วิกฤติจากนโยบายของพรรคการเมือง
โดย : ธงชัย สันติวงษ์
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/ceo-blogs/thongchai/20110517/390812/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87.html
ดูสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกขณะนี้แล้ว ดูได้ล่วงหน้าว่า จะมีผลกระทบตรงต่อประเทศไทยรุนแรงและเลี่ยงไม่ได้
โดย เฉพาะในภาพใหม่ยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งการทับซ้อนทำให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบต่อกัน เกิดความสับสน และ ก่อความกังวลไม่หมดสิ้น ทั้งมองขวัญกำลังใจตกต่ำเพราะมองไม่เห็นทางออก หรือ แม้แต่วิธีการรับมือหรือแก้ไข ที่ควรเป็นแก่นสารจากกลุ่มหรือบุคคลใดๆ ที่น่าเชื่อถือของแต่ละพรรคการเมือง ว่าพอจะตรงจุดที่จะช่วยให้ประชาชนสบายใจและเดินตามได้หรือไม่
สาเหตุเชื่อว่า ไม่มีทางแก้ไขนั้น หาใช่ว่าจะขาดคนเก่งเข้ามา ติดตาม และทำให้ดีขึ้น แต่เป็นเพราะ
ก) อาการปัญหาครั้งนี้หนักแสนสาหัสและซับซ้อนมาก กับอยู่ในสภาพวิกฤติมากกว่าที่เคยมีมา
ข) อาการขาดคนมีความรู้ความสามารถพอเพียงที่จะเข้ามาทำงาน เพื่อรับมือกับปัญหาที่หนักหน่วง เช่น ปัญหาการทุจริต ปัญหายาเสพติด กับ ปัญหาการศึกษาตกต่ำ ศีลธรรมเสื่อม สินค้าราคาแพง และการผูกขาด เป็นต้น
และด้วยความไม่รับผิดชอบของนักการเมือง ที่ทุ่มใช้งบหลายแสนล้านเพียงเพื่อหาเสียงกับบางกลุ่ม กับการเทกระจาดใช้งบไปในท่ามกลางสภาวะที่ต่างชาติสามารถเข้าถือครอง ทรัพย์สินชิ้นเอก ยิ่งทำให้ต้องเพลี่ยงพล้ำ จากการไม่สามารถมีแผนงานที่มีคุณภาพหรือเป็นเอกภาพหรือมีบูรณาการดีพอ ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมได้
ดังนั้น ตามทัศนะของผม การประกาศยุบสภาและจะมีการเลือกตั้งแล้วนี้ จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าโดยรวมแล้ว จากพฤติกรรมการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงมีกำหนดเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ ผลที่ออกมาจะย่ำแย่และมีปัญหาตามมามากมาย กับมีการใช้เงินมาก โดยสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นตามมา
ทั้งนี้ สาเหตุใหญ่ของความล้มเหลวจากการเลือกตั้ง ครั้งนี้ จะมาจากสาเหตุต่างๆ คือ
ก) ที่ผ่านมา รัฐบาลประชาธิปัตย์ได้ใช้นโยบายประชานิยม เริ่มจากโครงการงบประมาณตามโครงการไทยเข้มแข็ง แล้วจบลงด้วยงบประมาณมหาศาลนับหลายแสนล้าน โดยการประชุมอย่างรีบเร่ง โดยอนุมัติกันวันเดียว นับได้ว่าเป็นการ “ผิดวินัยการคลัง” ที่จะก่อความเสียหายได้มากในอนาคต
สาเหตุเพราะว่าตลอดระยะเวลาของรัฐบาลนี้ที่การใช้เงินผูกพันไปในระยะยาว ย่อมทำให้โอกาสสูญเสียไป โดยจะกู้คืนกลับมาไม่ได้อีกแล้ว
ปกติการใช้เงินมากนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการใช้เงินที่ไม่มีเป้าหมาย ขาดประสิทธิภาพ ขาดการเตรียมการ ทำให้ระบบ สิ่งของและคุณภาพคนที่มีอยู่พลอยต้องด้อยค่าลงไปอีก ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสื่อมทรุดและไม่อาจสร้างสรรค์กับเติบโตต่อเนื่องมาจาก ที่คนรุ่นก่อนได้ทำไว้ให้
ข) การเล่นเกมการเมืองมากเกินไป ซึ่งแม้ปกติการเมืองจะเป็นเรื่อง “ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางกลเพื่อจะเอาชนะคู่แข่งย่อมทำให้ปัญหาการกินใจยังคงอยู่ ประกอบกับเป้าหมายทุกพรรคคือ การได้เป็นรัฐบาล อยู่ในอำนาจ จึงทำให้เกิดความขัดแย้ง กินแหนงแคลงใจกันต่อไปไม่มีวันจบสิ้น
ด้วยเจตนาที่ไม่ดีดังกล่าว การใช้เงินคลังมากมหาศาลเพื่อเอาชนะคะแนนเสียงนั้น ทำให้เกิดการมองข้ามการสร้างระบบ วิธีการและคิดถึงกระบวนการทำงาน ที่จะให้การใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
กล่าวง่ายๆ คือ การมองข้ามขั้นตอนการปฏิบัติ หรือไม่มีการกำกับและติดตาม ควบคุม การทำงานของข้าราชการประจำอย่างที่ควร จะทำให้เกิดการกินตัวติดลบ
ดังนี้ ปัญหาความรั่วไหลจึงมีตั้งแต่ก้าวแรกของการใช้เงิน พร้อมกับปัญหาเลวร้ายที่ตามมา คือ รั่วไหลและเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งเท่ากับบ่อนทำลายตัวเองไปในตัวด้วย
ค) การแข่งขันเชิงทำลายจะยังคงอยู่ ทั้งนี้เพราะว่าที่ผ่านมาความขัดแย้งรุนแรง กินขอบเขตกว้างกับปัญหาขัดแย้งที่ลงลึกด้วย การจะแก้ไขได้จะต้องมีการเปิดใจพูดออกมาและยอมรับพร้อมกับประนีประนอมอย่าง จริงจัง โดยอาจต้องมีพิธีกรรมที่มีรูปธรรม พร้อมกับการยอมรับความผิดกับที่ควรจะต้องมีการแก้ไข เพื่อให้ข้อขัดแย้งหมดไป
หากปัญหานี้ยังมิได้มีการแก้ไขแล้วไซร้ การต่อสู้ช่วงชิงกันจะยังมีต่อไป
ดังนี้ ปัญหาที่เกิดในขณะนี้จึงเป็นวิกฤติที่หนักมากแล้ว เพราะ วิกฤติการเมืองครั้งก่อน เมื่อ 6 ต.ค. 19 ที่นักศึกษาหนีเข้าป่านั้น การบรรเทาทำได้ไม่ยากเพราะโชคดีที่ได้มีกุศโลบายจากภาครัฐ ตามนโยบาย 66/23 ช่วยเอาไว้ โดยผู้ใหญ่สมัยนั้น ตั้งมั่นทำจริงๆ จนทำให้ปัญหาการเมืองคลี่คลายไปได้
แต่ในครั้งนี้วิกฤติการเมืองแก้ยาก แล้วยังมีการซ้ำเติมหนักเหนือกว่าปัญหาการเมืองคือด้านเศรษฐกิจ ที่หนักยิ่งกว่า นั่นคือ ปัญหาสินค้าราคาแพง ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่า ท่ามกลางปัญหาน้ำมันขึ้นราคา อัตราดอกเบี้ยโลกพุ่งสูงขึ้น ในท่ามกลางเศรษฐกิจโลกฟื้นช้ากว่าที่คาดกัน โดยที่สำคัญคือ การล่มสลายของพ่อค้ารายย่อยของไทย กับการเข้ามาซื้อกิจการและเดินเกมครอบครองไทยด้วยการซื้อผ่านกลไกธุรกิจการ เมือง
ภายใต้สภาพข้าวของแพงนี้ ทำให้ต้องเร่งคืนเงินกู้ ทำให้ขาดสภาพคล่องสินค้าทุกอย่างปรับตัวพุ่งขึ้นสูง กดดันทำให้เงินเฟ้อ กับทำให้ภาคการผลิตรับมือไม่ไหว สินค้าขึ้นราคาแทบทุกรายการ จนเงินเฟ้อคุมไม่ได้
แล้วต่อจากนี้ไป การแบ่งชนชั้นก็จะเกิดขึ้น โดยจะมีเศรษฐีใหม่จากต่างชาติที่ถือครองธุรกิจไทย กับ นักธุรกิจม้าใช้ของต่างชาติที่เข้ามากับประชาชนชั้นล่าง ที่ร่อนเร่พเนจรในประเทศของตนเอง สภาพคงไม่ต่างจากภาพ “ไวกิ้ง คืนรัง” และ เป็นประชากรพันธุ์ใหม่ ในหน้าที่บริการคือลงเสียงเลือกตั้งกับการเป็นคนชั้นล่าง นักบริโภคระดับต่ำ เท่านั้น
เพราะว่าที่ทางกลางเมือง เจ้าของแท้จริง คือ ต่างชาติ
ในระยะนี้ ราคาเนื้อหมูแพงมาก กระทรวงพาณิชย์ขู่จะเอาเรื่อง แต่คำตอบของพ่อค้าผู้ขายคือกิจการค้าหมู ตกเป็นของรายใหญ่ไม่กี่ราย ที่ผูกขาดตลาด ทำให้ผู้ขายหมดทางเลือก ต้องขายราคาแพง เพราะไม่สามารถไปหาซื้อหมูราคาถูกจากกลุ่มผู้เลี้ยงรายกลางและรายย่อย ที่ล่มสลายไปหมดแล้ว
ถึงจุดนี้ ต้องยอมรับว่า เราจำต้องพ่ายในโลกยุคใหม่ ด้วยเพราะจากการขาดความรู้กับอีกสาเหตุหนึ่งคือ การสูญเสียเพราะว่า งก โดยเสียทรัพย์และความมั่งคั่งให้แก่ผู้เล่นที่เก่งเกม “มายาการเงิน” มากกว่า
ผมเชื่อว่า “สิ้นชาติ แต่ไม่สิ้นชื่อ” โดยถูกต่างชาติเข้าถือครองระบบเศรษฐกิจไว้เกินกว่าครึ่งแล้ว และต่อจากนี้ หลังเลือกตั้ง เกมการยึดก็ตามมาอีกรอบหนึ่ง นั่นคือ การรวบเอารัฐวิสาหกิจเข้าไปไว้ในครอบครอง ทั้งนี้ ข้อผิดพลาดที่น่าเสียดายยิ่ง คือ การมักง่าย ไร้ความรู้ ขาดประสิทธิภาพและดูแคลนเศรษฐกิจพอเพียง
ด้วยเหตุนี้การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นครั้งแรกที่คนไทยไปเลือกตั้ง เพราะว่าถูกต่างชาติจ้างให้ไปเลือก และถ้าจะใช้สิทธิกับให้แน่ใจในความเป็นไทย การไปเลือกคงต้องเลือก โหวตโน (vote no)
อ. ธงชัย สันติวงษ์
คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "บริหารรัฐ จัดการธุรกิจ"
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หล่อแหลว่าไง ท่านเป็นนักบริหารและนักวางกลยุทธ์ชั้นเซียน
โดนปอกเปลือกเสียชัดขนาดนี้ ยังหวังว่าประชานิยมจะช่วยเพิ่มเสียงได้เหรอ
ไม่รู้ไง เกลียดนักการเมืองเนรคุณ (นิสัยส่วนตัวผม )






