แม้วทุกพรรคไม่เว้นแม่แต่ปชป ดูได้จากทุกพรรคเล่นประชานิยมกันทุกพรรคเพื่อแดรกชาติและเกียร์ว่างปราบแม้วแทบทุกพรรค
"ประพันธ์" ชี้ "แม้ว" ต้นแบบเลือกตั้งอัปยศ ซัด "สื่อ-นักวิชาการ" ทำปชช.ไม่รังเกียจการโกง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2554 01:18 น.
"ประพันธ์" ชี้การเลือกตั้งยุคปัจจุบันอัปยศสุด หลัง
"แม้ว" เป็นต้นแบบของทุนสามานย์ยึดคุมอำนาจการเมือง ทำให้เห็นว่าเป็นอาชีพที่ถอนทุนคืนได้รวดเร็วจนคนแห่ทำตาม ซัด "สื่อ - นักวิชาการ" รับใช้นักการเมืองคอยพูดให้ประชาชนคล้อยตาม มีส่วนทำให้ประชาชนไม่รังเกียจการโกงขอแค่ได้รับผลประโยชน์บ้าง
วันนี้ (19 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. นายประพันธ์ คูณมี โฆษกคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย กล่าวปราศรัยบนเวที "รวมพลังปกป้องแผ่นดิน" ว่ามีคนสงสัยว่าการรณรงค์โหวตโนผิดกฎหมายหรือเปล่า วันนี้ที่ไปรณรงค์ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ตำรวจก็ไม่ให้เข้า ตนขอยืนยันว่าโหวตโนเป็นสิ่งที่ทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย การที่ตำรวจอ้างว่าทำผิดกฎหมายจึงเป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้อง ฟังไม่ขึ้น แต่เหตุที่พรรคการเมืองพยายามไปกดดันเจ้าหน้าที่ให้ควบคุมขัดขวางก็เพราะวิตกและหวาดกลัวต่อเสียงของประชาชนที่ไม่ยอมให้นักการเมืองเหล่านั้นใช้เป็นเครื่องมือเหยียบขึ้นสู่อำนาจ
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่กังวลในข้อกฎหมาย ต้องอ่านพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 51 เขียนไว้ชัดเจน ดังนี้ หีบบัตรเลือกตั้งต้องมีลักษณะที่สามารถมองเห็นภายในได้ง่าย และมีวิธีการปิดผนึกเพื่อป้องกันการเปิดหีบบัตรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการนำบัตรใส่ในหีบบัตรหลังจากปิดการลงคะแนนแล้วได้ รวมทั้งต้องมีลักษณะพิเศษเพื่อป้องกันการเปลี่ยนหีบบัตรด้วย
บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจะต้องมีหมายเลขครบถ้วนตามจำนวนผู้สมัครในเขตเลือกตั้งนั้น และมีช่องทำเครื่องหมายว่าไม่ประสงค์จะลงคะแนนด้วย
บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจะต้องมีหมายเลขของพรรคการเมืองและชื่อพรรคการเมืองครบทุกพรรคที่ส่งสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และมีช่องทำเครื่องหมายว่าไม่ประสงค์จะลงคะแนนด้วย
"เห็นได้ชัดเจนว่าการไม่ประสงค์เลือกใคร เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายและรัฐบธรรมนูญทุกประการ และไม่ใช่ทำคะแนนทิ้งด้วย แต่เป็นการบอกนักการเมืองทั้งหมดว่าคุณไม่มีคุณสมบัติที่ฉันจะเลือก นี่เป็นการลงคะแนนเสียงแบบชาญฉลาด เพื่อนำไปสู่การกระตุ้นสังคมให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไปพร้อมๆกัน" นายประพันธ์ กล่าว
นายประพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า ถึงบอกว่าวันนี้ละครที่เราดูพรรคการเมืองจับเบอร์ แล้วก็เฮ ตีฆ้อง ตีกลอง เป็นพิธีกรรมที่ตบตา เป็นละครการเมืองที่ต้มตุ๋นประชาชน ประชาธิปไตยแบบนี้จอมปลอมและหลอกต้มประชาชน
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ถ้าศึกษาติดตามการเมืองมาต่อเนื่อง จะเห็นว่าการเลือกตั้งของไทยแบ่งยุคสมัยได้ 3 ยุค เลือกตั้งครั้งแรกสมัยปี 2476 ถึงวันนี้ รวมที่จะเลือกตั้ง 3 กรกฎาคมนี้ด้วย รวมแล้ว 26 ครั้ง
ยุคที่ 1 ตั้งแต่ปี 2476 เลือกตั้งครั้งแรกถึงครั้งที่ 10 เป็นการเลือกตั้งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกปครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการเลือกตั้งหลังจากอำนาจพระมหากษัริย์ตกมาอยู่ในอำนาจของคณะราษฎรการช่วงชิงอำนาจจะอยู่ในหมู่ของขุนนาง อำมาตย์ และตัวแทนราษฎรจำนวนหนึ่งเท่านั้น จึงไม่มีการทุจริตแบบยุคปัจจุบัน
ยุคที่ 2 ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ 11- 19 จะเป็นการเลือกตั้งยุคเผด็จการทหารสลับกับยุคประชาธิปไตยแตกหน่อใหม่ๆ เป็นยุคที่ทหารปกครองบ้านเมือง ถึงมีเลือกตั้งก็อยู่ภายใต้การควบคุมของทหาร ประชาธิปไตยยังไม่แตกหน่อมาแตกหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เมื่อมีการลุกขึ้นสู้ของนักศึกษาในการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ
ยุคประชาธิปไตยแตกหน่อ หลังเกิดเหตุ 14 ตุลา ท่านสัญญา ธรรมศักดิ์ ขึ้นเป็นนายกฯ เมื่อเลือกตั้งก็มี มรว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกฯ ตามมาด้วย มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จากนั้นมีปฏิวัติโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เมื่อ 16 ตุลาคม 2519 นายธนินทร์ กรัยวิเชียร ขึ้นเป็นนายกฯ แล้วมาถึง พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ แล้วตามมาด้วยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สรุปแล้วยุคนี้มีการปกครองโดยทหารสลับกับประชาธิปไตย
มาถึงยุคที่ 3 หลังพลเอกเปรม ลงจากอำนาจแล้ว ประชาธิปไตยจะเรียกว่าเต็มใบ ที่ปล่อยให้พลเรือนเข้าสู่การเลือกตั้ง อย่างที่บอกยุคแรกเป็นการช่วงชิงอำนาจระหว่างขุนนางอำมาตย์ ยุคที่ 2 ช่วงชิงกันระหว่างเผด็จการทหาร แต่มายุคที่ 3 เป็นยุคนายทุนขุนนางผูกขาด ทุนสามานย์ ทุนขนาดใหญ่เข้าสู่อำนาจการเมืองเต็มตัว การเมืองการเลือกตั้งเป็นการเมืองกลุ่มทุนที่มีความสามานย์ ชั่วร้าย ตกต่ำที่สุด
และคนที่เป็นต้นแบบของการเป็นนายทุนที่มายึดคุมอำนาจการเมืองคือนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายทุนขนาดใหญ่คนแรก ที่ตั้งพรรคการเมือง และลงสู่การเมืองเอง ที่ผ่านมาคนที่ทุนใหญ่ขนาดนี้จะอยู่เบื้องหลัง ไม่เล่นเอง แต่นายทักษิณเป็นคนแรก
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเปรียบเทียบการเมืองยุค 1 และ 2 จะเห็นว่าการโกงการทุจริตน้อย หากทุจริตก็อยู่ในวงเงินไม่เกิน 100 ล้าน ซื้อเสียงก็มีอยู่แต่ไม่ได้ทุ่มเหมือนยุคนี้ ไม่ถึงขนาดใช้กลไกเลือกตั้งทุกองค์กร ยุคที่ 3 นี้ โกงมากสุด ทุจริตโครงการเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ล้าน ทั้งนั้น
ตั้งแต่ยุคนายทักษิณมามีการใช้เงินทุ่มไปกับการซื้อ ส.ส. โฆษณาหาเสียง ใช้ในการให้ชนะเลือกตั้ง เพราะทักษิณทำให้เป็นตัวอย่างว่าหลังจากได้เป็นนายกฯธุรกิจตัวเองมูลค่า 2-3 หมื่นล้านบาทสามารถร่ำรวยแป็นเสน ๆ ล้าน หลังจากได้อำนาจทางการเมือง นายประพันธ์ กล่าวว่า
เมื่อหมดยุคทักษิณ ทุกคนเอาอย่างทักษิณหมดเลย ถ้าจะถามว่า สุเทพ เนวิน บรรหาร สุวัจน์ วิชัย รักศรีอักษร เชื่อแน่ว่าพวกนี้ร่ำรวยรวมกันมากกว่าทักษิณไม่น้อยกว่า 2-3 เท่า ตอนทักษิณ รวยแบบกระจุก แต่ทุกวันนี้รวยกระจาย นักการเมืองหลายคนอิ่มหมีพีมัน มีเงินเป็นหมื่นๆล้าน อย่างนายสุวัจน์ก็ไปสร้างโรงแรม 6 ดาว ที่หัวหิน เพียงแค่กำกับกระทรวงพลังงานกระทรวงเดียวก็ร่ำรวยมหาศาล นายสุเทพวันนี้ก็อยู่ในระดับแนวหน้า น้องๆทักษิณไปแล้ว
นายประพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า วันนี้ที่เห็นพรรคการเมืองแข่งกันเลือกตั้ง เพราะการลงทุนทางการเมือง เป็นอาชีพที่รวยเร็ว ได้กำไรเร็ว หากลงทุนทางการเมือง 2 หมื่นล้าน ไม่เกิน 6 เดือน ได้ทุนกำไรคืนหมด ฉะนั้นวันนี้ลูกท่านหลานเธอ นายทุนทั้งหลาย จึงส่งลูกหลานของตัวเองไปลงทุนทางการเมืองเพราะได้กำไรมากสุด
ที่พูดวันนี้เพียงอยากชี้ให้เห็นว่ายุคเลือกตั้งวันนี้ เป็นยุคละครหลอกลวงตบตาประชาชน วันนี้ประชาชนมีความคิด 2 ทาง ส่วนหนึ่งจำนนยอมรับกับการเมืองการเลือกตั้งที่เป็นอยู่ สื่อมวลชนก็กระดี๊กระด๊าเห่อไปกับเขา เพราะมันก็สื่อขี้โกงหากินกับนักการเมืองเช่นกัน ผลสำรวจทำไมคนไทยไม่รังเกียจนักการเมืองที่โกงทุจริต โกงได้แต่เอามาแบ่งบ้าง ทำไมไม่ตื่นตัวขึ้นมากำจัดนักการเมืองโกง ก็เพราะสื่อ และนักวิชาการรับใช้นักการเมืองนี่แหละตัวดี พยายามทำให้ประชาชนคล้อยตาม
วันนี้ตามสื่อต่างๆ มีเกาะติดเลือกตั้ง มีการเชิญนักวิชาการมาวิเคราะห์ ตนฟังคนโน้นคนนี้แล้วเศร้าใจ นักรัฐศาสตร์ไทยทำไมโง่งมงายเป็นปากกระบอกเสียงชวนเชื่อให้นักการเมืองไทยเท่านั้นเอง เมื่อเป็นแบบนี้ค่านิยมสังคมเปลี่ยนไป ถูกสื่อนักวิชาการลากดึงไป มันเลยเกิดความคิดยอมจำนน
"เวลาที่เห็นพวกเรามาบอกว่านักการเมืองไม่ดี สื่อ นักวิชาการมองพวกเราเป็นตัวตลก แปลกประหลาด ต้องชวนมาทำชั่วทั้งประเทศถึงพอใจหรือไง วันนี้อาจมองเราเป็นตัวตลก สักวันประชาชนจะเข้าใจ ว่าถ้ามีพวกเราเป็นธงนำต่อสู้อยู่ เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนไปเขาจะต้องเข้าใจ เพราะไม่ว่าเลือกใครมามันก็เลวพอๆกัน" นายประพันธ์ กล่าว
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ไม่มีการเลือกตั้งยุคไหนอัปยศเท่ายุคปัจจุบันนี้แล้ว มีแต่เลวลง ต่ำลง และการเลือกตั้งนี้ไม่มีวันได้คนดีมีคุณภาพ เพราะระบบและโครงสร้างของมันเลว มีคนบอกว่านักการเมืองก็มีดีไม่ได้เลวหมด ตนบอกเลยว่าความจริงแล้ววันนี้องค์กรสำคัญ มีคนเลวมากกว่าคนดี วาทกรรมที่บอกว่าถ้ามีคนเลวมากกว่าคนดีก็อยู่ไม่ได้ ไม่จริงอยู่ได้ แต่อยู่แบบเลวๆ ถ้ามีคนดีมากกว่าการเมืองไม่เป็นอย่างนี้
ใครก็ตามอ้างว่าการเมืองมีคนดีมากกว่า ไม่จริง และคนเลวมีอำนาจควบคุมทุกระบบ คนดีก็เลวได้ การโหวตโนแม้มีคนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร อย่าวิตกกังวลเราต้องเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง อย่างไรต้องชนะอธรรมแน่นอน
http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000061482ไอ้ปชป สองปีนอกจากโกงเกียร์ว่างปราบแม้วแล้วยังเกียร์ว่างลบล้างความเชื่อแบบผิดที่ไอ้แม้วปลูกฝังคือ โกงก็ได้แต่ขอให้อยู่ดีกินดีซึ่ง สองปีปชปไม่ยอมลบล้างความเชื่อแบบผิดๆเลยซักนิด