุผู้ที่มีคุณวุฒิสำเร็จการศึกษาวิชาชีพ ต้องบรรจุให้ตรงตำแหน่งที่ต้อง
ใช้วิชาชีพนั้น ๆ
๔) ผู้สมัครเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
- เป็นบุคคลสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
- อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์
- เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่
สมประกอบหรือมีโรคอันพึงรังเกียจ
๓ – ๗
- ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
- ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
- ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ
- ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออกจากราชการ หรือออกจากราชการเพราะมีมลทิน
- ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพาu3585 _ษาของศาลในคดีอาญา เว้นแต่ความผิดลักษณะ
ฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
ข้อ ๖ ผู้สมัครเข้ารับราชการ ต้องยื่นใบสมัครพร้อมด้วยหลักฐานรวม ๑ ชุดด้วยตนเอง ณ
หน่วยที่ต้องการสมัคร หลักฐานใดที่เป็นสำเนาจะต้องนำฉบับจริงไปให้เจ้าหน้าที่รับสมัครตรวจและ
ลงนามรับรองในสำเนา ให้หลักฐานทั้งหมดมีดังนี้ คือ
๑) ใบสมัครเข้ารับราชการ ตามแบบท้ายระเบียบนี้
๒) หนังสือสัญญาของผู้สมัครตามแบบท้ายคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ ๑๖๐/
๑๔๕๙๕ ลง ๑๔ ก.ค.๙๘ ดังตัวอย่างท้ายระเบียบนี้
๓) สัญญาค้ำประกัน ตามแบบท้ายคำสั่งกระทรวงกลาโหม ๑๖๐/๑๔๕๙๕ ลง
๑๔ ก.ค.๙๘ ดังตัวอย่างท้ายระเบียบนี้
๔) หลักฐานรับรองสัญชาติ หรือ หลักฐานของทางราชการที่จะสามารถตรวจสอบ
ได้เช่น หนังสือรับรองของอำเภอ สำเนาใบทะเบียนบ้าน หรือสำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น
๕) หลักฐานแสดงวิทยฐานะ
๖) หลักฐานการตรวจร่างกายของนายแพทย์ทหารประจำการ แบบ พ.๒๓
๗) หลักฐานรับรองความประพฤติของหน่วยที่รับราชการครั้งสุดท้าย (ถ้าเคยรับ
ราชการมาแล้ว) เกี่ยวกับความประพฤติ และสาเหตุที่ออกจากราชการ และอัตราเงินเดือนที่ได้รับครั้ง
สุดท้าย
๘) สำเนาใบทะเบียนกองเกิน หรือใบสำคัญทหารกองหนุน (ถ้าผู้สมัครเป็นชาย)
๙) หลักฐานการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของทางราชการตำรวจ
กฎกระทรวงฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๐๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗
ข้อ ๒ ผู้ซึ่งมีคุณวุฒิพิเศษซึ่งสมควรให้อยู่ในกองประจำการน้อยกว่าสองปี ตามความในมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง คือ
(๑) ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร
(๘) ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาหรือผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นอุดมศึกษา
ถ้าเป็นบุคคลดังกล่าวใน (๑) ถึง (๘) ให้รับราชการทหารกองประจำการหนึ่งปี แต่ถ้าเป็นผู้ที่ได้ร้องขอเข้ารับราชการในกองประจำการ ก็ให้รับราชการทหารกองประจำการเพียงหกเดือน
ส่วนที่ท่าน บก.ลายจุดเอามานั้น
[/quote]เอกสารอ้างอิง ในการรับพลเมืองเพื่อรับข้าราชการทหาร
๕ หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงในวันสมัคร
๕.๑ สำเนาใบสุทธิ หรือ ใบประกาศนียบัตร หรือ ระเบียนแสดงผลการเรียนอย่างใดอย่างหนึ่งพร้อมฉบับจริง
๕.๒ สำเนาบัตรประชาชน พร้อมฉบับจริง
๕.๓ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้สมัคร - บิดา - มารดา ผู้ให้กำเนิด พร้อมฉบับจริง
๕.๔ รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและแว่นตา ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป
๕.๕ สำเนาใบสำคัญทางทหาร พร้อมฉบับจริง ดังนี้
๕.๕.๑ กรณีผ่านการเป็นทหารกองประจำการ ใช้หนังสือสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหนังสือรับรองความประพฤติจากหน่วยต้นสังกัด โดยผู้บังคับบัญชา ระดับ ผู้บังคับกองพันขึ้นไป เป็นผู้ลงนามในหนังสือรับรอง
๕.๕.๒ ผู้สำเร็จนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ ๓, ๔, ๕ ใช้หนังสือสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะ จากกรมการรักษาดินแดน หรือหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง
๕.๕.๓ บุคคลพลเรือนผู้ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว ใช้ใบแบบรับรอง (สด.๔๓)และใบสำคัญทหารกองเกิน ( สด.๙ ) สำหรับผู้ที่ยังไม่ผ่านการตรวจเลือกทหาร เนื่องจากอายุยังไม่ครบ ๒๑ ปี ใช้ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙)
๕.๖ หลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล , ใบมรณบัตรของบิดา มารดา ( ถ้ามี )
๕.๗ สำเนาใบอนุญาตขับขี่รถยนต์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน (เฉพาะผู้สมัครตำแหน่ง พลขับรถ) พร้อมฉบับจริง
ไม่ทราบเอามาจากไหนครับ รับสมัคร พขร.ทหารอย่างเดียวเหรอครับ
ผมว่าน่าจะจบแล้วน่ะครับ ทีนี้



