
eAT wrote:ทำไมเป็นห่วงแต่ชาวนาว่าไม่รวย อาชีพอื่นไม่ใช่คนไทยด้วยหรือ?
เห็นคนเก็บขยะตามถนนไปขาย ไม่เห็นมีคนเป็นห่วงว่าจะไม่รวยเลย
จะว่าไปแล้ว ก็ไม่เห็นมีคนมาแลป๋มบ้างว่าไม่มีสิทธิ์รวยซักที

OmniSci wrote:ใช้คำว่า ไม่จน ก่อนดีกว่าครับ
ให้พ้นความจน ได้ ใครมีความสามารถต่อไปถึงรวยได้ ก็ดี
พ้นความจน แล้วอยู่อย่างพอเพียงตามแนวของในหลวง
เจ็บ จน โง่ เป็น 3 อย่างที่วนเวียนอยู่ทำให้ผู้ขาดโอกาส ก็ยังเป็นผู้ขาดโอกาสอยู่วันยังค่ำ (เรื่อง เจ็บ จน โง่ นี่ อ.ประเวช พูดไว้มาเป็น 10 ปีแล้ว)
และก็จะกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองชั่วไป
เห็นได้ชัดเจนว่า คุณอภิสิทธิ์ รู้ถึงปัญหานี้ดี จึงมีนโยบายที่เห็นเป็นรูปธรรม ออกมาในรัฐบาลชุดนี้ (แม้จะยังไม่เห็นผลชัด) ขอให้ทุกอย่างต่อเนื่อง ให้ ทุกอาชีพ ไม่เฉพาะชาวนา หลุดพ้น จาก เจ็บ จน โง่ การเมืองไทยก็จะดีขึ้น
(เราก็ไม่อยากจะพูดถึงสมัย ทักษิณ ที่มันเอาหนี้ เอาความมีเงิน ที่ไม่ยั่งยืน ไปให้กับคนจน ตรงๆ แล้วไม่ได้วางแผนให้มีการหลุดพ้นวงจรอุบาทว์อย่างชัดเจน คงไม่ต้องเดา ว่าเพราะอะไร ทักษิณ จึงไม่อยากให้คนเหล่านั้น ลืมตาอ้าปากด้วยตนเองอย่างยั่งยืน ดีที่สมัยนั้น มีการรณรงค์ เรื่องเศษฐกิจพอเพียงของในหลวง คู่กันไป คนที่ไหวตัวทัน ไม่หลงระเริงไปกับ เงินที่มันโปรยมาให้ ก็อยู่กันอย่างมีความสุข)
ดีใจที่มีคนอยากคุยเรื่องนี้ครับ อนาคตของประเทศไทย ทุกคนมีส่วนสำคัญ
3 กค 54 กา เบอร์ 10 ทั้ง 2 ใบ![]()
![]()
![]()
คนบาป wrote:หาข้าวที่อายุ 1 เดือนเก็บเกี่ยวได้ให้ชาวนาปลูกสิ


OmniSci wrote:ทำไม ข้าว ราคาแพงไม่ได้ครับ
สมมติ กิโล ละร้อยไปเลย
ขายทีนึง ให้มีใช้ไปทั้งปีเลย เพราะปลูกข้าวที่เก็บเกี่ยว ทุกเดือนได้ คงยาก
คนต้องกินข้าว
เหมือน รถต้องใช้น้ำมัน
ทำไมน้ำมันแพง ยังขายได้ เพราะจำเป็นต้องใช้จริงๆ หรือ
แล้วข้าวก็จำเป็นต้องกินไหม
ไม่รู้จริงๆ นะ ช่วยบอก
phoosana wrote:ต้องแก้ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ให้ควบคุมได้ก่อนครับ
เช่น แห้งแล้ง ทำยังไงไม่ให้แห้งแล้ง
น้ำท่วม ทำยังไงจะมีระบบระบายน้ำที่ดี
lumtakong wrote:
ผมขอนำเสนอวิธีแก้ปัญหาให้กับชาวนาครับ
ถ้าตั้งข้อสังเกตุดีดี จะเห็นได้ว่า "ข้าวนาปรังจะขายได้ราคาดีกว่าข้าวนาปี" เพราะเกษตรส่วนใหญ่ในประเทศ ปลูกข้าวตามฤดูกาล เนื่องจากแหล่งน้ำที่ไม่เพียงพอ
ถ้าแก้ปัญหาโดยการเชื่อมต่อแหล่งน้ำ จากแม่น้ำหลายๆสาย ให้เป็นโครงข่ายโยงใย ในพื้นที่ เหมือนกับที่ประชาชนชาว จ.บุรีรัมย์ ประสบความสำเร็จมาแล้ว
แต่ต้องไม่ลืมว่า ถ้าปริมาณผลผลิตในประเทศมากเกินไป ก็อาจทำให้ราคาตก ได้เช่นกัน
ควรจะมี "การส่งเสริม ให้ชาวนาไทย มีรายได้ทุกเดือน"
เพราะที่ผ่านมา มีอาชีพเดียว ที่มีรายได้เป็นรายปี ปีละ 1 ครั้ง เท่านั้น (หมายถึงชาวนาส่วนใหญ่ครับ)
โครงการที่ผมอยากนำเสนอ เช่น
1. ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่/ไก่เนื้อ หมู่บ้านละ 1 โรงเรือน
2. ฟาร์มเลี้ยงหมู หมู่บ้านละ 1 โรงเรือน
3. แปลงผักปลอดสารพิษ หมู่บ้านละ 1 โรงเรือน
4. ธนาคารชุมชน หมู่บ้านละ 1 ธนาคาร
เป็นต้น
ชาวบ้านมีรายได้ ชาวบ้านไม่อด ชาวบ้านมีเงินปันผล ทุกเดือน
เป็นการหมุนเวียนในชุมชน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และเป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ครับ
![]()
![]()
lumtakong wrote:คนบาป wrote:หาข้าวที่อายุ 1 เดือนเก็บเกี่ยวได้ให้ชาวนาปลูกสิ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าแบบนี้ ผมแนะนำให้ ก่อไฟ ตั้งหม้อ รอเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวผมเอาข้าวสารไปกรอกให้ 555
![]()
![]()

OmniSci wrote:แล้วถ้าข้าวเปลือกเกวียนละ 15000 บาท
ราคาข้าวสารจะแพงขึ้นไหม
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
จริงๆ ก็คือ ไปลดต้นทุน ให้ได้
ลดความเสี่ยงจากธรรมชาติให้ได้
ราคาเดิมๆ ก็คงจะมีกินมีใช้มากขึ้น ไม่ต้องขายแพง
eAT wrote:lumtakong wrote:forgetmenot wrote:แล้วทำไมต้องรวย รวยไปเพื่ออะไร ทุกคนทุกอาชีพต้องรวย
เท่าไรถึงจะรวย !!!
หาคำถามใหม่ ดีกว่าไหม
อาชีพเกษตรกร เป็นอาชีพที่ค่อนข้างเสี่ยงครับ เพราะต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่าง จึงจะได้ผลผลิตตามที่คาดหวัง
จะไม่เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนที่ได้อย่างแน่นอน ต่อเดือน ต่อปี
ถ้านาแล้ง นาล่ม ก็จบกันครับ ทั้งเงินที่ลงทุนไปบวกกับค่าแรงทั้งปีครับ
![]()
![]()
ผมว่าอาชีพ ทหาร ตำรวจ และคนเซ็ดกระจกตามตึกสูง
เสี่ยงกว่าครับ
Get_Backer wrote:การจะให้ชาวนารวยขึ้น
ชาวนาต้องพัฒนาการปลูกข้าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งยังไม่เพียงพอ(ยังไม่รวย) มีแต่ต้องเพิ่มมูลค่าของข้าวให้มากขึ้นนั่นแหละ
การเพิ่มมูลค่าของข้าวจำเป็นต้องสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อเพิ่มตลาดผู้บริโภคให้กว้างขึ้น ผมมองว่าตลาดข้าวตอนนี้มันแคบเกินไปครับ
ส่วนการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆสิ่งจำเป็นคือการวิจัยที่มีคุณภาพ เมื่อมีการวิจัยที่ดีพอจะสามารถเกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาได้ สิ่งนี้แหละครับที่จะทำให้เกิดกระบวนการคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ผมว่ามีหลายตัวอย่างของพืชหลายชนิดนะครับที่เพิ่มมูลค่าโดยกระบวนการเหล่านี้
สิ่งที่ผมจะบอกคือ การวิจัยไม่ใช่ไม่มีนะครับ เพียงแต่การวิจัยดีๆนั้นมันเป็นของเอกชน![]()
![]()
janejujub wrote:ชาวนาจน?
มันอยู่กับมุมมองมากกว่า จน รวย เนี่ย!
ไอ้ที่เป็นหนี้ก็เป็นความสมัครใจของตนเองทั้งนั้น
ผมสงสารพวกคนจนในเมืองมากกว่า อย่าไปสงสารคนที่เป็นชาวนาบ้านนอกเลยครับ
ถึงจะจนแต่ไม่อดตาย มีข้าว มีอาหารแต่จนในเมืองนี่ตายนะครับ!
น้ำหวาน wrote:แจกเงินเข้าไปเยอะ ๆ![]()
![]()
แต่อาชีพในฝันผมหลังเกษียณเลย
1. อัดกรอบพระ
2. เก็บขยะ
![]()
![]()
halfmoon wrote:ผมเคยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เดอไตรโคเดอร์ม่า ต้นสะเดา จากที่เคยมีใบแยกออกจากก้านเพียงแยกละใบ หลังจากใส่ปุ๋ยผสมเชื้อราตัวนี้ มันแตกออกเป็นสามแฉกเหมือนใบเมเปิ้ล ในนาข้าวใส่เข้าไปแล้วข้าวจะรวงใหญ่เมล็ดยาวอ้วน จากทั่วไปรวงหนึ่งจะมีเมล็ดข่าว 85-100 เมล็ด หลังจากใส่เชื่อราตัวนี้ ข้าวหนึ่งรวงจะได้เมล็ดประมาณ 115-125 เมล็ดต่อรวง แปลกดี ปุ๋ยอินทรีย์ตัวนี้ใช้ดีทั้งนาโคกนาดอน และนาหินลูกรัง มันจะทำให้ร่วน เวลาแห้งดินแห้งมันจะแตกให้อากาศเข้าถึงรากข้าวได้ด้วยในระยะหนึ่ง พอฝนใหญ่มามันก้เติบโตได้ดี ถามว่าถ้ามันดีหญ้าก็ขึ้นตามนะสิ ใช่ครับมันขึ้น อย่าตกใจเมื่อฝนใหญ่มามันก็จมน้ำตายเอง แต่ถ้าแล้งมันจะแย่งอาหารมั๊ย ตอบว่ารากหญ้าอายุมันสั้นรากมันก็สั้น และหากมันแล้งหญ้ามันก็เลื้อยทอดปล้องไปหาแหล่งความชื้นใหม่ ดังนั้นก็เกิดรากใหม่แต่สั้น และก็จะตายไปเองเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ผลข้างเคียงของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมเชื้อราตัวนี้คือ ระบบนิเวศดั้งเดิมระกลับมา ในนาก็มีกบมีเขียด มีไส้เดือน มีแมลงต่างๆมากมายเป็นห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์ เชื้อราตัวนี้ใช้ในภาคอิสานได้ดีครับ ผมเคยไปสังเกตุของคนอื่นที่ใช้ในอำนาจเจริญ เป็นนาโคกนาดอนหินแห่(ลูกรัง) แต่ก่อนผลาญแตกอยู่เรื่อ แต่ใช้ปุ๋ยผสมเชื่อราตัวนี้ดินมันร่วนขึ้น พอมีน้ำหน่อยก็ไถ ลูกรังก็ร่วนแยกตามคือไม่เกาะแน่นเหมือนเดิม ประหยัดผลาญไถได้อีก ฮาฮาฮา และนาหินแห่ปรกติลำต้นข้าวมันจะสั้น แต่พอใช้ไปแล้วปรากฏว่ามันก็ไม่สูงกว่าเดิมมากนัก แต่กอใหญ่รวงใหญ่ ก็แปลกดี

halfmoon wrote:คำว่ารวยของเกษตรกร ไม่ทำให้คนอื่นย่ำแย่ครับ เพราะชาวนาทำนาปีละครั้ง หากได้เงินครอบครัวละ 2-3 แสนต่อปี ลองเอา 12 หารก็ตกเพียงครอบครัวประมาณละ 25,000 เอา 3 หาร ก็จะเหลือเพียงคนละ 8,000 บาท แต่นี้ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพียงแต่ทำให้ชาวนาอยู่ได้แล้วก็ปลูกข้าวเลี้ยงเราอีกทีนึง ให้ชาวนาได้ลืมตาอ้าปากมั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้เขาอยู่กับความยากจน และตายไปกับความยากจน แต่ลูกหลานเขาก็ยังปลูกข้าวเลี้ยงเรา อยู่ในความยากจนต่อไป
แต่ทุกวันนี้ชาวนาส่วนใหญ่มีรายได้จากการขายข้าวแบบขาดทุน ได้มาเพียง 40,000 - 80,000 บาท หารดูแล้วเหลือ 1,000 - 2,000 บาทต่อคนแบบขาดทุน คือ อาจจะมีทุนต่อคนถึง 1,500 - 3,000 บาท พูดง่ายๆคือกินทุนตัวเอง แต่หารายได้จากทางอื่นมาอุดต้นทุนการผลิตทุกฤดู

halfmoon wrote:ดินแดนในฝันของผม

lumtakong wrote:eAT wrote:ทำไมเป็นห่วงแต่ชาวนาว่าไม่รวย อาชีพอื่นไม่ใช่คนไทยด้วยหรือ?
เห็นคนเก็บขยะตามถนนไปขาย ไม่เห็นมีคนเป็นห่วงว่าจะไม่รวยเลย
จะว่าไปแล้ว ก็ไม่เห็นมีคนมาแลป๋มบ้างว่าไม่มีสิทธิ์รวยซักที
เมืองไทยเราเป็นเมืองเกษตรกรรมครับ อาชีพของประชากรส่วนใหญ่ก้คือ ชาวนา ครับ
ที่สำคัญประเทศเราส่งออกข้าว ติดอันดับหนึ่งของโลก
แต่ทำไม ชาวนา (ส่วนใหญ่) ถึงยังยากจนอยู่
ท่าน eAT ไม่ลองช่วยนำเสนอทางออกดูบ้างซักข้อเหรอครับ ได้บุญเยอะ นะครับ
![]()
![]()
finder wrote:
สำหรับชาวนาแล้ว หาได้เท่าไรไม่สำคัญ สำคัญว่าเหลือเท่าไร
ผมก็อยากเห็นชาวนาบ้านเรารวยแบบชาวนาในประเทศที่เจริญแล้ว
แต่ทำไมชาวนาไทยไม่รวยสักที ปัญหานี้น่าจะทราบกันดี แต่ทำไมแก้ไม่ได้
เพราะต้นเหตุคือนายทุนและนักการเมืองร่วมมือกันในการกำหนดราคาพืชผลทางการเกษตร(รายได้)
ส่วนทางด้านรายจ่ายก็มีแต่เพิ่มขึ้นเช่นปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง เป็นต้น เพราะนักการเมืองและพ่อค้าสนับสนุนการใช้สารเคมี
ถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ ไม่มีทางหารายได้เพิ่ม เพราะชาวนาขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ขายข้าว
ดังนั้น นอกจากหาทางเพิ่มรายได้(ตามที่จขกท.กล่าวมา)
ก็ควรหาทางลดรายจ่ายด้วย(ใช้ปุ๋ยอินทรีย์,ใช้ยาฆ่าแมลงแบบชีวภาพ)
นอกจากนี้คือภัยธรรมชาติต่างๆที่ซ้ำเติม ซึ่งถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ตรงส่วนนี้ช่วยบรรเทาปัญหาได้เท่านั้น
ได้ตามนี้ รับรองชาวนารวย![]()
![]()
![]()
แต่จะให้ชาวนาทำได้ตามนี้ มีทางเดียว
VOTE NO
![]()
![]()
![]()
OmniSci wrote:พี่ finder อย่าปล่อยให้คนเขลาอย่างผมอารมณ์ค้าง อุตสาห์อ่านความเห็นดีๆของพี่ อย่างเห็นด้วยและเข้าใจเห็นภาพแล้วเชียว มาจบตรงที่ให้มา กา vote no ตรงตอนจบของพี่เล่นเอาผมไปต่อไม่เป็นเลย
พี่ช่วยอธิบายต่อไปอีกนิดได้ไหมครับว่า หลังจาก vote no จนสำเร็จแล้ว เป็นไงต่อ จึงไปจบที่ชาวนาของพวกเราลืมตาอ้าปาก มีเงินใช้ได้หนะครับ
ถ้าผมเข้าใจอย่างที่พี่เข้าใจ เราก็จะได้ไป vote no กันครับ ไม่ได้ล้อเล่น ผมตั้งใจจะช่วยชาวนาจริงๆครับ
บุญปลีก wrote:ถ้าให้ตอบแบบคนสมองน้อย ก็น่าจะลดต้นทุนการผลิต เพราะมันเสมือนเป็นการเพิ่มกำไร
และถ้าหากผลิตมากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิมก็จะยิ่งไปเพิ่มกำไรให้ครับ แนวทางนี้น่าจะทำให้รวยได้

หยุมหยิม wrote:เหอะๆ นับย้อนไปตระกูลผมปลูกข้าวกันมาหลายชั่วอายุคน
จะรวยเมื่อไรน่ะเหรอ ...ขายนาไง ไม่มีทาง ยังไงโรงสีก็รวยกว่าอยู่ดี
มองแบบมุมเล็กๆก็พอ คงจะเข้าใจ
ชอบหลายๆรูปในกระทู้นี้ครับ อยากเห็นความเป็นจริงแบบนั้นจริงๆ

yoshikiryuichiro wrote:
ผมขอถือวิสาสะตอบแทนเลยแล้วกัน
การจะให้ชาวนาหายยากจน
1.ลดต้นทุนในการผลิตและเก็บเกี่ยว โดยการลดการใช้เครื่องจักรกล และใช้ความร่วมมือกันระหว่างชาวบ้านแต่ละคนมาช่วยกันปักดำและเก็บเกี่ยว
ปัจจุบันการลงแขก (แรงงานฟรี) เหมือนสมัยก่อนไม่มีให้เห็นแล้วครับ
2.ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช เปลี่ยนมาใช้สารบำรุงดินและกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ
เห็นด้วยครับ
3.ปรับปรุงระบบการส่งน้ำเข้าสู่ที่นาโดยการกันพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นบ่อน้ำเพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำและการ
เห็นด้วยครับ
4.แก้ไขปัญหาเกษตรกรไม่มีที่ทำกันด้วยการไถ่ที่นาคืนจากนายทุนในแต่ละพื้นที่ และจัดตั้งพื้นที่ๆไถ่ถอนมาได้เป็นโฉนดชุมชน
เห็นด้วยครับ ไอเดียเจ๋ง
5.ให้แต่ละพื้นที่จัดตั้งสหกรณ์ชุมชนเพื่อการพัฒนาการผลิตและเป็นการกดดันนายทุน
เห็นด้วยครับ ไอเดียเจ๋ง
6.รัฐต้องเข้าช่วยเหลือด้วยการจัดหาตลาดขายข้าวให้ชาวนา
เห็นด้วยครับ
7.กำหนดจำนวนพื้นที่ปลูกข้าวไม่ให้มากเกินความจำเป็น และไม่ปลูกข้าวหลาย ๆ รอบ
อาจยังมีอีก แต่ตอนนี้คิดไม่ออก
7.กำหนดจำนวนพื้นที่ปลูกข้าวไม่ให้มากเกินความจำเป็น และไม่ปลูกข้าวหลาย ๆ รอบ