
ID007 wrote:หาอ่านเอาเอง ระเบียบการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ต้องมีพื้นที่กันชน รอบพื้นที่อนุรักษ์ เป็นยังงี๊ ทุกที่ ยกเว้นกรณีพระวิหาร เพราะไทยสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียนแต่ตัวปราสาทก่อน
ปราสาทนะขึ้นทะเบียนแล้ว ที่เขมรดิ้นรนอยู่ก็ต้องการพื้นที่รอบๆ มาบริหารจัดการให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ
ไอ้พวกขี้สงสัย ชอบขอหลักฐานนี่ ทำไมไม่สงสัยว่าไอ้โอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊ง นี่มันลูกทักษฺิณจริงรึเปล่า เคยเห็นสูจิบัตรรึไง หรือต้องไปอยู่ในห้องคลอดด้วยมั๊ยถึงจะเชื่อ

ID007 wrote: เพราะไทยสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียนแต่ตัวปราสาทก่อน

jaw wrote:
ข้อบังคับของมรดกโลกข้อสำคัญคือ หากขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องมีแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบแนบไปด้วย เขมรเป็นเจ้าของปราสาท แต่ไม่ใช่เจ้าของบริเวณโดยรอบ ปราสาทถูกประกาศขึ้นทะเบียนไปแล้ว แต่ถ้าเสนอแผนบริหารรอบปราสาทไม่ได้สุดท้ายก็ต้องหลุด เพราะยังงี้เขมรจึงดิ้นรนจะเอา 4.6 ตรกมของไทยให้ได้
คุณไม่ต้องไปอ้างคำพูดใคร แค่ตอบมาว่าตรงนี้จริงมั้ย

Tam-mic-ra wrote:แจ๋วรู้อยู่แล้ว น่าจะหามาให้ดูได้ไม่ยาก
หรือว่ามันไม่มีจริง
นักเรียนตลอดชีพ wrote:Tam-mic-ra wrote:แจ๋วรู้อยู่แล้ว น่าจะหามาให้ดูได้ไม่ยาก
หรือว่ามันไม่มีจริง
ช่วยคุณแจ๋ว ครับ ... อภินันทนาการ จากคุณ แต๋ม เอามาฝากไว้ที่อีก กระทู้หนึ่ง ...
๓.๔ การที่ปราสาทพระวิหารได้รับพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้เมื่อ ๗ ก.ค.๕๑ นั้น เป็นการดำเนินกุศโลบายที่ชาญฉลาดของฝ่ายกัมพูชาที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา อันยาวนาน เพื่อขยายผลการเข้าครอบครองพื้นที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิซึ่งกันและกัน (Disputed Area ) อันเป็นผลเนื่องมาจากการพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกรณีปราสาทพระ วิหารเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๕ การขยายผลดังกล่าวนี้ก็โดยการอาศัยกลไกความเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของปราสาท พระวิหาร ซึ่งจะต้องมีเขตคุ้มครอง (Core Zone ) เขตอนุรักษ์ (Buffer Zone ) และเขตพัฒนา ( Developing Zone ) ดังนั้นแม้ว่าฝ่ายกัมพูชาที่ขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ( Core Zone ) จนทำให้ฝ่ายไทยหลงเข้าใจผิดคิดว่าตัวปราสาทที่กัมพูชาเสนอนั้นอยู่ในรกรอบ พื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีของไทยมีมติไว้ เมื่อ ๓ ก.ค.๐๕ ว่าเป็นพื้นที่ของตัวปราสาทตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในครั้ง นั้นเป็นการมองและวินิจฉัยปัญหานี้แบบตรงไปตรงมาไทยขาดความรู้เรื่องกลไกลของมรดกโลก และแม้แต่จะเฉลียวใจในคำแถลงการณ์ร่วมในข้อ ๒ ที่มีข้อความตอนหนึ่งว่า "ในชั้นนี้ไม่มีเขตอนุรักษ์ (Buffer Zone) ในพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตัวปราสาท" ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ในเขตที่ไทยอ้างสิทธิ์

ผู้ใช้เสรีไทย wrote:
ถ้าเป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์จะไม่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนครับ จะเรียกพื้นที่ของไทยตามมติของศาลโลก ตามการนิ่งยอมรับของเขมร
finder wrote:ผู้ใช้เสรีไทย wrote:
ถ้าเป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์จะไม่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนครับ จะเรียกพื้นที่ของไทยตามมติของศาลโลก ตามการนิ่งยอมรับของเขมร
ไม่อยากพูดมา แต่คุณเชียร์แบบไม่รู้จริง
จาก “ข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา” เมื่ออภิสิทธิ์ กับ ภาคประชาชนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104035
ความแตกต่างในเรื่องบันทึกความ เข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ในปี พ.ศ. 2542 หรือ MOU 2543 นั้นภาคประชาชนเห็นว่าควรยกเลิกเพราะเป็นการอ้างอิงแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้ไทยเสียเปรียบเพราะทำให้พื้นที่ดินแดนไทยหลังขอบสันปันน้ำกลายเป็น พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งในอนาคตโดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในมือรัฐบาล นักการเมือง และข้าราชการชั่ว
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า MOU 2543 คือการนำแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียวและกัมพูชายึดถือมาโดยตลอดนั้น ได้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน จึงถือว่าเป็นผลสำเร็จของรัฐบาลในยุคนั้นเพราะได้ทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่ยึดถือ เขตแดนตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ถือเป็นเหตุผลใหม่หลังกรณี ตรรกะ Maps มี S ของนายอภิสิทธิ์นั้นหมายถึงแผนที่มีหลายฉบับและหลายระวาง บางระวางได้เปรียบก็ยอมรับ บางระวางเสียเปรียบก็ไม่ยอมรับ ซึ่งตรงกันข้ามกับเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งระบุอย่างชัดเจน ว่า แผนที่ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้นไม่ได้ยกเว้นในระวางไหนเลย ไม่เว้นแม้แต่ระวางดงรักรอบปราสาทพระวิหาร
มุมองตรงนี้ถือเป็นหลักคิดที่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ เพราะแม้จะมี “คำพูด” ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและนายกรัฐมนตรีจะยึดหลักสันปันน้ำ เหมือนกัน แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ยอมรับพื้นที่ทับซ้อนว่าให้เกิดขึ้น ในดินแดนไทยหลังแนวสันปันน้ำ แต่นายกรัฐมนตรีกลับมองว่าพื้นที่ทับซ้อนคือยุทธวิธีซึ่งทำให้ฝ่ายไทยกลับมา เป็นฝ่ายได้เปรียบ
เห็นหรือยัง พธม.ต่างหากที่บอกว่า4.6ตร.กม.เป็นของไทย
ส่วนท่านตอแหล, ตอนเป็นฝ่ายค้านบอกว่าเป็นพื้นที่ของไทย
แต่พอเป็นรัฐบาลบอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขมรมันบอกว่าเป็นพื้นที่ของมัน
ผู้ใช้เสรีไทย wrote:finder wrote:ผู้ใช้เสรีไทย wrote:
ถ้าเป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์จะไม่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนครับ จะเรียกพื้นที่ของไทยตามมติของศาลโลก ตามการนิ่งยอมรับของเขมร
ไม่อยากพูดมา แต่คุณเชียร์แบบไม่รู้จริง
จาก “ข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา” เมื่ออภิสิทธิ์ กับ ภาคประชาชนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104035
ความแตกต่างในเรื่องบันทึกความ เข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ในปี พ.ศ. 2542 หรือ MOU 2543 นั้นภาคประชาชนเห็นว่าควรยกเลิกเพราะเป็นการอ้างอิงแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้ไทยเสียเปรียบเพราะทำให้พื้นที่ดินแดนไทยหลังขอบสันปันน้ำกลายเป็น พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งในอนาคตโดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในมือรัฐบาล นักการเมือง และข้าราชการชั่ว
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า MOU 2543 คือการนำแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียวและกัมพูชายึดถือมาโดยตลอดนั้น ได้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน จึงถือว่าเป็นผลสำเร็จของรัฐบาลในยุคนั้นเพราะได้ทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่ยึดถือ เขตแดนตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ถือเป็นเหตุผลใหม่หลังกรณี ตรรกะ Maps มี S ของนายอภิสิทธิ์นั้นหมายถึงแผนที่มีหลายฉบับและหลายระวาง บางระวางได้เปรียบก็ยอมรับ บางระวางเสียเปรียบก็ไม่ยอมรับ ซึ่งตรงกันข้ามกับเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งระบุอย่างชัดเจน ว่า แผนที่ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้นไม่ได้ยกเว้นในระวางไหนเลย ไม่เว้นแม้แต่ระวางดงรักรอบปราสาทพระวิหาร
มุมองตรงนี้ถือเป็นหลักคิดที่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ เพราะแม้จะมี “คำพูด” ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและนายกรัฐมนตรีจะยึดหลักสันปันน้ำ เหมือนกัน แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ยอมรับพื้นที่ทับซ้อนว่าให้เกิดขึ้น ในดินแดนไทยหลังแนวสันปันน้ำ แต่นายกรัฐมนตรีกลับมองว่าพื้นที่ทับซ้อนคือยุทธวิธีซึ่งทำให้ฝ่ายไทยกลับมา เป็นฝ่ายได้เปรียบ
เห็นหรือยัง พธม.ต่างหากที่บอกว่า4.6ตร.กม.เป็นของไทย
ส่วนท่านตอแหล, ตอนเป็นฝ่ายค้านบอกว่าเป็นพื้นที่ของไทย
แต่พอเป็นรัฐบาลบอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขมรมันบอกว่าเป็นพื้นที่ของมัน
![]()
![]()
งานเข้าแฮะ ... ... ขอบคุณครับที่เป็นห่วงเป็นใย อุตส่าห์ไปขุดเอามาอ้างเป็นความรักชาติฝ่ายเดียวเลยนะ
แน่ใจเหรอว่าจะเขียนแบบนี้ ลบเถอะอายชาวบ้านชาวช่องเขา ภาษาไทยเด็กป.2 ยังอ่านประโยคพวกนี้เข้าใจในรอบเดียวเลยนะ
ให้เวลาแก้ไขแค่พรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้ผมตื่นมายังเจออีกผมจะช่วยให้คุณตาสว่าง
aPpeaR wrote:นั้งดูคนตอแหลรักชาติ
Tam-mic-ra wrote:คุณนักเรียนยกมา ไม่บอกที่มาด้วยล่ะ
เพราะนั่นมันไม่ใช่ข้อบังคับของมรดกโลก
และคนเขียนเขาเขียนความเห็นผิดพลาดไปแล้ว
หลอกแจ๋วจอมมั่วให้ดีใจกันเล่นสะงั้น ว่าข้อมูลมาจากยูเนสโก้
ใบ้ให้ก็ได้ซึ่งแจ๋วอาจจะถูกและเราผิด เพราะเราไม่เก่ง อังกริด
ไปดู อนุสัญญาการคุ้มครองมรดกโลก ปี 1972
http://whc.unesco.org/en/conventiontext
มันมีที่แจ๋วบอกไหม
อาจจะมีก็ได้นะ เราไม่ได้แปลละเอียด
เราโพสต์ไปเยอะ อาจจะถูก 9 เจอผิดสัก1 สักวันแหล่ะ
เปิดช่องให้ดิ้นแล้วนะเนี่ย
![]()
![]()
donkey kong wrote:ไม่เห็นว่า เธอจะยก 4.6 ให้ใคร นี่ครับ
ข้อเขียนเพ้อเจ้อมากกว่า...
![]()
![]()
![]()
ryukendo wrote:พี่ฮุน ชอบไหมค๊า เอาไหมค๊า 4.6 น่ะค๊า
finder wrote:ผู้ใช้เสรีไทย wrote:finder wrote:ผู้ใช้เสรีไทย wrote:
ถ้าเป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์จะไม่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนครับ จะเรียกพื้นที่ของไทยตามมติของศาลโลก ตามการนิ่งยอมรับของเขมร
ไม่อยากพูดมา แต่คุณเชียร์แบบไม่รู้จริง
จาก “ข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา” เมื่ออภิสิทธิ์ กับ ภาคประชาชนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104035
ความแตกต่างในเรื่องบันทึกความ เข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ในปี พ.ศ. 2542 หรือ MOU 2543 นั้นภาคประชาชนเห็นว่าควรยกเลิกเพราะเป็นการอ้างอิงแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้ไทยเสียเปรียบเพราะทำให้พื้นที่ดินแดนไทยหลังขอบสันปันน้ำกลายเป็น พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งในอนาคตโดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในมือรัฐบาล นักการเมือง และข้าราชการชั่ว
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า MOU 2543 คือการนำแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียวและกัมพูชายึดถือมาโดยตลอดนั้น ได้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน จึงถือว่าเป็นผลสำเร็จของรัฐบาลในยุคนั้นเพราะได้ทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่ยึดถือ เขตแดนตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ถือเป็นเหตุผลใหม่หลังกรณี ตรรกะ Maps มี S ของนายอภิสิทธิ์นั้นหมายถึงแผนที่มีหลายฉบับและหลายระวาง บางระวางได้เปรียบก็ยอมรับ บางระวางเสียเปรียบก็ไม่ยอมรับ ซึ่งตรงกันข้ามกับเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งระบุอย่างชัดเจน ว่า แผนที่ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้นไม่ได้ยกเว้นในระวางไหนเลย ไม่เว้นแม้แต่ระวางดงรักรอบปราสาทพระวิหาร
มุมองตรงนี้ถือเป็นหลักคิดที่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ เพราะแม้จะมี “คำพูด” ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและนายกรัฐมนตรีจะยึดหลักสันปันน้ำ เหมือนกัน แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ยอมรับพื้นที่ทับซ้อนว่าให้เกิดขึ้น ในดินแดนไทยหลังแนวสันปันน้ำ แต่นายกรัฐมนตรีกลับมองว่าพื้นที่ทับซ้อนคือยุทธวิธีซึ่งทำให้ฝ่ายไทยกลับมา เป็นฝ่ายได้เปรียบ
เห็นหรือยัง พธม.ต่างหากที่บอกว่า4.6ตร.กม.เป็นของไทย
ส่วนท่านตอแหล, ตอนเป็นฝ่ายค้านบอกว่าเป็นพื้นที่ของไทย
แต่พอเป็นรัฐบาลบอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขมรมันบอกว่าเป็นพื้นที่ของมัน
![]()
![]()
งานเข้าแฮะ ... ... ขอบคุณครับที่เป็นห่วงเป็นใย อุตส่าห์ไปขุดเอามาอ้างเป็นความรักชาติฝ่ายเดียวเลยนะ
แน่ใจเหรอว่าจะเขียนแบบนี้ ลบเถอะอายชาวบ้านชาวช่องเขา ภาษาไทยเด็กป.2 ยังอ่านประโยคพวกนี้เข้าใจในรอบเดียวเลยนะ
ให้เวลาแก้ไขแค่พรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้ผมตื่นมายังเจออีกผมจะช่วยให้คุณตาสว่าง
มั่นใจได้เลยว่า พรุ่งนี้คุณตื่นมาก็ยังเห็น![]()
![]()
![]()
ปุถุชน wrote:ryukendo wrote:พี่ฮุน ชอบไหมค๊า เอาไหมค๊า 4.6 น่ะค๊า
ล้อเลียนนักการเมืองสาวของพรรคเพื่อแม๊วนะเนี่ย
หลัง 18.00น. ห้ามบอกอย่างนี้อีกนะ.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
finder wrote:
ความแตกต่างในเรื่องบันทึกความ เข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ในปี พ.ศ. 2542 หรือ MOU 2543 นั้นภาคประชาชนเห็นว่าควรยกเลิกเพราะเป็นการอ้างอิงแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้ไทยเสียเปรียบเพราะทำให้พื้นที่ดินแดนไทยหลังขอบสันปันน้ำกลายเป็น พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งในอนาคตโดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในมือรัฐบาล นักการเมือง และข้าราชการชั่ว

Tam-mic-ra wrote::)
เจอข้อบังคับยังเหลอ เรารออยู่นะjaw wrote:
ข้อบังคับของมรดกโลกข้อสำคัญคือ หากขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องมีแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบแนบไปด้วย เขมรเป็นเจ้าของปราสาท แต่ไม่ใช่เจ้าของบริเวณโดยรอบ ปราสาทถูกประกาศขึ้นทะเบียนไปแล้ว แต่ถ้าเสนอแผนบริหารรอบปราสาทไม่ได้สุดท้ายก็ต้องหลุด เพราะยังงี้เขมรจึงดิ้นรนจะเอา 4.6 ตรกมของไทยให้ได้
คุณไม่ต้องไปอ้างคำพูดใคร แค่ตอบมาว่าตรงนี้จริงมั้ย
ถ้าช้าเดี๋ยวเราเอาธงแดงมาปักประกาศชัยชนะนะ
แบบกะทู้นี้ viewtopic.php?f=2&t=37702&start=90

Tam-mic-ra wrote:เจอข้อบังคับยังเหลอ เรารออยู่นะ
ถ้าช้าเดี๋ยวเราเอาธงแดงมาปักประกาศชัยชนะนะ
แบบกะทู้นี้ viewtopic.php?f=2&t=37702&start=90

jaw wrote:ขอจัดแต๋มๆอีกทีเถอะ ปกติแต๋มๆจะมึนจะงั่งเชียร์ทักษิณหูดับตับไหม้ยังไงเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรหรอกนะ คุยกันได้ แต่มาทำมึนทำงั่งเรื่องดินแดนแบบที่ไปเถียงใครต่อใครไว้เนี่ย เสียชาติเกิดว่ะแต๋ม คนเรามันจะชั่วจะดีแค่ไหน มันต้องมีรักชาติ มีหวงแหนแผ่นดินเกิดอยู่ในสันดาXกันทุกคน ไม่มีให้ใครมาบอก ไม่มีให้ใครมาสอน เกิดมามันรู้ความเองว่าแผ่นดินเกิดนี้บรรพบุรุษเสียเลือดเสียเนื้อรักษาไว้ให้เรา เรามีหน้าที่หวงแหนส่งต่อให้ลูกหลาน สืบสานกันไปแบบนี้ ถ้าบรรพบุรุษที่หลั่งเลือดทาแผ่นดินคิดเหมือนแต๋มๆคงไม่มีชาติไทยให้อยู่
รักทักษิณจนกราบมันเช้าเย็นก็ทำไปเถอะ แต่เรื่องชาติเรื่องแผ่นดินมันต้องรู้จักแยกแยะบ้างไม่งั้นก็เสียทีที่เกิดมาบนแผ่นดินที่เป็นเอกราช ไม่เคยตกต่ำเป็นทาสชนชาติใดใช่มั้ยแต๋มๆ

Tam-mic-ra wrote:jaw wrote:ขอจัดแต๋มๆอีกทีเถอะ ปกติแต๋มๆจะมึนจะงั่งเชียร์ทักษิณหูดับตับไหม้ยังไงเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรหรอกนะ คุยกันได้ แต่มาทำมึนทำงั่งเรื่องดินแดนแบบที่ไปเถียงใครต่อใครไว้เนี่ย เสียชาติเกิดว่ะแต๋ม คนเรามันจะชั่วจะดีแค่ไหน มันต้องมีรักชาติ มีหวงแหนแผ่นดินเกิดอยู่ในสันดาXกันทุกคน ไม่มีให้ใครมาบอก ไม่มีให้ใครมาสอน เกิดมามันรู้ความเองว่าแผ่นดินเกิดนี้บรรพบุรุษเสียเลือดเสียเนื้อรักษาไว้ให้เรา เรามีหน้าที่หวงแหนส่งต่อให้ลูกหลาน สืบสานกันไปแบบนี้ ถ้าบรรพบุรุษที่หลั่งเลือดทาแผ่นดินคิดเหมือนแต๋มๆคงไม่มีชาติไทยให้อยู่
รักทักษิณจนกราบมันเช้าเย็นก็ทำไปเถอะ แต่เรื่องชาติเรื่องแผ่นดินมันต้องรู้จักแยกแยะบ้างไม่งั้นก็เสียทีที่เกิดมาบนแผ่นดินที่เป็นเอกราช ไม่เคยตกต่ำเป็นทาสชนชาติใดใช่มั้ยแต๋มๆ
อ้าว อ้าว อ้าว![]()
ก็กำลังจะคุยกะแจ๋วไง ว่า 4.6 จะเสียยังไง
อย่าสรุปเองว่าเสีย แล้วมาว่าเราแบบนี้สิ่
ก็เรามองยังไงๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันก็ไม่เสียและไม่มีทางเสีย
เอาน่า บอกมาเร๊วๆ ข้อบังคับที่แจ๋วฟังมาแล้วแจ๋วก็เช็กข้อมูลเพื่อความถูกต้องแล้วด้วย
เอามาน้ะๆๆ