

บก.ลายจุด wrote:ตลกจริง ๆ เรื่องอ้างว่า ระเบียบไมใช่กฎหมาย
กฎหมายไม่ได้เขียนระเบียบ แต่ให้อำนาจกับหน่วยงานนั้น ๆ ไปออกระเบียบเพื่อป็นแนวทางปฏิบัติ
การออกระเบียบ หรือ กฎเกณฑ์ในการรับพลเรือนเข้ารับราชการทหาร ก็อย่างที่ผมเอามาลง
ถ้าอภิสิทธิจะโต้เถียงว่า ระเบียบดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย อันนี้ก็ต้องไปร้อง และ มีตัดสินลงมา
อภิสิทธิ์ไปร้องเปล่าครับ
การที่คุณอ้างว่า กฎหมายไม่ได้ระบุห้ามไว้ ขำตายเลย
ก็มันผิดระเบียบน่ะครับ
ที่วัดพระแก้ว ไม่มีกฎหมายบอกว่าห้ามใส่รองเท้าแตะเข้าไปข้างใน แต่มีระเบียบ
ผมไปอ้างศาลอะไรได้บ้าง ที่จะขอใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะเข้าไปข้างใน

กรณีการรับอภิสิทธิ์เข้าเป็นข้าราชการกลาโหมหรือการรับลูกเหลิมกลับรับราชการใหม่ หากขัดระเบียบก็ไม่ใช่ความผิดของอภิสิทธิ์หรือลูกเหลิม แต่เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรับเข้าต่างหาก เพราะอำนาจที่จะรับหรือไม่รับอยู่ที่เจ้าหน้าที่ไม่ใช่อยู่ที่อภิสิทธิ์หรือลูกเหลิม ผลสอบสวนเื่องของอภิสิทธิ์ถึงได้มีการลงโทษเฉพาะเจ้าหน้าที่พี่หนุ่ย wrote:ขอขำคุณ Num_Lock หนึ่งทีที่บอกว่า
"ชายไทยทุกคนต้องไปเกณฑ์ทหาร
แต่ชายไทยทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้ารับราชการทหาร"
เรื่องพื้นฐานยังเข้าใจผิด สิ่งที่ตามมาก็จะผิดหมด ถึงจะจับกฏหมายทุกวันก็เถอะ
บก. ลายจุดครับ เรื่องนี้น่ะครับ คนที่ยกเอามาถล่มน่ะ เค้าใช้เพื่อยกมาถล่มดิสเครดิตกันมาแต่ไหนแต่ไร (ตั้งแต่เรื่องลูก
เหลิมนู่น) ไม่ได้หวังผลจริงจังอะไรหรอกครับ เค้าต้องการแค่เขย่าๆ
ผมว่าเค้าก็คงไม่โง่หรอกครับ เค้าคงรู้อยู่แล้วว่า ถ้าเกิดสืบสาวกันจริงๆ จะเอาผิดอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ในทางจริยธรรม
เค้าก็เลยทำๆหยุดๆ ส่ง กกต. ไปเพื่อให้มันตีกลับมาเล่นๆ จะได้เอาไว้ประชดประชันได้อีกว่า เห็นมั้ย มีอภิสิทธิ์ไง เลย
ทำอะไรไม่ได้
พอตอนนี้มีเรื่องอื่นเข้ามาให้ถล่ม เค้าก็วางเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยหยิบฉวยมาใช้อีกตอนหมดมุข และถ้าเรื่องอื่นโยก
คลอนได้มากกว่า ก็คงจะไม่หันมาแตะเรื่องนี้อีกเลย ปล่อยให้ชาวบ้านด่าลมด่าแล้งไป
ลูกพี่ขึ้นรถล่วงหน้าไปไหนต่อไหนแล้ว บก. ลายจุดยังล้าหลังขุดคุ้ยอยู่ แถมยังเป็นประเด็นที่อ่อนเอามากๆ
ตกลงได้คำตอบในประเด็นที่คุณตั้งกระทู้แล้วหรือยังครับ (เห็นวกไปเรื่องอื่น) ถ้าได้แล้วตกลงจะช่วยอธิบายให้คนอื่น
เข้าใจด้วยมั้ยครับ
ผมเจอระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ. 2529 ส่วนพ.ศ. 2524 ตามเอกสารลับนั่นยังหาไม่เจอjerasak wrote:ผมไม่ได้บอกว่าระเบียบไม่ใช่กฎหมายนะครับ
แต่ผมสงสัยว่าข้อความที่ บก.ลายจุด นำมาลง
เป็นเอกสารอะไร เป็นระเบียบของทางราชการ
หรือเป็นแค่โฆษณารับสมัครงาน?
ถึงป่านนี้ผมยังไม่เห็น บก.ลายจุด ตอบเลยครับ
ว่าข้อความที่นำมาลงเป็นเอกสารอะไรกันแน่..
ผมก็เลยไม่รู้จะพิจารณาข้อความดังกล่าวอย่างไร
ถ้ารู้แน่ว่าเป็นกฎหมายก็จะได้พิจารณาต่อไปครับ
...
บก.ลายจุด wrote:กรณีศรราม เขาผ่อนผันแล้วสุดท้ายไปเป็นทหารเกณฑ์ครับ
ส่วนอภิสิทธิ์ ใช้ช่อง สมัครเป็นอาจารย์ ทหาร โดยไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร
ส่วนคำถามที่คุณ jerasak ถามผมว่า ระเบียบดังกล่าวเอามาจากไหน
ผมไม่แน่ใจว่า เอามาจากอันนี้หรือเปล่า พอดีไม่ได้เก็บ link ไว้ http://web.schq.mi.th/~j5/heart/pol229-10-47.htm
ผมไม่มีปัญญาไปหาอันที่อภิสิทธิ์สมัครเข้าไป ได้แต่หาอันที่ใกล้เคียง เวลารับสมัครพลเรือนรับราชการทหาร
ผมขออนุญาตดักคอคุณ Verasak สักเล็กน้อย วานช่วยตอบผมด้วย
หากมีบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคุณอภิสิทธิ์ กล่าวคือ เมือ่ถึงเวลาเกณฑ์ทหารแต่ได้ผ่อนผันไว้ เขาสามารถไปสมัครรับราชการทหาร ในตำแหน่ง แพทย์ทหาร อาจารย์ทหาร พยาบาลทหาร ช่างทหาร ฯลฯ ได้หรือไม่ ?
๓. คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้.-
๓.๑ บุคคลพลเรือน
๓.๑.๑ เป็นชายอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ แต่ ไม่เกิน ๓๐ ปี ( เกิดระหว่าง พ.ศ.๒๕๑๘ ถึง พ.ศ.๒๕๒๙ )
๓.๑.๒ ผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว ต้องเป็นผู้ที่มีผลการตรวจเลือกระบุว่าเป็นบุคคลจำพวกที่ ๑ และต้องมีความสูงตั้งแต่ ๑๖๐ เซนติเมตร และขนาดรอบอก ๗๖/๗๙ เซนติเมตรขึ้นไปตามขนาดที่คณะกรรมการตรวจเลือกได้วัดไว้
๓.๑.๓ ผู้ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้ารับการตรวจเลือก ต้องมีร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่จัดอยู่ในบุคคลจำพวกที่ ๒
ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ ความสูงอย่างต่ำ ๑๖๐ เซนติเมตร ขนาดรอบอก ๗๕/๗๘ เซนติเมตร
๓.๑.๔ งดรับผู้ที่เกิด พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ในปี ๒๕๔๘
๓.๒ ทหารกองหนุน เป็นชายมีอายุไม่เกิน ๓๐ ปี บริบูรณ์
๓.๓ มีสัญชาติไทยและบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดอยู่แล้ว มารดาไม่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้
๓.๔ ไม่เป็นผู้บกพร่องในศิลธรรม ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
๓.๕ ไม่อยู่ในสมณเพศ
๓.๖ ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่าง หรือเคยเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก รวมทั้งไม่เคยต้องโทษคดียาเสพติดทุกประเภท สำหรับผู้มีประวัติคดีอาญาต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับสมัครทราบ ซึ่งหากตรวจพบภายหลังจะระงับการบรรจุ
๓.๗ ไม่อยู่ในระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิดหรือหนีราชการ
๓.๘ ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติดหรือสารเคมีเสพติดให้โทษ
๓.๙ เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
๕ หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงในวันสมัคร
๕.๑ สำเนาใบสุทธิ หรือ ใบประกาศนียบัตร หรือ ระเบียนแสดงผลการเรียนอย่างใดอย่างหนึ่งพร้อมฉบับจริง
๕.๒ สำเนาบัตรประชาชน พร้อมฉบับจริง
๕.๓ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้สมัคร - บิดา - มารดา ผู้ให้กำเนิด พร้อมฉบับจริง
๕.๔ รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและแว่นตา ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป
๕.๕ สำเนาใบสำคัญทางทหาร พร้อมฉบับจริง ดังนี้
๕.๕.๑ กรณีผ่านการเป็นทหารกองประจำการ ใช้หนังสือสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหนังสือรับรองความประพฤติจากหน่วยต้นสังกัด โดยผู้บังคับบัญชา ระดับ ผู้บังคับกองพันขึ้นไป เป็นผู้ลงนามในหนังสือรับรอง
๕.๕.๒ ผู้สำเร็จนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ ๓, ๔, ๕ ใช้หนังสือสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะ จากกรมการรักษาดินแดน หรือหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง
๕.๕.๓ บุคคลพลเรือนผู้ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว ใช้ใบแบบรับรอง (สด.๔๓) และใบสำคัญทหารกองเกิน ( สด.๙ ) สำหรับผู้ที่ยังไม่ผ่านการตรวจเลือกทหาร เนื่องจากอายุยังไม่ครบ ๒๑ ปี ใช้ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙)
๕.๖ หลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล , ใบมรณบัตรของบิดา มารดา ( ถ้ามี )
๕.๗ สำเนาใบอนุญาตขับขี่รถยนต์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน (เฉพาะผู้สมัครตำแหน่ง พลขับรถ) พร้อมฉบับจริง
บก.ลายจุด wrote:กรณีศรราม เขาผ่อนผันแล้วสุดท้ายไปเป็นทหารเกณฑ์ครับ
ส่วนอภิสิทธิ์ ใช้ช่อง สมัครเป็นอาจารย์ ทหาร โดยไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร
ส่วนคำถามที่คุณ jerasak ถามผมว่า ระเบียบดังกล่าวเอามาจากไหน
ผมไม่แน่ใจว่า เอามาจากอันนี้หรือเปล่า พอดีไม่ได้เก็บ link ไว้ http://web.schq.mi.th/~j5/heart/pol229-10-47.htm
ผมไม่มีปัญญาไปหาอันที่อภิสิทธิ์สมัครเข้าไป ได้แต่หาอันที่ใกล้เคียง เวลารับสมัครพลเรือนรับราชการทหาร
ผมขออนุญาตดักคอคุณ Verasak สักเล็กน้อย วานช่วยตอบผมด้วย
หากมีบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคุณอภิสิทธิ์ กล่าวคือ เมือ่ถึงเวลาเกณฑ์ทหารแต่ได้ผ่อนผันไว้ เขาสามารถไปสมัครรับราชการทหาร ในตำแหน่ง แพทย์ทหาร อาจารย์ทหาร พยาบาลทหาร ช่างทหาร ฯลฯ ได้หรือไม่ ?

halfmoon wrote:บก.ลายจุด wrote:กรณีศรราม เขาผ่อนผันแล้วสุดท้ายไปเป็นทหารเกณฑ์ครับ
ส่วนอภิสิทธิ์ ใช้ช่อง สมัครเป็นอาจารย์ ทหาร โดยไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร
ส่วนคำถามที่คุณ jerasak ถามผมว่า ระเบียบดังกล่าวเอามาจากไหน
ผมไม่แน่ใจว่า เอามาจากอันนี้หรือเปล่า พอดีไม่ได้เก็บ link ไว้ http://web.schq.mi.th/~j5/heart/pol229-10-47.htm
ผมไม่มีปัญญาไปหาอันที่อภิสิทธิ์สมัครเข้าไป ได้แต่หาอันที่ใกล้เคียง เวลารับสมัครพลเรือนรับราชการทหาร
ผมขออนุญาตดักคอคุณ Verasak สักเล็กน้อย วานช่วยตอบผมด้วย
หากมีบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคุณอภิสิทธิ์ กล่าวคือ เมือ่ถึงเวลาเกณฑ์ทหารแต่ได้ผ่อนผันไว้ เขาสามารถไปสมัครรับราชการทหาร ในตำแหน่ง แพทย์ทหาร อาจารย์ทหาร พยาบาลทหาร ช่างทหาร ฯลฯ ได้หรือไม่ ?
ไอ้ที่ว่านี่กองเต็มเป็นกรือในกรมยุทธโยธา![]()
![]()

บก.ลายจุด wrote:หนึ่ง...เรื่องเอกสารที่นำมาใช้กับการรับสมัครพลเรือนของ กรมยุทธโยธา น่าสนใจมากครับ เพราะมันต่างจากที่ผมนำมาอ้างซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง กรณีนี้ ขอเวลาทำการบ้านต่อนะครับ แต่เป็นว่า ผมรับรู้แล้วว่า มีเงื่อนไขแบบนี้ด้วย
สอง...ชายไทยแท้ ตอนที่ผมทำงานเรื่องสถานภาพบุคคลของคนบนพื้นที่สูง พบว่า ลูกชาวเขาบางทางราชการไม่ยอมให้รับราชการทหาร แม้ผมจะเข้าใจภาวะวิตกจริจของฝ่ายความมั่นคงในอดีตเกี่ยวกับลูกคนเวียดนามในไทย แต่ไม่แน่ใจว่า นี่คือเหตุผลที่เกี่ยวเนื่องกับการที่คุณอภิสิทธิ์เกิดนอกประเทศอย่างไร ฟังดูมันคนละเรื่องกัน
loginofu wrote:ผมชักไม่แปลกใจแล้วละ
ว่าทำไมปัญหาชาวเขาไม่ได้สัญชาติ ปัญหาชาวเขาไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ถึงไม่ได้รับการแก้ไขซักที
ก็เพราะมีไอ้โง่ที่ไม่เคยศึกษาปัญหา ไม่เคยดูกฎหมาย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรถึงจะแก้ปัญหาได้
แต่เสือกเข้าไปป่วนให้มันเกิดปัญหาหนักกว่าเดิม เอาแต่กรูว่านะจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็ดันมันไปแบบไอ้ด่างนี่เอง
บก.ลายจุด wrote:loginofu wrote:ผมชักไม่แปลกใจแล้วละ
ว่าทำไมปัญหาชาวเขาไม่ได้สัญชาติ ปัญหาชาวเขาไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ถึงไม่ได้รับการแก้ไขซักที
ก็เพราะมีไอ้โง่ที่ไม่เคยศึกษาปัญหา ไม่เคยดูกฎหมาย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรถึงจะแก้ปัญหาได้
แต่เสือกเข้าไปป่วนให้มันเกิดปัญหาหนักกว่าเดิม เอาแต่กรูว่านะจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็ดันมันไปแบบไอ้ด่างนี่เอง
งานแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติ ตั้งแต่ปี 43 มีชาวเขาได้สัญชาติไปหลายแสนคนแล้วครับ
ที่เหลือก็เป็นกรณีที่มีความสลับซับซ้อน และเกิดจากปัญหาทางปฏิบัติมากกว่านโยบาย
loginofu wrote:บก.ลายจุด wrote:loginofu wrote:ผมชักไม่แปลกใจแล้วละ
ว่าทำไมปัญหาชาวเขาไม่ได้สัญชาติ ปัญหาชาวเขาไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ถึงไม่ได้รับการแก้ไขซักที
ก็เพราะมีไอ้โง่ที่ไม่เคยศึกษาปัญหา ไม่เคยดูกฎหมาย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรถึงจะแก้ปัญหาได้
แต่เสือกเข้าไปป่วนให้มันเกิดปัญหาหนักกว่าเดิม เอาแต่กรูว่านะจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็ดันมันไปแบบไอ้ด่างนี่เอง
งานแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติ ตั้งแต่ปี 43 มีชาวเขาได้สัญชาติไปหลายแสนคนแล้วครับ
ที่เหลือก็เป็นกรณีที่มีความสลับซับซ้อน และเกิดจากปัญหาทางปฏิบัติมากกว่านโยบาย
ไม่บอกด้วยละครับว่า "คนละเท่าไหร่" โถ่เอ๊ยยยยยยยย
แล้วเรื่องปี 43 มันก็ไม่เกี่ยวกับเกณฑ์ทหารอยู่ดี กว่าจะได้เห็นผลของปี 43
มันต้องรออีกเป็นสิบปีโน่น กฎหมายก็มีอยู่แล้ว คุณก็ทำเป็นไม่เข้าใจโวยวายอะไรไม่รู้ความอยู่ได้
nanase wrote:พท.จี้ ถอดยศ ร.ต."มาร์ค" เรียกเงินเดือน-เบี้ยหวัด คืน อ้างกห.เคยสอบผิดจริง
"เพื่อแม้ว"แค้น "นายใหญ่"ถูกถอดยศ เล็งยื่นกห.ถอดยศ อภิสิทธิ์ ยันไร้คุณสมบัติรับราชการทหาร ได้รับบรรจุไม่ชอบ ผิดกม.อ้างกก.กห.เคยสอบพบมีความผิดให้ถอดยศ ร.ต.แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ดำเนินการ เชื่อนายกฯไม่คืนเงิน เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับผิด
วันนี้(18 ม.ค.) นายกมล บันไดเพชร กรรมการบริหารและนายทะเบียนพรรคเพื่อ กล่าวว่า ในวันที่20ม.ค.ตนจะเดินทางไปยังกระทรวงกลาโหมเพื่อยื่นหนังสือต่อรมว.กลาโหม ผ่านปลัดกระทรวงกลาโหม เรื่องขอให้ถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเรียกคืนเงินเดือนและเบี้ยหวัด เนื่องจากผลสอบกระทรวงกลาโหมปรากฎแน่ชัดว่านายอภิสิทธิ์ไม่มีคุณสมบัติรับ ราชการทหาร ได้รับการบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบ ฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนเบี้ยหวัด รวมทั้งไม่มีสิทธิ์ได้รับพระราชทานยศ โดยการรับราชการของนายอภิสิทธิ์ เป็นเพียงการหลบเลี่ยงไม่ให้ถูกดำเนินคดีการหนีทหาร
นายกมลกล่าวว่าเรื่องนี้จะเป็นการพิสูจน์ นายอภิสิทธิ์ที่เคยปราศรัยว่าผู้นำแนวใหม่ต้องมีจิตวิญญาณประชาธิปไตย มีความซื่อสัตย์สุจริต
นายกมล กล่าวด้วยว่า ต่อมาได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนของกระทรวงกลาโหม ปรากฎสอบว่ามีความผิดและให้ดำเนินการถอดยศนายอภิสิทธิ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ร.ต.อภิสิทธิ์ แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันกระกลาโหมไม่ได้มีการถอดยศนายอภิสิทธิ์และเรียกคืน เงินเดือนและเบี้ยหวัด การที่บุคคลในกองทัพออกมาชี้แจงว่าเรื่องนี้หมดจบไปแล้ว เพราะเวลานานผ่านมานานกว่า 20 ปีนั้น ในทางกฎหมายถ้าเป็นคดีอาญาจะมีอายุความ 20 ปี แต่กรณีการคืนเงินและเบี้ยหวัดจากผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีระยะเวลาของอายุความ เงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ที่สำคัญกระทรวงกลาโหมต้องถอดยศนายอภิสิทธิ์
ส่วนการคืนเงินเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจะเท่ากับเป็นการยอมรับว่าทำความผิดจริง เรื่องดังกล่าวถ้ารมว.กลาโหมและปลัดกระทรวงกลาโหม เพิกเฉย ตนก็จะดำเนินการฟ้องร้องในความผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่แน่นอน นอกจากนี้ตนยังมีหลักฐานสำคัญในกรณีดังกล่าวที่ไม่เคยมีใครเปิดเผยมาก่อน แม้ว่าใครจะหาว่าตนแก้แค้นให้พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ตนก็จะดำเนินการให้ถอดยศนายอภิสิทธิ์ให้ได้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากอยากให้ติดตามต่
http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000005727
,..........................................................
เอามาให้อ่านเล่นๆครับ ผมก็อยากรู้เรื่องผลสอบเหมือนกันข้องใจอยู่ อย่าช้านะคร้าบ พท.![]()
ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ. 2529
ข้อ ๕ บุคคลที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
๕.๑ มีคุณวุฒิตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร
๕.๒ มีสัญชาติไทย ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ นายทหารประทวนประจำการ หรือพลทหารประจำการ (พลทหารอาสาสมัคร) พ.ศ. ๒๕๐๖
๕.๓ เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
๕.๔ ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
๕.๕ ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีงาม
๕.๖ ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล
๕.๗ ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกให้ออกจากราชการเพราะมีความผิดหรือมีมลทินหรือมัวหมอง
๕.๘ ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ
๕.๙ ไม่เป็นผู้ที่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ
เรื่องเอกสารผลสอบนั้นผมก็ยังติดใจเรื่องกฎหมายที่อ้างอิง บางฉบับหาตามนั้นแล้วไม่เจอ และวิธีการสอบสวนนั้นสอบเฉพาะตัวเอกสารหรือสอบตัวบุคคลด้วย ถ้าสอบเฉพาะตัวเอกสารแล้วมีกรณีเอกสารสูญหายไปจะว่าอย่างไรnanase wrote:ผมเข้าใจ บก.ลายจุดนะ เพราะผมก็ไม่เคลียร์เรื่องคุณสมบัติการสมัคร เพราะดูจากเอกสารลับในเรื่องการสอบมันมีข้อขัดแย้งกันชัดเจนเกินไป อ้างระเบียบว่า21ใช้ใบผ่อนผันไม่ได้แต่ดันเรียกหาเอกสารการผ่อนผันจากผู้สมัคร ถ้าจะอ้างว่าเพื่อตรวจเช็คว่าอยู่ในระยะผ่อนผันรึปล่าวก็ดูในทะเบียนได้ไม่จำเป็นต้องเรียกหาเอกสาร ผมจึงเดาเอาว่าเอกสารลับน่าจะมียาวกว่านี้อีกหรือเป็นการสอบแบบตั้งธงเพื่อ?(อันนี้ขอไม่ละลาบละล้วงเพราะแค่เดา) ส่วนที่ผมเชื่อว่าใช้ใบผ่อนผันสมัครได้นั้นก็อ้างอิงจากข้อมูลและข้อกฏหมายที่คุณจีอ้างมามันทำให้น่าเชื่อมากกว่า การอ้างอิงช้อมูลของบก.ลายจุด
ปล.ว่างๆรบกวนคุณจีสอนเทคนิคgoogle hack ให้หน่อยซิคร้าบรู้สึกว่าคุณจีหาข้อมูลในเนตมาได้ปึ้ง เป๊ะ ไว ดีครับชอบมักๆ ผมเลยได้ความรู้จากคุณจีไปหลายครั้งโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาหาเอง อิอิ![]()
บก.ลายจุด wrote:ส่วนคำถามที่คุณ jerasak ถามผมว่า ระเบียบดังกล่าวเอามาจากไหน
ผมไม่แน่ใจว่า เอามาจากอันนี้หรือเปล่า พอดีไม่ได้เก็บ link ไว้ http://web.schq.mi.th/~j5/heart/pol229-10-47.htm
ผมไม่มีปัญญาไปหาอันที่อภิสิทธิ์สมัครเข้าไป ได้แต่หาอันที่ใกล้เคียง เวลารับสมัครพลเรือนรับราชการทหาร


บก.ลายจุด wrote:ผมขออนุญาตดักคอคุณ Verasak สักเล็กน้อย วานช่วยตอบผมด้วย
หากมีบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคุณอภิสิทธิ์ กล่าวคือ เมือ่ถึงเวลาเกณฑ์ทหารแต่ได้ผ่อนผันไว้ เขาสามารถไปสมัครรับราชการทหาร ในตำแหน่ง แพทย์ทหาร อาจารย์ทหาร พยาบาลทหาร ช่างทหาร ฯลฯ ได้หรือไม่ ?
