'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby PookLook » Thu Jun 30, 2011 2:59 pm

“ปุ”วอนเลือกคนประวัติดี กระทบชิ่งเสี่ยอ่าง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน 2554 เวลา

“ปุ” สรุปภาพรวมหาเสียง และนโยบายโค้งสุดท้าย วอนเลือกคนมีประวัติดี อย่าเลือกคนที่เคยทำร้ายสังคม หรือเลือกเอามัน

อาคาร ใบหยกทาวเวอร์ 2 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรค และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรครักษ์สันติ ได้แถลงสรุปภาพรวมการหาเสียงและนโยบายโค้งสุดท้าย โดยมีการเปิดวีดีทัศน์ ชุด “ลูกหลานเรา เรารักนัก” ตีแผ่ปัญหาสังคมโดยเฉพาะการขายบริการทางเพศของเยาวชนและการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และผู้นำศาสนา และกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ

ทั้งนี้ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวว่า ขอให้เลือกคนดี ที่มีผลงานชัดเจน อย่าเลือกคนประวัติไม่ดี ไม่เคยเสียสละหรือทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทั้งชีวิตที่ผ่านมามีแต่ทำร้ายสังคม หรือทำมาเป็นทุบอ่าง คนพวกนี้ไม่เคยทำให้ประโยชน์ให้ประเทศ วันดีคืนดีแค่มาทุบอ่างแล้วมาลงส.ส.คงไม่ใช่ เราขอเป็นทางเลือกให้ประเทศจากความขัดแย้ง เพราะวันนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทะเลาะกัน เอาแพ้เอาชนะ แต่ปล่อยปัญหาสังคมฟอนเฟะ พรรคจึงจะเข้ามาเน้นการป้องกัน และรักษาเยาวชนให้เป็นอนาคตประเทศ และบูรณะสิ่งแวดล้อม ซึ่งพรรคไม่กังวลว่าจะเสียฐานเสียงจากผู้ประกอบการ เพราะไม่ต้องการฐานเสียงที่เป็นผู้ทำร้ายเยาวชน แต่ยังเชื่อว่า สถานบริการที่ดีจะสนับสนุน

การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก อย่าเลือกแบบเอามัน และขอให้ไปเลือกตั้งกันเกิน 80 % เพื่อให้ได้สมาชิกรัฐสภาที่มาจากคนส่วนใหญ่ กกต.ก็อย่าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ต้องควบคุมให้สุจริต เพราะถ้าทุจริตและแบ่งฝ่าย จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง และตนมั่นใจว่าพรรคได้ส.ส.ทั้ง 2 ระบบแน่นอน

http://www.dailynews.co.th/newstartpage ... tID=148275

ชูวิทย์โดนบ้างแล้ว เจอตอนนี้ โต้กลับไม่ทันแหงๆ :lol:
User avatar
PookLook
 
Posts: 1067
Joined: Sun Feb 27, 2011 1:00 am

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby -3- » Thu Jun 30, 2011 3:05 pm

ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่ว่า “ดี” นั้น “ดี” ตรงไหน??
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มีนาคม 2554 05:41 น.


ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทยคนแรก เมื่อ พ.ศ.2541 เมื่อ พรรคไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้ง ได้จัดตั้งรัฐบาลใน พ.ศ.2544 ร.ต.อ.ปุระชัยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 โยกย้ายมาเป็นรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงยุติธรรม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา โดนเด้งไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีเพียงตำแหน่งเดียว และเมื่อรัฐบาลหมดวาระ ในปี พ.ศ.2548 ก็ตัดสินใจวางมือจากการเมือง ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะความขัดแย้งไม่ลงรอย กับนักการเมืองคนอื่นๆ ในพรรคไทยรักไทย และผิดหวังที่พรรคไม่ส่งลงสมัครผู้ว่า กทม.

สี่ปีของชีวิตนักการเมือง ร.ต.อ.ปุระชัย เป็นที่จดจำของสังคมว่าเป็นคนดี ตรงไปตรงมา ไม่ก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง จากนโยบาย การจัดระเบียบสถานบันเทิง สมัยที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย จนได้ฉายาว่า “มือปราบสายเดี่ยว”

ภาพคนดีไม่มีเสื่อม ตรงเป็นไม้บรรทัด เป็นจุดขายหลักของ ร.ต.อ.ปุระชัย ตลอดมา จนกระทั่งถึงวันนี้ คนดีอยากจะเล่นการเมือง ปีนนั่งร้านเก่าๆ ชื่อพรรคธรรมาธิปัตย์ที่เอามาทาสีใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็น พรรคประชาสันติ ก็อาศัยภาพเก่าๆ นี้แหละเป็นจุดขาย เสนอตัวเป็น “ตาอยู่” ให้คนไทยเลือก

แต่ถ้าถามว่า ร.ต.อ.ปุระชัย มีผลงานที่เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้อะไรบ้าง ที่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเป็นคนดี ก็ยังนึกไม่ออก นอกจากการให้สัมภาษณ์ และการยกยอตามความเชื่อของสื่อว่า ร.ต.อ.ปุระชัย ป็นคนดี เป็นคนตรง


ในยุคที่บ้านเมืองผจญกับวิกฤต เกิดการปลุกระดมเผาบ้านเผาเมือง เพื่อทวงอำนาจและสมบัติคืนให้ นช.ทักษิณ ร.ต.อ.ปุระชัย ไม่เคยแสดงจุดยืนว่าตัวเองคิดอย่างไร หรือมีความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้นอย่างไร เพราะปลีกตัวไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ

ยกเว้นแต่เมื่อเพื่อนรักอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูล ความผิดในกรณีสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จนต้องลาออกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทำให้ ร.ต.อ.ปุระชัย ใช้ภาพของความเป็นคนดี เอาคืนให้เพื่อนด้วยการอาละวาดในที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขัดขวางการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูง เมื่อไม่เป็นผลก็ใช้วิธีวอล์คเอาต์ออกจากที่ประชุม

หรือเมื่อเพื่อนรักอีกคนหนึ่ง คือ พล.ต.ท.บุญถึง ผลพาณิชย์ หมิ่นเหม่ต่อข้อหาตั้งโต๊ะขายตำแหน่งในการโยกย้ายนายตำรวจ ในยุคของ พล.ต.อ.พัชรวาท ร.ต.อ.ปุระชัยก็ใช้ความเป็นคนดีของตน และฐานะ กตร.ช่วยเพื่อนด้วยการกล่าวหาคณะอนุกรรมการสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งว่ามีที่มาที่ไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ตั้งไปตั้งนานและทำงานไปจนเกือบจะเสร็จแล้ว

ในสมัยที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.บุญเรือง ถูกดึงตัวไปนั่งเป็นทีมงานหน้าห้องรัฐมนตรีเพื่อคอยกลั่นกรองงาน จัดคิวผู้ที่จะเข้าพบรัฐมนตรี มีเรื่องเล่าขานเป็นที่โจษจันกันสนุกปากไปทั้งกระทรวงในขณะนั้น

ความเป็นคนดีของ ร.ต.อ.ปุระชัย ยังเคยถูกใช้เป็นอาวุธในการทำสงครามคนดี กับคนดีอีกคนหนึ่ง คือ หมอประกิต วาทีสาธกกิจ เมื่อครั้งที่ ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. โดยมีหมอประกิต เป็นรองประธาน สสส.คนที่ 2

หมอประกิต ถูก ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน อนุมัติเงิน สสส.ให้กับมูลนิธิ องค์กรที่ตัวเองนั่งเป็นประธานและกรรมการอยู่หลายแห่ง นอกจากนั้นยังมีข้อครหาว่าจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแพงกว่าที่ควรจะเป็น

ร.ต.อ.ปุระชัยตั้งคระกรรมการสอบสวนหมอประกิต โดยออกเป็นคำสั่งลับ และตั้งคนของตัวเองเป็นกรรมการสอบสวน ซึ่งสรุปว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา และเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 เมษายน 2547 ปลดหมอประกิตออกจากรองประธาน สสส. โดยเสนอเป็นวาระจร แต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วย และตีเรื่องกลับไปให้ ร.ต.อ.ปุระชัย พิจารณาใหม่

บทความเรื่อง “เมื่อคนดีไม่มีเสื่อม จะเขมือบ สสส.” วารสารโรงพยาบาลชุมชนฉบับเดือยเมษายน-พฤษภาคม 2547 ได้เล่าที่มาที่ไปของสงครามคนดีครั้งนี้ไว้อย่างละเอียด มีการอ้างอิงข้อเท็จจริงประกอบอย่างครบถ้วน ไม่ได้พูดลอยๆ

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้เขียนบทความนี้ ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2546 ถึง พฤษภาคม 2547 ซึ่งเป็นช่วงที่รองนายกฯ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เข้ามาดูแล สสส.นั้น มีการจัดการส่งสัญญาณจากคนที่ใกล้ชิดประธานให้ ส.ส.เสนอโครงการจาก ส.ส.เข้ามาถึง 180 โครงการ โดยมีลักษณะเด่น คือ เป็นโครงการที่ลอกกันมา โดยเปลี่ยนเพียงชื่อสถานที่ วันเวลา เท่านั้น ส่วนเนื้อในนั้นเหมือนกันแทบทุกตัวอักษร ส่งผลให้โครงการเหล่านี้ผ่านการพิจารณาเพียง 8 โครงการครึ่งเท่านั้น

กรณีที่มีหลักฐานชัดเจนที่แสดงถึงความผิดปกติในการเสนอโครงการของ ส.ส. ได้แก่ หนังสือจากสภาผู้แทนราษฎร ที่ 169/2546 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2546 เรียน ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี (ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์) ซึ่งลงนามโดย พลเรือโทโรช วิภัติภูมิประเทศ สส.ชลบุรี ที่ระบุว่า “อนุสนธิจากโครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และป้องกันยาเสพติด ฯพณฯ ได้กรุณาให้งบประมาณกับผม 1,500,000 บาท เพื่อไปดำเนินโครงการนั้น กระผมได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และสมควรเริ่มที่นักเรียนก่อน จึงได้หารือกับโรงเรียนต่างๆ ในเขตรับผิดชอบของผม จำนวน 18 โรงเรียนเป็นโรงเรียนนำร่อง” ซึ่งเมื่อโครงการในลักษณะดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณา ก็เท่ากับเป็นการเสียหน้าของรองนายกฯ ที่ดูแล สสส.อย่างรุนแรง

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2546 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหารคนหนึ่งใน สสส.ได้ถูกเรียกเข้าพบรองนายกฯ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์, ส.ส.ประวัตร อุตะโมทย์ และ ส.ส.นพดล อินนา เลขานุการของรองนายกปุระชัย ซึ่งพูดคุยพร้อมยื่นโครงการ “หนังสือสีขาวเพื่อเยาวชน หรือวารสาร connect” โดยใช้ชื่อบริษัท ฐานการพิมพ์ จำกัด เป็นผู้เสนอโครงการขอรับทุน จำนวน 9.8 ล้านบาท เพื่อจัดพิมพ์วารสารเพื่อให้เยาวชนรักสุขภาพ และใช้ในการจัดกิจกรรมนักศึกษา

ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการพิจารณาโครงการของ สสส.ที่มี นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธานได้จัดประชุมพิจารณาโครงการ มีความเห็นว่า วารสาร connect นั้นน่าจะเกิดประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมายในระดับหนึ่ง จึงให้การสนับสนุนเป็นเงิน 4.8 ล้านบาท เพื่อผลิตวารสาร 24 ฉบับใน 1 ปี คือตลอดปี 2547 และจะมีการประเมินผลเมื่อวารสารออกได้ 2 เดือน ส่วนการจัดกิจกรรมนักศึกษาที่ขอมา 4 ล้านบาทนั้น ไม่อนุมัติเพราะไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะก่อประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อวารสารออกมาได้ 2 เดือน ก็มีการประเมินผลตามที่ตั้งเงื่อนไขไว้ ซึ่งพบว่า วารสารยังมีเนื้อหาที่เน้นบันเทิง สุขภาพแบบตามกระแส เช่น ผิวพรรณ รูปร่างภายนอก อีกทั้งมีกระแสข่าวในเชิงลบต่อวารสารว่า เป็นการใช้เงิน สสส. แอบแฝงหาเสียงเตรียมลงสมัครผู้ว่า กทม.หรือ สร้างภาพให้กับคนบางคน ซึ่งทางคณะกรรมการก็ได้แจ้งให้ผู้รับผิดชอบโครงการไปปรับปรุง และในเดือนกรกฎาคม 2547 จะประเมินอีกครั้งว่าจะพิจารณาสนับสนุนโครงการต่อหรือไม่

เป็นที่ทราบกันดีใน สสส.ว่า โครงการดังกล่าวคือโครงการของรองนายกฯ ปุระชัย ประธาน สสส. และเมื่อผ่านการพิจารณาเพียงครึ่งเดียว รวมทั้งมีการประเมินผลที่เข้มข้นก็ยิ่งทำให้ความร้อนระอุของความไม่สบอารมณ์ของฝ่ายการเมืองสูงขึ้นจนเกือบถึงจุดเดือด

และแล้ว ฟางเส้นท้ายๆ ที่เหลืออยู่จึงขาดสะบั้น

คนไทยกำลังถูกทำให้ท้อแท้ สิ้นหวัง และตั้งหน้าตั้งตารอคนดีมาโปรด โดยไม่เคยสงสัย ตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นคนดีจริงๆ แล้ว เข้ามาเล่นการเมืองทำไม และที่ว่าดีนั้น ดีจริงไหม หรือเป็นแค่การสร้างภาพเท่านั้น เนื้อในเป็นอย่างไร อาจไม่รู้

ในวาระที่คนดีรายล่าสุด กำลังจะก้าวเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจ และผลประโยชน์ โดยอาศัยชื่อเสียงกิตติศัพท์ ความเป็นคนดีของคนเป็นบันได ประชาชนพึงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่ว่ากันว่าเป็นคนดีนั้น ดีตรงไหน ดีอย่างไร


http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000036830

ยาวไปไหมเนี่ย :lol: :lol:
"คนไทยนี่โชคดีจริงๆนะ จะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร มีในหลวงฯคอยติดตามเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา...ก็ผมเห็นธนบัตรไทยมีรูปในหลวงฯของพวกคุณอยู่ ทุกๆใบแม้นกระทั่งในเหรียญที่มีค่าน้อยที่สุดถึงมีค่ามากที่สุดในธนบัตร ไม่เคยห่างกัน"
User avatar
-3-
Moderator
 
Posts: 6302
Joined: Thu Nov 27, 2008 11:34 am
Location: Gensokyo

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby คนบาป » Thu Jun 30, 2011 3:11 pm

ภาพปุระชัย น่าจะดีกว่าชูวิทย์

แต่คนเลือกที่ไม่เอา ปชป.กับเพื่อไทยจะเลือกใคร

นาทีนี้วงพนัน สู้กันที่ ชูวิทย์จะชนะปุระชัย 1 แสนเสียงหรือไม่?
User avatar
คนบาป
 
Posts: 13482
Joined: Fri Nov 19, 2010 3:52 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby Bookmarks » Thu Jun 30, 2011 3:17 pm

พอๆ กับยิ่งเละแหละ ทำเป็นเก็บอาการเลวของตัวเอง แต่สันดาn ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้หรอก ตอนนี้ก็ออกมาใส่ร้ายคนอื่นแล้ว
User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby Novice » Thu Jun 30, 2011 3:23 pm

ผมว่าแห้วแดรกทั้งคู่ครับ อย่าถามเหตุผลครับ ผมใช้ความรู้สึก :mrgreen:
User avatar
Novice
 
Posts: 643
Joined: Thu May 20, 2010 8:22 am

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby Sugary-jang » Thu Jun 30, 2011 3:23 pm

-3- wrote:
ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่ว่า “ดี” นั้น “ดี” ตรงไหน??
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มีนาคม 2554 05:41 น.


ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทยคนแรก เมื่อ พ.ศ.2541 เมื่อ พรรคไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้ง ได้จัดตั้งรัฐบาลใน พ.ศ.2544 ร.ต.อ.ปุระชัยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 โยกย้ายมาเป็นรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงยุติธรรม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา โดนเด้งไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีเพียงตำแหน่งเดียว และเมื่อรัฐบาลหมดวาระ ในปี พ.ศ.2548 ก็ตัดสินใจวางมือจากการเมือง ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะความขัดแย้งไม่ลงรอย กับนักการเมืองคนอื่นๆ ในพรรคไทยรักไทย และผิดหวังที่พรรคไม่ส่งลงสมัครผู้ว่า กทม.

สี่ปีของชีวิตนักการเมือง ร.ต.อ.ปุระชัย เป็นที่จดจำของสังคมว่าเป็นคนดี ตรงไปตรงมา ไม่ก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง จากนโยบาย การจัดระเบียบสถานบันเทิง สมัยที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย จนได้ฉายาว่า “มือปราบสายเดี่ยว”

ภาพคนดีไม่มีเสื่อม ตรงเป็นไม้บรรทัด เป็นจุดขายหลักของ ร.ต.อ.ปุระชัย ตลอดมา จนกระทั่งถึงวันนี้ คนดีอยากจะเล่นการเมือง ปีนนั่งร้านเก่าๆ ชื่อพรรคธรรมาธิปัตย์ที่เอามาทาสีใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็น พรรคประชาสันติ ก็อาศัยภาพเก่าๆ นี้แหละเป็นจุดขาย เสนอตัวเป็น “ตาอยู่” ให้คนไทยเลือก

แต่ถ้าถามว่า ร.ต.อ.ปุระชัย มีผลงานที่เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้อะไรบ้าง ที่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเป็นคนดี ก็ยังนึกไม่ออก นอกจากการให้สัมภาษณ์ และการยกยอตามความเชื่อของสื่อว่า ร.ต.อ.ปุระชัย ป็นคนดี เป็นคนตรง


ในยุคที่บ้านเมืองผจญกับวิกฤต เกิดการปลุกระดมเผาบ้านเผาเมือง เพื่อทวงอำนาจและสมบัติคืนให้ นช.ทักษิณ ร.ต.อ.ปุระชัย ไม่เคยแสดงจุดยืนว่าตัวเองคิดอย่างไร หรือมีความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้นอย่างไร เพราะปลีกตัวไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ

ยกเว้นแต่เมื่อเพื่อนรักอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูล ความผิดในกรณีสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จนต้องลาออกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทำให้ ร.ต.อ.ปุระชัย ใช้ภาพของความเป็นคนดี เอาคืนให้เพื่อนด้วยการอาละวาดในที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขัดขวางการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูง เมื่อไม่เป็นผลก็ใช้วิธีวอล์คเอาต์ออกจากที่ประชุม

หรือเมื่อเพื่อนรักอีกคนหนึ่ง คือ พล.ต.ท.บุญถึง ผลพาณิชย์ หมิ่นเหม่ต่อข้อหาตั้งโต๊ะขายตำแหน่งในการโยกย้ายนายตำรวจ ในยุคของ พล.ต.อ.พัชรวาท ร.ต.อ.ปุระชัยก็ใช้ความเป็นคนดีของตน และฐานะ กตร.ช่วยเพื่อนด้วยการกล่าวหาคณะอนุกรรมการสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งว่ามีที่มาที่ไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ตั้งไปตั้งนานและทำงานไปจนเกือบจะเสร็จแล้ว

ในสมัยที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.บุญเรือง ถูกดึงตัวไปนั่งเป็นทีมงานหน้าห้องรัฐมนตรีเพื่อคอยกลั่นกรองงาน จัดคิวผู้ที่จะเข้าพบรัฐมนตรี มีเรื่องเล่าขานเป็นที่โจษจันกันสนุกปากไปทั้งกระทรวงในขณะนั้น

ความเป็นคนดีของ ร.ต.อ.ปุระชัย ยังเคยถูกใช้เป็นอาวุธในการทำสงครามคนดี กับคนดีอีกคนหนึ่ง คือ หมอประกิต วาทีสาธกกิจ เมื่อครั้งที่ ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. โดยมีหมอประกิต เป็นรองประธาน สสส.คนที่ 2

หมอประกิต ถูก ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน อนุมัติเงิน สสส.ให้กับมูลนิธิ องค์กรที่ตัวเองนั่งเป็นประธานและกรรมการอยู่หลายแห่ง นอกจากนั้นยังมีข้อครหาว่าจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแพงกว่าที่ควรจะเป็น

ร.ต.อ.ปุระชัยตั้งคระกรรมการสอบสวนหมอประกิต โดยออกเป็นคำสั่งลับ และตั้งคนของตัวเองเป็นกรรมการสอบสวน ซึ่งสรุปว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา และเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 เมษายน 2547 ปลดหมอประกิตออกจากรองประธาน สสส. โดยเสนอเป็นวาระจร แต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วย และตีเรื่องกลับไปให้ ร.ต.อ.ปุระชัย พิจารณาใหม่

บทความเรื่อง “เมื่อคนดีไม่มีเสื่อม จะเขมือบ สสส.” วารสารโรงพยาบาลชุมชนฉบับเดือยเมษายน-พฤษภาคม 2547 ได้เล่าที่มาที่ไปของสงครามคนดีครั้งนี้ไว้อย่างละเอียด มีการอ้างอิงข้อเท็จจริงประกอบอย่างครบถ้วน ไม่ได้พูดลอยๆ

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้เขียนบทความนี้ ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2546 ถึง พฤษภาคม 2547 ซึ่งเป็นช่วงที่รองนายกฯ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เข้ามาดูแล สสส.นั้น มีการจัดการส่งสัญญาณจากคนที่ใกล้ชิดประธานให้ ส.ส.เสนอโครงการจาก ส.ส.เข้ามาถึง 180 โครงการ โดยมีลักษณะเด่น คือ เป็นโครงการที่ลอกกันมา โดยเปลี่ยนเพียงชื่อสถานที่ วันเวลา เท่านั้น ส่วนเนื้อในนั้นเหมือนกันแทบทุกตัวอักษร ส่งผลให้โครงการเหล่านี้ผ่านการพิจารณาเพียง 8 โครงการครึ่งเท่านั้น

กรณีที่มีหลักฐานชัดเจนที่แสดงถึงความผิดปกติในการเสนอโครงการของ ส.ส. ได้แก่ หนังสือจากสภาผู้แทนราษฎร ที่ 169/2546 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2546 เรียน ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี (ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์) ซึ่งลงนามโดย พลเรือโทโรช วิภัติภูมิประเทศ สส.ชลบุรี ที่ระบุว่า “อนุสนธิจากโครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และป้องกันยาเสพติด ฯพณฯ ได้กรุณาให้งบประมาณกับผม 1,500,000 บาท เพื่อไปดำเนินโครงการนั้น กระผมได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และสมควรเริ่มที่นักเรียนก่อน จึงได้หารือกับโรงเรียนต่างๆ ในเขตรับผิดชอบของผม จำนวน 18 โรงเรียนเป็นโรงเรียนนำร่อง” ซึ่งเมื่อโครงการในลักษณะดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณา ก็เท่ากับเป็นการเสียหน้าของรองนายกฯ ที่ดูแล สสส.อย่างรุนแรง

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2546 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหารคนหนึ่งใน สสส.ได้ถูกเรียกเข้าพบรองนายกฯ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์, ส.ส.ประวัตร อุตะโมทย์ และ ส.ส.นพดล อินนา เลขานุการของรองนายกปุระชัย ซึ่งพูดคุยพร้อมยื่นโครงการ “หนังสือสีขาวเพื่อเยาวชน หรือวารสาร connect” โดยใช้ชื่อบริษัท ฐานการพิมพ์ จำกัด เป็นผู้เสนอโครงการขอรับทุน จำนวน 9.8 ล้านบาท เพื่อจัดพิมพ์วารสารเพื่อให้เยาวชนรักสุขภาพ และใช้ในการจัดกิจกรรมนักศึกษา

ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการพิจารณาโครงการของ สสส.ที่มี นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธานได้จัดประชุมพิจารณาโครงการ มีความเห็นว่า วารสาร connect นั้นน่าจะเกิดประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมายในระดับหนึ่ง จึงให้การสนับสนุนเป็นเงิน 4.8 ล้านบาท เพื่อผลิตวารสาร 24 ฉบับใน 1 ปี คือตลอดปี 2547 และจะมีการประเมินผลเมื่อวารสารออกได้ 2 เดือน ส่วนการจัดกิจกรรมนักศึกษาที่ขอมา 4 ล้านบาทนั้น ไม่อนุมัติเพราะไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะก่อประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อวารสารออกมาได้ 2 เดือน ก็มีการประเมินผลตามที่ตั้งเงื่อนไขไว้ ซึ่งพบว่า วารสารยังมีเนื้อหาที่เน้นบันเทิง สุขภาพแบบตามกระแส เช่น ผิวพรรณ รูปร่างภายนอก อีกทั้งมีกระแสข่าวในเชิงลบต่อวารสารว่า เป็นการใช้เงิน สสส. แอบแฝงหาเสียงเตรียมลงสมัครผู้ว่า กทม.หรือ สร้างภาพให้กับคนบางคน ซึ่งทางคณะกรรมการก็ได้แจ้งให้ผู้รับผิดชอบโครงการไปปรับปรุง และในเดือนกรกฎาคม 2547 จะประเมินอีกครั้งว่าจะพิจารณาสนับสนุนโครงการต่อหรือไม่

เป็นที่ทราบกันดีใน สสส.ว่า โครงการดังกล่าวคือโครงการของรองนายกฯ ปุระชัย ประธาน สสส. และเมื่อผ่านการพิจารณาเพียงครึ่งเดียว รวมทั้งมีการประเมินผลที่เข้มข้นก็ยิ่งทำให้ความร้อนระอุของความไม่สบอารมณ์ของฝ่ายการเมืองสูงขึ้นจนเกือบถึงจุดเดือด

และแล้ว ฟางเส้นท้ายๆ ที่เหลืออยู่จึงขาดสะบั้น

คนไทยกำลังถูกทำให้ท้อแท้ สิ้นหวัง และตั้งหน้าตั้งตารอคนดีมาโปรด โดยไม่เคยสงสัย ตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นคนดีจริงๆ แล้ว เข้ามาเล่นการเมืองทำไม และที่ว่าดีนั้น ดีจริงไหม หรือเป็นแค่การสร้างภาพเท่านั้น เนื้อในเป็นอย่างไร อาจไม่รู้

ในวาระที่คนดีรายล่าสุด กำลังจะก้าวเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจ และผลประโยชน์ โดยอาศัยชื่อเสียงกิตติศัพท์ ความเป็นคนดีของคนเป็นบันได ประชาชนพึงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่ว่ากันว่าเป็นคนดีนั้น ดีตรงไหน ดีอย่างไร


http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000036830

ยาวไปไหมเนี่ย :lol: :lol:

ยาว..ขี้เกียดอ่าน :lol: :lol: :lol:
"จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา "
User avatar
Sugary-jang
 
Posts: 568
Joined: Mon May 09, 2011 3:22 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby Limmy » Thu Jun 30, 2011 3:26 pm

คนดี.....ไม่มีเสื่อม

มีแต่แขวะ

:mrgreen:
User avatar
Limmy
 
Posts: 3466
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:15 am

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby แม่นายขนุน » Thu Jun 30, 2011 3:30 pm

จ้า........พ่อเทวดา พ่อคนดีศรีสมร
คนอื่นเลวโม๊ดแหล่ะ ตัวเองดีเลิศประเสริฐศรีอยู่คนเดียว

ปล.แล้วคดีสนามก๊อฟอัลไพน์ ใครให้ผ่านยะ
ชิสสสสสสสสสสสสสส
User avatar
แม่นายขนุน
 
Posts: 422
Joined: Tue Oct 14, 2008 9:51 am

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby Sweet Chin Music » Thu Jun 30, 2011 3:32 pm

ใครเห็นป้ายหาเสียงมันบ้าง (ไอ้ปุรชัย) นี่ละ
ได้เบอร์สิบสอง ดันใช้สัญลักษณ์ของนาฬิกาตอนเที่ยง
เพื่อสื่อว่าตัวเองนั้น "เที่ยงตรง" ซื่อสัตย์ บลาๆๆๆ
เห็นแล้ว สะอิดสะเอียนยิ่งนัก ผลงานในอดีตคนละเรื่องกับที่โฆษณาเลย
ทำดีได้ทำดี ทำชั่วได้ทำชั่ว
User avatar
Sweet Chin Music
Moderator
 
Posts: 3892
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:40 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby phoebus » Thu Jun 30, 2011 3:33 pm

ปุระชัยอาจไม่ใช่คนดี

แต่แกพูดถูกหว่ะ

:lol: :lol: :lol:
"ดี แต่ตอแหล"
User avatar
phoebus
 
Posts: 3245
Joined: Mon Feb 28, 2011 4:32 am

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby Sweet Chin Music » Thu Jun 30, 2011 3:35 pm

ไม้บรรทัดยี่ห้อ "ปุระชัย" จาก "อัลไพน์" ถึง "สสส."

คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย นงนุช สิงหเดชะ มติชนรายวัน วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9657

วันที่ 18 สิงหาคมนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดขึ้นมาอีก ก็คงจะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ หรือ สสส.เป็นครั้งแรกนับจากว่างเว้นมา 4 เดือน ภายหลังจากเกิดความขัดแย้งในแนวทางการบริหารงานระหว่างคณะกรรมการ สสส.กับ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธาน สสส.

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส. ซึ่งเป็นบุคคลอาวุโส เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของสังคมที่ได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็น "คนดี" คนหนึ่งของสังคม ต้องถ่อสังขารไปพบ ร.ต.อ.ปุระชัย ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 9 สิงหาคม เพื่อทำความเข้าใจ เพื่อให้งาน สสส.เดินหน้าต่อไปได้

เป็นการถ่อสังขารไปภายหลังจากที่ สสส. ร้าวหนักภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติปลด น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ออกจากรองประธาน สสส. เมื่อ 27 กรกฎาคม ตามข้อเสนอของ ร.ต.อ.ปุระชัย ในข้อหา "บกพร่อง" กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วรถยนต์ในราคาแพง และกรณีกล่าวหาว่าโอนเงินของ สสส.ไปเข้ามูลนิธิรามาธิบดี แทนคณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี เป็นวงเงิน 265 ล้านบาท

หลังการพบปะพูดคุยเสร็จ แทนที่ ร.ต.อ.ปุระชัย จะร่วมแถลงข่าวกับนายไพบูลย์ เพื่อขจัดบรรยากาศอึมครึม ก็ส่งเพียงนายนพดล อินนา เลขานุการ มาแถลงแทน ทั้งที่โดยวัยวุฒิ คุณวุฒิ เกียรติคุณนั้น นายไพบูลย์ไม่ได้ด้อยไปกว่า ร.ต.อ.ปุระชัย และนายไพบูลย์นั้นได้แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะเต็มที่แล้ว ที่อุตส่าห์ไปพบ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็เพราะเห็นแก่งานส่วนรวมเป็นตัวตั้ง

ก่อนหน้าที่จะนำมาสู่การปลดหมอประกิตนั้น ทางฝ่ายคณะกรรมการ สสส. โดยนายไพบูลย์ ได้พยายามจะขอนัดพบ ร.ต.อ.ปุระชัย เพื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานและเจตนารมณ์ของ สสส. เพื่ออธิบายว่าสิ่งที่ ร.ต.อ.ปุระชัยเป็นห่วงเรื่องการโอนเงินไปไว้มูลนิธินั้นไม่ใช่มุ่งหวังทุจริตแต่เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ทางคณะกรรมการได้พยายามอธิบายว่าตามระเบียบแล้ว สสส.สามารถทำได้ แต่ก็ปรากฏว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พบ ร.ต.อ.ปุระชัย

ดูเหมือนว่าอยู่ที่ไหน ร.ต.อ.ปุระชัยก็ทะเลาะกับคนดี เมื่อมาอยู่กระทรวงยุติธรรม "สไตล์" การทำงานของ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็ทำให้หมอพรทิพย์ โรจนสุนันทน์ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนดีคนหนึ่งของสังคมเสียน้ำตามาแล้ว

การพยายามทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะประธาน สสส. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาตินั้น เป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่หากจะเป็น "ไม้บรรทัด" แล้ว ร.ต.อ.ปุระชัย ก็ควรเป็นไม้บรรทัดที่มีความตรงอย่างสม่ำเสมอในทุกกรณี หากทำได้เช่นนี้มาโดยตลอด สังคมก็คงไม่สงสัยในยี่ห้อ"คนดี" ของ ร.ต.อ.ปุระชัย

แต่ชวนให้อดสงสัย "มาตรฐานความตรง" ของไม้บรรทัดยี่ห้อนี้ไม่ได้ เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาขายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนั้นเรื่องดำเนินอยู่นาน ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ในที่สุดคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ มีมติเป็นเอกฉันท์ 55 ต่อ 3 เสียง เมื่อต้นปี 2545 ว่าที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินธรณีสงฆ์จะต้องคืนให้กับวัด

แต่เมื่อผลการวินิจฉัยออกมา ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้ทำตามคำวินิจฉัยนั้น มิไยที่เลขาธิการกฤษฎีกาจะทำหนังสือท้วงติงมาอีกรอบว่าต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัย แต่ท้ายที่สุดกระทรวงมหาดไทย ยกเอา พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครองมาหักล้างคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา อ้างว่าไม่จำเป็นต้องทำตามกฤษฎีกา

สรุปแล้วที่ดินยายเนื่อมที่บริจาคให้วัด ก็ยังคงตกเป็นของสนามกอล์ฟอัลไพน์ ร.ต.อ.ปุระชัยอ้างว่าเรื่องนี้เป็นข้อขัดแย้งเรื่องมุมมองทางกฎหมายและการตีความ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าแตกต่างจากกรณีของ สสส.ตรงไหน ที่ทาง ร.ต.อ.ปุระชัย และ สสส.ต่างก็อ้างข้อกฎหมายมาโต้แย้งกัน โดย สสส.ตีความว่าการโอนเงินเข้ามูลนิธิรามาธิบดีฯ สามารถทำได้ แต่ ร.ต.อ.ปุระชัยบอกว่าทำไม่ได้

ผลการสอบข้อเท็จจริง ออกมาเพียงว่า น.พ.ประกิต "บกพร่อง แต่ไม่ได้ทุจริต" แต่ก็ปรากฏว่า น.พ.ประกิตถูกเล่นแรง ถึงขนาดถูกปลดออก

นอกจากนี้ในกรณีค่าโง่ทางด่วน 6,200 ล้านบาท ที่ ร.ต.อ.ปุระชัยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการสอบข้อเท็จจริง ก็ปรากฏว่าจบลงด้วยการที่ ร.ต.อ.ปุระชัยยอม "จับมือรอมชอม" กับนายสุขวิช รังสิตพล ในคดีที่นายสุขวิชฟ้องว่า ร.ต.อ.ปุระชัยหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท

นายสุขวิชยื่นฟ้องโดยระบุว่า ร.ต.อ.ปุระชัยหมิ่นประมาทกรณีให้สัมภาษณ์ว่าพรรคไทยรักไทยไม่ควรรับนายสุขวิชเข้าพรรคไทยรักไทยเพราะเกี่ยวข้องกับค่าโง่ทางด่วน(ตามผลการสอบสวนของคณะกรรมการของมหาดไทย ระบุว่านายสุขวิชในฐานะอดีตผู้ว่าการ กทพ.มีความผิด)

ในที่สุดในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 ซึ่งเป็นวันขึ้นศาล ร.ต.อ.ปุระชัย ยินยอมตามคำเรียกร้องของนายสุขวิช ด้วยการเขียนคำแถลงว่า "ข้าพเจ้า ร.ต.อ.ปุระชัยไม่เคยกล่าวหาว่านายสุขวิชเกี่ยวพันกับคดีค่าโง่ทางด่วนแต่อย่างใด" เพื่อแลกกับการที่นายสุขวิชยอมถอนฟ้อง

การรอมชอมนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่พรรคความหวังใหม่มีมติยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ตามความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายสุขวิชนั้นสังกัดพรรคความหวังใหม่และสนิทกับ พล.อ.ชวลิต ยงใยยุทธ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ซึ่งในช่วงแรก ร.ต.อ.ปุระชัยได้ออกมาคัดค้านที่จะให้นายสุขวิชเข้าไทยรักไทย เนื่องจากนายสุขวิชเกี่ยวพันกับคดีค่าโง่ทางด่วน

ในสิ้นปี 2545 นักข่าวทำเนียบรัฐบาล ได้ตั้งฉายาให้ ร.ต.อ.ปุระชัยว่า "ไม้บรรทัดงอ" อันเนื่องมาจากผลงานกรณีอัลไพน์และค่าโง่ทางด่วน!!

http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2004q ... ug18p2.htm
ทำดีได้ทำดี ทำชั่วได้ทำชั่ว
User avatar
Sweet Chin Music
Moderator
 
Posts: 3892
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:40 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby ongard370 » Thu Jun 30, 2011 3:53 pm

ไม่เชื่อว่าคนดี จะคบกับทักษินได้
ongard370
 
Posts: 175
Joined: Thu Dec 18, 2008 4:03 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby ongard370 » Thu Jun 30, 2011 3:55 pm

ไม่เชื่อว่าคนดี จะคบกับทักษินได้
ongard370
 
Posts: 175
Joined: Thu Dec 18, 2008 4:03 pm

Re: 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย

Postby เพื่อนร่วมชาติ » Thu Jun 30, 2011 4:03 pm

ปุระชัยพูดอะไรฟังยาก

ทำไมไม่พูดภาษาชาวบ้านไปเลย ว่า

"คนที่เคยเป็นแมงดา หากินกับน้ำกาม"
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด คนไทยใช้แล้วเลอะเทอะชิบเป๋ง
User avatar
เพื่อนร่วมชาติ
 
Posts: 3541
Joined: Mon Oct 13, 2008 6:40 pm


Return to สภากาแฟ