คนเล็กของเล่นใหญ่ wrote:ผมไม่รู้ว่าพวกท่านๆที่มีเพื่อนเป็นคนสิงคโปร์จะเจออะไรบ้าง แต่ผมได้ประสบกับคนสิงคโปร์ ที่ทั้งเป็นคนเห็นแก่ตัว จ้องแต่จะเอารัดเอาเปรียบ(อย่างหน้าด้านๆ) พร้อมจะเหยียบคนอื่นขึ้นไปเพื่อตัวเองจะได้ในสิ่งที่ต้องการ. . .
สิ่งที่แตกต่างก็คือ คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความละอายที่จะทำสิ่งแย่ๆเหล่านี้ แต่คนสิงคโปร์เขาถือว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา ศีลธรรม จริยธรรมอะไรเขาไม่รู้จัก เขารู้แต่ว่า เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการถ้ามันไม่ผิดกฎหมาย
Elessar01 wrote: จะว่าไป ผมเจอแต่ชาวต่างชาติ ยังไม่เจอเจ้าถิ่น
แต่ก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า คน SG แท้ๆ น่ะหยิ่ง ... ผู้หญิงนี่ ถ้าผู้ชายไม่มีเงิน บ้าน รถ ไม่หันมามองหรอก
จะว่าไป คน SG ส่วนใหญ่ก็อพยพมาจาก มาเลเซียนี่ ไม่รู้มีปมด้อยอะำไรกัน
Limmy wrote:ตอนตั้งประเทศใหม่ ๆ ต้องถือว่าเขาปากกัดตีนถีบมาพอสมควร พอยืนหยัดได้ แถมมีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เลยไม่ค่อยมองเห็นหัวใคร กลายเป็นพวกวัตถุนิยมเต็มขั้น
สิงคโปร์แยกจากมาเลย์เมื่อ พ.ศ.2508 มีพื้นที่ทำการเพาะปลูกบ้างแต่ว่าน้อยมาก เช่น ปลูกยางพารา มะพร้าว ผัก ผลไม้
นอกจากนั้นได้อาศัยวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทำอุตสาหกรรมเบา เช่น ผลิตของจากยางพาราพวกล้อรถยนต์เป็นต้น
มีโรงงานทำขนมปัง เครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมหนักบางอย่าง เช่น อู่ต่อเรือ ทำเหล็กกล้า
มีกิจการกลั่นน้ำมันซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้สร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันรายใหญ่ด้วย
ข้อเด่นอีกข้อที่เป็นอาชีพสำคัญของสิงคโปเรี่ยนคึอทำการค้าขาย สิงคโปร์เป็นประเทศที่เล็กที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
พวกเขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากเหมือนประเทศอื่น แต่สามารถมีฐานะทางเศรษฐกิจดีได้
เพราะสิงคโปร์พัฒนาเศรษฐกิจด้านการค้า โดยเป็นประเทศพ่อค้าคนกลางในการขายสินค้า
เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าปลอดภาษี ทำให้สินค้าที่ผ่านทางสิงคโปร์มีราคาถูก
ปัจจุบันสิงคโปร์มีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง
และยังได้เข้าไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชาและพม่า
สิงคโปร์มีประชากรน้อยจึงต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างชาติในทุกระดับ
เมื่อมีอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ขาย คนของเขาจึงดีดลูกคิดรางแก้วในหัวตลอด
มีการคำนวณคณิตศาสตร์แห่งความได้เปรียบเสียเปรียบตลอดเวลา
รัฐบาลสนับสนุนหญิง - ชายให้สร้างครอบครัวโดยการแต่งงาน
และสนับสนุนให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำซื้อบ้านหลังแรกของคู่สมรสวงเงินสี่แสนเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์
(เงื่อนไขอยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากบ้านพ่อแม่ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง)
คนโสดจะไม่ได้รับเงื่อนไขนี้ เพราะการผ่อนชำระโดยคนโสดอาจไม่มีรายได้เพียงพอ
คู่สมรสจะได้ลดหย่อนเงินต้นเพื่อไปคำนวณภาษีหลายอย่าง
เช่นลดหย่อนการมีบุตร ลดหย่อนค่าใช้จ่ายจ้างคนรับใช้เดือนละ 360 ดอลลาร์ ลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูพ่อแม่
แต่หากคู่สมรสหย่าขาดก่อน 5 ปี จะมีปัญหามากทันทีเพราะบ้าน (ที่ดินแพง-บ้านซึ่งที่ถูกเป็นอพาร์ตเมนท์มากกว่า)
หากจะขายออกเพื่อเอาสินสมรสตัวนี้มาแบ่งครึ่งกัน จะต้องซื้อมาไม่น้อยกว่า 5 ปีจึงจะขายออกได้
แม้หย่าก็ต้องร่วมผ่อนต่อไปจนครบ 5 ปีจึงจะขายแล้วเอาเงินมาแบ่งกันได้
ชีวิตสิงคโปเรียนชาย - หญิงจึงถูกกำหนดโดยกฎหมาย (อาจมากกว่าอารมณ์ความรู้สึก)
ในสังคมทุนที่พัฒนาไปสู่ระดับเข้มขึ้นเรื่อยๆเช่นประเทศนี้จะเอามาเทียบกับประเทศไทยเราก็เป็นเรื่องยากมากๆ
ผู้หญิงสิงคโปร์จึงสวย - หมวย สเปกชายไทยและอาจจะของชายทั่วโลก แต่วิธีคิดของพวกเธอซับซ้อนต้องศึกษากันนานๆ
เพราะพวกเธอก็รักตัวกลัวกระเป๋าฉีกเป็นธรรมดา จะเรียกว่าเป็นความหยิ่งหรือเปล่าอาจไม่ใช่ก็ได้
(พอดีหนูอ้อยเป็นหญิงไทย ก็เลยเล่าตามที่หญิงสิงคโปร์เค้าเล่าต่อๆกันมาค่ะ)
กฎหมายเป็นเรื่องสำคัญมากที่ประเทศนี้ การบังคับใช้กฎหมายก็เคร่งครัดมาก มีชื่อเรียกสิงคโปร์ว่า “ Fine City "
เรียกอีกอย่างว่า เมืองโคตรปรับ ซึ่งเป็นอีกฉายาหนึ่งนอกจาก “ Lion City” สิงคะ – ปุระ หรือสิงคปุระ
จนแปรเปลี่ยนมาเป็น “ สิงคโปร์ " ในปัจจุบันนั่นเอง