ไร้สีไร้กลิ่น wrote:แล้วที่นักลงทุนเค้ามั่นใจเพราะอะไรล่ะครับ เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปไม่ทันไร พากันมั่นใจมากมายขนาดนั้นเลย(ถ้านักลงทุนเท่าปี 2009 ค่า GDP มันพุ่งไปเกินได้ไง)
แล้วสำนักไหนที่คิดค่า GDP เฉลี่ยบ้างครับ

Arctinurus wrote:ไร้สีไร้กลิ่น wrote:แล้วที่นักลงทุนเค้ามั่นใจเพราะอะไรล่ะครับ เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปไม่ทันไร พากันมั่นใจมากมายขนาดนั้นเลย(ถ้านักลงทุนเท่าปี 2009 ค่า GDP มันพุ่งไปเกินได้ไง)
แล้วสำนักไหนที่คิดค่า GDP เฉลี่ยบ้างครับ
ที่กลัวที่สุดคือกลัวปฏิวัติ กลัวถูกนานาชาติบอยคอต และจะนำไปสู่การปิดประเทศแบบพม่า การค้าระหว่างประเทศจะถดถอย
แต่พอเขาเห็นว่าวิกฤตการเมืองผ่านความรุนแรงสูงสุดขนาดเผาบ้านเผาเมืองกันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิวัติเกิดขึ้น ก็วางใจ
สำนักดังๆที่คิด GDP ได้แก่ เจพีมอร์แกน กับ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์
phoeniix wrote:คุณ Arctinurus ขอถามต่อ
1. ในเมื่อคิดแบบปีต่อปี แล้วทำไมคุณถึงมาบวกรวมทุกปี
2. ปัจจัยอะไรบ้างที่คุณบอกว่า มันอั้นไว้ในปี 2009
แล้วปัจจัยเหล่านั้นในปี 2010 ยังมีอยู่หรือเปล่า
ถ้ายังมี มันมีผลต่อการเพิ่มหรือลดค่า GDP หรือไม่
เพื่อนร่วมชาติ wrote:
พี่ไม่ได้มีปัญหากับการคิด GDP เทียบกับปีก่อนหรอก
แต่อย่างที่พี่บอกไปแล้ว GDP มันแค่องค์ประกอบอย่างหนึ่ง ในองค์ประกอบมากมาย
ตารางนี้ที่คุณ aassddff เอามาแสดงน่ะ มันครอบคลุมมากกว่า แม้จะไม่ทั้งหมด
เพราะไม่ได้ใส่ตัวแปรเรื่องเงินเฟ้อ เรื่องลัทธิอุบาทว์ก่อจลาจล
แล้วก็ไม่ได้ย้อนไปถึงสมัยที่พ่อแม้วของน้องโชว์ฝีมือครั้งแรกในฐานะรองนายกฯเศรษฐกิจ ทำเศรษฐกิจไทยพินาศฉิบหายจนต้องเข้าไอเอ็มเอฟ
แต่ที่อยากจะให้ดูในตารางนี้คือ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ที่ลัทธิอุบาทว์ชอบท่องบทสวดมนต์ว่ามาร์คกู้มากที่สุด
NPL รวม และสัดส่วน NPL ที่มีสาวกลัทธิอุบาทว์อีกคนมาบอกว่า การช่วยลูกหนี้นอกระบบของกรณ์ทำให้ NPL บาน
ดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ไม่รู้นายกเทวดาตัวไหนมันทำขาดดุลไว้เป็นตัวแดง
รวมทั้งอัตราว่างงาน
เอาล่ะ มององค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วยแล้วน้องคิดไง
แม้วเป็นเทวดา เมพสุดในสามโลกอยู่มั้ย
เพื่อนร่วมชาติ wrote:Arctinurus wrote:ไร้สีไร้กลิ่น wrote:แล้วที่นักลงทุนเค้ามั่นใจเพราะอะไรล่ะครับ เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปไม่ทันไร พากันมั่นใจมากมายขนาดนั้นเลย(ถ้านักลงทุนเท่าปี 2009 ค่า GDP มันพุ่งไปเกินได้ไง)
แล้วสำนักไหนที่คิดค่า GDP เฉลี่ยบ้างครับ
ที่กลัวที่สุดคือกลัวปฏิวัติ กลัวถูกนานาชาติบอยคอต และจะนำไปสู่การปิดประเทศแบบพม่า การค้าระหว่างประเทศจะถดถอย
แต่พอเขาเห็นว่าวิกฤตการเมืองผ่านความรุนแรงสูงสุดขนาดเผาบ้านเผาเมืองกันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิวัติเกิดขึ้น ก็วางใจ
สำนักดังๆที่คิด GDP ได้แก่ เจพีมอร์แกน กับ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์
ขอหลักฐานหน่อยน้อง
ที่บอกว่านักลงทุนกลัวไทยจะถึงขั้นปิดประเทศแบบพม่า
กลัวปฏิวัติอาจจะมี กลัวนานาชาติบอยคอตอาจจะมี แต่พี่ว่าไม่เยอะ
แต่กลัวจะถึงขั้นปิดประเทศแบบพม่านี่พี่ไม่เคยเห็นหลักฐาน
Arctinurus wrote:เพื่อนร่วมชาติ wrote:Arctinurus wrote:ไร้สีไร้กลิ่น wrote:แล้วที่นักลงทุนเค้ามั่นใจเพราะอะไรล่ะครับ เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปไม่ทันไร พากันมั่นใจมากมายขนาดนั้นเลย(ถ้านักลงทุนเท่าปี 2009 ค่า GDP มันพุ่งไปเกินได้ไง)
แล้วสำนักไหนที่คิดค่า GDP เฉลี่ยบ้างครับ
ที่กลัวที่สุดคือกลัวปฏิวัติ กลัวถูกนานาชาติบอยคอต และจะนำไปสู่การปิดประเทศแบบพม่า การค้าระหว่างประเทศจะถดถอย
แต่พอเขาเห็นว่าวิกฤตการเมืองผ่านความรุนแรงสูงสุดขนาดเผาบ้านเผาเมืองกันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิวัติเกิดขึ้น ก็วางใจ
สำนักดังๆที่คิด GDP ได้แก่ เจพีมอร์แกน กับ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์
ขอหลักฐานหน่อยน้อง
ที่บอกว่านักลงทุนกลัวไทยจะถึงขั้นปิดประเทศแบบพม่า
กลัวปฏิวัติอาจจะมี กลัวนานาชาติบอยคอตอาจจะมี แต่พี่ว่าไม่เยอะ
แต่กลัวจะถึงขั้นปิดประเทศแบบพม่านี่พี่ไม่เคยเห็นหลักฐาน
เด็กแก่แดด
ลองนึกดู ถ้าเกิดปฏิวัติแล้วเสื้อแดงสู้ไม่ถอยแบบประชาชนในตะวันออกกลาง
เกิดทหารฆ่าประชาชนที่ต่อต้านล้มตายมากมาย สุดท้านต่างชาติก็จะเข้าแทรกแซง
มาตรการที่เป็นมาตรฐานของเขาคือ บอยคอตทางการค้า
แล้วถ้าทหารไทยฮึด ไม่ยอมอ่อนข้อกับต่างชาติแบบพม่าละ สุดท้ายก็อาจจะปิดระเทศ
ปล.วันนี้พอแค่นี้ครับ
Arctinurus wrote:เพื่อนร่วมชาติ wrote:Arctinurus wrote:ไร้สีไร้กลิ่น wrote:แล้วที่นักลงทุนเค้ามั่นใจเพราะอะไรล่ะครับ เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปไม่ทันไร พากันมั่นใจมากมายขนาดนั้นเลย(ถ้านักลงทุนเท่าปี 2009 ค่า GDP มันพุ่งไปเกินได้ไง)
แล้วสำนักไหนที่คิดค่า GDP เฉลี่ยบ้างครับ
ที่กลัวที่สุดคือกลัวปฏิวัติ กลัวถูกนานาชาติบอยคอต และจะนำไปสู่การปิดประเทศแบบพม่า การค้าระหว่างประเทศจะถดถอย
แต่พอเขาเห็นว่าวิกฤตการเมืองผ่านความรุนแรงสูงสุดขนาดเผาบ้านเผาเมืองกันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิวัติเกิดขึ้น ก็วางใจ
สำนักดังๆที่คิด GDP ได้แก่ เจพีมอร์แกน กับ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์
ขอหลักฐานหน่อยน้อง
ที่บอกว่านักลงทุนกลัวไทยจะถึงขั้นปิดประเทศแบบพม่า
กลัวปฏิวัติอาจจะมี กลัวนานาชาติบอยคอตอาจจะมี แต่พี่ว่าไม่เยอะ
แต่กลัวจะถึงขั้นปิดประเทศแบบพม่านี่พี่ไม่เคยเห็นหลักฐาน
เด็กแก่แดด
ลองนึกดู ถ้าเกิดปฏิวัติแล้วเสื้อแดงสู้ไม่ถอยแบบประชาชนในตะวันออกกลาง
เกิดทหารฆ่าประชาชนที่ต่อต้านล้มตายมากมาย สุดท้านต่างชาติก็จะเข้าแทรกแซง
มาตรการที่เป็นมาตรฐานของเขาคือ บอยคอตทางการค้า
แล้วถ้าทหารไทยฮึด ไม่ยอมอ่อนข้อกับต่างชาติแบบพม่าละ สุดท้ายก็อาจจะปิดระเทศ
ปล.วันนี้พอแค่นี้ครับ
Arctinurus wrote:ไร้สีไร้กลิ่น wrote:เปรียบเหมือนการดูความสูงของเด็ก 2 คน
เด็กคนนึงดูช่วง 6 ปี สูงแต่ละปีดังนี้ 140 150 155 160 162 163 เฉลี่ย 155 เด็กอีกคน 130 170 เฉลี่ย 150
ถามว่าใครสูงกว่า
ถามว่าใครสูงเร็วกว่ากัน
แล้วจะเอาค่าเฉลี่ยมาทำไม
เนื่องจากเราพูดถึง GDP % growth rate การเปรียบเทียบที่ใกล้เคียงควรต้องมองที่ประเด็น สูงเร็วกว่า
แต่จริงๆแล้วเป็นเด็กคนเดียวกัน เพียงแต่แยกเป็นสองช่วงเวลา ช่วงอายุ 8-14 ปี กับช่วงอายุ 15-16 ปี
ช่วงแรก กินอาหารเสริมยี่ห้อแม้ว ต่อมาเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้อมาร์ค
ช่วงที่กินอาหารเสริมตราแม้ว มีอัตราการเพิ่มส่วนสูงในแต่ละปีดังนี้ 4.3cm, 4.5cm, 6.1cm , 5.2 cm , 4.5cm , 4.8cm
ช่วงที่เปลี่ยนไปกินอาหารเสริมตรามาร์ค มีอัตราการเพิ่มส่วนสูงในแต่ละปีดังนี้ 2.4cm, 3.0cm
แล้วอาหารเสริมยี่ห้อไหนดีกว่ากัน
ในเมื่อช่วงเวลาที่เก็บข้อมูลยาวไม่เท่ากัน ก็ควรต้องมองที่ค่าเฉลี่ยของการเติบโตในแต่ละปี
Arctinurus wrote:ไร้สีไร้กลิ่น wrote:แล้วที่นักลงทุนเค้ามั่นใจเพราะอะไรล่ะครับ เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปไม่ทันไร พากันมั่นใจมากมายขนาดนั้นเลย(ถ้านักลงทุนเท่าปี 2009 ค่า GDP มันพุ่งไปเกินได้ไง)
แล้วสำนักไหนที่คิดค่า GDP เฉลี่ยบ้างครับ
ที่กลัวที่สุดคือกลัวปฏิวัติ กลัวถูกนานาชาติบอยคอต และจะนำไปสู่การปิดประเทศแบบพม่า การค้าระหว่างประเทศจะถดถอย
แต่พอเขาเห็นว่าวิกฤตการเมืองผ่านความรุนแรงสูงสุดขนาดเผาบ้านเผาเมืองกันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิวัติเกิดขึ้น ก็วางใจ
สำนักดังๆที่คิด GDP ได้แก่ เจพีมอร์แกน กับ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์
