donkey kong wrote:55555 wrote:แหม๋ ลาโง่...
เค้าเถียงกันมาหลายทู้แล้ว...
นพเหล่มันเดือดร้อนขนาดไปแถลงเลียตูดฮุนเซ็นต์ที่ปารีสไง
มีรัฐบาลไหนเค้าเดือดร้อนขนาดนพเหล่ ศิษย์ทักษิณมั่งอ่ะ.....

ท่าทางจะดักดาน มากนะ...
สรุปว่า เห็นเค้าว่านพดลเดือดร้อน ก้อ พูดตามๆเค้า งั้นสิ
การไปแถลงร่วม มันแสดงว่าเดือดร้อน ตรงไหน
ไปร่วมแสดงความยินดี มันเืสียหายตรงไหน
เอาให้ชัดอีกที.... ไปแถลงที่ปารีสนั่น ส่งผลเสียกับไทยยังไง ครับ
เช่น...ไปแถลงแล้ว ไทยเสียดินแดน 4.6 อะไรนั่น ทันที...
ยังไงแน่ บอกมาให้ชัดๆ ประเภทอมน้ำลายไอ้แป๊ะลิ้มมาเล่าไม่เอานะ เบื่อ...

ตกลง อะไรเสียหาย ครับ
ดินแดน 4.6 ตาราง นี่ เสียไปแล้ว เพราะ นพดล ไปเซ็นร่วม อย่างนั้น เหรอ
เอาให้ชัดๆ....

ตอบให้แล้ว เข้ามารับทราบด้วยนะ (โพสหลายที แล้ว ไม่เข้าหัว ลา สักที

)........
๓.๕ ข้อมติ 32 COM 8 B.ADD2 ของคณะกรรมการมรดกโลกที่เมืองควีเบค ประเทศแคนาดา เมื่อ ๗ ก.ค.มีอยู่หลายข้อที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนอันเป็นโทษต่อประเทศไทยได้ ดังต่อไปนี้
๓.๕.๑ ตามข้อ ๕ ได้กล่าวถึงแถลงการณ์ร่วม ลง ๑๘ มิ.ย.๕๑ โดยผู้แทนรัฐบาลกัมพูชาไทย ยูเนสโก รวมทั้ง
ร่างแถลงการณ์ร่วม ลง ๒๒ พ.ค.๕๑ ไว้อย่างคลุมเครือ แต่ได้เน้นไว้ตอนท้ายว่ารัฐบาลไทยได้ตัดสินใจที่จะยกหรืองดเว้นผลของ แถลงการณ์ร่วมนี้ไว้ก่อนตามมาตรการชั่วคราวของศาลปกครองของไทย จะเห็นว่าข้อความนี้ดูเสมือนว่าแถลงการณ์ร่วมนั้นไม่มีอะไรแล้ว แต่ถ้อยคำสำนวนที่ว่า "ยกหรืองดเว้นผลของแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ไว้ก่อน"นั้น คล้ายคลึงกับถ้อยคำสำนวนแถลงการณ์ร่วมข้อ ๒ ที่ว่า "ในชั้นนี้ไม่มีเขตอนุรักษ์ในพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตัวปราสาท" ทำให้ผู้อ่านส่วนใหญ่มองข้ามไปว่าปัญหานี้จบไปแล้ว จึงไม่ต้องใส่ใจหรือทำอะไรต่อไปอีก แต่ความจริงแถลงการณ์ร่วมนี้ฝ่ายไทยควรจะต้องหาทางทำให้ยกเลิกไปโดยสิ้นเชิง อย่างเป็นรูปธรรมไม่ใช่ปล่อยไปโดยคิดว่าจบไปแล้วโดยปริยาย ๓.๕.๒ ตามข้อ ๑๔ ได้กล่าวถึงการให้กัมพูชาร่วมกับยูเนสโกจัดประชุมคณะกรรมการประสานงานนานา ชาติ เพื่อพิทักษ์รักษาทรัพย์สินนี้ ไม่ช้ากว่าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ (ค.ศ.๒๐๐๙) โดยให้เชิญรัฐบาลไทยมาร่วมด้วยกับให้เชิญผู้มีหุ้นส่วนนานาชาติที่เหมาะสม ไม่เกินเจ็ดรายมาตรวจสอบนโยบายทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องการพิทักษ์รักษาคุณค่า ฯ ของทรัพย์สินแห่งนี้ โดยให้สอดคล้องกับ"มาตรฐานการอนุรักษ์นานาชาติ" สาระในข้อนี้อ่านดูเผิน ๆ แล้วน่าจะเป็นคุณแก่ฝ่ายไทยในฐานะที่ไทยมีส่วนร่วมด้วย แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปแล้วน่าจะเป็นโทษเสียมากกว่าเพราะเสียงข้างมากเป็นของ กัมพูชา เนื่องจากกัมพูชาและยูเนสโกเป็นผู้เลือกผู้แทนของทั้งเจ็ดชาติดังกล่าวเมื่อ มีมติในเรื่องใดการออกเสียงลงมติ ฝ่ายไทยจะอยู่ในเสียงข้างน้อยหรืออาจเป็นเสียงเดียวในเจ็ดเสียงก็ได้ นอกจากนั้นข้อความที่ว่า "มาตรฐานการอนุรักษ์นานาชาติ" ข้อความนี้จะไม่มีปัญหาใด ๆ ถ้ามรดกโลกแห่งนี้ไม่ตั้งอยู่บนจุดที่คาบเกี่ยวกับดินแดนของสองประเทศหรือ ถ้าอยู่และสองประเทศนั้นตกลงให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกัน แต่ในกรณีปราสาทพระวิหารไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทั้งกรณีโอกาสที่จะบริหารจัดการพื้นที่ตามมาตรฐานอนุรักษ์นานาชาติก็จะต้อง รุกล้ำเข้ามาในเขตของไทยดังจะเห็นได้ชัดเจนในมติข้อ ๑๕ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป
๓.๕.๓ ตามข้อ ๑๕ กัมพูชาต้องนำเสนอเอกสาร ๔ อย่างต่อศูนย์มรดกโลก ภายในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ (ค.ศ.๒๐๑๐) มี ๓ ใน ๔ อย่างที่เป็นโทษแก่ประเทศไทยในลักษณะที่จะถูกรุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิของไทย บริเวณเขาพระวิหารอันเนื่องมาจากการเป็นมรดกโลกของปราสาทพระวิหารคือ
- "แผนที่กำหนดเส้นเขตกันชน (Buffer) ที่ได้ระบุไว้ใน RGPP " จะเห็นว่าเมื่อใดที่มีการกำหนดเขตกันชนเต็มรูปแบบอันเป็นมาตรฐานสากล เมื่อนั้นก็จะมีส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตของไทย
- แฟ้มนำเสนอมรดกโลกที่ปรับปรุงแล้วอันสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นจากการกำหนดขอบเขตทรัพย์สินแห่งนี้ " ขอบเขตดังกล่าวก็เป็นไปตามเขตต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งก็จะต้องล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย
- คำยืนยันว่าเขตการบริหารจัดการของทรัพย์สินแห่งนี้...รวมทั้งเขตกันชนที่ ระบุไว้ใน RGPP " เป็นการเน้นในสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วจะเห็นว่าขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินการไปตามลำดับล้วนเป็นโทษต่อไทยในอนาคตทั้งสิ้น จึงเป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะต้องดำเนินการระงับยับยั้งไม่ให้แผนงานตามมติ ดังกล่าวเดินหน้าต่อไปได้อย่างทันท่วงที และด้วยมาตรการที่ให้ผลเป็นรูปธรรม
๓.๖ ในส่วนที่มติ 32 COM 8 B.ADD2 ให้คุณแก่ประเทศไทยก็มีอยู่หลายข้อ ควรที่ไทยจะนำมาใช้ขยายผลให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ได้แก่
๓.๖.๑ ตามข้อ ๘ ที่ว่ายอมรับว่าประเทศไทยได้แสดงความปรารถนาครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะมีส่วน ร่วมในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกปราสาทพระวิหารและบริเวณโดยรอบ ในประเด็นนี้สมควรที่ได้จะได้รีบดำเนินการให้เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการและ เสนอไปให้ทันเวลาในการประชุมครั้งต่อไปเพราะเท่าที่ไทยได้ส่งไปก่อนหน้านี้ เป็นเพียงเอกสารที่จำเป็นและไม่เป็นทางการเท่านั้น
๓.๖.๒ ตามข้อ ๙ ที่ ว่า "รับทราบว่าทรัพย์สินที่เสนอขึ้นทะเบียนแห่งนี้ได้ถูกลดขนาดลงคงเหลือปราสาท พระวิหารเท่านั้น ไม่รวมบริเวณที่กว้างขวางอันมีหน้าผาและถ้ำ" มติข้อนี้ทำให้ลดคุณค่าแห่งความเป็นมรดกโลกของปราสาทพระวิหารลงไป ฝ่ายไทยจะต้องใช้มติข้อนี้เป็นข้อต่อรอง เพื่อให้ไทยได้ขึ้นทะเบียนองค์ประกอบอื่น ๆ ของปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ร่วมกับกัมพูชาในโอกาสต่อไป
๓.๖.๓ ตามข้อ ๑๐ ที่ว่า "การวิจัยทางโบราณคดีกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นผลให้มีการค้นพบใหม่ ๆที่สำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การพิจารณาเสนอมรดกโลกในลักษณะข้ามพรมแดนแห่งใหม่" มติข้อนี้ช่วยเสริมสิ่งที่มีอยู่แล้วทางดินแดนไทยเช่น สถูปคู่ แหล่งตัดหิน สระตราว และภาพสลักนูนต่ำที่ผามออีแดง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบของปราสาทพระวิหารทำให้ไทยมีน้ำหนักและโอกาสมากยิ่ง ขึ้นในการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา
๓.๖.๔ ตามข้อ ๑๑ ที่ว่า "คงจะเป็นที่พึงปรารถนาต่อไปในอนาคตที่จะนำคุณค่าที่สมบูรณ์และภูมิทัศน์ รอบๆ มาบรรจุไว้ในการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่" มติข้อนี้เป็นการสรุปย้ำในข้อที่กล่าวนำมาแล้วทั้งสี่ข้อ ซึ่งฝ่ายไทยจะต้องนำมาขยายผลอย่างเข้มข้นจริงจัง โดยไม่ชักช้า
http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/case/prawihan4.htm