รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby PinkDevil » Thu Jun 16, 2011 4:13 pm


สิ่งที่คุณสุชาติพูดมันก็ไม่ได้ผิดสะทีเดียวเพราะในปี 2551 หนี้ต่อ GDP ของไทยลดลงมาอยู่ที่ 37% ต่อ GDP จริง แต่คุณสุชาติเลือกที่จะหยิบตัวเลขมาพูดโดยละเลยข้อเท็จจริงว่าในช่วงปี 2552 เกิดวิกฤตเศราฐกิจตกต่ำทั่วโลก (นักวิเคราะห์บางคนถึงกับบอกว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่หนักที่สุดในรอบ 70 ปี)

รัฐบาลจำเป็นต้องมีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อประคับประคองไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศดิ่งลงเหว เอกชนต้องปิดกิจการเพราะไม่สามารถขายสินค้าได้เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนลดลง คนตกงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม ในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆก็รัฐจำเป็นต้องใช้เงิน ดังนั้นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (เคยได้ลงข้อมูลกราฟหนี้สาธารณะของประเทศต่างๆย้อนหลัง 10 ปี ซึงจะเห็นได้ว่าในช่วงปี 2552 ทุกประเทศสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นในปี 2552 อย่างมีนัยยะสำคัญ)

การที่คุณสุชาติเอาตัวเลขสัดส่วนที่ต่ำกว่ามาเพื่อบอกว่ารัฐบาลกู้เยอะแต่จงใจละเลยที่จะพูดความจริงเกี่ยวกับสภาวะของเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์ทั้งๆที่คุณสุชาติเองก็บอกว่าต้องใช้หลักเศรษฐศาสตร์มหภาคในการคิด คุณสุชาติก็ควรจะต้องรู้ดีว่าในการบริหารภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ บทบาทหน้าที่ของรัฐต้องเป็นอย่างไร ต้องใช้นโยบายใดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และต้องใช้วิธีใดในการชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

จากเมื่อก่อนที่มีวาทกรรมว่า รัฐบาลนี้กู้มากที่สุด กู้มากเป็นประวัติการณ์ พอมีการเอาสัดส่วนหนี้ต่อ GDP มาให้ดู ทำให้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ในแต่ละรัฐบาลเป็นอย่างไร ซึ่งพอเล่นเรื่องกู้มากเป็นประวัติการณ์ กู้เยอะที่สุดไม่ได้แล้วเพราะคนทั่วๆไปได้เห็นข้อมูลจริง รู้ว่าในการพิจารณาข้อมูลต้องอ่านข้อมูลอย่างไร ก็เปลี่ยนมายกประเด็นเรื่องสัดส่วนหนี้ลงมาที่ 37% แต่รัฐบาลนี้มากู้เพิ่มจนทำให้มาอยู่ที่ 45% (ยอดปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 41% แล้ว)

แต่ที่น่าขำคือประเด็นเรื่อง ยอดหนี้ต่อ GDP ลดลงแล้วมาเพิ่มในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นประเด็นที่เคยมีคนใช้มาแก้ตัวและโจมตีเมื่อข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ย้อนหลัง 10 ปีออกมาใหม่ๆ และในกระทู้นี้ก็ได้มีการถามและตอบคำถามนี้พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลกันไปแล้วตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วรู้สึกจะอยู่หน้า 3 ของกระทู้นี้
To dream the impossible dream
To fight the unbeatable foe
To bear with unbearable sorrow
To run where the brave dare not go
To right the unrightable wrong
To love pure and chaste from afar
To try when your arms are weary
To reach the unreachable star
User avatar
PinkDevil
 
Posts: 835
Joined: Sat Feb 07, 2009 1:12 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Mon Jun 20, 2011 9:29 pm

ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งนะครับ

จากข้อมูลที่ทุกท่านได้ให้มา ผมเห็นว่าเป็นไปตามหลักของเหตุและผลและจริงทุกประการครับ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน

แต่ผมอยากให้ลองพิจารณาในแง่ความเป็นจริงของมนุษย์ และประเทศไทยครับ :D

ข้อมูลดังกล่าวที่ทุกท่านเอามาแสดง ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะครับ เพราะสามารถบิดเบือนกันได้ไม่มากก็น้อย ใครเป็นคนจัดทำหละครับ ? :o

แต่ผมอยากให้ใช้วิธีอย่ามองแค่ตัวเลข มองในแง่ความเป็นจริงมากกว่า บางทีบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น นั่นมันก็ตัวเลขอีกหละครับ และข้อมูลที่นำเสนอในสังคมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง(ประชดครับ)จากไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างฝ่ายก็หามาอธิบายได้หมดแหละครับ เถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว

อยากให้มองในแง่ความเป็นจริงคือ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นความเป็นจริงครับ ทฤษฎีก็คือทฤษฎี มันช่วยได้ในแง่ของข้อมูลที่เป็นจริงและในสภาพสังคมที่เป็นกลาง ( คงหาในโลกนี้ไม่ได้ ไม่ว่าประเทศไหนสังคมไหน เป็นธรรมชาติมนุษย์ครับ) :lol: ว่าแต่ใครเป็นคนเก็บข้อมูลหละครับ และเป็นพวกไหน ? (อย่ามาคิดตรงจุดนี้ครับ แต่อยากให้ลองมองในมุมกว้างๆว่ามันสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี)


ในแง่การใช้ชีวิต พอดีบ้านผมก็ฐานะไม่ได้ลำบากอะไร จะรัฐบาลไหนก็ไม่เป็นปัญหาครับ จะซื้อของราคาไหนก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ที่ผมเห็นคือชีวิตของชนชั้นล่างดีขึ้นจริง [color=#008000]จะมีประโยชน์อะไรถ้าตัวเลขทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ประชาชนใช้ชีวิตอย่างลำบากในระดับเดิมครับ
มีโครงการใหม่ๆเข้ามาจริงๆ ดูแล้วมีการพัฒนาที่ดีในยุคของทักษิณ เมื่อเทียบกับยุคของประชาธิปปัตย์ซึ่งดูจะไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตก็เดิมๆ ถ้าเทียบกับการใช้ชีวิตแล้วก็เหมือนคนใช้ชีวิตไปวันๆ อารมณ์นั้นครับ ซึ่งหลายๆอย่างก็เกิดจากการนำความคิดหรือไอเดียความสร้างสรรค์จากพรรคเพื่อไทยซะส่วนใหญ่ โดยผมมองว่าถ้าผมจะเลือกใคร(ฝ่ายไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้น เชื่อเถอะ) ผมเลือกคนที่มีวิสัยทัศน์ และ creative idea ที่ดีกว่าครับ ซึ่ง ณ จุดนี้ เพื่อไทยในสายตาผม น่าจะเป็นทางออกที่ดีครับกับสถาณการณ์ปัจจุบันในแง่การใช้ชีวิต ถ้าไม่มีปัญหาอื่นๆตามมาอีกนะ (ความคิดเห็นส่วนตัวครับ)[/color]

เีรื่องการโกง ผมคิดว่าจะโกง ก็คงห้ามไม่ได้ ดังนั้นไปโกงเพื่อให้เกิด Project ใหม่ๆน่าจะดีกว่า แต่ที่เจอกับตัวเองเป็นหลายสิบปีคือ ทางเดินเท้าแถวบ้านผม ปชป. ขึ้นมาทีไร คือมีการขุดเปลี่ยนแผ่นกระเบื้องทุกยุคทุกสมัยของ ปชป. (ปชป. ครองแถวบ้านครับ) ซึ่งผมสังเกตคือทางเท้าก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขุดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ผลาญงบเล่นๆ ซึ่งอันนี้เป็นตัวอย่างของการโกงแบบไม่สร้างสรรค์ครับ
Last edited by vezzzz on Mon Jun 20, 2011 9:53 pm, edited 1 time in total.
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby baezae » Mon Jun 20, 2011 9:49 pm

vezzzz wrote:ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งนะครับ

จากข้อมูลที่ทุกท่านได้ให้มา ผมเห็นว่าเป็นไปตามหลักของเหตุและผลและจริงทุกประการครับ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน

แต่ผมอยากให้ลองพิจารณาในแง่ความเป็นจริงของมนุษย์ และประเทศไทยครับ :D

ข้อมูลดังกล่าวที่ทุกท่านเอามาแสดง ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะครับ เพราะสามารถบิดเบือนกันได้ไม่มากก็น้อย ใครเป็นคนจัดทำหละครับ ? :o

แต่ผมอยากให้ใช้วิธีอย่ามองแค่ตัวเลข มองในแง่ความเป็นจริงมากกว่า บางทีบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น นั่นมันก็ตัวเลขอีกหละครับ และข้อมูลที่นำเสนอในสังคมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง(ประชดครับ)จากไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างฝ่ายก็หามาอธิบายได้หมดแหละครับ เถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว

อยากให้มองในแง่ความเป็นจริงคือ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นความเป็นจริงครับ ทฤษฎีก็คือทฤษฎี มันช่วยได้ในแง่ของข้อมูลที่เป็นจริงและในสภาพสังคมที่เป็นกลาง ( คงหาในโลกนี้ไม่ได้ ไม่ว่าประเทศไหนสังคมไหน เป็นธรรมชาติมนุษย์ครับ) :lol: ว่าแต่ใครเป็นคนเก็บข้อมูลหละครับ และเป็นพวกไหน ? (อย่ามาคิดตรงจุดนี้ครับ แต่อยากให้ลองมองในมุมกว้างๆว่ามันสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี)


ในแง่การใช้ชีวิต พอดีบ้านผมก็ฐานะไม่ได้ลำบากอะไร จะรัฐบาลไหนก็ไม่เป็นปัญหาครับ จะซื้อของราคาไหนก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ที่ผมเห็นคือชีวิตของชนชั้นล่างดีขึ้นจริง มีโครงการใหม่ๆเข้ามาจริงๆ ดูแล้วมีการพัฒนาที่ดีในยุคของทักษิณ เมื่อเทียบกับยุคของประชาธิปปัตย์ซึ่งดูจะไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตก็เดิมๆ ถ้าเทียบกับการใช้ชีวิตแล้วก็เหมือนคนใช้ชีวิตไปวันๆ อารมณ์นั้นครับ ซึ่งหลายๆอย่างก็เกิดจากการนำความคิดหรือไอเดียความสร้างสรรค์จากพรรคเพื่อไทยซะส่วนใหญ่ โดยผมมองว่าถ้าผมจะเลือกใคร(ฝ่ายไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้น เชื่อเถอะ) ผมเลือกคนที่มีวิสัยทัศน์ และ creative idea ที่ดีกว่าครับ ซึ่ง ณ จุดนี้ เพื่อไทยในสายตาผม น่าจะเป็นทางออกที่ดีครับกับสถาณการณ์ปัจจุบันในแง่การใช้ชีวิต ถ้าไม่มีปัญหาอื่นๆตามมาอีกนะ (ความคิดเห็นส่วนตัวครับ)


เีรื่องการโกง ผมคิดว่าจะโกง ก็คงห้ามไม่ได้ ดังนั้นไปโกงเพื่อให้เกิด Project ใหม่ๆน่าจะดีกว่า แต่ที่เจอกับตัวเองเป็นหลายสิบปีคือ ทางเดินเท้าแถวบ้านผม ปชป. ขึ้นมาทีไร คือมีการขุดเปลี่ยนแผ่นกระเบื้องทุกยุคทุกสมัยของ ปชป. (ปชป. ครองแถวบ้านครับ) ซึ่งผมสังเกตคือทางเท้าก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขุดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โกงงบเล่นๆ ซึ่งอันนี้เป็นตัวอย่างของการโกงแบบไม่สร้างสรรค์ครับ


ข้อมูลดังกล่าวที่ได้โพสต์ ๆ กันมา ส่วนใหญ่โดยเฉพาะส่วนที่ผมลง มาจากธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ คงไม่เข้าข้างรัฐบาลเราไม่ว่ารัฐบาลดไหนกระมัง ส่วนความน่าเชื่อถือ ก็ดูแหล่งที่มาก็แล้วกันครับว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวเลขดังกล่าวหากเข้าไปในธนาคารโลกหรือไอเอ็มเอฟ สามารถตรวจสอบได้ไม่ยากครับ และขอรับประกันว่า ตรงทุกตัว ยกเว้นร้อยละที่ใช้วิธีผูกสูตรในเอกเซลเพื่อหาเอง

การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ลองมองสองมิตินะครับ ทุกวันนี้ราคาของแพงขึ้นราวร้อยละ ๑๐ และต่ำกว่า ถ้ามองจากมิติแรก ราคาอาหารโลกพุ่งเกินร้อยละ ๑๐ แทบทุกตัว ถามว่าทำไมเราคงอยู่ที่ระดับนี้ล่ะ เหตุผลคือ เราตรึงราคาน้ำมันดีเซลอันเป็นต้นทุนตัวหนึ่ง มีการควบคุมราคาสินค้า การบริหารที่ไม่ฝืนกลไกตลาดจนเกินไป

ถ้ามองจากมิติที่ ๒ หากตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคย้อนหลังแล้วจะพบว่า โดยเฉลี่ยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงสิบปีหลังนี้ ขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ ๑๐ เท่ากันเกือบทุกปี ยกเว้นปีที่สมัครสมชายเป็นนายก ปีนั้นราคาแทบทุกตัวขึ้นในอัตราร้อยละ ๒๐ ถามว่าปีไหนคนไทยเดือดร้อนหรือเปล่า? และความเป็นจริงยังมีอีกว่า ในปีนี้ ราคาสินค้าหลาย ๆ อย่างปรับตัวลดลงจากปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นหมู ไข่ ผักชี ฯลฯ

ความคิดสร้างสรรค์ มันต้องมากับบุคลากรที่สามารถนำความคิดนั้นไปใช้ได้จริงครับ ถ้าย้อนดูเราจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นทักษิณเอง หรือตัวบุคลากรในสมัยสมัครสมชาย ล้วนใช้วิธีคิดเดียวกัน นโยบายแบบเดียวกัน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในสมัยทักษิณก็ทำสู้ตอนนี้ไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงสมัครสมชายที่ประเทศชาติแทบล่มจม

อีกอย่าง นโยบายของเผาไทยตอนนี้คงไม่ใช่สร้างสรรค์แล้วล่ะครับ มีแต่นโยบายเทเงินลงไป แค่จำนำข้าวบัตรเครดิต สุชาติเองบอกปีแรกขาดทุนแสนล้าน ปีต่อมา ๕ หมื่นล้าน แล้วโครงการอื่นอีกล่ะ?

เวลาเค้าโกงหรือสงสัยว่าโกง มาบ่นมันไม่ช่วยครับ คุณต้องยื่นตรวจสอบ แจ้งตำรวจ ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ต้องร้องเรียน อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรแล้วมาบ่นว่าโกง มันถูกหรือครับ?
ถ้าคุณเป็นเสื้อเหลือง ผมคุยกับคุณได้ และหัวเราะให้กันได้
ถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ผมก็คุยกับคุณได้ และหัวเราะใ้ห้กันได้
แต่ถ้าคุณเป็นควายล้มเจ้าไม่ว่าจะสีไหน ผมจะด่าอย่างเดียว
User avatar
baezae
 
Posts: 1144
Joined: Thu Feb 18, 2010 10:43 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Mon Jun 20, 2011 9:57 pm

baezae wrote:
vezzzz wrote:ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งนะครับ

จากข้อมูลที่ทุกท่านได้ให้มา ผมเห็นว่าเป็นไปตามหลักของเหตุและผลและจริงทุกประการครับ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน

แต่ผมอยากให้ลองพิจารณาในแง่ความเป็นจริงของมนุษย์ และประเทศไทยครับ :D

ข้อมูลดังกล่าวที่ทุกท่านเอามาแสดง ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะครับ เพราะสามารถบิดเบือนกันได้ไม่มากก็น้อย ใครเป็นคนจัดทำหละครับ ? :o

แต่ผมอยากให้ใช้วิธีอย่ามองแค่ตัวเลข มองในแง่ความเป็นจริงมากกว่า บางทีบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น นั่นมันก็ตัวเลขอีกหละครับ และข้อมูลที่นำเสนอในสังคมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง(ประชดครับ)จากไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างฝ่ายก็หามาอธิบายได้หมดแหละครับ เถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว

อยากให้มองในแง่ความเป็นจริงคือ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นความเป็นจริงครับ ทฤษฎีก็คือทฤษฎี มันช่วยได้ในแง่ของข้อมูลที่เป็นจริงและในสภาพสังคมที่เป็นกลาง ( คงหาในโลกนี้ไม่ได้ ไม่ว่าประเทศไหนสังคมไหน เป็นธรรมชาติมนุษย์ครับ) :lol: ว่าแต่ใครเป็นคนเก็บข้อมูลหละครับ และเป็นพวกไหน ? เพราะสมัยนี้เกมการเมืองมันสกปรกอยู่แล้วไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม เรื่องแค่บิดเบือนข้อมูล ผมว่าทำได้ไม่ยากครับเช่นจำนวนอาชญากรรม หรือจะวัดค่าต่างๆ etc... (อย่ามาคิดตรงจุดนี้ครับ แต่อยากให้ลองมองในมุมกว้างๆว่ามันสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี)


ในแง่การใช้ชีวิต พอดีบ้านผมก็ฐานะไม่ได้ลำบากอะไร จะรัฐบาลไหนก็ไม่เป็นปัญหาครับ จะซื้อของราคาไหนก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ที่ผมเห็นคือชีวิตของชนชั้นล่างดีขึ้นจริง มีโครงการใหม่ๆเข้ามาจริงๆ ดูแล้วมีการพัฒนาที่ดีในยุคของทักษิณ เมื่อเทียบกับยุคของประชาธิปปัตย์ซึ่งดูจะไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตก็เดิมๆ ถ้าเทียบกับการใช้ชีวิตแล้วก็เหมือนคนใช้ชีวิตไปวันๆ อารมณ์นั้นครับ ซึ่งหลายๆอย่างก็เกิดจากการนำความคิดหรือไอเดียความสร้างสรรค์จากพรรคเพื่อไทยซะส่วนใหญ่ โดยผมมองว่าถ้าผมจะเลือกใคร(ฝ่ายไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้น เชื่อเถอะ) ผมเลือกคนที่มีวิสัยทัศน์ และ creative idea ที่ดีกว่าครับ ซึ่ง ณ จุดนี้ เพื่อไทยในสายตาผม น่าจะเป็นทางออกที่ดีครับกับสถาณการณ์ปัจจุบันในแง่การใช้ชีวิต ถ้าไม่มีปัญหาอื่นๆตามมาอีกนะ (ความคิดเห็นส่วนตัวครับ)


เีรื่องการโกง ผมคิดว่าจะโกง ก็คงห้ามไม่ได้ ดังนั้นไปโกงเพื่อให้เกิด Project ใหม่ๆน่าจะดีกว่า แต่ที่เจอกับตัวเองเป็นหลายสิบปีคือ ทางเดินเท้าแถวบ้านผม ปชป. ขึ้นมาทีไร คือมีการขุดเปลี่ยนแผ่นกระเบื้องทุกยุคทุกสมัยของ ปชป. (ปชป. ครองแถวบ้านครับ) ซึ่งผมสังเกตคือทางเท้าก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขุดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โกงงบเล่นๆ ซึ่งอันนี้เป็นตัวอย่างของการโกงแบบไม่สร้างสรรค์ครับ


ข้อมูลดังกล่าวที่ได้โพสต์ ๆ กันมา ส่วนใหญ่โดยเฉพาะส่วนที่ผมลง มาจากธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ คงไม่เข้าข้างรัฐบาลเราไม่ว่ารัฐบาลดไหนกระมัง ส่วนความน่าเชื่อถือ ก็ดูแหล่งที่มาก็แล้วกันครับว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวเลขดังกล่าวหากเข้าไปในธนาคารโลกหรือไอเอ็มเอฟ สามารถตรวจสอบได้ไม่ยากครับ และขอรับประกันว่า ตรงทุกตัว ยกเว้นร้อยละที่ใช้วิธีผูกสูตรในเอกเซลเพื่อหาเอง

การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ลองมองสองมิตินะครับ ทุกวันนี้ราคาของแพงขึ้นราวร้อยละ ๑๐ และต่ำกว่า ถ้ามองจากมิติแรก ราคาอาหารโลกพุ่งเกินร้อยละ ๑๐ แทบทุกตัว ถามว่าทำไมเราคงอยู่ที่ระดับนี้ล่ะ เหตุผลคือ เราตรึงราคาน้ำมันดีเซลอันเป็นต้นทุนตัวหนึ่ง มีการควบคุมราคาสินค้า การบริหารที่ไม่ฝืนกลไกตลาดจนเกินไป

ถ้ามองจากมิติที่ ๒ หากตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคย้อนหลังแล้วจะพบว่า โดยเฉลี่ยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงสิบปีหลังนี้ ขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ ๑๐ เท่ากันเกือบทุกปี ยกเว้นปีที่สมัครสมชายเป็นนายก ปีนั้นราคาแทบทุกตัวขึ้นในอัตราร้อยละ ๒๐ ถามว่าปีไหนคนไทยเดือดร้อนหรือเปล่า? และความเป็นจริงยังมีอีกว่า ในปีนี้ ราคาสินค้าหลาย ๆ อย่างปรับตัวลดลงจากปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นหมู ไข่ ผักชี ฯลฯ

ความคิดสร้างสรรค์ มันต้องมากับบุคลากรที่สามารถนำความคิดนั้นไปใช้ได้จริงครับ ถ้าย้อนดูเราจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นทักษิณเอง หรือตัวบุคลากรในสมัยสมัครสมชาย ล้วนใช้วิธีคิดเดียวกัน นโยบายแบบเดียวกัน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในสมัยทักษิณก็ทำสู้ตอนนี้ไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงสมัครสมชายที่ประเทศชาติแทบล่มจม

อีกอย่าง นโยบายของเผาไทยตอนนี้คงไม่ใช่สร้างสรรค์แล้วล่ะครับ มีแต่นโยบายเทเงินลงไป แค่จำนำข้าวบัตรเครดิต สุชาติเองบอกปีแรกขาดทุนแสนล้าน ปีต่อมา ๕ หมื่นล้าน แล้วโครงการอื่นอีกล่ะ?

เวลาเค้าโกงหรือสงสัยว่าโกง มาบ่นมันไม่ช่วยครับ คุณต้องยื่นตรวจสอบ แจ้งตำรวจ ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ต้องร้องเรียน อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรแล้วมาบ่นว่าโกง มันถูกหรือครับ?



ผมไม่ได้บ่นครับ แค่เสนอข้อมูลในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่คุณอาจจะรับไม่ได้ ผมก็บอกว่าจากข้อมูลที่มีการนำข้อมูลมาแสดง มันก็เป็นจริงทุกประการและสมเหตุสมผลอยู่แล้วหนิครับ ? -____-"" ดังประโยคที่ผมได้ให้มุมมองไปในข้างต้นดังนี้ครับ เพราะบางข้อมูลถ้ามาพินิจพิจารณากันดีดี มันก็ยากที่จะทำการสำรวจชี้วัดมาเป็นข้อมูลที่ถูกต้องจริง 100% ได้ครับ

แต่ผมอยากให้ใช้วิธีอย่ามองแค่ตัวเลข มองในแง่ความเป็นจริงมากกว่า บางทีบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น นั่นมันก็ตัวเลขอีกหละครับ และข้อมูลที่นำเสนอในสังคมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง(ประชดครับ)จากไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างฝ่ายก็หามาอธิบายได้หมดแหละครับ เถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว

อยากให้มองในแง่ความเป็นจริงคือ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นความเป็นจริงครับ ทฤษฎีก็คือทฤษฎี มันช่วยได้ในแง่ของข้อมูลที่เป็นจริงและในสภาพสังคมที่เป็นกลาง ( คงหาในโลกนี้ไม่ได้ ไม่ว่าประเทศไหนสังคมไหน เป็นธรรมชาติมนุษย์ครับ) :lol: ว่าแต่ใครเป็นคนเก็บข้อมูลหละครับ และเป็นพวกไหน ? (อย่ามาคิดตรงจุดนี้ครับ แต่อยากให้ลองมองในมุมกว้างๆว่ามันสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี)
Last edited by vezzzz on Mon Jun 20, 2011 10:21 pm, edited 1 time in total.
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby baezae » Mon Jun 20, 2011 10:21 pm

เห็นบอกว่าข้อมูลดังกล่าวบิดเบือนได้ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับเข้าข้างใคร จึงอธิบายถึงความเป็นกลางของข้อมูลครับ

และที่บอกถึงการใช้ในชีวิตประจำวัน ผมก็ได้อธิบายถึงว่าสินค้าต่าง ๆ ก็ไม่ได้แพงขึ้นกว่าปกติที่เคยเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีคือราวร้อยละ ๑๐ กลับกันกลับปรับตัวลดลงด้วยซ้ำ จึงต้องถามว่า มันเป็นตรงไหนที่บอกว่าไม่ดี
ถ้าคุณเป็นเสื้อเหลือง ผมคุยกับคุณได้ และหัวเราะให้กันได้
ถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ผมก็คุยกับคุณได้ และหัวเราะใ้ห้กันได้
แต่ถ้าคุณเป็นควายล้มเจ้าไม่ว่าจะสีไหน ผมจะด่าอย่างเดียว
User avatar
baezae
 
Posts: 1144
Joined: Thu Feb 18, 2010 10:43 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Mon Jun 20, 2011 10:39 pm

ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ ยังไม่มีคำไหนบอกว่าไม่ดี เพียงแต่ ก็จะเรื่อยๆ เดิมๆ ไปเรื่อยๆ ตามตัวอย่างที่มีมา ที่ผมบอกเหมือนใช้ชีวิตไปวันๆ ครับ แค่ต้องการสื่อในมุมมองที่ท่านทั้งหลาย อาจลืมมองไปครับ ทุกคนก็มีทั้งด้านดีและไม่ดี ก็พยายามเสนอแง่มุมให้มันครบทุกด้านครับ :D
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby baezae » Tue Jun 21, 2011 12:06 am

vezzzz wrote:ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ ยังไม่มีคำไหนบอกว่าไม่ดี เพียงแต่ ก็จะเรื่อยๆ เดิมๆ ไปเรื่อยๆ ตามตัวอย่างที่มีมา ที่ผมบอกเหมือนใช้ชีวิตไปวันๆ ครับ แค่ต้องการสื่อในมุมมองที่ท่านทั้งหลาย อาจลืมมองไปครับ ทุกคนก็มีทั้งด้านดีและไม่ดี ก็พยายามเสนอแง่มุมให้มันครบทุกด้านครับ :D


งั้นลองนึกเปรียบเทียบดูนะครับ

สมัยทักษิณ เศรษฐกิจโลกดี การเมืองนิ่ง ของก็แพงร้อยละ ๑๐

สมัยอภิสิทธิ์ เศรษฐกิจโลกตก การเมืองก็ไม่นิ่ง วิกฤตในประเทศก็มีรายปี ของก็แพงร้อยละ ๑๐ แถมมาตอนหลังลดด้วย

คิดเห็นว่าอย่างไรครับ?
ถ้าคุณเป็นเสื้อเหลือง ผมคุยกับคุณได้ และหัวเราะให้กันได้
ถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ผมก็คุยกับคุณได้ และหัวเราะใ้ห้กันได้
แต่ถ้าคุณเป็นควายล้มเจ้าไม่ว่าจะสีไหน ผมจะด่าอย่างเดียว
User avatar
baezae
 
Posts: 1144
Joined: Thu Feb 18, 2010 10:43 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby PinkDevil » Tue Jun 21, 2011 12:12 am


ขอยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลที่นำเสนอในกระทู้นี้ในส่วนที่ดิฉันนำเสนอ ดิฉันใช้ข้อมมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลเพราะเป็นแหล่งข้อมูลเปิด

ในความจริงต่อให้แหล่งข้อมูลเป็นหน่วยงานราชการของไทย เช่น สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กรรมสรรพกากร สำนักงบประมาณหรือธนาคารแห่งประเทศ หรือสำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลก็มีความน่าเชื่อถือ เพราะมันมีหลักการอยู่แล้วว่าในว่าตัวเลขแต่ละตัวเกิดจากอะไรมารวมกันและหักลบด้วยอะไร ยกตัวอย่างเช่น ทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปี เกิดขึ้นจากส่วนต่างของกระแสเงินตราต่างประเทศไหลเข้าหักลบด้วยเงินตราต่างประเทศที่ไหลออก ซึ่งเป็นหลักสากลและมันเป็นไปไม่ได้ที่จะตกแต่งตัวเลข เพราะถ้าคนอ่านตัวเลขเป็นมันจะเห็นความผิดปกติทันทีเพราะตัวเลขมันจะไม่สอดคล้องกัน

คุณ VEZZZZ เห็นตัวเลขที่เอามาแสดงหรือเปล่าค่ะ ข้อมูลที่เอามาเป็นข้อมูลที่เป็น time series ย้อนหลัง 10ปี และมาจากแหล่งเดียวกันหมด เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแฟร์ในการนำเสนอข้อมูลเพราะเอาข้อมูลตัวเลขจริงๆมานำเสนอไม่ได้เจาะมาเฉพาะช่วง แต่เอามาทั้งชุดจากแหล่งเดี่ยวกันทั้งหมด ดังนั้นการใช้สมมุติฐานว่าแต่ละฝ่ายนำข้อมูลตัวเลขที่ตกแต่งมาแสดงรู้สึกว่าจะเป็นการใช้ความคิดแบบเหวงๆไปหน่อย

ที่จริงในช่วงทักษิณบริหารประเทศตัวเลขดีหรือเปล่า ก็ต้องตอบว่าดี(แต่คนในวงการจริงๆก็รู้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะดีได้มากกว่านั้น) ทักษิณก็นำตัวเลขเหล่านี้ออกมาประกาศ สร้างความชื่นมื่นให้กับประชาชนกัน จนสามารถสร้างภาพได้ว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนที่บริหารเศรษฐกิจได้ดี คนไทยหลายๆคนคิดด้วยซ้ำว่าคงไม่มีใครเก่งกว่าทักษิณแล้ว ถามว่าคนเหล่านั้นโง่หรือที่เชื่อแบบนั้น ตอบว่าไม่ค่ะ เพราะตอนนั้นตัวเลขมันทำให้เห็นอย่างนั้น แต่พอเวลาผ่านไป มีคนใหม่ๆเข้ามา ทำงานเห็นอะไรหรือเปล่าค่ะ ดัชนีตัวเดิมนี่แหละค่ะ มันแสดงให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร พอเอามาเปรียบเทียบกัน ทักษิณกลายเป็นธรรมดา

หลายๆคนมีคำถามด้วยว่าขนาดตอนนั้นเศรษฐกิจโลกเป็นขาขึ้น ปัจจัยการเมือง ความมั่นคงภายในดีทุกอย่างแต่ทำไมทำได้แค่นั้น ???? ทุกวันนี้หลายๆคนคงคิดด้วยซ้ำว่าถ้าวันนั้นประเทศไทยได้คนที่มีความสามารถมากกว่าทักษิณประเทศไทยคงจะไปไกลกว่านี้ หรือ

ทำไมทำได้น้อยกว่าคนที่เข้ามาทำงานตอนที่มีวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจโลก ความวุ่นวายทางการเมือง ความสงบภายในประเทศ ????

คนไทยหลายๆคนรู้สึกแค่ว่าทำไมค้าขายไม่คล่องเหมือนเมื่อก่อน หรืออย่างที่คุณว่าคือดูเหมือนซบเซา อยู่ไปวันๆ มันแปลว่าอะไรรู้เปล่าคะ มันแปลว่ารัฐบาลบริหารงานดี ดีจนคนไทยไม่ได้รู้สึกเลยว่าภายนอกประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงขนาดไหนในประเทศอื่นๆ กำลังซื้อในตลาดโลกหดลงขนาดไหน เศรฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะซบเซา (มีการประเมินจากนักวิเคราะห์ในต่างประเทศว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำมากที่สุดในรอบ 70 ปี ด้วยซ้ำ) เกิดปัญหาการว่างงานมากแค่ไหนในประเทศอื่น แต่รัฐบาลบริหารจนประเทศไทยกระทบน้อยมาก เอาง่ายๆธุรกิจที่ล้มหายตายจากไป กิจการที่ต้องปิดในประเทศไทยจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกคราวนี้มีน้อยมากๆ ในขณะที่ประเทศอื่นเจอหนักมากๆ กิจการทยอยปิดตัวลงไปจำนวนไม่น้อย แต่ของประเทศไทยที่มีคือ ไม่คึกคักเท่าเก่า เท่านั้นเอง

โครงการต่างๆที่คุณ VEZZZZ มองว่าเป็นโครงการที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ดิฉันกลับมองว่าเป็นโครงการที่คิดออกมาอย่างฉาบฉวย เพื่อต้องการสร้างกระแสเท่านั้น ไอ้บรรดาโครงการเอื้ออาทรต่าง เป็นโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสักโครงการ เป็นโครงการที่ล้างผลาญงบประมาณและไม่มีประสิทธิภาพ ดีอย่างเดียวคือสร้างกระแสให้ทักษิณ ราวกับว่าเป็นเทพเจ้าของคนจนเท่านั้นเอง
To dream the impossible dream
To fight the unbeatable foe
To bear with unbearable sorrow
To run where the brave dare not go
To right the unrightable wrong
To love pure and chaste from afar
To try when your arms are weary
To reach the unreachable star
User avatar
PinkDevil
 
Posts: 835
Joined: Sat Feb 07, 2009 1:12 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby kufu » Tue Jun 21, 2011 2:59 am

Image


ถ้าอภิสิทธิ์ได้กลับมาเป็นนายกอีก 4 ปี ประเทศไทยคงมีหนี้ท้วมประเทศ
เล่นกู้กันอย่างเดียวแบบนี้ ถ้าผลการเลือกตั้งประชาธิปัตย์ได้ 50 ที่นั่ง ยังถือว่าเยอะเกินไป


ประเทศไทยโชคร้าย ที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายก
Last edited by kufu on Tue Jun 21, 2011 3:19 am, edited 1 time in total.
User avatar
kufu
 
Posts: 20
Joined: Wed Feb 09, 2011 11:29 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby baezae » Tue Jun 21, 2011 3:09 am

kufu wrote:ถ้าอภิสิทธิ์ได้กลับมาเป็นนายกอีก 4 ปี ประเทศไทยคงมีหนี้ท้วมประเทศ
เล่นกู้กันอย่างเดียวแบบนี้ ถ้าผลการเลือกตั้งประชาธิปัตย์ได้ 50 ที่นั่ง ยังถือว่าเยอะเกินไป


ประเทศไทยโชคร้าย ที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายก


Image



โห วิธีคิด

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ว่าปีปัจจุบันกู้เพิ่มจากปีนี้เท่าไรนะ แต่เป็นตัวเลขหลังจากกู้แล้ว ใช้คืนบางส่วนแล้ว จนเหลือเป็นหนี้ต่างหาก

แถมตัดตอนซะน่าเกลียด เพราะแม้จำนวนเงินที่เป็นหนี้มากกว่า แต่ความสามารถในการหารายได้ก็มากกว่าเหมือนกัน ถึงต้องมีตารางเปรียบเทียบร้อยละคิดเป็นอัตราส่วนต่อรายได้มาประกอบ ซึ่งตอนนี้ก็น้อยยิ่งไปซะกว่าตอนปีสุดท้ายของทักษิณอีก

รู้ละ ว่าโง่ไม่บันยะบันยังเป็นอย่างไร
Last edited by baezae on Tue Jun 21, 2011 3:26 am, edited 3 times in total.
ถ้าคุณเป็นเสื้อเหลือง ผมคุยกับคุณได้ และหัวเราะให้กันได้
ถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ผมก็คุยกับคุณได้ และหัวเราะใ้ห้กันได้
แต่ถ้าคุณเป็นควายล้มเจ้าไม่ว่าจะสีไหน ผมจะด่าอย่างเดียว
User avatar
baezae
 
Posts: 1144
Joined: Thu Feb 18, 2010 10:43 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby คนบาป » Tue Jun 21, 2011 3:15 am

พรรคเพื่อไทย ไม่กล้าดีเบตเรื่องเศรษฐกิจอยู่แล้ว เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจแพ้รัฐบาลเด็กน้อยทุกตัว
User avatar
คนบาป
 
Posts: 13482
Joined: Fri Nov 19, 2010 3:52 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby PinkDevil » Tue Jun 21, 2011 3:33 am

kufu wrote:Image

ถ้าอภิสิทธิ์ได้กลับมาเป็นนายกอีก 4 ปี ประเทศไทยคงมีหนี้ท้วมประเทศ
เล่นกู้กันอย่างเดียวแบบนี้ ถ้าผลการเลือกตั้งประชาธิปัตย์ได้ 50 ที่นั่ง ยังถือว่าเยอะเกินไป

ประเทศไทยโชคร้าย ที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายก


แปลว่าคุณ kufu เข้ามาก็ด่าเอาไว้ก่อน ไม่ได้อ่านหาความรู้มาก่อนเลยว่าเวลาพิจาณาหนี้สาธารณะกันนะ เค้าพิจารณาโดยใช้ตัวไหนในการพิจารณา ทั่วโลกเค้าใช้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ไม่ใช้ gross term คิดง่ายๆ สำหรับบริษัทที่มีรายได้ปี 10,000 ล้าน เป็นหนี้ 100 ล้านก็แค่ร้อยละ 1 เปรียบเทียบกับแม่ค้าหาบเห่ ที่เป็นหนี้ 1,000 บาท แต่มีรายได้ 2,000 บาท คุณ kufu จะบอกว่าแม่ค้าหาบเห่มีสถานภาพทางการเงินดีกว่าเจ้าของบริษัทที่มีหนี้ 100 ล้านหรือ ????

ถ้ายอดหนี้สูงแปลว่าคนไทยโชคร้ายที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายก งั้นตัวเลขทุนสำรองที่สูงก็แปลว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิเป็นนายกหรือเปล่าค่ะ

ตอนนี้ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 189,884 ล้านเหรียญสหรัฐ (ณ เมษายน 2554) ซึ่งสูงมากเป็น 3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับทักษิณในวันที่ออกจากตำแหน่ง คือ 61,593 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือถ้าคิดแค่ส่วนต่างที่อภิสิทธิ์ทำเพิ่มขึ้นมาระหว่างดำรงตำแหน่ง 2 ปี กว่าๆ คือ 78,876 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งมากกว่า ทักษิณซึ่งใช้เวลาเกือบ 6 ปี ทำเพิ่มได้เพียง 28,339 ล้านเหรียญสหรัฐ ฝากเอาไปพิจารณาค่ะ


Image
To dream the impossible dream
To fight the unbeatable foe
To bear with unbearable sorrow
To run where the brave dare not go
To right the unrightable wrong
To love pure and chaste from afar
To try when your arms are weary
To reach the unreachable star
User avatar
PinkDevil
 
Posts: 835
Joined: Sat Feb 07, 2009 1:12 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby nornoo » Tue Jun 21, 2011 3:39 am

ไม่รู้ว่าตัวเลขที่จะมีประโยชน์หรือเปล่านะ แต่ประเทศไทย ณ เดือนเมษายน 2554 เป็นประเทศที่มีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดเป็นอันดับที่ 13 ของโลก
ตามเวปนี้ http://en.wikipedia.org/wiki/Foreign_exchange_reserves

รวมทั้งเมื่อไม่นานนี้ ได้มีโอกาสคุยกับรองประธานหอการค้าฯ ตามที่เรารู้ๆ กันว่า ประเทศไทยส่งออกสินค้าเป็นอันดับ 1 ของโลกในรายการสินค้า
โดยเฉพาะอาหารและอาหารแปรรูป และประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกอาหารมากกว่าการนำเข้า หรือที่เรียก net exporter ประเทศเดียวในเอเชีย
นอกจากนี้ ยังเพิ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในการผู้ส่งออกรถกระบะขนาด 1 ตัน แทนที่ประเทศสหรัฐฯ ไปแล้ว
แม้ว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถอ้างได้เต็มปากว่ามีส่วนช่วยภาคอุตสาหกรรมได้มากแค่ไหน แต่อย่างน้อยมิได้ขัดขวางความเจริญหรือการเติบโตของเศรษฐกิจ
ท่ามกลางการเผาบ้านเผาเมือง การเดินขบวน และการดูถูกเด็กสองคนว่าทำงานไม่ได้
บ้านเมืองก็ยังเดินทางขนาดนี้ น่าคิดไหม :D :D
User avatar
nornoo
 
Posts: 451
Joined: Tue Apr 14, 2009 2:46 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby Torres_No9 » Tue Jun 21, 2011 3:46 am

เสื้อแดงมีอะไรแย้งข้อมูลในกระทู้นี้ ก็เข้ามาถามกันเยอะๆครับ
ผมชอบอ่านข้อมูลต่างๆในการถามและตอบของทุกท่านในกระทู้นี้
ยิ่งถามเยอะๆ และมีคนตอบเยอะๆ คนอ่านยิ่งได้กำไรครับ ++
กลุ่มเพื่อนลูคัส ++
User avatar
Torres_No9
 
Posts: 1091
Joined: Thu May 20, 2010 2:47 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby คนบาป » Tue Jun 21, 2011 4:11 am

การกู้เงินของรัฐบาลเค้าดูเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อ GDP

เหมือนเปรียบเทียบเศรษฐีกู้ 10 ล้าน กับคนจนกู้ 2 แสน เค้าดูว่ามีความสามารถใช้หนี้ได้หรือไม่

สุดท้ายมาดูทุนสำรองว่าใครเหลือมากน้อยกว่ากัน

นั่นคือหลังจากกู้มาทำงานแล้ว มีเงินเหลือเท่าใด

ตัวเลขกู้ของทักษิณมากไปกว่านั้นไม่ได้เพราะ GDP มันบีบบังคับ

ดูที่เงินเหลือและสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้คือ "ทุนสำรองระหว่างประเทศ"

กู้มากใช่ว่าจะมีหนี้มากจนแก้ไขไม่ได้ เพราะมีการบริหารหนี้อย่างมีวินัย ตอบโจทย์ได้ทุกคำถาม

แต่ถ้ากู้มาแล้วไม่มีวินัยการเงินแบบนโยบายพรรคเพื่อไทยนั่นถึงจะเป็นหนี้เน่า คือไม่ทราบว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้

ที่สำคัญถามแรกต้องตอบให้ได้ว่าจะไปหากู้เงินจากไหนมาทำตามนโยบาย เค้าคำนวณแล้ว 2 ล้านล้านบาท หามาจากไหน?

ในเมื่อภาษีก็มีแต่โฆษณาว่าจะลด เมื่อลดภาษีรายได้ประเทศก็จะต้องลดตาม

ใครตั้งใจสร้างหนี้มากกว่ากันระหว่าง ปชป. กับ เพื่อไทย

Image
User avatar
คนบาป
 
Posts: 13482
Joined: Fri Nov 19, 2010 3:52 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby chaturant » Tue Jun 21, 2011 1:05 pm

ขอไว้อาลัยให้เสื้อแดง 1 นาที
User avatar
chaturant
 
Posts: 384
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:41 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby tingtong » Tue Jun 21, 2011 1:17 pm

อยากให้เผยแพร่ไปให้ทั่ว ๆ กระจายไปตามเพจอื่น ๆ ให้มากที่สุด
คนที่ไม่รู้ เขาจะได้รู้
และเผื่อคนที่รู้ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ จะได้ละอายใจบ้าง
User avatar
tingtong
 
Posts: 26
Joined: Tue Jun 14, 2011 4:34 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby janejujub » Tue Jun 21, 2011 1:47 pm

เห็นมีการฆาตกรรมแดงในกระทู้นี้ :lol:
พวกแมลงสาปมือเปื้อนเลือด....แมลงสาปนาซี
แมลงสาป 91 ศพ :lol: :lol: :lol:

ปักหมุดเถอะครับจะได้เลิกบ้าซะทีไอ้พวกแมงดา
赤シャツ
'
'
'
お前のお母さん チョメ チョメた.
Omaeno o gasang chome chome ta

http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=19&t=44043 <<< ซอฟต์แวร์สำหรับคนชอบลืมเปลี่ยนภาษา
User avatar
janejujub
 
Posts: 1054
Joined: Mon Jan 11, 2010 6:06 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Tue Jun 21, 2011 6:04 pm

PinkDevil wrote:
ขอยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลที่นำเสนอในกระทู้นี้ในส่วนที่ดิฉันนำเสนอ ดิฉันใช้ข้อมมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลเพราะเป็นแหล่งข้อมูลเปิด

ในความจริงต่อให้แหล่งข้อมูลเป็นหน่วยงานราชการของไทย เช่น สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กรรมสรรพกากร สำนักงบประมาณหรือธนาคารแห่งประเทศ หรือสำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลก็มีความน่าเชื่อถือ เพราะมันมีหลักการอยู่แล้วว่าในว่าตัวเลขแต่ละตัวเกิดจากอะไรมารวมกันและหักลบด้วยอะไร ยกตัวอย่างเช่น ทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปี เกิดขึ้นจากส่วนต่างของกระแสเงินตราต่างประเทศไหลเข้าหักลบด้วยเงินตราต่างประเทศที่ไหลออก ซึ่งเป็นหลักสากลและมันเป็นไปไม่ได้ที่จะตกแต่งตัวเลข เพราะถ้าคนอ่านตัวเลขเป็นมันจะเห็นความผิดปกติทันทีเพราะตัวเลขมันจะไม่สอดคล้องกัน

คุณ VEZZZZ เห็นตัวเลขที่เอามาแสดงหรือเปล่าค่ะ ข้อมูลที่เอามาเป็นข้อมูลที่เป็น time series ย้อนหลัง 10ปี และมาจากแหล่งเดียวกันหมด เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแฟร์ในการนำเสนอข้อมูลเพราะเอาข้อมูลตัวเลขจริงๆมานำเสนอไม่ได้เจาะมาเฉพาะช่วง แต่เอามาทั้งชุดจากแหล่งเดี่ยวกันทั้งหมด ดังนั้นการใช้สมมุติฐานว่าแต่ละฝ่ายนำข้อมูลตัวเลขที่ตกแต่งมาแสดงรู้สึกว่าจะเป็นการใช้ความคิดแบบเหวงๆไปหน่อย

ที่จริงในช่วงทักษิณบริหารประเทศตัวเลขดีหรือเปล่า ก็ต้องตอบว่าดี(แต่คนในวงการจริงๆก็รู้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะดีได้มากกว่านั้น) ทักษิณก็นำตัวเลขเหล่านี้ออกมาประกาศ สร้างความชื่นมื่นให้กับประชาชนกัน จนสามารถสร้างภาพได้ว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนที่บริหารเศรษฐกิจได้ดี คนไทยหลายๆคนคิดด้วยซ้ำว่าคงไม่มีใครเก่งกว่าทักษิณแล้ว ถามว่าคนเหล่านั้นโง่หรือที่เชื่อแบบนั้น ตอบว่าไม่ค่ะ เพราะตอนนั้นตัวเลขมันทำให้เห็นอย่างนั้น แต่พอเวลาผ่านไป มีคนใหม่ๆเข้ามา ทำงานเห็นอะไรหรือเปล่าค่ะ ดัชนีตัวเดิมนี่แหละค่ะ มันแสดงให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร พอเอามาเปรียบเทียบกัน ทักษิณกลายเป็นธรรมดา

หลายๆคนมีคำถามด้วยว่าขนาดตอนนั้นเศรษฐกิจโลกเป็นขาขึ้น ปัจจัยการเมือง ความมั่นคงภายในดีทุกอย่างแต่ทำไมทำได้แค่นั้น ???? ทุกวันนี้หลายๆคนคงคิดด้วยซ้ำว่าถ้าวันนั้นประเทศไทยได้คนที่มีความสามารถมากกว่าทักษิณประเทศไทยคงจะไปไกลกว่านี้ หรือ

ทำไมทำได้น้อยกว่าคนที่เข้ามาทำงานตอนที่มีวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจโลก ความวุ่นวายทางการเมือง ความสงบภายในประเทศ ????

คนไทยหลายๆคนรู้สึกแค่ว่าทำไมค้าขายไม่คล่องเหมือนเมื่อก่อน หรืออย่างที่คุณว่าคือดูเหมือนซบเซา อยู่ไปวันๆ มันแปลว่าอะไรรู้เปล่าคะ มันแปลว่ารัฐบาลบริหารงานดี ดีจนคนไทยไม่ได้รู้สึกเลยว่าภายนอกประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงขนาดไหนในประเทศอื่นๆ กำลังซื้อในตลาดโลกหดลงขนาดไหน เศรฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะซบเซา (มีการประเมินจากนักวิเคราะห์ในต่างประเทศว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำมากที่สุดในรอบ 70 ปี ด้วยซ้ำ) เกิดปัญหาการว่างงานมากแค่ไหนในประเทศอื่น แต่รัฐบาลบริหารจนประเทศไทยกระทบน้อยมาก เอาง่ายๆธุรกิจที่ล้มหายตายจากไป กิจการที่ต้องปิดในประเทศไทยจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกคราวนี้มีน้อยมากๆ ในขณะที่ประเทศอื่นเจอหนักมากๆ กิจการทยอยปิดตัวลงไปจำนวนไม่น้อย แต่ของประเทศไทยที่มีคือ ไม่คึกคักเท่าเก่า เท่านั้นเอง

โครงการต่างๆที่คุณ VEZZZZ มองว่าเป็นโครงการที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ดิฉันกลับมองว่าเป็นโครงการที่คิดออกมาอย่างฉาบฉวย เพื่อต้องการสร้างกระแสเท่านั้น ไอ้บรรดาโครงการเอื้ออาทรต่าง เป็นโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสักโครงการ เป็นโครงการที่ล้างผลาญงบประมาณและไม่มีประสิทธิภาพ ดีอย่างเดียวคือสร้างกระแสให้ทักษิณ ราวกับว่าเป็นเทพเจ้าของคนจนเท่านั้นเอง



ใจเย็นๆครับ ผมก็เน้นว่า ให้ลองคิดในมุมอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ต้องลกครับ 555 จริงก็จริงครับ ไม่มีใครว่าครับ 555555 :lol:
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Tue Jun 21, 2011 6:12 pm

vezzzz wrote:
PinkDevil wrote:
ขอยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลที่นำเสนอในกระทู้นี้ในส่วนที่ดิฉันนำเสนอ ดิฉันใช้ข้อมมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลเพราะเป็นแหล่งข้อมูลเปิด

ในความจริงต่อให้แหล่งข้อมูลเป็นหน่วยงานราชการของไทย เช่น สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กรรมสรรพกากร สำนักงบประมาณหรือธนาคารแห่งประเทศ หรือสำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลก็มีความน่าเชื่อถือ เพราะมันมีหลักการอยู่แล้วว่าในว่าตัวเลขแต่ละตัวเกิดจากอะไรมารวมกันและหักลบด้วยอะไร ยกตัวอย่างเช่น ทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปี เกิดขึ้นจากส่วนต่างของกระแสเงินตราต่างประเทศไหลเข้าหักลบด้วยเงินตราต่างประเทศที่ไหลออก ซึ่งเป็นหลักสากลและมันเป็นไปไม่ได้ที่จะตกแต่งตัวเลข เพราะถ้าคนอ่านตัวเลขเป็นมันจะเห็นความผิดปกติทันทีเพราะตัวเลขมันจะไม่สอดคล้องกัน

คุณ VEZZZZ เห็นตัวเลขที่เอามาแสดงหรือเปล่าค่ะ ข้อมูลที่เอามาเป็นข้อมูลที่เป็น time series ย้อนหลัง 10ปี และมาจากแหล่งเดียวกันหมด เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแฟร์ในการนำเสนอข้อมูลเพราะเอาข้อมูลตัวเลขจริงๆมานำเสนอไม่ได้เจาะมาเฉพาะช่วง แต่เอามาทั้งชุดจากแหล่งเดี่ยวกันทั้งหมด ดังนั้นการใช้สมมุติฐานว่าแต่ละฝ่ายนำข้อมูลตัวเลขที่ตกแต่งมาแสดงรู้สึกว่าจะเป็นการใช้ความคิดแบบเหวงๆไปหน่อย

ที่จริงในช่วงทักษิณบริหารประเทศตัวเลขดีหรือเปล่า ก็ต้องตอบว่าดี(แต่คนในวงการจริงๆก็รู้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะดีได้มากกว่านั้น) ทักษิณก็นำตัวเลขเหล่านี้ออกมาประกาศ สร้างความชื่นมื่นให้กับประชาชนกัน จนสามารถสร้างภาพได้ว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนที่บริหารเศรษฐกิจได้ดี คนไทยหลายๆคนคิดด้วยซ้ำว่าคงไม่มีใครเก่งกว่าทักษิณแล้ว ถามว่าคนเหล่านั้นโง่หรือที่เชื่อแบบนั้น ตอบว่าไม่ค่ะ เพราะตอนนั้นตัวเลขมันทำให้เห็นอย่างนั้น แต่พอเวลาผ่านไป มีคนใหม่ๆเข้ามา ทำงานเห็นอะไรหรือเปล่าค่ะ ดัชนีตัวเดิมนี่แหละค่ะ มันแสดงให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร พอเอามาเปรียบเทียบกัน ทักษิณกลายเป็นธรรมดา

หลายๆคนมีคำถามด้วยว่าขนาดตอนนั้นเศรษฐกิจโลกเป็นขาขึ้น ปัจจัยการเมือง ความมั่นคงภายในดีทุกอย่างแต่ทำไมทำได้แค่นั้น ???? ทุกวันนี้หลายๆคนคงคิดด้วยซ้ำว่าถ้าวันนั้นประเทศไทยได้คนที่มีความสามารถมากกว่าทักษิณประเทศไทยคงจะไปไกลกว่านี้ หรือ

ทำไมทำได้น้อยกว่าคนที่เข้ามาทำงานตอนที่มีวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจโลก ความวุ่นวายทางการเมือง ความสงบภายในประเทศ ????

คนไทยหลายๆคนรู้สึกแค่ว่าทำไมค้าขายไม่คล่องเหมือนเมื่อก่อน หรืออย่างที่คุณว่าคือดูเหมือนซบเซา อยู่ไปวันๆ มันแปลว่าอะไรรู้เปล่าคะ มันแปลว่ารัฐบาลบริหารงานดี ดีจนคนไทยไม่ได้รู้สึกเลยว่าภายนอกประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงขนาดไหนในประเทศอื่นๆ กำลังซื้อในตลาดโลกหดลงขนาดไหน เศรฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะซบเซา (มีการประเมินจากนักวิเคราะห์ในต่างประเทศว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำมากที่สุดในรอบ 70 ปี ด้วยซ้ำ) เกิดปัญหาการว่างงานมากแค่ไหนในประเทศอื่น แต่รัฐบาลบริหารจนประเทศไทยกระทบน้อยมาก เอาง่ายๆธุรกิจที่ล้มหายตายจากไป กิจการที่ต้องปิดในประเทศไทยจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกคราวนี้มีน้อยมากๆ ในขณะที่ประเทศอื่นเจอหนักมากๆ กิจการทยอยปิดตัวลงไปจำนวนไม่น้อย แต่ของประเทศไทยที่มีคือ ไม่คึกคักเท่าเก่า เท่านั้นเอง

โครงการต่างๆที่คุณ VEZZZZ มองว่าเป็นโครงการที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ดิฉันกลับมองว่าเป็นโครงการที่คิดออกมาอย่างฉาบฉวย เพื่อต้องการสร้างกระแสเท่านั้น ไอ้บรรดาโครงการเอื้ออาทรต่าง เป็นโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสักโครงการ เป็นโครงการที่ล้างผลาญงบประมาณและไม่มีประสิทธิภาพ ดีอย่างเดียวคือสร้างกระแสให้ทักษิณ ราวกับว่าเป็นเทพเจ้าของคนจนเท่านั้นเอง



ใจเย็นๆครับ ผมก็เน้นว่า ให้ลองคิดในมุมอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ต้องลกครับ 555 จริงก็จริงครับ ไม่มีใครว่าครับ 555555
:lol:


ป.ล. ยังไม่มีคำไหนที่บอกว่าข้อมูล หรือคำพูดสักคำของทุกท่านที่เข้ามาโพส เป็นข้อมูลที่ไม่จริง หรือไม่ถูกต้อง หรืออะไรทั้งสิ้นครับ แค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องออกมาพยายามเอาชนะกันขนาดนั้นก็ได้ ถ้าถูกต้องก็ถูกต้องก็ตามนั้นครับ ของแบบนี้อยู่ที่มุมมอง ถ้าจะเถียงมันเถียงกันไม่จบหลอกครับ แต่ขอมีวุฒิภาวะนิดหนึ่งครับ
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby ตามนั้น » Tue Jun 21, 2011 7:05 pm

vezzzz wrote:ป.ล. ยังไม่มีคำไหนที่บอกว่าข้อมูล หรือคำพูดสักคำของทุกท่านที่เข้ามาโพส เป็นข้อมูลที่ไม่จริง หรือไม่ถูกต้อง หรืออะไรทั้งสิ้นครับ แค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องออกมาพยายามเอาชนะกันขนาดนั้นก็ได้ ถ้าถูกต้องก็ถูกต้องก็ตามนั้นครับ ของแบบนี้อยู่ที่มุมมอง ถ้าจะเถียงมันเถียงกันไม่จบหลอกครับ แต่ขอมีวุฒิภาวะนิดหนึ่งครับ

มุมมองอะไรครับ กระทู้นี้เกี่ยวกับข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก็เอาข้อมูลมาถกกันสิครับ
ไม่ใช่เอาความรู้สึกมาตัดสิน เค้าบอกแล้วว่าตัวเลขมาจากแหล่งเดียวกัน
เปรียบเทียบกันแล้ว ของทักษิณสู้ไม่ได้ จะให้หมายความว่าไงครับ

ตัวเลขเป็นพวกอำมาตย์ ทหารปลอมตัวเป็นข้อมูลเศรษฐกิจ ฯลฯ เหรอครับ :roll:
User avatar
ตามนั้น
 
Posts: 598
Joined: Wed Nov 25, 2009 12:46 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Tue Jun 21, 2011 7:32 pm

baezae wrote:
finder wrote:
baezae wrote:คุณฟายเด้อครับ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ของเราอยู่ในสถานะทรงตัว และติดไปทางลดลงนะครับ ปี ๕๒ อยู่ที่ ๔๒ กว่า ๆ ปี ๕๓ อยู่ที่ ๔๑ กว่า ๆ

ในทางกลับกัน ตัวเลขรายได้ของรัฐเพิ่มขึ้นนะครับ ปลายปีที่แล้วส่งเงินเข้าคลังได้ ๓ แสนล้าน มีศักยภาพใช้หนี้ตกราวเดือนละ ๑ หมื่นล้าน กรณ์กู้มาต่างกับทักษิณครับ ทักษิณกู้มาแล้วหนี้สาธารณะเพิ่มและเพิ่มเหยียบร้อยละ ๕๐ โน่น ส่วนตอนนี้เรากู้มาเพิ่มอยู่พักเดียว แล้วก็ลดลง
ไม่แน่ใจว่าผมดูถูกที่หรือเปล่า แต่ผมเห็นมันเพิ่มขึ้นนะ เอาเป็นว่าผมเชื่อคุณก็แล้วกัน

ผมเชื่อว่าคุณไม่โกหกหรอก ซื่อขนาดนี้ เชื่อถือได้ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:


ราคาสินค้าอย่างเนื้อหมู ถ้าคุณฟายเด้อเปิดดูเวบไซต์ของกรมการค้าภายใน จะพบว่าราคาเนื้อหมูต่อกิโลจะเพิ่มราวร้อยละ ๕ ถึง ๑๐ ต่อปีอยู่แล้ว ล่าสุดรัฐบาลเพิ่งสั่งเมื่อวานก่อนให้ลดราคาลงมากิโลละ ๕ บาทด้วยซ้ำไป

http://cbwm.dit.go.th/pricelist/showannual_data.asp?pid=P11003&catalog=1&product=P11000

เช่นกัน ผักชี(คัด)ก็ลดราคาลงมาหลักจากแพงขึ้นในปีที่แล้ว

http://cbwm.dit.go.th/pricelist/showannual_data.asp?pid=P13034&catalog=1&product=P13000

ส่วนผักชี(คละ) ราคาก็ถูกกว่าเท่าตัว แถมราคาถูกลงแล้วด้วย

http://cbwm.dit.go.th/pricelist/showannual_data.asp?pid=P13033&catalog=1&product=P13000

ว่าแต่ที่บ้านคุณฟายเด้อซื้อผักชีทีเป็นกิโลเลยหรือครับ? บ้านผมอยู่กัน ๕ - ๖ คนยังซื้อเป็นขีดเอาเลยนะครับ

บอกตามตรงนะครับ ผมเป็นคนออกเงินในการจ่ายตลาด คนที่ไปจ่ายตลาดจะรายงานผมถ้ามันแพงผิดปกติ

ราคาที่ผมบอกเป็นราคาในตลาดสดในกทม. ไม่ได้โกหก ของกรมการค้าภายใน มันจะสู้ข้อมูลจริงๆที่ซื้อได้อย่างไร

ผักชีราคาเป็นกิโล แต่ซื้อเป็นขีด แต่เนื้อหมูผมซื้อเป็นกิโลอยู่แล้ว ผมทานจุ เพราะต้องใช้สมองมาแย้งพวกปชป.ในนี้ไงละ

สั่งเกตุคำว่าใช้สมองนะครับ ไม่ได้แถ


:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:


ถ้าคุณฟายเด้อซื้อราคาแพงกว่าที่กรมการค้าภายในกำหนด แปลว่าคุณฟายเด้อโดนโกงแล้วครับ ต้องรีบไปแจ้งนะครับว่ามีคนขายเกินราคา ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเค้าก็จะเอาเปรียบคุณฟายเด้อได้เรื่อย ๆ

เพราะกรมการค้าภายในเค้ากำหนดราคามาแล้ว นโยบายรรัฐกำหนดมาแล้ว การขายแพงกว่านั้นผิดกฎหมายนะครับ

หรือไม่ก็เป็นคนจ่ายตลาดให้คุณฟายเด้อนั่นแหละครับอมเงินไป โดยโกหกว่าของแพง หากร้านที่ขายเค้าขายราคาปกติ

ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คุณฟายเด้อโดนหลอกแน่ ๆ ครับ



ผมจะยกตัวอย่างจาก post นี้ละกัน ( จริงๆคืออยากให้อ่านแล้วรับรู้ไว้ มองหลายๆมุม เพราะปัจจัยจริงๆมันไม่ได้มีแค่นี้หลอกครับ มันมีปัจจัยอีกเยอะแยะสาธยายไม่หมด ก็บอกแล้วขอมีวุฒิภาวะนิดหนึ่ง)

ทุกอย่างคือตัวเลขของทางราชการซึ่งกลับกัน ทำไมข้อมูลในตลาด จากการใช้ชีวิตเป็นอีกอย่างหนึ่ง รัฐกำหนดจะออกกฎหมายอะไรก็ว่ากันไป แต่แก่นลึกจริงๆแล้วคือคนที่ใช้ชีวิตจริงๆ มันเป็นอย่างไรต่างหากครับ

เหมือนกัน สมมตินะครับอย่าเพิ่งโมโห ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจชี้บ่งว่าดีแต่ทั้งๆที่ชีวิตการเป็นอยู่มันก็อยู่ในระดับเดิมไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีโครงการอะไรพัฒนา แล้วนี่ถึงเรียกว่าดีใช่ไหมครับ คือแค่อยากให้มองสถานการณ์แบบนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งให้ลองมาสังเกตุ " ไม่ได้ให้มาเถียงว่าจริงไม่จริง" มันอยู่ที่การเปิดกว้างทางความคิด เช่น มันก็มีกรณีแบบนี้นะ (เลยพึงให้คิดว่าไอข้อมูลที่ได้มามันเชื่อได้จริงหรือเปล่า หรือถูกต้องมากน้อยเพียงใด ) ไม่ใช่ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ บางอย่างไม่ได้มีแค่สีขาวกะดำ มันเป็นสีเทา แค่ให้ลองอ่านครับๆ
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby PinkDevil » Tue Jun 21, 2011 7:38 pm


vezzzz wrote:ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งนะครับ

จากข้อมูลที่ทุกท่านได้ให้มา ผมเห็นว่าเป็นไปตามหลักของเหตุและผลและจริงทุกประการครับ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน

แต่ผมอยากให้ลองพิจารณาในแง่ความเป็นจริงของมนุษย์ และประเทศไทยครับ :D

ข้อมูลดังกล่าวที่ทุกท่านเอามาแสดง ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะครับ เพราะสามารถบิดเบือนกันได้ไม่มากก็น้อย ใครเป็นคนจัดทำหละครับ ? :o

แต่ผมอยากให้ใช้วิธีอย่ามองแค่ตัวเลข มองในแง่ความเป็นจริงมากกว่า บางทีบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น นั่นมันก็ตัวเลขอีกหละครับ และข้อมูลที่นำเสนอในสังคมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง(ประชดครับ)จากไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างฝ่ายก็หามาอธิบายได้หมดแหละครับ เถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว

อยากให้มองในแง่ความเป็นจริงคือ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นความเป็นจริงครับ ทฤษฎีก็คือทฤษฎี มันช่วยได้ในแง่ของข้อมูลที่เป็นจริงและในสภาพสังคมที่เป็นกลาง ( คงหาในโลกนี้ไม่ได้ ไม่ว่าประเทศไหนสังคมไหน เป็นธรรมชาติมนุษย์ครับ) :lol: ว่าแต่ใครเป็นคนเก็บข้อมูลหละครับ และเป็นพวกไหน ? (อย่ามาคิดตรงจุดนี้ครับ แต่อยากให้ลองมองในมุมกว้างๆว่ามันสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี)


ข้อความข้างต้น ตัดจากข้อความแสดงความคิดเห็นของคุณ VEZZZ เอง ในเมื่อคุณเล่นชี้หน้าคนอื่นว่าข้อมูลที่เอามานำเสนอในกระทู้นี้เป็นข้อมูลที่สามารถบิดเบือนกันได้ เป็นข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่จริงถ้าคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ถ้าอ่านตั้งแต่ต้นจะรู้ว่าแหล่งข้อมูลมาจากไหนเพราะจะมีการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลทุกครั้ง แต่น่าแปลกใจ ที่คุณ VEZZZZ อ่านกระทู้นี้แล้วไม่รู้ว่าแหล่งข้อมูลมาจาก IMF ทำให้มีมุมมองออกมาว่าข้อมูลสามารถถูกบิดเบือน และตั้งคำถามว่าใครเป็นคนจัดทำข้อมูล หรือว่าจริงๆแล้วคุณไม่ได้อ่านพิจารณาข้อมูลแค่มาแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก ?????

แต่ที่น่าประหลาดใจ คือเมื่อมีการอธิบายให้ทราบว่าที่มาที่ไปของข้อมูลต่างๆมาจากไหนและในการจัดทำข้อมูลของดัชนีแต่ละตัวมันมีหลักการอยู่แล้วว่าจะเกิดจากอะไร และโอกาสที่จะบิดเบือนเพื่อให้คุณให้โทษใครตามมุมมองของคุณVEZZZZ เป็นเรื่องที่ไร้ตรรกะอย่างสิ้นเชิง แต่คุณ VEZZZZ กลับมาอีกครั้งด้วยคำแก้ตัวที่เหวงมากถึงเหวงที่สุด

vezzzz wrote:ป.ล. ยังไม่มีคำไหนที่บอกว่าข้อมูล หรือคำพูดสักคำของทุกท่านที่เข้ามาโพส เป็นข้อมูลที่ไม่จริง หรือไม่ถูกต้อง หรืออะไรทั้งสิ้นครับ แค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องออกมาพยายามเอาชนะกันขนาดนั้นก็ได้ ถ้าถูกต้องก็ถูกต้องก็ตามนั้นครับ ของแบบนี้อยู่ที่มุมมอง ถ้าจะเถียงมันเถียงกันไม่จบหลอกครับ แต่ขอมีวุฒิภาวะนิดหนึ่งครับ


ตอนแรกบอกว่าต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะสามารถบิดเบือนกันได้ ต่อมามาบอกว่าไม่ได้บอกว่าเป็นข้อมูลไม่จริง ตกลงคุณเป็นปลาทองหรือว่าเป็นพวกมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก ????

สุดท้ายมันไม่ใช่เรื่องการพยายามเอาชนะหรือไม่เอาชนะ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าคุณไปกล่าวหาคนอื่นและคนที่ถูกกล่าวหาเอาเหตุผลมาแย้งแต่กลับกลายเป็นว่าพอคุณไปไม่ได้ คุณก็มากลับคำว่าไม่ได้พูดไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ส่วนเรื่องวุฒิภาวะถ้าวัดจากพฤติกรรมที่แสดงออก คนที่มีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะน่าจะเป็นคนที่แถสะสีข้างแดงเถือกมากกว่า ???
To dream the impossible dream
To fight the unbeatable foe
To bear with unbearable sorrow
To run where the brave dare not go
To right the unrightable wrong
To love pure and chaste from afar
To try when your arms are weary
To reach the unreachable star
User avatar
PinkDevil
 
Posts: 835
Joined: Sat Feb 07, 2009 1:12 am

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby คนบาป » Tue Jun 21, 2011 7:43 pm

ข้อมูลย้อนหลังเป็น 10 ปี ใครจะไปบิดเบือนได้ โดนเฉพาะตัวเลขของไอเอ็มเอฟ หรือ กระทรวงการคลัง

ใครกล้าเอาข้อมูลเท็จมาเล่นก็โดนตีตายเท่านั้น
User avatar
คนบาป
 
Posts: 13482
Joined: Fri Nov 19, 2010 3:52 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby vezzzz » Tue Jun 21, 2011 7:48 pm

PinkDevil wrote:
vezzzz wrote:ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งนะครับ

จากข้อมูลที่ทุกท่านได้ให้มา ผมเห็นว่าเป็นไปตามหลักของเหตุและผลและจริงทุกประการครับ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน

แต่ผมอยากให้ลองพิจารณาในแง่ความเป็นจริงของมนุษย์ และประเทศไทยครับ :D

ข้อมูลดังกล่าวที่ทุกท่านเอามาแสดง ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะครับ เพราะสามารถบิดเบือนกันได้ไม่มากก็น้อย ใครเป็นคนจัดทำหละครับ ? :o

แต่ผมอยากให้ใช้วิธีอย่ามองแค่ตัวเลข มองในแง่ความเป็นจริงมากกว่า บางทีบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น นั่นมันก็ตัวเลขอีกหละครับ และข้อมูลที่นำเสนอในสังคมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง(ประชดครับ)จากไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างฝ่ายก็หามาอธิบายได้หมดแหละครับ เถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว

อยากให้มองในแง่ความเป็นจริงคือ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นความเป็นจริงครับ ทฤษฎีก็คือทฤษฎี มันช่วยได้ในแง่ของข้อมูลที่เป็นจริงและในสภาพสังคมที่เป็นกลาง ( คงหาในโลกนี้ไม่ได้ ไม่ว่าประเทศไหนสังคมไหน เป็นธรรมชาติมนุษย์ครับ) :lol: ว่าแต่ใครเป็นคนเก็บข้อมูลหละครับ และเป็นพวกไหน ? (อย่ามาคิดตรงจุดนี้ครับ แต่อยากให้ลองมองในมุมกว้างๆว่ามันสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี)


ข้อความข้างต้น ตัดจากข้อความแสดงความคิดเห็นของคุณ VEZZZ เอง ในเมื่อคุณเล่นชี้หน้าคนอื่นว่าข้อมูลที่เอามานำเสนอในกระทู้นี้เป็นข้อมูลที่สามารถบิดเบือนกันได้ เป็นข้อมูลที่จะทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่จริงถ้าคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ถ้าอ่านตั้งแต่ต้นจะรู้ว่าแหล่งข้อมูลมาจากไหนเพราะจะมีการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลทุกครั้ง แต่น่าแปลกใจ ที่คุณ VEZZZZ อ่านกระทู้นี้แล้วไม่รู้ว่าแหล่งข้อมูลมาจาก IMF ทำให้มีมุมมองออกมาว่าข้อมูลสามารถถูกบิดเบือน และตั้งคำถามว่าใครเป็นคนจัดทำข้อมูล หรือว่าจริงๆแล้วคุณไม่ได้อ่านพิจารณาข้อมูลแค่มาแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก ?????

แต่ที่น่าประหลาดใจ คือเมื่อมีการอธิบายให้ทราบว่าที่มาที่ไปของข้อมูลต่างๆมาจากไหนและในการจัดทำข้อมูลของดัชนีแต่ละตัวมันมีหลักการอยู่แล้วว่าจะเกิดจากอะไร และโอกาสที่จะบิดเบือนเพื่อให้คุณให้โทษใครตามมุมมองของคุณVEZZZZ เป็นเรื่องที่ไร้ตรรกะอย่างสิ้นเชิง แต่คุณ VEZZZZ กลับมาอีกครั้งด้วยคำแก้ตัวที่เหวงมากถึงเหวงที่สุด

vezzzz wrote:ป.ล. ยังไม่มีคำไหนที่บอกว่าข้อมูล หรือคำพูดสักคำของทุกท่านที่เข้ามาโพส เป็นข้อมูลที่ไม่จริง หรือไม่ถูกต้อง หรืออะไรทั้งสิ้นครับ แค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องออกมาพยายามเอาชนะกันขนาดนั้นก็ได้ ถ้าถูกต้องก็ถูกต้องก็ตามนั้นครับ ของแบบนี้อยู่ที่มุมมอง ถ้าจะเถียงมันเถียงกันไม่จบหลอกครับ แต่ขอมีวุฒิภาวะนิดหนึ่งครับ


ตอนแรกบอกว่าต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะสามารถบิดเบือนกันได้ ต่อมามาบอกว่าไม่ได้บอกว่าเป็นข้อมูลไม่จริง ตกลงคุณเป็นปลาทองหรือว่าเป็นพวกมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก ????

สุดท้ายมันไม่ใช่เรื่องการพยายามเอาชนะหรือไม่เอาชนะ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าคุณไปกล่าวหาคนอื่นและคนที่ถูกกล่าวหาเอาเหตุผลมาแย้งแต่กลับกลายเป็นว่าพอคุณไปไม่ได้ คุณก็มากลับคำว่าไม่ได้พูดไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ส่วนเรื่องวุฒิภาวะถ้าวัดจากพฤติกรรมที่แสดงออก คนที่มีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะน่าจะเป็นคนที่แถสะสีข้างแดงเถือกมากกว่า ???



ไปอ่าน post ของผมดีดีสิครับ ถ้าคุณอ่านประโยคเดียวคุณก็จะเห็นภาพแค่นั้นหละครับ จะมองก็รบกวนมองในมุมกว้างๆ ที่ผมเปิดมาก็บอกว่าที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คือ ก็ยังยืนยันว่าพวกนี้มันเป็นเพียงตัวเลข ซึ่งถ้าเจอในชีวิตจริง มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น ดัง post ก่อนหน้าที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาครับ ( post ของคุณ finder ที่บอกรัฐกำหนดราคาอย่างหนึ่ง แต่ประชาชนซื้อขายกันอีกราคาหนึ่ง) แล้วมันมีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด ซึ่งผมก็ไม่อยากบอกว่ามันผิดหรือถูก เพราะผมก็ไม่รู้ ไม่ได้เป็นคนจัดทำ แต่จากสิ่งที่ได้เห็นในการใช้ชีวิต ไม่ใ่ช่สิ่งที่เจอใน paper

ผมจะเอาตัวอย่างที่ผมพิมพ์นะครับ

" เหมือนกัน สมมตินะครับอย่าเพิ่งโมโห ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจชี้บ่งว่าดีแต่ทั้งๆที่ชีวิตการเป็นอยู่มันก็อยู่ในระดับเดิมไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีโครงการอะไรพัฒนา แล้วนี่ถึงเรียกว่าดีใช่ไหมครับ คือแค่อยากให้มองสถานการณ์แบบนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งให้ลองมาสังเกตุ " ไม่ได้ให้มาเถียงว่าจริงไม่จริง" มันอยู่ที่การเปิดกว้างทางความคิด เช่น มันก็มีกรณีแบบนี้นะ (เลยพึงให้คิดว่าไอข้อมูลที่ได้มามันเชื่อได้จริงหรือเปล่า หรือถูกต้องมากน้อยเพียงใด ) ไม่ใช่ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ บางอย่างไม่ได้มีแค่สีขาวกะดำ มันเป็นสีเทา แค่ให้ลองอ่านครับๆ "


ผมก็แค่แสดงมุมมองว่า คุณลองมองในมุมนี้ดู คุณจะเห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร หรือถ้าคุณไม่เห็นด้วย มันก็แล้วแต่มุมมอง ใช่ไหมครับ ที่ผมบอกวุฒิภาวะคือ ถ้าผมอ่านของคุณ ผมทำอย่างไรครับ อ๋ออืม มีข้อมูลอย่างนี้ด้วยหรอ ผมก็นั่งอ่านแล้วก็มาคิดเปรียบเทียบกับความเป็นจริง ผมก็ได้รับรู้ว่าอืม มันก็มีเหตุผล (ถ้าไปอ่านที่ผมพิมพ์มาหมด ไม่ใช่ตัดท่อนๆเดียวมาพูด) ผมก็จะรับรู้ไว้ และ เปรียบเทียบกับปัจจัยอื่นๆครับ กับสภาพความเป็นจริง ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่อจากข้อมูลที่ได้รับมา แต่ก็เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆครับ จากที่ผมไม่เคยรู้ตรงจุดนี้
User avatar
vezzzz
 
Posts: 7
Joined: Mon Jun 20, 2011 9:07 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby pochi » Tue Jun 21, 2011 7:57 pm

มาเก็บกวาด :D เอาฟายเด้อมาอ้างอิงนี่เรียกว่าฆ่าตัวตายทางเวบบอร์ดเลยนะ เหมือนเอาแม่ลูกจันทน์มาอ้าง :cry:
RT @Cake_NBC: นายกฯแจงเรื่องที่เอาหมวกถุงยางมาสวมหัว อะไรที่ทำแล้วลดปัญหาได้ ก็พร้อมทำ "เป็นศีรษะผม ไม่ใช่ศีรษะของคนอื่น" #NBT
User avatar
pochi
 
Posts: 5035
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:24 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby Gop » Wed Jun 22, 2011 8:12 pm

ความจริงอีกอย่างคือ สองสามปีมานี้ แทบทุกคอนโดที่สร้าง ถูกจองเต็มหมดตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ แสดงให้เห็นได้ว่าคนมีเงินมากขึ้น เศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แน่นอน ใครมีตัวเลขด้านอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยมั้ยครับ ผมว่านี่เป็นตัวชี้วัดที่ดีอีกอันหนึ่ง
User avatar
Gop
 
Posts: 837
Joined: Sun Jun 27, 2010 4:13 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby ดราม่า » Fri Jun 24, 2011 10:51 pm

vezzzz ผมว่าคุณมองเศรษฐกิจแบบว่าตามกันมาแล้วล่ะ

ผมไม่เห็นว่ายุครัฐบาลอภิสิทธิ์เศรษฐกิจจะเลวร้ายหรือดีไปกว่ารัฐบาลทักษิณเลย

ผมคนค้าคนเขาในวงการ ทำไมจะไม่รู้ (ค้าขายดีจริงๆยุคน้าชาติ)


เพียงแต่รัฐบาลทักษิณอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังบูม

แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ในช่วงเศรษฐกิจโลกกำลังฟุบ คิดเอาเองก็แล้วกันว่าใครเก่งกว่ากัน


ถ้าคุณvezzzzจะบอกว่าไม่เชื่อตัวเลขอะไรเลย เชื่อแต่ที่เขาว่าตามๆกันมา ผมว่ามันเหมือนการฆ่าตัวตายทางความคิดนะ
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ"
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์


สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก

"กฎหมายภาษีที่ดินเป็นหัวใจของการแก้ปัญหาช่องว่างรายได้"
User avatar
ดราม่า
 
Posts: 1670
Joined: Mon Jan 10, 2011 2:37 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby halfmoon » Fri Jun 24, 2011 11:18 pm

ไม่ได้เข้ากระทู้นี้นานแล้ว แต่ดู page แล้วเลื่อนตลอด แล้วพวกแดงมันจะเข้าใจเรื่องนี้รึ
เรื่องข้อมูลผมไม่ค่อยแม่น แต่เรื่องป่วนกวนประสาทบอกผม เชิญเพื่อนๆนำเสนอต่อไป :o
  • อธิปัตย์ 5 : อิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ มิตรภาพ สันติภาพ : คือแก่นแท้แห่งอำนาจประชาธิปไตย : ท่านมีหรือยัง ถ้าไม่ จงสร้างเอง
User avatar
halfmoon
 
Posts: 10731
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:34 pm

Re: รวบรวมข้อมูลชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบ

Postby thanong » Fri Jun 24, 2011 11:31 pm

แดงบอก เศรฐกิจยุค มาร์คไม่ดี เป็นเพราะใข่ช่าง กิโล ...จะว่าไงดีครับ เอิ๊กกก
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
User avatar
thanong
 
Posts: 5110
Joined: Wed Nov 24, 2010 4:27 am

PreviousNext

Return to สภากาแฟ



cron