OmniSci wrote:พี่ finder อย่าปล่อยให้คนเขลาอย่างผมอารมณ์ค้าง อุตสาห์อ่านความเห็นดีๆของพี่ อย่างเห็นด้วยและเข้าใจเห็นภาพแล้วเชียว มาจบตรงที่ให้มา กา vote no ตรงตอนจบของพี่เล่นเอาผมไปต่อไม่เป็นเลย
พี่ช่วยอธิบายต่อไปอีกนิดได้ไหมครับว่า หลังจาก vote no จนสำเร็จแล้ว เป็นไงต่อ จึงไปจบที่ชาวนาของพวกเราลืมตาอ้าปาก มีเงินใช้ได้หนะครับ
ถ้าผมเข้าใจอย่างที่พี่เข้าใจ เราก็จะได้ไป vote no กันครับ ไม่ได้ล้อเล่น ผมตั้งใจจะช่วยชาวนาจริงๆครับ
แหมจะได้อีกเสียงที่โหวตโน ยอมอธิบายเต็มที่
แต่ไม่รู้คุณจะมาอ่านหรือเปล่า เพราะผมเพิ่งกลับเข้ามากระทู้นี้
อ้อ,ออกตัวก่อนครับ ผมไม่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับข้าวนะครับ
เรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ เป็นความรู้ที่ผมรวบรวมจากการรับรู้มาในชีวิต
ถ้าผิดพลาดก็ขออภัย
การจะเหลือเก็บต้องมีรายได้มากกว่ารายจ่ายครับ เป็นเรื่องที่ใครๆก็รู้
ดูที่รายได้
คุณจะเห็นว่า รายได้ของชาวนาขึ้นอยู่กับการประกันราคาหรือจะจำนำก็ตาม เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ
ที่ผ่านมาไม่ว่าวิธีไหนก็มีข้อดีและข้อเสีย แต่ปัญหาหลักอยู่ที่การโกงกินจากหน่วยงานราชการร่วมกับพ่อค้า
เริ่มที่โรงสีก่อนเลยครับ ถือเป็นด่านหน้าที่ชาวนาจะต้องเจอ ถ้าขั้นนี้คุมได้ ชาวนาก็ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
จะคุมได้ต้องมีกฎหมายปราบคอรัปชั่นที่เด็ดขาดและรัฐบาลที่โปร่งใสเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้
ดูที่รายจ่าย
รายจ่ายที่ได้ยินอยู่เสมอว่าเป็นภาระของชาวนาคือสารเคมีพวกยาฆ่าแมลงและปุ๋ย
ล่าสุดรัฐบาลออกงบประมาณ4พันล้านเพื่ออุดหนุนราคาปุ๋ยเคมีไม่ให้ขึ้นราคา ชาวนาจะได้ไม่ซื้อแพง
ซึ่งมันผิดครับ การทำเช่นนี้เป็นการช่วยพ่อค้าปุ๋ยให้ขายได้ต่างหาก
ทางที่ถูกคือต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์ครับ หาได้เองจากธรรมชาติ บนเวทีพธม.ก็พูดเรื่องนี้เป็นระยะ
คนที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารกำจัดแมลงที่ทำจากธรรมชาติจะลดต้นทุนมหาศาล จนเกือบเป็นศูนย์
สรุป ดังนั้นเมื่อรายได้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และรายจ่ายก็น้อยมาก ชาวนาจะจนได้อย่างไร จริงไหมครับ
คราวนี้เราจะทำให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ทุกท่านก็ดูสิครับ
ด้านรายรับโรงสีกดราคาชาวนาได้เพราะรัฐบาลไม่เอาจริงและบ่อยครั้งที่กลับเป็นผู้โกงเอง เพราะโรงสีต้องส่งต่อให้พ่อค้าและผู้ส่งออก
หรืออาจส่งไปที่รัฐบาลก่อนแล้วส่งให้พ่อค้าและผู้ส่งออกอีกที เบื้องหลังก็คือพ่อค้าและผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นนายทุนให้รัฐบาล
โดยเอารายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการกดราคาชาวนา(กดราคาผ่านโรงสี)หรือโกงชาวนาก็ตาม และผลกำไรจากการขายข้าว
มาแบ่งกับคนในรัฐบาล
ด้านรายจ่าย พ่อค้าปุ๋ยและยาฆ่าแมลงก็เ็ป็นนายทุนให้รัฐบาลเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ไม่มีรัฐบาลใดสนับสนุน
การใช้ปุ๋ยและสารฆ่าแมลงชีวภาพอย่างจริงจัง แถมยังสนับสนุนการใช้และล่าสุดก็ยังอุดหนุนราคาปุ๋ยเคมีอีกด้วยอีกด้วย
และที่ร้ายไม่แพ้กัน รัฐบาลจะแจกพันธ์ข้าวที่ไม่เหมาะกับการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงชีวภาพให้แก่ชาวนา
การที่ชาวนาจะออกจากวงจรอุบาทว์นี้จึงยากขึ้น
สรุปสุดท้าย
นายทุนที่เกี่ยวข้องกับรายจ่ายของชาวนาและนายทุนที่เกี่ยวข้องกับรายรับของชาวนา ต่างล้วนเป็นนายทุนของรัฐบาลทุกรัฐบาล
อย่างนี้แล้ว จะมีรัฐบาลใดจะทำเพื่อชาวนาไหมครับ จึงมีแต่รัฐบาลที่ทำเพื่อนายทุนทั้งนั้น ชาวนาไทยจึงไม่มีทางรวย
นอกจากจะหลุดออกจากวงจรอุบาทว์นี้ อย่างที่รายการกบนอกกะลาเคยเสนอชีวิตชาวนาที่ทำสำเร็จมาแล้ว
ตอนที่ชื่อ"อรหันต์ชาวนา" ตัวเดินเรื่องชื่อแหลม แต่ส่วนใหญ่เพราะขาดการเรียนรู้ จึงยากจะหลุดออกมาได้
การชุมนุมของพธม.ที่ผ่านมาและเมื่อ193วันก็อาศัยจำนวนคนประท้วงเฉพาะในที่ชุมนุม ยังได้ผลมาตลอด
แต่ถ้ามีเสียงโหวตโนมากๆ จำนวนเสียงที่มากนี้จะเป็นแรงเสริมการชุมนุมของภาคประชาชนได้
เพราะถ้ารัฐบาลไม่ฟัง รัฐบาลอาจเจอกับการกดดันที่หนักกว่าจากแรงหนุนของพวกที่โหวตโน ถึงตอนนั้นรัฐบาลอาจอยู่ไม่ได้
การโหวตโนถ้ามากพอจนสามารถทำให้ภาคประชาชนนำมากดดันรัฐบาลได้ นอกจากจะใช้เรียกร้องการปฏิรูปการเมืองแล้ว
ยังสามารถใช้กดดันในเรื่องต่างๆเช่นการเรียกร้องของชาวนาหรือคนในอาชีพอื่นๆได้ด้วย เพราะทุกวันนี้ที่เวทีชุมนุมของพธม.
และก่อนหน้านั้นเมื่อ193วัน ก็ยังมีตัวแทนชาวนามาขึ้นเวทีเพื่อเรียกร้องผ่านไปยังรัฐบาลให้ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้
และรัฐบาลก็รีบตอบรับชาวนา เพราะกลัวชาวนาจะมาร่วมประท้วงกับพธม.ไงครับ
เห็นไหมครับว่า การมีภาคประชาชนที่มีกำลังเข้มแข็ง จะเป็นที่หวาดกลัวของทุกรัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่ทำตาม,
แรงกดดันจากการโหวตโนถ้ามากมายมหาศาล แค่ขู่จะชุมนุมเท่านั้น รัฐบาลก็อุจจาระราดแล้วครับ
คงหายข้องใจแล้วนะครับ เฮ้อ,เหนื่อย กว่าจะเสร็จ



