ning mahaniyom wrote:ผมลืมตอบคุณนะ คุณเชื่อไหมีครับ...
คิงของญีุ่ปุ่นเขาเป็นคิงในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริง นั่นหมายถึง ประชาชนจะมีอำนาจมากกว่าคิงญี่ปุ่นครับ...
สำนักพระราชวังอิมพีเรียล ที่เป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของรัฐบาลโดยมีประชาชนคุมอยู่อีกทีนึงจะมีอำนาจกว่าคิงของญี่ปุ่นด้วยครับ คิงญี่ปุ่นจะไปไหน จะทำอะไร ต้องมาขออนุญาติกับสำนักพระราชวังนี้ก่อนทุกครั้ง หรือเท่ากับมาขออนุญาติประชาชนนั่นเองครับ...
นี่ก็แสดงให้เห็นว่า คิงของญีุ่ปุ่นต้องถูกประชาชนตรวจสอบครับ...ผมท้าให้คุณไปถามเพื่อนของคุณเลย.
ส่วนคิงของไทย ผมอยากให้คุณพิจารณาเองว่า อำนาจระหว่างคิงกับประชาชนคนไทย ใครมีมากกว่ากัน ใครใหญ่กว่ากัน ใครเข้มแข็งมากกว่ากัน ผมไม่ขอวิจารณ์ตรงนี้ครับ...คุณหนิง...
อีกประเด็นคือ ในส่วนของ การตรวจสอบคิงของไทย คุณตอ้งถามตัวเองว่า ประชาชนหรือรัฐบาลสามารถไปตรวจสอบ วิจารณ์คิงได้ไหม
ผมอยากให้คุณคิดเอาเองครับ
ที่นี้มาเรื่องสำคัญที่คุณบอกว่าคิงของญี่ปุ่นพาญุ่ปุ่นเข้าสู่สงคราม จนกระทั่งแพ้สงคราม แต่คนญี่ปุ่นยังคงตอ้งการคิง... มันไม่ได้แปลกอะไรเลยครับ มันมีเหตุผลอยู่สองอย่างคือ
1 ประชาชนตอ้งการจะอนุรักษ์ราชวงศ์นี้ไว้ ไปล้มทำลายแล้วมันจะหมดไปเลย จะมาหากันใหม่ไม่ได้อีกแล้ว เปรียบไปแล้วก็เหมือนกับเขาพระวิหารนั่นแหละ ถ้าทำลายมันไปก็ได้ แต่มันมีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์อยุ่มาก เลยไม่จำเป็นต้องทำลาย
2 ประชาชนได้รัฐธรรมนุญใหม่ที่อเมริการ่างให้ โดยกำหนดให้คิงไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น นั่นก็คือประชาชนจะเป็นใหญ่ ส่วนคิงเป็นแค่ ตำแหน่งราชการตำแหน่งนึงเท่านั้นที่ประชาชนจ้างให้เป็นคิง.... ประชาชนเขาเห็นว่าคิงหมดฤทธแล้วเลยยอมรับเพราะต้องการอนุรักษ์ไว้
ดิชั้นว่าคุณก็มั่วได้ใจจริงๆ ราชวงศ์ญี่ปุ่นนั้น ถ้าไปอ่านในข้อมูลทั่วไป ในสมัยเอโดะ หรือ ช่วงทีี่โชกุนปกครอง จริงๆ โชกุนได้คิดไว้แล้วว่าการที่จะยึดอำนาจไว้ตลอดนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก ประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน จึงได้เริ่มให้มีการสถาปนาราชวงศ์เมจิกลับขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวคนในประเทศ ที่กล่าวได้ว่า กษัตริย์เปรียบเสมือนสมมติเทพ แต่โดยรวมแล้วการทำงานก็ยังอยู่กับระบอบทหารอยู่
มาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นได้ถูกจัดระเบียบทางการทหารใหม่ รวมถึงการเมืองการปกครองด้วย
ส่วนเรื่องอำนาจบริหารนั้น ทั้งจักรพรรดิ และ กษัตริย์ ไม่มีอำนาจอยู่แล้ว เห็นได้จากเหตุการณ์ต่างๆ หลายๆ ครั้ง รวมถึงยามสงบด้วย กษัตริย์ก็ไม่เคยลงมายุ่งวุ่นวายกับกิจการการเมืองเลย ถ้านักการเมืองไม่บ้าบอ บ้าอำนาจกันไปเอง ไม่ว่าจะเป็น 14ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ
เรื่องของการอนุรักษ์ ดิชั้นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง การที่ญี่ปุ่นยังรักษาระบอบการปกครองแบบนี้ไว้ เพราะความเป็นมาเป็นไป และการสร้างชาติในสมัยอดีตกาลต่างหากที่ทำให้คนญี่ปุ่นยังให้เครดิตกับราชวงศ์อยู่
และตามรัฐธรรมนูญจักรพรรดิได้กล่าวว่าในอารัมภบทของรัฐธรรมนูญ อธิปไตยเป็นของประชาชน ส่วนอำนาจของประชาชนนั้น ล้วนได้รับความไว้วางใจมาจากประชาชน ไปสู่ผู้น้ำและสภา ขอให้ใช้อำนาจเพื่อปวงชน.......แยกประเด็นนะคะ ประเทศไทยก้เช่นกัน อธิปไตยเป้นของประชาชนชาวไทยรวมถึงอำนาจ แต่อำนาจในการบริหารขึ้นอยู่กับนายยกรัฐมนตรีและสภา แล้วมันต่างกันยังไง
2. กรณีพระราชกรณียกิจนั้น แตกต่างอย่างที่ได้เขียนไปแล้ว แต่...พระราชกรณียกิจของจักรพรรดินั้นต้องได้รับการอนุมัติจากครม. ในสภานะคะ ไม่ใช่จากสำนักพระราชวัง เมื่อผ่านสภาแล้ว จักรพรรดิถึงจะดำเนินการ แต่โดยมากก็จะเป็นเรื่องของการทำพิธีต่างๆ ตามประเพณี.....ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ต่างจากประเทศไทย เช่นจัดงานวันเฉลิมฉลอง เป็นต้น ยกเว้นโครงการในพระราชดำริ ที่ส่วนใหญ่ท่านได้ริเริ่ม ส่งเสริมและทำให้เห็น เป็นรูปธรรมขึ้นมา ด้วยราชทรัพย์ส่วนพระองค์ (ข้อแตกต่างคือ กษัตริย์ไทยรับทรัพย์สินหรือให้ทรัพย์สินได้ แต่ญี่ปุ่นให้หรือรับไม่ได้ ถ้าจะมีใครให้ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี ในสภาเสียก่อน)
และดิชั้นไม่ได้คิดว่าใครจะใหญ่กว่ากัน แต่ที่แน่ๆ ดิชั้นไม่มีความสามารถที่จะทำได้อย่างพระองค์ท่าน และจะต้องพยายามทำ กล่าวคือ ถ้าคุณยังทำไม่ได้เท่าเค้า ก็อย่ายกตนข่มท่าน เพราะมันจะแสดงความรู้น้อยออกมาให้คนอื่นเค้าประจาน และถากถางได้
อ้ออีกอย่างคะ จักรพรรดิญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นตำแหน่งทางราชการนะคะ จักรพรรดิถือเป็นสถาบันหลักของประเทศคะ
[/quote]
เรื่องของการอนุรักษ์ ดิชั้นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง การที่ญี่ปุ่นยังรักษาระบอบการปกครองแบบนี้ไว้ เพราะความเป็นมาเป็นไป และการสร้างชาติในสมัยอดีตกาลต่างหากที่ทำให้คนญี่ปุ่นยังให้เครดิตกับราชวงศ์อยู่
และตามรัฐธรรมนูญจักรพรรดิได้กล่าวว่าในอารัมภบทของรัฐธรรมนูญ อธิปไตยเป็นของประชาชน ส่วนอำนาจของประชาชนนั้น ล้วนได้รับความไว้วางใจมาจากประชาชน ไปสู่ผู้น้ำและสภา ขอให้ใช้อำนาจเพื่อปวงชน.......แยกประเด็นนะคะ ประเทศไทยก้เช่นกัน อธิปไตยเป้นของประชาชนชาวไทยรวมถึงอำนาจ แต่อำนาจในการบริหารขึ้นอยู่กับนายยกรัฐมนตรีและสภา แล้วมันต่างกันยังไง
เอาประเด็นนี้ก่อนครับ คุณบอกว่าคนญี่ปุ่นเอาคิงอยู่ เพราะความดีในอดีต ถุกต้องใช่ไหม แต่ผมมองว่า เพราะคนญี่ปุ่นคิดว่าคิงหมดฤทธิ์แล้ว เลยยอมรับ และ ต้องการอนุรักษ์ของเก่าไว้
ที่คุณบอกว่า คนญีี่ปุ่นเห็นความดีในอดีต ผมว่ามันดูขัดแย้งกับเนื้อหาอยู่นะ คิงพาเข้าสู่สงคราม และีคิงก็ทำให้ญี่ปุ่นแพ้สงคราม และประเทศโดนบอมนิวเคลียไปสองลูกก็เพราะคิง ผมไม่คิดว่าคนญี่ปุ่นเขาจะเห็นความดีของคิงนะ ถ้าคุณเป็นคนญี่ปุ่นแล้วโดนไปเรืองแย่ๆสามเรือ่งอย่างนั้น คุณยังจะรักเขาลงเหรอ...
เรืองความดีสมัยเอโดะผมว่าคนญีุ่ป่นจะรู้เรืองนี้กันกี่คนครับ ผมว่าเขามองที่ใกล้ที่สุดมากกว่านะ คือโดนเรือ่งแย่ๆทีว่าน่ะ..
ลืมไปนะ อีกหนึ่งปัจจัยที่คนญ่ี่ปุ่นยังเอาคิงอยู่ก็เพราะ ประชาชนโดนล้างสมองมายาวนานมาก เป็นไปได้ว่านี่คืออีกหนึ่งปัจจัย ก็คงตรงกับที่คุณตอบมาว่า ประชาชนยังคงรักคิงแม้ว่าจะทำให้แพ้สงคราม
กรณีพระราชกรณียกิจนั้น แตกต่างอย่างที่ได้เขียนไปแล้ว แต่...พระราชกรณียกิจของจักรพรรดินั้นต้องได้รับการอนุมัติจากครม. ในสภานะคะ ไม่ใช่จากสำนักพระราชวัง เมื่อผ่านสภาแล้ว จักรพรรดิถึงจะดำเนินการ แต่โดยมากก็จะเป็นเรื่องของการทำพิธีต่างๆ ตามประเพณี.....ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ต่างจากประเทศไทย เช่นจัดงานวันเฉลิมฉลอง เป็นต้น ยกเว้นโครงการในพระราชดำริ ที่ส่วนใหญ่ท่านได้ริเริ่ม ส่งเสริมและทำให้เห็น เป็นรูปธรรมขึ้นมา ด้วยราชทรัพย์ส่วนพระองค์ (ข้อแตกต่างคือ กษัตริย์ไทยรับทรัพย์สินหรือให้ทรัพย์สินได้ แต่ญี่ปุ่นให้หรือรับไม่ได้ ถ้าจะมีใครให้ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี ในสภาเสียก่อน)
ผมหมายถึงว่าคิงของเขาต้องส่งเรืองไปที่สำนักราชวังก่อน เพื่อให้สำนักราชวังส่งเรื่องไปให้รัฐบาลอนุมัติครับ คิงเขาคงไม่ไปเดินเอกสารเองที่ทำเนียบรัฐบาลหรอกครับ
แล้วคิงของไทยต้องขออนุญาติรัฐบาลก่อนไหมครับคุณหนิง..
โครงการพระราชดำริ ส่้วนใหญ่เป็นเงินภาษีประชาชนนะครับ ถ้าเ็ป็นเงินส่วนตัว เขาจะบอกพ่วงท้ายมาว่า จากราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ผมดูข่าวทุกวัน ไม่ค่อยได้ยินคำว่า จากราชทรัพย์ส่วนพระองค์นะ
งานบริหารประเทศเป็นงานของรัฐบาลครับ ประชาชนเลือกเขาเข้าไปทำงาน... รัฐบาลก็ทำคิงก็ทำ คุณว่าระบบมันจะเป็นอย่างไงครับ
คิงภายใต้การปกครองแบบปชต ต้องไม่ทำอะไรเลยครับ เพราะประชาชนไม่ได้เลือกเขาเข้าไป คุณไม่รุ้เหรอว่าคิงไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน รัฐบาลต่างหากที่ประชาชนเลือกเข้าไปทำงานครับ...
และดิชั้นไม่ได้คิดว่าใครจะใหญ่กว่ากัน แต่ที่แน่ๆ ดิชั้นไม่มีความสามารถที่จะทำได้อย่างพระองค์ท่าน และจะต้องพยายามทำ กล่าวคือ ถ้าคุณยังทำไม่ได้เท่าเค้า ก็อย่ายกตนข่มท่าน เพราะมันจะแสดงความรู้น้อยออกมาให้คนอื่นเค้าประจาน และถากถางได้
คุณจำเป็นต้องคิด และตระหนักไว้เลยครับ เรื่องทีว่า ใครใหญ่กว่าใคร มีใครใหญ่กว่าประชาชนไหม... เหมือนที่บริษัทคุณน่ะ คุณเป็นเจ้าของบริษัท คุณตอ้งหมั่นเช็คดุว่ามีลูกจ้างคุณรายใดใหญ่กว่าคุณไหม ถ้ามี แสดงว่า คุณมีงานเข้าแล้ว ดังนั้นคุณตอ้งแก้ด้วยการทำให้ตัวคุณใหญ่กว่าลูกจ้างรายนั้น..ถูกต้องไหมครับ