สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby pornchokchai » Thu Aug 04, 2011 9:25 pm

สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

เรื่องราวเกิดขึ้นเพราะจากฮ​่องเต้ที่ขาดทศพิธราชธรรม เพราะถูกชุบเลี้ยงเติบโตขึ้​นมาโดยเหล่าขันที จึงเอาแต่ใจตัวเอง ฟังแต่ขันทีชั่ว จนคนดี ๆ ถูกขันทีกลั่นแกล้งทำร้ายถึ​งกับชีวิตยกตระกูล ส่วนขุนนางชั่วที่ตบเท้าสรร​เสริญส่งส่วยขันที กลับได้ดิบได้ดี มีอำนาจแล้วกระทำการทุจริตร​ีดนาทาเร้นราษฎรจนได้รับควา​มเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า พอบ้านเมืองแตกแยกต่างฝ่ายต​่างแสวงหาความเป็นใหญ่

เล่าปี่จับมือกับซุนกวนสู้ร​บกับโจโฉอัครมหาเสนาบดีซึ่ง​ถูกเล่าปี่กล่าวหาว่าใช้อำน​าจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกฮ่องเ​ต้ ครอบงำการบริหารราชการแผ่นด​ิน แอบอ้างพระบรมราชโองการปราบ​ปรามศัตรูทางการเมืองทั่วสา​รทิศ โดยเล่าปี่อาศัยความเป็นคนแ​ซ่เล่ามีสายเลือดขัตติยะและ​ฐานะความเป็นพระเจ้าอา ใช้ยุทธศาสตร์กำจัดทรราช ช่วยเหลือฮ่องเต้ ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น บำรุงราษฎรให้อยู่เย็นเป็นส​ุข ถึงจะไม่สามารถจะเอาชนะโจโฉ​ได้ แต่เล่าปี่ก็ปราบดาภิเษกขึ้​นเป็นฮ่องเต้เสียเองในที่สุ​ด

ส่วน โจโฉอัครมหาเสนาบดีผู้ควบคุ​มการบริหารราชการอย่างเบ็ดเ​สร็จเด็ดขาด ใช้ยุทธศาสตร์ปกป้องฮ่องเต้​ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง ทำการไล่ล่าปราบปรามศัตรูขอ​งตนไปทั่วทั้งแผ่นดิน โดยอ้างว่าคนเหล่านั้นเป็นก​บฏไม่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้ เป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติ​ โจโฉ แม้จะไม่ถึงกับปราบดาภิเษกต​ัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้เสียเอ​งเหมือนกับเล่าปี่ แต่ก็ครอบงำฮ่องเต้แบบเบ็ดเ​สร็จเด็ดขาด จนมาถึงยุคลูกของเขาจึงได้ล​้มล้างราชบัลลังก์ถึงกาลสิ้​นสุดราชวงศ์ฮั่น

ซุนกวน ผู้ตั้งปณิธานจะสร้างและรัก​ษาเมืองทางตอนใต้ที่อุดมสมบ​ูรณ์ไว้เป็นสมบัติของตระกูล​สืบไป มียุทธศาสตร์เพียงเอาตัวรอด​รักษาเมืองไว้เท่านั้น เขาใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับฝ่า​ยที่คิดว่าจะชนะ เพื่อรักษาสมบัติ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ตกเป็นเค​รื่องมือของเล่าปี่ตามยุทธศ​าสตร์สามก๊กของขงเบ้งเพื่อส​ู้รบกับโจโฉ แต่ถึงแม้ซุนกวนจะมักน้อยขน​าดนั้น แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ปราบดาภ​ิเษกตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ด​้วยเช่นเดียวกัน

ไม่ว่ายุทธศาสตร์ของบรรดาขุ​นศึกและนักการเมืองในสามก๊ก​ที่เอามาอ้าง จะสวยหรูเพียงใดก็ตาม สิ่งที่เห็นเป็นสัจธรรมก็คื​อสุดท้ายคนพวกนั้นก็ล้วนแต่​สร้างและแสวงหาอำนาจจนได้เป​็นฮ่องเต้เสียเองในที่สุด แต่คนที่เดือดร้อน ล้มตายนับล้าน ๆ คน ตลอดทั้งเรื่องก็คือประชาชน​ที่ตกเป็นเหยื่อของข้ออ้างเ​หล่านั้นอย่างน่าเวทนา

และเมื่อผ่านกลียุค สุดท้ายสามัญชนคนธรรมดานี่แ​หละที่กลับเริ่มมาประกอบสัม​มาอาชีพ มาทำมาค้าขาย หรือกลายเป็นแรงงานราคาถูก นี่คือคุณูปการของสามัญชน คนสร้างชาติขึ้นมาใหม่ตัวจร​ิง!

ที่มาของเรื่อง: สรุปจากข้อเขียนของคุณบุญธร​รม พิกุลศรี
ที่มาของรูป: http://212cafe.com/boardvi​p/user_board/cm99/picture/​00617_14.jpg

สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

เรื่องราวเกิดขึ้นเพราะจากฮ่องเต้ที่ขาดทศพิธราชธรรม เพราะถูกชุบเลี้ยงเติบโตขึ้นมาโดยเหล่าขันที จึงเอาแต่ใจตัวเอง ฟังแต่ขันทีชั่ว จนคนดี ๆ ถูกขันทีกลั่นแกล้งทำร้ายถึงกับชีวิตยกตระกูล ส่วนขุนนางชั่วที่ตบเท้าสรรเสริญส่งส่วยขันที กลับได้ดิบได้ดี มีอำนาจแล้วกระทำการทุจริตรีดนาทาเร้นราษฎรจนได้รับความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า พอบ้านเมืองแตกแยกต่างฝ่ายต่างแสวงหาความเป็นใหญ่

เล่าปี่จับมือกับซุนกวนสู้รบกับโจโฉอัครมหาเสนาบดีซึ่งถูกเล่าปี่กล่าวหาว่าใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกฮ่องเต้ ครอบงำการบริหารราชการแผ่นดิน แอบอ้างพระบรมราชโองการปราบปรามศัตรูทางการเมืองทั่วสารทิศ โดยเล่าปี่อาศัยความเป็นคนแซ่เล่ามีสายเลือดขัตติยะและฐานะความเป็นพระเจ้าอา ใช้ยุทธศาสตร์กำจัดทรราช ช่วยเหลือฮ่องเต้ ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น บำรุงราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข ถึงจะไม่สามารถจะเอาชนะโจโฉได้ แต่เล่าปี่ก็ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นฮ่องเต้เสียเองในที่สุด

ส่วน โจโฉอัครมหาเสนาบดีผู้ควบคุมการบริหารราชการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ใช้ยุทธศาสตร์ปกป้องฮ่องเต้ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง ทำการไล่ล่าปราบปรามศัตรูของตนไปทั่วทั้งแผ่นดิน โดยอ้างว่าคนเหล่านั้นเป็นกบฏไม่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้ เป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติ โจโฉ แม้จะไม่ถึงกับปราบดาภิเษกตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้เสียเองเหมือนกับเล่าปี่ แต่ก็ครอบงำฮ่องเต้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนมาถึงยุคลูกของเขาจึงได้ล้มล้างราชบัลลังก์ถึงกาลสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่น

ซุนกวน ผู้ตั้งปณิธานจะสร้างและรักษาเมืองทางตอนใต้ที่อุดมสมบูรณ์ไว้เป็นสมบัติของตระกูลสืบไป มียุทธศาสตร์เพียงเอาตัวรอดรักษาเมืองไว้เท่านั้น เขาใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับฝ่ายที่คิดว่าจะชนะ เพื่อรักษาสมบัติ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ตกเป็นเครื่องมือของเล่าปี่ตามยุทธศาสตร์สามก๊กของขงเบ้งเพื่อสู้รบกับโจโฉ แต่ถึงแม้ซุนกวนจะมักน้อยขนาดนั้น แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ปราบดาภิเษกตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ด้วยเช่นเดียวกัน

ไม่ว่ายุทธศาสตร์ของบรรดาขุนศึกและนักการเมืองในสามก๊กที่เอามาอ้าง จะสวยหรูเพียงใดก็ตาม สิ่งที่เห็นเป็นสัจธรรมก็คือสุดท้ายคนพวกนั้นก็ล้วนแต่สร้างและแสวงหาอำนาจจนได้เป็นฮ่องเต้เสียเองในที่สุด แต่คนที่เดือดร้อน ล้มตายนับล้าน ๆ คน ตลอดทั้งเรื่องก็คือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของข้ออ้างเหล่านั้นอย่างน่าเวทนา

และเมื่อผ่านกลียุค สุดท้ายสามัญชนคนธรรมดานี่แหละที่กลับเริ่มมาประกอบสัมมาอาชีพ มาทำมาค้าขาย หรือกลายเป็นแรงงานราคาถูก นี่คือคุณูปการของสามัญชน คนสร้างชาติขึ้นมาใหม่ตัวจริง!
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby ชายน้ำ » Thu Aug 04, 2011 9:33 pm

ผมปัญญาน้อย

ท่านดร.กำลังสอนอะไรผู้อ่านครับ ตอบตรงๆเถอะ
User avatar
ชายน้ำ
 
Posts: 252
Joined: Mon Jul 11, 2011 5:28 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby pornchokchai » Thu Aug 04, 2011 9:39 pm

ชายน้ำ wrote:ผมปัญญาน้อย
ท่านดร.กำลังสอนอะไรผู้อ่านครับ ตอบตรงๆเถอะ


ผมก็พูดตามท้องเรื่องในสามก๊ก
ก็แล้วแต่คุณจะเห็นเถอะครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby ridkun_user » Thu Aug 04, 2011 9:45 pm

ถ้าโจโฉจงรักภักดีจริง ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ
เล่าปี่ก็คงไม่ต้องหนีออกมาจริงมั้ย :lol:
"...โลกนี้ไม่สมประกอบ เพราะบางคนชอบเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน"

อำนาจเป็นของปวงชน คือ ประชาธิปไตย
อำนาจเป็นของคนส่วนใหญ่ คือ กฎหมู่
User avatar
ridkun_user
 
Posts: 5458
Joined: Mon Nov 02, 2009 10:59 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby 18Bottle » Thu Aug 04, 2011 9:46 pm

pornchokchai wrote:
ชายน้ำ wrote:ผมปัญญาน้อย
ท่านดร.กำลังสอนอะไรผู้อ่านครับ ตอบตรงๆเถอะ


ผมก็พูดตามท้องเรื่องในสามก๊ก
ก็แล้วแต่คุณจะเห็นเถอะครับ


งั้นตอนนี้ก็เห็นเป็นเรื่องสามก๊กล่ะกันนะ ;)
เกลียด "อีตอแหล"
18Bottle
 
Posts: 217
Joined: Sun Jul 03, 2011 2:39 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby -3- » Thu Aug 04, 2011 9:56 pm

สรุปว่าทุกคนเลวหมด

ในบริบทนี้ก็คงหมายถึงนักการเมืองทุกคนเลวหมด

งั้นเราควรจะทำอย่างไรดีครับ? :lol: :lol:
"คนไทยนี่โชคดีจริงๆนะ จะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร มีในหลวงฯคอยติดตามเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา...ก็ผมเห็นธนบัตรไทยมีรูปในหลวงฯของพวกคุณอยู่ ทุกๆใบแม้นกระทั่งในเหรียญที่มีค่าน้อยที่สุดถึงมีค่ามากที่สุดในธนบัตร ไม่เคยห่างกัน"
User avatar
-3-
Moderator
 
Posts: 6302
Joined: Thu Nov 27, 2008 11:34 am
Location: Gensokyo

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby ridkun_user » Thu Aug 04, 2011 9:59 pm

-3- wrote:สรุปว่าทุกคนเลวหมด

ในบริบทนี้ก็คงหมายถึงนักการเมืองทุกคนเลวหมด

งั้นเราควรจะทำอย่างไรดีครับ? :lol: :lol:


เอานักการเมืองไปตัดหัวให้หมด แล้วตั้งสภาประชาชน
มีสมาชิกสภาเป็นประชาชน 70 ล้านคนทั่วประเทศ
ประชุมกันทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ :lol:
"...โลกนี้ไม่สมประกอบ เพราะบางคนชอบเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน"

อำนาจเป็นของปวงชน คือ ประชาธิปไตย
อำนาจเป็นของคนส่วนใหญ่ คือ กฎหมู่
User avatar
ridkun_user
 
Posts: 5458
Joined: Mon Nov 02, 2009 10:59 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby amplepoor » Thu Aug 04, 2011 10:03 pm

1 สามก๊กเป็นเรื่องแต่ง จะแต่งอย่างไรก็ได้ คนที่เอาเรื่องแต่งมาสอนการเมือง จึงเป็นพวกเพ้อเจ้อ

2 ถ้าสรุปตามชื่อกระทู้ หมายความว่าคุณพรโชคชัย อยากให้คนอ่านคิดต่อไปว่า เมื่ออ้างความจงรักภักดีกันนัก ก็ล้มเหตุแห่งความจงรักภักดีเสีย แล้วมาสู้กันต่อ.....กระนั้นหรือ

3 ที่ลงท้ายเชิดชูสามัญชนไว้สวยหรู ตกลงในโลกนี้ มีสังคมที่สามัญชนเป็นใหญ่ที่ใหนบ้าง ยกตัวอย่างมาสักครึ่งประเทศก็ยังดี

4 เจ้าของกระทู้เป็นตัวอย่างของคนเลว ที่แสร้งบริสุทธิ์ใจที่จะทำเลวหรือเปล่า แบบที่เขาเรียกกันว่าบกพร่องโดยสุจริตน่ะ

5 เวลาที่ออกความเห็นทางการเมือง หรือเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ควรใช้ความโง่เกินขีดจำกัด เพราะมันน่าอาย

6 สุดท้ายเลย ก็ขอถามว่า

ท่านเชื่อสิ่งที่ท่านเสนอมาหรือเปล่า ในมูลนิธิที่แอบอิงทำธุรกิจของท่านนั้น สามัญชนเป็นใหญ่หรือเปล่า พนักงานทำงานเท่ากัน กินเงินเดือนเท่ากัน ไม่มีหัวหน้าลูกน้อง ไม่มีใครไหว้ใคร เวลารับเงินเดือนก็เอาเงินเดือนมากองรวมกันแล้วเอาสวิงช้อนออกมาเท่าๆ กัน แบบนี้หรือเปล่า





7 ข้อนี้แถมท้าย
มูลนิธิของท่าน เอาคนเข้ามาเป็นกรรมการอย่างไร เลือกมาหรือจิกมาหรือใครจ่ายก็ได้เป็น แต่ละคนมีวาระดำรงตำแหน่งอย่างไร รับผลประโยชน์อย่างไร กรรมการผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ครั้งละกี่บาท สิ้นปีส่งรายงานให้มหาดไทยหรือไม่......

ที่ถามนี่ไม่ใช่อะไรหรอก อิจฉา เปิดมูลนิธิรับเงินชาวบ้านได้เหมือนขอทาน งานการที่ทำก็ไม่มีใครตรวจสอบ เปิดมาสักพักก็ขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีได้ กรรการที่คุมเงินก็ไม่มีวาระ เพราะวาระเป็นไปตามที่คนร่างกำหนด จะกำหนดอย่างไรกฏหมายก็ไม่สนใจเพราะคิดว่ามูลนิธืเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์



และ มูลนิธิ


ต้อง


ไม่



ยุ่งกับการเมือง
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby orogaros » Thu Aug 04, 2011 10:04 pm

จินตนาการน้ำแตกอีกแล้ว เฮ้อ...สรุปแล้วอยากทำไรก็พูดไปตรงๆ เลยครับ อย่าทำตัวเป็นอีแอบ
User avatar
orogaros
 
Posts: 454
Joined: Sat Aug 14, 2010 1:04 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Alien007 » Thu Aug 04, 2011 10:09 pm

เจ้าของกระทู้ต้องการสื่อความหมายอะไร

ในเรื่องสามก๊กนั้นฮ่องเต้ขาดทศพิธราชธรรมจริง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ประเทศไทยมีสถาบัน
ที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศมากมาย และเรามีในหลวงที่ทรงทศพิธรรมด้วย แม้แต่นานาประเทศยังยกย่องยอมรับ

เจ้าของกระทู้เปิดหน้ามาเลยดีกว่าว่าคุณเข้ามาโพสต์ที่นี่ เพื่อพยายามล้างสมองคนที่หลงเข้ามาอ่าน ให้คลางแคลงใจในสถาบันใช่หรือไม่
ถ้าคิดจะล้างสมองคนที่นี่ให้ต่อต้านสถาบันล่ะก็ คุณไสหัวไปที่ชอบๆ แถวเว็บลากดำนา หรือประชาไทเพื่อคนดูไบเถอะ
นายชูวิทย์ รับงานจากใครมาเพื่อขัดขวางการทำงานของพรรคฝ่ายค้าน เลียนแบบการเมืองสิงคโปร์แบบไม่มีผิดเพี้ยน
เงินภาษีของเราอย่าให้พวกอันธพาลเผาบ้านเผาเมืองมันเอาไปถลุงเล่น หนีได้เป็นหนี เลี่ยงได้เป็นเลี่ยงภาษีพี่น้อง
Alien007
 
Posts: 1844
Joined: Thu Nov 25, 2010 6:21 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Bookmarks » Thu Aug 04, 2011 10:15 pm

amplepoor wrote:1 สามก๊กเป็นเรื่องแต่ง จะแต่งอย่างไรก็ได้ คนที่เอาเรื่องแต่งมาสอนการเมือง จึงเป็นพวกเพ้อเจ้อ

2 ถ้าสรุปตามชื่อกระทู้ หมายความว่าคุณพรโชคชัย อยากให้คนอ่านคิดต่อไปว่า เมื่ออ้างความจงรักภักดีกันนัก ก็ล้มเหตุแห่งความจงรักภักดีเสีย แล้วมาสู้กันต่อ.....กระนั้นหรือ

3 ที่ลงท้ายเชิดชูสามัญชนไว้สวยหรู ตกลงในโลกนี้ มีสังคมที่สามัญชนเป็นใหญ่ที่ใหนบ้าง ยกตัวอย่างมาสักครึ่งประเทศก็ยังดี

4 เจ้าของกระทู้เป็นตัวอย่างของคนเลว ที่แสร้งบริสุทธิ์ใจที่จะทำเลวหรือเปล่า แบบที่เขาเรียกกันว่าบกพร่องโดยสุจริตน่ะ

5 เวลาที่ออกความเห็นทางการเมือง หรือเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ควรใช้ความโง่เกินขีดจำกัด เพราะมันน่าอาย

6 สุดท้ายเลย ก็ขอถามว่า

ท่านเชื่อสิ่งที่ท่านเสนอมาหรือเปล่า ในมูลนิธิที่แอบอิงทำธุรกิจของท่านนั้น สามัญชนเป็นใหญ่หรือเปล่า พนักงานทำงานเท่ากัน กินเงินเดือนเท่ากัน ไม่มีหัวหน้าลูกน้อง ไม่มีใครไหว้ใคร เวลารับเงินเดือนก็เอาเงินเดือนมากองรวมกันแล้วเอาสวิงช้อนออกมาเท่าๆ กัน แบบนี้หรือเปล่า





7 ข้อนี้แถมท้าย
มูลนิธิของท่าน เอาคนเข้ามาเป็นกรรมการอย่างไร เลือกมาหรือจิกมาหรือใครจ่ายก็ได้เป็น แต่ละคนมีวาระดำรงตำแหน่งอย่างไร รับผลประโยชน์อย่างไร กรรมการผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ครั้งละกี่บาท สิ้นปีส่งรายงานให้มหาดไทยหรือไม่......

ที่ถามนี่ไม่ใช่อะไรหรอก อิจฉา เปิดมูลนิธิรับเงินชาวบ้านได้เหมือนขอทาน งานการที่ทำก็ไม่มีใครตรวจสอบ เปิดมาสักพักก็ขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีได้ กรรการที่คุมเงินก็ไม่มีวาระ เพราะวาระเป็นไปตามที่คนร่างกำหนด จะกำหนดอย่างไรกฏหมายก็ไม่สนใจเพราะคิดว่ามูลนิธืเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์



และ มูลนิธิ


ต้อง


ไม่



ยุ่งกับการเมือง

+1000 เลย คุณ amplepoor ไอ้นี่มันด๊อกจริงหรือเปล่า ทำไมมันโง่บรรลัยเลย
User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby sumboon » Thu Aug 04, 2011 10:20 pm

โง่แต่ขยัน
User avatar
sumboon
 
Posts: 229
Joined: Fri Aug 20, 2010 8:04 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby สมชายสายชม » Thu Aug 04, 2011 10:20 pm

อืมมม .. กะทู้เห้(ลิ่วล้อแม้ว)ล้มเจ้า .. สรุปว่า ให้เอาให้เห้ด๊อกไปตัดหัว
...
User avatar
สมชายสายชม
 
Posts: 2566
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:17 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby ชายน้ำ » Thu Aug 04, 2011 10:22 pm

ขอบคุณครับ amplepoor คุณเป็นแสงสว่างทางปัญญาเสมอ

ห่วงก็แต่จขกทจะเอาอะไรก็ไม่เอาให้แน่ เป็นอีแอบอยู่นั่นแหละไม่เลิกเสียที

อีกอย่างหนึ่ง โรงเรียนมัธยมที่จขกทจบมาน่ะ ฮ่องเต้ที่เป็นที่รักที่สุดองค์หนึ่งของไทยเป็นผู้สร้างให้สามัญชนได้มีโอกาสเล่าเรียน

คุณน่าจะหัดรู้คุณคนที่มีพระคุณบ้าง ไม่ใช่แอบไปแอบมาตีข้างๆข้างหลังแบบนี้
User avatar
ชายน้ำ
 
Posts: 252
Joined: Mon Jul 11, 2011 5:28 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby annykun » Thu Aug 04, 2011 10:24 pm

1 เดือนให้หลัง "จ๊กกก" ล่มสลาย เหล่าคนดียังคงต่อสู้
หวังว่าในประเทศไทยคงไม่เหมือน สามก๊ก
ตัวข้าเป็นได้ทั้งสวรรค์ และนรก
User avatar
annykun
 
Posts: 332
Joined: Thu Jul 28, 2011 3:44 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby osamu » Thu Aug 04, 2011 10:33 pm

ไอ้ดอกมาโชว์โง่อีกแล้ว...ถ้าพวกม รึ งเก่งกันนัก ทำไมไม่เห็นไปโชว์กลางถนนซะ..กลัวตี นเหรอครับ :lol: :lol: :lol:
User avatar
osamu
 
Posts: 371
Joined: Tue Apr 20, 2010 2:32 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby yoshikiryuichiro » Thu Aug 04, 2011 10:36 pm

สุดท้ายก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาแล้ว สำหรับคนๆนี้ ที่เป็นจอมลวงโลกของจริง

แค่ความคิดยังไม่ต่างจากเด็กทารก คิดง่าย ๆ เหมือนไม่ใช่ความคิดตัวเอง

จะบอกว่าขุนนางอยากล้มฮ่องเต้เพื่ออยากเป็นซะเอง แต่กลับไม่ดูความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในเรื่อง

ความคิดแบบนี้หลอกได้แต่คนไม่รู้เดียงสากับเด็กอมมือเท่านั้นแหละ

ขนาดบทความยังเขียนและวิเคราะห์เองไม่เป็น แล้วยังมีหน้ามาแอบอ้างตัวเป็นดอกเตอร์

ช่างไม่รู้จักคำว่ายางอายบ้างเลย
大一大万大吉

一人が皆のため 皆が一人のために尽くせば 天下は幸せになれる...
これが私の正義!!

เมื่อคนๆหนึ่งทำทุกอย่างเพื่อทุกๆคน และทุกๆคนจะทำทุกอย่างเพื่อคนๆนั้นเมื่อใด เมื่อนั้นแผ่นดินจะร่มเย็นเป็นสุข
นี่คือคุณธรรมของชั้น!!
User avatar
yoshikiryuichiro
 
Posts: 574
Joined: Sat May 15, 2010 10:34 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby kainuy555 » Thu Aug 04, 2011 10:42 pm

นักการเมือง เลวหมด
ปชช. ที่เลือกนักการเมืองก็เลว

สรุป ประเทศไทยโชคดี ที่มีคนดีอยู่ 2 หมื่นกว่าคน (โหวตโน) ???
ต้องเอาคนเหล่านี้แหละ ไปบริหารประเทศ

พี่ลอง เป็นพี่ใหญ่สุด ยกให้เป็น นายกฯ
ที่สมศักดิ์ โก...ยกให้เป็น รมต.ต่างประเทศ เวลาใส่สูทรยืนรอรถเมล์ เท่มาก
สุริยใส เป็นรมต.ท่องเที่ยว และกีฬา จะได้หัดยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวมั่ง และจะได้ไปยกลูกตุ้มหนักๆ ให้หน้าเขียวกว่าเดิม ???
พี่สนธินี่ ให้เป็นโฆษกรัฐบาล จะได้พูดหว่านล้อมให้คนมาเป็นสาวกเยอะๆ เผลอๆ ออกเหรียญซักรุ่น รวยไปเลย
Last edited by kainuy555 on Thu Aug 04, 2011 10:47 pm, edited 1 time in total.
User avatar
kainuy555
 
Posts: 1462
Joined: Mon May 16, 2011 9:35 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Gop » Thu Aug 04, 2011 10:46 pm

amplepoor wrote:. . .
4 เจ้าของกระทู้เป็นตัวอย่างของคนเลว ที่แสร้งบริสุทธิ์ใจที่จะทำเลวหรือเปล่า แบบที่เขาเรียกกันว่าบกพร่องโดยสุจริตน่ะ
. . .


เชิญพิจารณากันเอาเองครับทุกท่าน คุณ pornchokchai ก็ยืนยันว่าให้วิญญูชนพิจารณาเอาเอง
ขออ้างอิงข้อเขียนเก่า
ของคุณพรโชคชัยเกี่ยวกับการชุมนุมที่มาบตาพุดหน่อยนะครับ

http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=28003&start=0
http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=28022

เรามาดูข้อเขียนของคุณพรโชคชัย เกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาบตาพุดกันก่อนนะครับ


pornchokchai wrote:การกล่าวอ้างเรื่องมลพิษนั้นผิดจากความเป็นจริง เพราะผลสำรวจระบุว่า กลุ่มที่เชื่อว่าป่วยหนักหรือเสียชีวิตเพราะมลพิษ มีเพียง 0.69% เท่านั้น ทางราชการยังพบว่าสาเหตุหลักของการตายของประชาชนในจังหวัดระยอง เป็นเพราะปัจจัยภายนอก เช่น อุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย ถึง 15% รองลงมาคือมะเร็งและเนื้องอก 12.7% อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ยังกลับมีสัดส่วนต่ำกว่าระดับทั่วประเทศ นอกจากนี้จากการเปรียบเทียบจำนวนประชากรที่ป่วยทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 18.16% ในขณะที่ในมาบตาพุด มีประชากรที่ “เจ็บป่วยเล็กน้อย” ในการอยู่อาศัยในพื้นที่เพียง 9.83% เท่านั้น


ผมรู้สึกแปลกกับข้ออ้างนี้มาก จึงตามเข้าไปดูในลิงค์ที่คุณพรโชคชัยให้ไว้ในบทความที่สองคือ
http://www.pcd.go.th/info_serv/pol_Maptapoot_env2.html
พวกเราช่วยกันดูนะครับ เปรียบเทียบกันระหว่างข้อมูลในลิงค์ กับสิ่งที่คุณพรโชคชัยอ้าง เปรียบเทียบที่ขีดเส้นใต้ข้างบนกับที่เน้นตัวหนาข้างล่างนะครับ


สถานการณ์และการแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน
จากข้อมูลการเข้ารับบริการในแผนกผู้ป่วยนอกของประชาชนของสำนักงานสาธารณ สุขจังหวัดระยอง พบว่ากลุ่มโรคที่ประชาชนมารับบริการในสถานพยาบาลมากที่สุด คือกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ รองลงมา ได้แก่กลุ่มโรคระบบย่อยอาหารและโรคในช่องปาก กลุ่มโรคในระบบไหลเวียนเลือด กลุ่มโรคระบบกล้ามเนื้อ กลุ่มโรคติดเชื้อและปรสิตผลการศึกษาสถานการณ์การเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจปี 2544 - 2549 พบว่าจังหวัดระยองมีผู้เข้ารับบริการโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าระดับประเทศ และเป็นกลุ่มโรคที่ประชาชนเข้ารับบริการสูงเป็นอันดับ 1 และมีแนวโน้มสูงขึ้นในขณะที่ระดับประเทศมีแนวโน้มลดลง

สาเหตุการตายของประชาชนในจังหวัดระยอง ในปี 2548พบว่า กลุ่มโรคที่ประชาชนเสียชีวิตมากที่สุด คือ กลุ่มสาเหตุภายนอกของการป่วยและการตาย(เช่น อุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย) คิดเป็นร้อยละ 15 ของการตายทั้งหมด รองลงมาคือกลุ่มมะเร็งและเนื้องอก ร้อยละ 12.7 ของการตายทั้งหมด และกลุ่มโรคติดเชื้อและปรสิต ร้อยละ 12.6 ของการตายทั้งหมด เมื่อศึกษาสาเหตุการตายที่สำคัญ 2 กลุ่มแรกพบว่าสาเหตุการตายเนื่องจากสาเหตุภายนอกของจังหวัดระยองมี แนวโน้มสูงขึ้นและมีระดับสูงกว่าระดับประเทศ ส่วนสาเหตุการตายด้วยโรคมะเร็ง ระดับประเทศมี แนวโน้มสูงขึ้น ส่วนจังหวัดระยองมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ต่ำกว่าระดับประเทศ ยกเว้นปี 2548 สูงกว่าระดับประเทศ



ขอให้วิญญูชนพิจารณาด้วย ที่เน้นสีดำขีดเส้นใต้ คือส่วนในบทความที่คุณพรโชคชัยอ้าง ส่วนสีแดงนั้นคุณพรโชคชัยกลับไม่กล่าวถึงเลย :!: :?: คุณพรโชคชัยพยายามชี้นำว่า คนที่มีปัญหาสุขภาพที่มาบตาพุดน้ันเป็นแค่กรณียกเว้น เพราะเห็นว่าตัวเลขการตายนั้นต่ำ แต่กลับไม่กล่าวถึงการเจ็บป่วยของโรคทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นเลย ทั้งที่ข้อมูลนี้อยู่เหนือข้อมูลที่คุณพรโชคชัยอ้างไปไม่กี่บรรทัดเท่านั้น :!: :!:

วิญญูชนพิจารณาเอาเองแล้วกันว่า
๑ เมื่อเขียนบทความ คุณพรโชคชัยเห็นข้อความที่เน้นสีแดงหรือไม่ :?:
๒ ถ้าเห็น แล้วทำไมถึงไม่เอามาลง :?:
๓ คนประเภทไหนถึงทำแบบนี้ :?:

ผมเอาสิ่งนี้มาให้ทุกคนอ่าน เพื่อประกอบการพิจาณานะครับ เพราะผมเห็นว่าเป็นข้อเขียนของคุณเอง ทุกคนมีสิทธิรับรู้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่อย่างได

User avatar
Gop
 
Posts: 837
Joined: Sun Jun 27, 2010 4:13 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby PI kenobi » Thu Aug 04, 2011 10:47 pm

คนเขียนแม่งอ่านสามก็กจบจริงเหรอ
ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้ง
หมด การปกครองบ้านเมืองจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็น
คนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมืองและคุมคนไม่ดี
ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้
User avatar
PI kenobi
 
Posts: 52
Joined: Mon Oct 25, 2010 10:46 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby เพื่อนร่วมชาติ » Thu Aug 04, 2011 10:49 pm

pornchokchai wrote:
ชายน้ำ wrote:ผมปัญญาน้อย
ท่านดร.กำลังสอนอะไรผู้อ่านครับ ตอบตรงๆเถอะ


ผมก็พูดตามท้องเรื่องในสามก๊ก
ก็แล้วแต่คุณจะเห็นเถอะครับ


นี่ห้องการเมือง

ถ้าน้องอยากคุยเรื่องวรรณกรรมจีน ไปตั้งกระทู้ที่ห้องชายคาพักใจโน่น

แต่ถ้าน้องอยากสื่อถึงเรื่องการเมือง น้องก็บอกมา อย่ามาทำเหนียม พี่ไม่พิศวาสน้องหรอก
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด คนไทยใช้แล้วเลอะเทอะชิบเป๋ง
User avatar
เพื่อนร่วมชาติ
 
Posts: 3541
Joined: Mon Oct 13, 2008 6:40 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby amplepoor » Thu Aug 04, 2011 10:49 pm

เดี๋ยว....ช้าก่อน ผมยังพูดไม่หมด อิอิ



จะสอนหนังสือดอกเตอร์หน่อย

คนทั่วไปอ้างอิงสามก๊กนั้น เรายังพอจะมองอย่างเอ็นดู แต่ระดับดุษฎีแบนดิทเอามาอ้างชุ่ยๆ ก็ต้องสอนให้หายโง่

เรื่องสามก๊ก เชื่อกันว่า เกิดเมือประมาณพ.ศ. เจ็ดร้อยกว่า ว่าตามวิกิพีเดียละกัน เขาบอกว่า"จุดเริ่มต้นของสามก๊กเริ่มจากยุคโจรโพกผ้าเหลืองในปี พ.ศ. 726 ที่ออกอาละวาด จนเป็นเหตุให้บุคคลทั้งสามคือเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย ได้ร่วมสาบานตนเป็นพี่น้องและร่วมปราบกบฏโจรโพกผ้าเหลือง "

ที่เน้นเรื่องปี เพราะมันเกี่ยวกับขันที

ดอกเตอร์ไม่เฉลียวใจเลยหรือ ว่าสามกํกนั้นแต่งเมื่อสังคมรังเกียจขันที แต่ขันทีมันชั่วขนาดนั้นหรือในยุคสามกํกจริงหรือ อาจจะถูกใส่ไข่ป้ายสีจนเละเทะ แบบพวกคุณป้ายสีสถาบันอยู่ในทุกวันนี้ก็ได้

มาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่า

ขันทีนั้น คือคนตอน คนทำลายองคชาติ เรียกว่ายูนุก Eunuch กำเนิดขึ้น"ครั้งแรกที่เมืองละกาสช์ (Lagash) ของสุเมเรียน ในเมโสโปเตเมีย ราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และถือเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในราชสำนักของเมโสโปเตเมียและอียิปต์แต่ โบราณ ในระยะแรกจะคัดเลือกยุนุกจากทาสและเชลยอายุน้อย แต่มีบางส่วนที่ถูกตอนเมื่อเป็นหนุ่มแล้ว"

เอาละ ได้รู้แล้วนะว่าคนตอนไม่ใช่ของจีน เป็นของแขก ดังนั้นก็ต้องมีการนำเข้า ตรงนี้สำคัญนะจ๊ะ ดอกเตอร์ต้องตั้งใจฟังให้ดี

การใช้ยูนุก ถูกนำเข้ามาสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581–618)

แปลว่า นำเข้ามาราวๆ พ.ศ. 1100-1200 นี่ให้ตัวเลขกลมๆ คนสมองฝ่อจะได้ไม่ต้องปวดหัว หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือ นำเข้ามาหลังยุคสามก๊ก ประมาณ 300 ปี

หรือพูดให้ชัดๆ อีกทีว่า ในสมัยสามก๊ก ประเทศจีนยังไม่มียูนุก หรือขันที

สรุปว่า สามก๊กมันโกหก มันแต่งประวัติศาสตร์มั่วๆ ขึ้นมาเพื่อเล่นงิ้ว ต้นเรื่องอาจจะมีแค่ไม่กี่บรรทัดเหมือนยาขอบแต่งผู้ชนะสิบทิศ ทีนี้เล่นงิ้วก็ต้องมีตัวดีตัวเลว ขันทีเลยซวยไป ถูกป้ายสีแบบที่ดอกเตอร์ป้ายสีสถาบันและระบอบการเมืองของไทย ให้มันเละเทะ เพื่อจะอ้างสิทํิธิ์ที่จะก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศตัวเอง

ผมจะสอนเรื่องตื้นๆ ให้สักหน่อยนะ ถ้าขันทีมันทรงอิทธิพลได้อย่างที่พวกคุณเชื่อกัน พอปูยีถูกโค่น พวกนี้หายไปใหนหมด ทำไมไม่รวบรวมกันต่อสู้เอาอำนาจกลับคืน ทำไมมันหายไปจากประวัติศาสตร์เหมือนน้ำหยดบนกระดาษซับ

ในเมื่อเป็นดอกเตอร ก็โปรดตอบคำถามผมเสียก่อน ก่อนที่จะไปอ้างเรื่องมั่วๆใส่ร้ายสถาบันมาในอดีต มาใช้ใส่ร้ายสถาบันในปัจจุบัน

ผมถามว่า อ้างเรื่องโกหกมาเพื่อประโยชน์อะไรมิทราบ นี่นับถือว่าเป็นดอกเตอร์นะ ถึงตั้งใจถาม ระดับนายเคยๆ นายเวร นายแต๋มอะไรพวกนั้น ผมไม่ถามให้เสื่อมศักดิ์ศรีของตัวเองหรอก



แต่ผมมั่นใจว่าจะไม่กล้าตอบ (ว่ะ)
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Gregor Samsa » Thu Aug 04, 2011 10:51 pm

ทางแก้คือแก้กฏหมาย ล้มฮ่องเต้
ถูกเปล่าฮะด็อกพอน?
“One morning, as Gregor Samsa was waking up from anxious dreams, he discovered that he had been changed into an adorable kitten.” — Franz Kafka
User avatar
Gregor Samsa
 
Posts: 203
Joined: Thu Jul 07, 2011 3:29 pm
Location: bedroom

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Solidus » Thu Aug 04, 2011 10:53 pm

เอาสามก๊กฉบับไหนมาล่ะ
ซานกว๋อจื้อ
ซานกว๋อจื้อผิงฮว่า
เผย์ซงจื่อ
ซานกว๋อจื้อทงสูเหยี่ยนอี้
ซานกว๋อเหยี่ยนอี้
User avatar
Solidus
 
Posts: 8593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:47 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Solidus » Thu Aug 04, 2011 11:01 pm

amplepoor wrote:เดี๋ยว....ช้าก่อน ผมยังพูดไม่หมด อิอิ



จะสอนหนังสือดอกเตอร์หน่อย

คนทั่วไปอ้างอิงสามก๊กนั้น เรายังพอจะมองอย่างเอ็นดู แต่ระดับดุษฎีแบนดิทเอามาอ้างชุ่ยๆ ก็ต้องสอนให้หายโง่

เรื่องสามก๊ก เชื่อกันว่า เกิดเมือประมาณพ.ศ. เจ็ดร้อยกว่า ว่าตามวิกิพีเดียละกัน เขาบอกว่า"จุดเริ่มต้นของสามก๊กเริ่มจากยุคโจรโพกผ้าเหลืองในปี พ.ศ. 726 ที่ออกอาละวาด จนเป็นเหตุให้บุคคลทั้งสามคือเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย ได้ร่วมสาบานตนเป็นพี่น้องและร่วมปราบกบฏโจรโพกผ้าเหลือง "

ที่เน้นเรื่องปี เพราะมันเกี่ยวกับขันที

ดอกเตอร์ไม่เฉลียวใจเลยหรือ ว่าสามกํกนั้นแต่งเมื่อสังคมรังเกียจขันที แต่ขันทีมันชั่วขนาดนั้นหรือในยุคสามกํกจริงหรือ อาจจะถูกใส่ไข่ป้ายสีจนเละเทะ แบบพวกคุณป้ายสีสถาบันอยู่ในทุกวันนี้ก็ได้

มาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่า

ขันทีนั้น คือคนตอน คนทำลายองคชาติ เรียกว่ายูนุก Eunuch กำเนิดขึ้น"ครั้งแรกที่เมืองละกาสช์ (Lagash) ของสุเมเรียน ในเมโสโปเตเมีย ราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และถือเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในราชสำนักของเมโสโปเตเมียและอียิปต์แต่ โบราณ ในระยะแรกจะคัดเลือกยุนุกจากทาสและเชลยอายุน้อย แต่มีบางส่วนที่ถูกตอนเมื่อเป็นหนุ่มแล้ว"

เอาละ ได้รู้แล้วนะว่าคนตอนไม่ใช่ของจีน เป็นของแขก ดังนั้นก็ต้องมีการนำเข้า ตรงนี้สำคัญนะจ๊ะ ดอกเตอร์ต้องตั้งใจฟังให้ดี

การใช้ยูนุก ถูกนำเข้ามาสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581–618)

แปลว่า นำเข้ามาราวๆ พ.ศ. 1100-1200 นี่ให้ตัวเลขกลมๆ คนสมองฝ่อจะได้ไม่ต้องปวดหัว หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือ นำเข้ามาหลังยุคสามก๊ก ประมาณ 300 ปี

หรือพูดให้ชัดๆ อีกทีว่า ในสมัยสามก๊ก ประเทศจีนยังไม่มียูนุก หรือขันที

สรุปว่า สามก๊กมันโกหก มันแต่งประวัติศาสตร์มั่วๆ ขึ้นมาเพื่อเล่นงิ้ว ต้นเรื่องอาจจะมีแค่ไม่กี่บรรทัดเหมือนยาขอบแต่งผู้ชนะสิบทิศ ทีนี้เล่นงิ้วก็ต้องมีตัวดีตัวเลว ขันทีเลยซวยไป ถูกป้ายสีแบบที่ดอกเตอร์ป้ายสีสถาบันและระบอบการเมืองของไทย ให้มันเละเทะ เพื่อจะอ้างสิทํิธิ์ที่จะก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศตัวเอง

ผมจะสอนเรื่องตื้นๆ ให้สักหน่อยนะ ถ้าขันทีมันทรงอิทธิพลได้อย่างที่พวกคุณเชื่อกัน พอปูยีถูกโค่น พวกนี้หายไปใหนหมด ทำไมไม่รวบรวมกันต่อสู้เอาอำนาจกลับคืน ทำไมมันหายไปจากประวัติศาสตร์เหมือนน้ำหยดบนกระดาษซับ

ในเมื่อเป็นดอกเตอร ก็โปรดตอบคำถามผมเสียก่อน ก่อนที่จะไปอ้างเรื่องมั่วๆใส่ร้ายสถาบันมาในอดีต มาใช้ใส่ร้ายสถาบันในปัจจุบัน

ผมถามว่า อ้างเรื่องโกหกมาเพื่อประโยชน์อะไรมิทราบ นี่นับถือว่าเป็นดอกเตอร์นะ ถึงตั้งใจถาม ระดับนายเคยๆ นายเวร นายแต๋มอะไรพวกนั้น ผมไม่ถามให้เสื่อมศักดิ์ศรีของตัวเองหรอก



แต่ผมมั่นใจว่าจะไม่กล้าตอบ (ว่ะ)
ผมแปลกใจตรงที่ทำไมคนมักอ้างอิงฉบับหลอกว้านจงที่เขียนขึ้นห่างจากยุคสามก๊กเป็นพันปี แต่ฉบับเฉินโซ่วที่เขียนในยุคสามก๊กกลับไม่ค่อยเอามาอ้างอิง :lol: :lol: :lol:
Last edited by Solidus on Thu Aug 04, 2011 11:04 pm, edited 1 time in total.
User avatar
Solidus
 
Posts: 8593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:47 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby overtherainbow » Thu Aug 04, 2011 11:02 pm

amplepoor wrote:เดี๋ยว....ช้าก่อน ผมยังพูดไม่หมด อิอิ



จะสอนหนังสือดอกเตอร์หน่อย

คนทั่วไปอ้างอิงสามก๊กนั้น เรายังพอจะมองอย่างเอ็นดู แต่ระดับดุษฎีแบนดิทเอามาอ้างชุ่ยๆ ก็ต้องสอนให้หายโง่

เรื่องสามก๊ก เชื่อกันว่า เกิดเมือประมาณพ.ศ. เจ็ดร้อยกว่า ว่าตามวิกิพีเดียละกัน เขาบอกว่า"จุดเริ่มต้นของสามก๊กเริ่มจากยุคโจรโพกผ้าเหลืองในปี พ.ศ. 726 ที่ออกอาละวาด จนเป็นเหตุให้บุคคลทั้งสามคือเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย ได้ร่วมสาบานตนเป็นพี่น้องและร่วมปราบกบฏโจรโพกผ้าเหลือง "

ที่เน้นเรื่องปี เพราะมันเกี่ยวกับขันที

ดอกเตอร์ไม่เฉลียวใจเลยหรือ ว่าสามกํกนั้นแต่งเมื่อสังคมรังเกียจขันที แต่ขันทีมันชั่วขนาดนั้นหรือในยุคสามกํกจริงหรือ อาจจะถูกใส่ไข่ป้ายสีจนเละเทะ แบบพวกคุณป้ายสีสถาบันอยู่ในทุกวันนี้ก็ได้

มาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่า

ขันทีนั้น คือคนตอน คนทำลายองคชาติ เรียกว่ายูนุก Eunuch กำเนิดขึ้น"ครั้งแรกที่เมืองละกาสช์ (Lagash) ของสุเมเรียน ในเมโสโปเตเมีย ราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และถือเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในราชสำนักของเมโสโปเตเมียและอียิปต์แต่ โบราณ ในระยะแรกจะคัดเลือกยุนุกจากทาสและเชลยอายุน้อย แต่มีบางส่วนที่ถูกตอนเมื่อเป็นหนุ่มแล้ว"

เอาละ ได้รู้แล้วนะว่าคนตอนไม่ใช่ของจีน เป็นของแขก ดังนั้นก็ต้องมีการนำเข้า ตรงนี้สำคัญนะจ๊ะ ดอกเตอร์ต้องตั้งใจฟังให้ดี

การใช้ยูนุก ถูกนำเข้ามาสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581–618)

แปลว่า นำเข้ามาราวๆ พ.ศ. 1100-1200 นี่ให้ตัวเลขกลมๆ คนสมองฝ่อจะได้ไม่ต้องปวดหัว หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือ นำเข้ามาหลังยุคสามก๊ก ประมาณ 300 ปี

หรือพูดให้ชัดๆ อีกทีว่า ในสมัยสามก๊ก ประเทศจีนยังไม่มียูนุก หรือขันที

สรุปว่า สามก๊กมันโกหก มันแต่งประวัติศาสตร์มั่วๆ ขึ้นมาเพื่อเล่นงิ้ว ต้นเรื่องอาจจะมีแค่ไม่กี่บรรทัดเหมือนยาขอบแต่งผู้ชนะสิบทิศ ทีนี้เล่นงิ้วก็ต้องมีตัวดีตัวเลว ขันทีเลยซวยไป ถูกป้ายสีแบบที่ดอกเตอร์ป้ายสีสถาบันและระบอบการเมืองของไทย ให้มันเละเทะ เพื่อจะอ้างสิทํิธิ์ที่จะก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศตัวเอง

ผมจะสอนเรื่องตื้นๆ ให้สักหน่อยนะ ถ้าขันทีมันทรงอิทธิพลได้อย่างที่พวกคุณเชื่อกัน พอปูยีถูกโค่น พวกนี้หายไปใหนหมด ทำไมไม่รวบรวมกันต่อสู้เอาอำนาจกลับคืน ทำไมมันหายไปจากประวัติศาสตร์เหมือนน้ำหยดบนกระดาษซับ

ในเมื่อเป็นดอกเตอร ก็โปรดตอบคำถามผมเสียก่อน ก่อนที่จะไปอ้างเรื่องมั่วๆใส่ร้ายสถาบันมาในอดีต มาใช้ใส่ร้ายสถาบันในปัจจุบัน

ผมถามว่า อ้างเรื่องโกหกมาเพื่อประโยชน์อะไรมิทราบ นี่นับถือว่าเป็นดอกเตอร์นะ ถึงตั้งใจถาม ระดับนายเคยๆ นายเวร นายแต๋มอะไรพวกนั้น ผมไม่ถามให้เสื่อมศักดิ์ศรีของตัวเองหรอก



แต่ผมมั่นใจว่าจะไม่กล้าตอบ (ว่ะ)



คุณแอม
ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามสาย
นะคะ
ที่นี่กำลังเป็นที่ที่คนต้องการเอาไว้เป็นที่อ้างอิง ในการทำชั่วและเลว
ไม่มีเวทีไหนอีก ณ ตอนนี้ ที่จะทำได้ตามกำลังประชาชนธรรมดา
ที่จะทำความกระจ่าง จากข้อมูลที่ต้องปั้นแต่งมาเพื่อเคลือบ ฉาบ ทา ให้เปรตกลายเป็นเทวดา
เทวดาถูกโคลนสาด
ด้วยความนับถืออย่างสูง
User avatar
overtherainbow
 
Posts: 3123
Joined: Sat Dec 27, 2008 12:36 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby ridkun_user » Thu Aug 04, 2011 11:23 pm

ฉบับที่เป็นประวัติศาสตร์แท้ๆ คงไม่ค่อยดรามาเท่าไหร่ครับ
คิดว่าด็อกเตอร์ก็เลยไม่ค่อยสนใจ เพราะใส่สีตีไข่ลำบากเกิน :lol:
"...โลกนี้ไม่สมประกอบ เพราะบางคนชอบเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน"

อำนาจเป็นของปวงชน คือ ประชาธิปไตย
อำนาจเป็นของคนส่วนใหญ่ คือ กฎหมู่
User avatar
ridkun_user
 
Posts: 5458
Joined: Mon Nov 02, 2009 10:59 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Gop » Thu Aug 04, 2011 11:29 pm

pornchokchai wrote: บลา บลา บลา

และเมื่อผ่านกลียุค สุดท้ายสามัญชนคนธรรมดานี่แหละที่กลับเริ่มมาประกอบสัมมาอาชีพ มาทำมาค้าขาย หรือกลายเป็นแรงงานราคาถูก นี่คือคุณูปการของสามัญชน คนสร้างชาติขึ้นมาใหม่ตัวจริง!



๑ ก๊อปเพสท์ซ้ำกันเหรอครับ ขอคุณภาพดีๆกว่านี้หน่อยได้มั้ย :?:

๒ ถ้าใครเคยอ่านประวัติศาสตร์จีนซักหน่อย ก็จะพบว่าข้อสรุปนี้เป็นหนึ่งในข้อสรุปของสามก๊กที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่เคยมีการวิเคราะห์มา
ลองดูจากวิกิพีเดียก็ได้ http://en.wikipedia.org/wiki/History_of_China
ยุคสมัยสามก๊กกินเวลาประมาณหกสิบปีคือ ค.ศ. 220-280 แต่รู้มั้ยครับ ว่าราชวงศ์ที่มีเสถียรภาพต่อจากราชวงศ์ฮั่นคือราชวงศ์ถัง
แล้วรู้ไว้นะครับ ราชวงศ์ถังเริ่มที่ ค.ศ.618 นั่นคือประมาณ 340 ปีหลังจากสามหมดยุคสามก๊ก :!: :!: ช่วงเวลาสี่ร้อยปีหลังราชวงศ์
ฮั่นล่มสลาย มีแต่การแก่งแย่ง รบราฆ่าฟันกันไม่หยุดหย่อน ถ้าใครเคยอ่านสามก๊ก จะรู้ว่าตอนจบ วุยก๊กเป็นผู้ชนะ แต่หัวหน้าก๊กไม่
ได้แซ่โจแล้ว แต่เป็นแซ่สุมา ซึ่งเป็นลูกหลานของสุมาอี้ แต่วุยก๊กเองก็อยู่ได้ไม่นาน แล้วก็ล่มสลาย เกิดราชวงศ์เล็กๆ ย่อยๆ อยู่กัน
ได้ไม่นานมาผลัดเปลี่ยนกันครองแผ่นดิน จนผ่านไปเป็นร้อยปี ถึงมีราชวงศ์ถัง โดยถังไท่จงที่ทำให้ประเทศจีนมีเสถียรภาพในที่สุด

ผมไม่เข้าใจว่า "กลียุค" ของคุณ pornchokchai หมายถึงยุคไหน แต่ตลอดสี่ร้อยปีนั้น เห็นได้ชัดว่าคนที่กำหนดชะตาแผ่นดิน ล้วน
เป็นขุนศึกทั้งสิ้น การที่มาสรุปเอาดี้อๆว่า สามัญชนคือคนที่สร้างชาติตัวจริงนั้น ผมเห็นว่าเป็นตรรกะที่ปัญญาอ่อนพอๆกับคนที่บอกว่า
เราชนะสงครามเพราะทหารเลว ไพร่พลคือวิรบุรุษตัวจริง แล้วเคยคิดบ้างมั้ยว่าใครที่วางแผน ใครที่ต้องบริหารทรัพยากร ใครที่ต้องคอย
ควบคุมทุกอย่างให้ผ่านไปด้วยดี แม่ทัพครับ ไพร่พลนั้นนสำคัญ แต่วีรบุรุษตัวจริงคือแม่ทัพที่เป็นทุกอย่างของกองทัพต่างหาก

ปล.
ผมเคยได้ยินหมาบางตัว ในเว็บบอกว่า พวกไพร่พลทุกคนสร้างชาติมา ไม่ต้องไปเชื่อเรื่องแต่งต่างๆนานา ผมก็จะบอกเช่นกันว่า
วีรบุรุษผู้ทำให้มีประเทศไทยวันนี้คือเหล่าบุรพกษัตริย์ แม่ทัพนายกองผู้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้มีประเทศไทยทุกวันนี้

ผู้สร้างชาติคือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ผู้สร้างชาติคือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ผู้สร้างชาติคือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ผู้สร้างชาติคือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท

เรามีแผ่นดินอยู่ทุกวันนี้เพราะราชวงศ์จักรี

User avatar
Gop
 
Posts: 837
Joined: Sun Jun 27, 2010 4:13 pm

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby amplepoor » Thu Aug 04, 2011 11:46 pm

ทีนี้ผมจะออกความเห็นทางการเมืองบ้างละ
บแเรียนจากนิทานเรื่องสามก๊กนี้ มันบอกสัจจธรรมอยู่อย่างหนึ่งว่า
ผู้ปกครองที่ทรราชย์ ประชาชนหรือใครก็ได้ มีสิทธิ์ที่จะโค่นล้ม เป็นเช่นนี้มาไม่เคยเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันก็เกิดที่ลิเบีย

แต่ที่คุณอยากจะล้มเจ้าในประเทศไทยนี่ ถามหน่อยว่าเจ้าของเราเป็นทรราชย์หรือ คำตอบคือเปล่า แต่เจ้าของเราเป็นกษัตริย์ที่มหัศจรรย์ เป็นที่ยกย่องในประวัติศาสตร์สมัยใหม
ที่สำคัญคือ จะทรงเป็นทรราชย์ไม่ได้เพราะทรงอยู่ใต้กฏหมาย และปราศจากอำนาจทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

คนที่จะเป็นทรราชย์ได้นั้น เงื่อนไขแรกเลย คือต้องทำผิดกฏหมาย
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง
ตามมาด้วยการใช้อำนาจเป็นธรรม
และปิดท้ายด้วยการเข่นฆ่าประชาชน

ทรราชย์ทักษิณนั้น เข้าตำราครบทุกข้อ

1 ละเมิดกฏหมาย ละเมิดตั้งแต่ยังไม่ได้เล่นการเมือง ด้วยการซุกหุ้นให้มหาชนเข้าใจผิดว่า แม่บ้าน คนรถ ยาม ของตัวเองรวยติดอันดับประเทศไทย เมื่อมาเป็นนักการเมือง ก็ยังแจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จแก่ประชาชนอีก

2 เป็นนักการเมืองแล้ว ก็หาประโยชน์จากนโยบายโดยอาศัยข้อมูลภายใน ตัวอย่างแรกๆ ก็ตั้งแต่อาศัยความเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ บินเจ็ตส่วนตัวไปพม่า ได้สัมปทานมาให้บริษัทตัวเอง ต่อมาก็มีส่วนทำให้ประเทศล่มจมด้วยการทำสงครามค่าเงิน จนทั้งประเทศฉิบหายหมด ยกเว้นเครือข่ายตัวเอง ที่รวยเอาๆ

3 เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ใช้การโกหกหลอกลวง เพื่อสร้างคะแนนนิยม ร่วมไปกับการส่งบริวารเข้ากุมอำนาจหน่วยงานสำคัญๆทั้งหลาย เอื้อให้มีการโกงกินในระดับนโยบาย ทั้งโกงโดยตรงเช่นการซื้อที่ดินรัชดา หรือโกงทั้งโครงการ กลายเป็นคดีมากมาย ที่รอการพิพากษาอยู่ในขณะนี้

4 เพื่อรักษาอำนาจ ได้ใช้นโยบายอำมหิต เข่นฆ่าประชาชนของตนเองไปหลายพันศพ และทำให้เกิดสงครามก่อการร้ายที่ภาคใต้ จนมีผู้เสียชีวิตอีกกว่าสี่พันคน เดือดร้อนนับหมื่นแสน โดยอ้างแต่เพียงว่าใช้นโยบายผิด ซึ่งเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น ที่จริงต้องขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ

5 เพื่อรักษาอำนาจ ได้กระทำการละเมิดกฏหมายและรัฐธรรมนูญหลายประการ จนเกิดการเลือกตั้งที่เลวร้าย อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนที่จะถูกยึดอำนาจ

6 เพื่อกลับสู่อำนาจ ได้สนับสนุนให้เกิดการก่อการร้ายกองโจรเสื้อแดงป่วนประเทศ เป็นเวลา 3 ปี แม้เมื่อชนะการเลือกตั้งแล้ว ก็ยังทำผิดกฏหมายต่อไปอย่างไม่ละอายแก่บาป กำกับการให้พรรคการเมืองทำงานให้ตัวเองทั้งที่เป็นผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อย่างน่าด้านที่สุด

7 ประมวลหลักฐานมาโดยสังเขปเช่นนี้แล้ว ก็ชอบที่จะมีผู้โค่นล้มอำนาจของบุคคลผู้นี้เสีย เพื่อสถาปนาประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการที่ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเลย ตรงกันข้าม ถ้าเป็นสาธารณะรัฐหรือการปกครองรูปแบบอื่น ที่ไร้ซึ่งพระมหากษัตริย์แล้ว


การเข่นฑ่าทรราชย์อย่างนี้ จะเกิดขึ้นง่าย เร็ว และประสบผลสำเร็จมากกว่าที่คมช. ทำเมื่อปี 2549 มากมายหลายเท่า

บทเรียนจากสามก๊ก บอกเราว่า ถ้าเจอทรราชย์ ให้ประชาชนรวมตัวกันโค่นล้มมัน








อยากลองใหมล่ะ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: สามก๊ก: ต่างอ้างจงรักภักดี สุดท้ายล้มล้างฮ่องเต้

Postby Bookmarks » Fri Aug 05, 2011 12:28 am

== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล ==

User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Next

Return to สภากาแฟ