ปรีดี แฮททริค

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sat Oct 01, 2011 9:00 pm

weshare wrote:
sanddolphin wrote:
weshare wrote:ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้นหรอกค่ะ เอาแค่ข้อความทาง ปวศ.ข้างบนก็พอ

ที่โค้ทมาข้างบนเป็นหลักฐานชัดเจนจากประวัติศาสตร์มิใช่หรือ
ไม่เห็นจำเป็นต้องตีความนี่อะไรนี้คะ ชัดออกอย่างนั้น
รึว่าถ้ายึดตามตัวอักษรทาง ปวศ.มันตรงเกินไป บิดเบือนไม่ได้
จนต้องมีการตีความเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์แห่งตน


ข้อความที่ชัดเจนยังมีอีกเยอะแยะ อย่างเช่นการที่ทักษิณชอบกล่าวว่า "ทำเพื่อประชาชน" ผมก็เชื่อเลยเพราะว่ามีหลักฐานชัดเจนมากว่ามันพูด และผมก็เลยแกล้ง "โง่" ไม่ดูสิ่งที่มันทำอย่างเช่นทุจริตเชิงนโยบาย ใช้อำนาจส่วนตนช่วยเมียซื้อที่ ฯลฯ ลืมตาหน่อยครับ

ไม่งั้นคงไม่มีคนมาคุยกันในกระทู้นี้หรอก


แทงใจดำหรือคะถึงได้ยกแล้วยกอีก :lol:
ขอบคุณที่ทำให้ได้คำตอบและเป้าหมาย
ปลายทางในตัวคุณชัดเจนมาก และคิดว่าป่วยการ
ที่จะเสวนาต่อ เสียเวลาเปล่าหาจุดบรรจบกันไม่ได้อยู่ดี


:lol: :lol: จั๊กกะจี้ครับ เถียงไม่ได้ก็บอกว่าเสวนาต่อไปหาจุดบรรจบไม่ได้ ผมไม่ได้จะไปบังคับบีบคอคุณให้เชื่อตามที่ผมบอกเกี่ยวกับการตีความทาง ปวศ แต่ก็ลองคิดเอาเองละกัน ถ้าทักษิณพูดอะไร คุณเชื่อมันเลยไหมละ ก็ไม่ ต้องมาวิเคราะห์นั่้นนี่
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sat Oct 01, 2011 10:43 pm

ขอเบรคสรุปประเด็นหน่อยนะครับ

ผมตั้งกระทู้เพื่อเสนอความเห็นว่า ปรีดีไม่มีวิญญานประชาธิปไตย เพราะเขายึดอำนาจ 3 หน และเขาไม่เคยลงเลือกตั้งเลย สมุดปกเหลืองเค้าโครงเศรษฐกิจก็ร่างโดยไม่เห็นหัวราษฎร

คุณดอนฝิ่นมาค้าน บอกว่าการยึดอำนาจทั้งสามครั้งมีเหตุผลรองรับ "ผมยังไม่เห็นการที่ปรีดีกระทำการ รปห ต่อ รบ ปชต เลย เรียนท่านแถลงไขด้วยเถิดครับ" แต่พอถามย้ำว่า 2475 เป็นเรื่องถูกต้อง/โค่นพระยามโนปกรณ์ฯ ก็เป็นเรื่องถูกต้อง/กบฎวังหลวง ก็เป็นเรื่องถูกต้อง/ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยก็ถูกต้อง .....ท่านก็โบ้ยไปว่า ไม่ได้พูดถึงถูกผิด แต่อยากรู้ว่า "ไอ้สามเหตุการณ์นั้น มันบอกว่าปรีดีขาดจิตวิญญาณปชต อย่างไรครับ" แล้วมีแถมอีกประโยตว่า

"ไม่ได้มีใครบอกว่าการวิเคราะห์คุณผิดเสียหน่อย"......จบยกที่หนึ่ง

ผมเริ่มตอบคำท้วงของดอนฝิ่น โดยบอกว่าเค้าโครงเศรศฐกิจของปรีดี ไม่ได้นึกถึงประชาชนเลย แกย้อนเอาว่าผมคงไม่เคยอ่านสมุดปกเหลืองกระมัง แล้วแกก็สรุปมาว่า "เค้าโครงดังกล่าวมุ่งที่จะัให้ รบ ใช้พันธบัตรซื้อที่ดินสำหรับการเพาะปลูกทั้งหมด ยกเว้นที่อยู่อาศัย = ชาวไร่กลายเป็นลูกจ้างของรัฐบาล ได้รับเงินเดือน รบ คุมการค้าที่ใหญ่ที่สุด (ข้าว) เป็นการตัดคนกลางคือ มันกระทบต่อขุนนางในระบอบเก่าซึ่งหลายๆคนมีพื้นฐานร่ำรวยมาจากที่ดิน สั้นๆก็คือ ไอ้เค้าโครงเนี้ยมันเน้น equality มากกว่า freedom มันมีแนวโน้มจะเป็นสังคมนิยมมากกว่า"

เพื่อจะถกกันให้ชัดเจน ผมลากลิ้งสำคัญมาวางสองชิ้น คือเค้าโครงเศรษฐกิจ กับบทวิเคราะห์พระราชวิจารณ์ของพระปกเกล้า(ตัวจริงผมนังหาลิ้งค์ไม่พบ แต่ได้โหลดเก็บไว้) ระหว่างนั้น การสนทนาหลุดประเด็นไปเป็นเรื่องปรีดีล้มหรือรักเจ้า ...แหะๆ จะว่าหลุดก็ไม่ชัดนัก เพราะมันเป็นสองด้านของเหรียญ ถ้าปรีดีรักเจ้า ก็คงไม่ปล่อยอะไรออกมาชนิดที่คนรักเจ้าอึดอัดใจ แต่จะถึงกับชังหรือไม่ั้นั้น เราต้องว่าไปตามเอกสาร

ปรากฏว่าประเด็นนี้ คุณดอนฝิ่นกัดไม่ปล่อย ไม่ว่าใครเอาอะไรมาวางแกจะต้องตีให้ตกให้ได้ แม้ว่าจะใช้ข้อมูลที่ผิดบ่อยๆ แต่โดยเป้าหมายก็คงชัดละครับ ว่ามาปัดลูกระเบิดที่มีคนโยนใส่ปรีดี "สรุป ท่านจะให้ปรีดีเกลียดเจ้าให้ได้ว่างั้น??? ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากทราบว่าเพราะเหตุใด (ต้องมีกรณีในโรงหนังแหงมๆ)"

ผมก็เลยยกคำประกาศคณะราษฎรมาให้อ่าน ซึ่งทำให้เห็นสเตปเทพของดอนฝิ่นว่า เทพโพงอมเท่านั้น เพราะแกแถว่า...."ก็แค่ร่้างปลุกใจกระมัง" พร้อมยกตัวอย่างกลบเกลื่อนถ้อยคำรุนแรงของปรีดีไปทางโน้นทีทางนี้ที ....แต่ดูเหมือนสมาชิกเสรีไทยที่ร่วมสนทนาจะไม่ค่อยหลงกล แกก็เลยตัดบท ขอไปนอนตอนตีสี่ (ผมคั้งกระทู้ตอนสามทุ่มครึ่ง เรียกว่าคุยกันลิมวันลืมคืนเลย)

พอบ่ายโมงครึ่ง ดอนฝิ่นก็มาปกป้องปรีดีต่อ แกอธิบายความชอบธรรมของคำประกาศนี้หลายประเด็น นี่คือคำสรุป

"จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าถ้าจากปราศจากการปลุกใจโดยประกาศฯ ฉบับที่ 1 กำลังเพียงไม่กี่เหล่าของคณะราษฎร ก็อาจจะไม่สามารถกระทำการอันใดได้เลย ผู้คนในเวลานั้นก็ยังคงภักดีอยู่เสมอเป็นเนืองนิจ คิดในแง่ของผู้กระทำการแล้ว ก็ึควรอยู่ที่จะประกาศก่อให้เกิดความฮึกเหิม ถ้าหากว่าเกิดการต่อสู้กัน"

แต่มีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับอารมณ์ของคุณดอนฝิ่นแฮะ เพราะคุยกับคุณ weshare และคุณ PettyCash ไม่กี่รีพลาย แกก็หลุดคำสุภาพออกมา...."ถ้าหลักฐานทาง ปวศ "ที่คุณว่า" บอกมาอย่างนี้= เจตนาของผู้ร่างคืออย่างนี้เปะๆ ไม่ต้องตีความ HA เหวอะไรทั้งสิ้น ..............ตลก "ชิหาย" เลยว่ะ .....ประทานโทษเถอะ ปัญญาชนใช้เหตุผลครับ คุณไม่เห็นด้วยกับผม ผมก็ไม่ได้ไปด่าพ่อล่อแม่คุณ ถ้าคุณเล่นโยนขี้ใส่ผมอย่างนี้ คุณต่าง HAA อะไรกับพวก "หมาแดง" ? พวกนี้ใครวิจารณ์ก็ปาขวดใส่" (ผมตัดประโยคมาลงต่อกัน เพื่อให้เห็นความรุนแรงในสำนวน ส่วนคู่สนทนาทั้งสองใช้ภาษาไทยธรรมดา ไม่มี Four-letter word

ก็ขอปักหมุดตรงนี้ว่า รู้สึกผิดหวังในท่าทีสนทนาของคุณดอนฝิ่นอยู่บ้าง เพราะทั้ง คุณ weshare และคุณ PettyCash นั้น ไม่ได้ทำอะไรที่ควรจะถูกตอบกลับว่า HA เหว ตลก "ชิหาย" เลยว่ะ ...ด่าพ่อล่อแม่คุณ คุณเล่นโยนขี้ใส่ผม....

และขอสรุปอีกหน่อยว่า ประเด็นได้เคลื่อนจ่ากที่ผมเริ่มคือปรีดีไม่มีวิญญานประชาธิปไตย กลายเป็นเรื่องคำประกาศคณะราษฎรนั้น มีเหตุมีผลของมันรองรับ

เอาละ เมื่อคุยรายละเอียดกันมาอย่างนี้ คงต้องเชิญคนที่อยู่ในเหตุการณ์มาร่วมวงด้วยดีกว่า

ยุทธการยึดเมือง ป ฏิ วั ติ ส ย า ม ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
http://sarakadee.com/feature/1999/06/index.htm
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby คนบาป » Sat Oct 01, 2011 10:57 pm

ผมบอกสั้นๆ ว่า ปรีดีเป็นหัวหน้าคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน

ก็ตอกย้ำ ถ้อยแถลงประกาศของคณะราษฎร ก็คือผ่านความเห็นชอบของท่านปรีดี

ผมมีความเห็นแค่นี้ และยืนยันตามเอกสารเท่านั้น ผมไม่ค่อยมองกว้างมองใกล หรอไปหาหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ

เพราะหลักฐานหลักมันก็อยู่ในประกาศนั้นแล้ว

อีกเรื่องสำหรับการแสวงหาอำนาจ ใครล่ะทำการปฏิวัติจนได้ชื่อกบฎวังหลวง จนสุดท้ายก็ไม่มีแผ่นดินอยู่

ถ้าหากมีชื่อใครเป็นหัวหน้า คนนั้นก็หาใช่คนที่ชื่นชอบประชาธิปไตยไม่

ผมเบื่อพวกแทงกั๊กครับ
User avatar
คนบาป
 
Posts: 13482
Joined: Fri Nov 19, 2010 3:52 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby Bookmarks » Sat Oct 01, 2011 11:40 pm

จากที่อ่านๆ ดูเหมือน ลูกสาวปรีดี จะไม่รู้ตัวว่า พ่อตัวเอง เป็นกบฎ และนักปฎิวัติ รัฐประหาร และคงคิดว่า คนไทย ก็ไม่รู้ว่าพ่อมันไม่ดี
User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sat Oct 01, 2011 11:41 pm

amplepoor wrote:ขอเบรคสรุปประเด็นหน่อยนะครับ

ผมตั้งกระทู้เพื่อเสนอความเห็นว่า ปรีดีไม่มีวิญญานประชาธิปไตย เพราะเขายึดอำนาจ 3 หน และเขาไม่เคยลงเลือกตั้งเลย สมุดปกเหลืองเค้าโครงเศรษฐกิจก็ร่างโดยไม่เห็นหัวราษฎร

คุณดอนฝิ่นมาค้าน บอกว่าการยึดอำนาจทั้งสามครั้งมีเหตุผลรองรับ "ผมยังไม่เห็นการที่ปรีดีกระทำการ รปห ต่อ รบ ปชต เลย เรียนท่านแถลงไขด้วยเถิดครับ" แต่พอถามย้ำว่า 2475 เป็นเรื่องถูกต้อง/โค่นพระยามโนปกรณ์ฯ ก็เป็นเรื่องถูกต้อง/กบฎวังหลวง ก็เป็นเรื่องถูกต้อง/ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยก็ถูกต้อง .....ท่านก็โบ้ยไปว่า ไม่ได้พูดถึงถูกผิด แต่อยากรู้ว่า "ไอ้สามเหตุการณ์นั้น มันบอกว่าปรีดีขาดจิตวิญญาณปชต อย่างไรครับ" แล้วมีแถมอีกประโยตว่า

"ไม่ได้มีใครบอกว่าการวิเคราะห์คุณผิดเสียหน่อย"......จบยกที่หนึ่ง

ผมเริ่มตอบคำท้วงของดอนฝิ่น โดยบอกว่าเค้าโครงเศรศฐกิจของปรีดี ไม่ได้นึกถึงประชาชนเลย แกย้อนเอาว่าผมคงไม่เคยอ่านสมุดปกเหลืองกระมัง แล้วแกก็สรุปมาว่า "เค้าโครงดังกล่าวมุ่งที่จะัให้ รบ ใช้พันธบัตรซื้อที่ดินสำหรับการเพาะปลูกทั้งหมด ยกเว้นที่อยู่อาศัย = ชาวไร่กลายเป็นลูกจ้างของรัฐบาล ได้รับเงินเดือน รบ คุมการค้าที่ใหญ่ที่สุด (ข้าว) เป็นการตัดคนกลางคือ มันกระทบต่อขุนนางในระบอบเก่าซึ่งหลายๆคนมีพื้นฐานร่ำรวยมาจากที่ดิน สั้นๆก็คือ ไอ้เค้าโครงเนี้ยมันเน้น equality มากกว่า freedom มันมีแนวโน้มจะเป็นสังคมนิยมมากกว่า"

เพื่อจะถกกันให้ชัดเจน ผมลากลิ้งสำคัญมาวางสองชิ้น คือเค้าโครงเศรษฐกิจ กับบทวิเคราะห์พระราชวิจารณ์ของพระปกเกล้า(ตัวจริงผมนังหาลิ้งค์ไม่พบ แต่ได้โหลดเก็บไว้) ระหว่างนั้น การสนทนาหลุดประเด็นไปเป็นเรื่องปรีดีล้มหรือรักเจ้า ...แหะๆ จะว่าหลุดก็ไม่ชัดนัก เพราะมันเป็นสองด้านของเหรียญ ถ้าปรีดีรักเจ้า ก็คงไม่ปล่อยอะไรออกมาชนิดที่คนรักเจ้าอึดอัดใจ แต่จะถึงกับชังหรือไม่ั้นั้น เราต้องว่าไปตามเอกสาร

ปรากฏว่าประเด็นนี้ คุณดอนฝิ่นกัดไม่ปล่อย ไม่ว่าใครเอาอะไรมาวางแกจะต้องตีให้ตกให้ได้ แม้ว่าจะใช้ข้อมูลที่ผิดบ่อยๆ แต่โดยเป้าหมายก็คงชัดละครับ ว่ามาปัดลูกระเบิดที่มีคนโยนใส่ปรีดี "สรุป ท่านจะให้ปรีดีเกลียดเจ้าให้ได้ว่างั้น??? ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากทราบว่าเพราะเหตุใด (ต้องมีกรณีในโรงหนังแหงมๆ)"

ผมก็เลยยกคำประกาศคณะราษฎรมาให้อ่าน ซึ่งทำให้เห็นสเตปเทพของดอนฝิ่นว่า เทพโพงอมเท่านั้น เพราะแกแถว่า...."ก็แค่ร่้างปลุกใจกระมัง" พร้อมยกตัวอย่างกลบเกลื่อนถ้อยคำรุนแรงของปรีดีไปทางโน้นทีทางนี้ที ....แต่ดูเหมือนสมาชิกเสรีไทยที่ร่วมสนทนาจะไม่ค่อยหลงกล แกก็เลยตัดบท ขอไปนอนตอนตีสี่ (ผมคั้งกระทู้ตอนสามทุ่มครึ่ง เรียกว่าคุยกันลิมวันลืมคืนเลย)

พอบ่ายโมงครึ่ง ดอนฝิ่นก็มาปกป้องปรีดีต่อ แกอธิบายความชอบธรรมของคำประกาศนี้หลายประเด็น นี่คือคำสรุป

"จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าถ้าจากปราศจากการปลุกใจโดยประกาศฯ ฉบับที่ 1 กำลังเพียงไม่กี่เหล่าของคณะราษฎร ก็อาจจะไม่สามารถกระทำการอันใดได้เลย ผู้คนในเวลานั้นก็ยังคงภักดีอยู่เสมอเป็นเนืองนิจ คิดในแง่ของผู้กระทำการแล้ว ก็ึควรอยู่ที่จะประกาศก่อให้เกิดความฮึกเหิม ถ้าหากว่าเกิดการต่อสู้กัน"

แต่มีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับอารมณ์ของคุณดอนฝิ่นแฮะ เพราะคุยกับคุณ weshare และคุณ PettyCash ไม่กี่รีพลาย แกก็หลุดคำสุภาพออกมา...."ถ้าหลักฐานทาง ปวศ "ที่คุณว่า" บอกมาอย่างนี้= เจตนาของผู้ร่างคืออย่างนี้เปะๆ ไม่ต้องตีความ HA เหวอะไรทั้งสิ้น ..............ตลก "ชิหาย" เลยว่ะ .....ประทานโทษเถอะ ปัญญาชนใช้เหตุผลครับ คุณไม่เห็นด้วยกับผม ผมก็ไม่ได้ไปด่าพ่อล่อแม่คุณ ถ้าคุณเล่นโยนขี้ใส่ผมอย่างนี้ คุณต่าง HAA อะไรกับพวก "หมาแดง" ? พวกนี้ใครวิจารณ์ก็ปาขวดใส่" (ผมตัดประโยคมาลงต่อกัน เพื่อให้เห็นความรุนแรงในสำนวน ส่วนคู่สนทนาทั้งสองใช้ภาษาไทยธรรมดา ไม่มี Four-letter word

ก็ขอปักหมุดตรงนี้ว่า รู้สึกผิดหวังในท่าทีสนทนาของคุณดอนฝิ่นอยู่บ้าง เพราะทั้ง คุณ weshare และคุณ PettyCash นั้น ไม่ได้ทำอะไรที่ควรจะถูกตอบกลับว่า HA เหว ตลก "ชิหาย" เลยว่ะ ...ด่าพ่อล่อแม่คุณ คุณเล่นโยนขี้ใส่ผม....

และขอสรุปอีกหน่อยว่า ประเด็นได้เคลื่อนจ่ากที่ผมเริ่มคือปรีดีไม่มีวิญญานประชาธิปไตย กลายเป็นเรื่องคำประกาศคณะราษฎรนั้น มีเหตุมีผลของมันรองรับ

เอาละ เมื่อคุยรายละเอียดกันมาอย่างนี้ คงต้องเชิญคนที่อยู่ในเหตุการณ์มาร่วมวงด้วยดีกว่า

ยุทธการยึดเมือง ป ฏิ วั ติ ส ย า ม ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
http://sarakadee.com/feature/1999/06/index.htm


เฮ้ย amplepoor ผมโคตรผิดหวังปนหัวเราะเลยว่ะครับ :lol: :lol: นี่คุณเอาอะไรมาพูดเนี่ย หาว่าผมตัดบทไปนอนบ้าง หาว่าผมแถไปนั่นไปนี่บ้าง เจ๋งดีครับชอบ :lol: :lol: ผมบอกแล้วผมไม่ใ่้ส่ใจอยู่แล้ว คุณจะมองปรีดีว่ามันเกลียดเจ้าก็เรื่องของคุณ ผมเองไม่ได้บอกว่ามันเกลียดหรือไม่เกลียดก็เพราะผมไม่รู้ และก็ไม่อยากไปใส่ความเขาด้วย และผมก็แสดงความเห็นส่วนตัวว่าคงเป็นเพียงแค่ "การปลุกใจละมั้ง" เพราะว่า...(เขียนไปเยอะละ) ก็เท่านั้นเอง อะไรที่คุณตอบไม่ได้หรือไม่ตอบหรือแถหรืออะไรหยุมหยิมๆผมยังไม่เห็นจะใส่ใจ ส่วนผมข้อมูลคลาดเคลื่อนอย่างกรณี องคมนตรี หรือว่า รัฐมนตรี ผมก็ชี้แจงและขออภัยทุกครั้ง ไม่เห็นต้องมาจิ้มผู้ร่วมแลกเปลี่ยนแบบอื่นซึ่งนอกเหนือจะเนื้อหาแบบที่หลายๆคนชอบทำเลยเช่น "สเตปเทพของดอนฝิ่นว่า เทพโพงอมเท่านั้น " หรือบอกว่า คุยกันมาหลายชั่วโมง แหมคุณนั่นมันดึกมากแล้วนะน่ะ ผมอ่านหนังสือมากสุดก็แค่ ตีสองผมก็ต้องนอนตื่นหกโมงเช้าละั เห็นวันเสาร์ผมไม่มีกิจเร่งรีบผมก็คุยๆไปเพราะนานๆทีจะว่างมาแลกเปลี่ยน อีกอย่างคู่สนทนาของผม เขาก็ใช้คำหยาบต่อจากผมนี่ครับ ผมไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว เพราะพิมพ์สนุกๆ ไม่ได้พิมพ์เพื่อจะด่า :lol: :lol:

ย้ำอีกทีนะท่าน ผมไม่ได้ปกป้องปรีดี เพราะไม่รู้จะปกป้องทำ HAA อะไร (ก่อนหน้านี้ผมใช้คำประเภทนี้หลายครั้งแล้วนะ อิๆ) ปกป้องไปผมก็ไม่เห้นรวยขึ้นมาเลย ปกป้องไปก็มีแต่คนมาด่า แต่ถ้าคุณจะมองว่าผมดีเฟนด์ปรีดี มันก็เรื่องของคุณ ผมรู้ของผมเองไม่แคร์ว่ะ :lol: :lol:
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby ดราม่า » Sat Oct 01, 2011 11:45 pm

Bookmarks wrote:จากที่อ่านๆ ดูเหมือน ลูกสาวปรีดี จะไม่รู้ตัวว่า พ่อตัวเอง เป็นกบฎ และนักปฎิวัติ รัฐประหาร และคงคิดว่า คนไทย ก็ไม่รู้ว่าพ่อมันไม่ดี


ผมว่าอ.ปรีดี เป็นคนดีไม่คดโกงชาติแน่นอน แต่ถ้าคนจะไม่ชอบก็ตรงที่อุดมการณ์ ผลงานของ อ.ปรีดี คือ กลุ่มเสรีไทยครับ

ไม่เหมือนสมัยนี่ที่พวกนักอุดมการณ์ นักประท้วงที่แตะไปตรงไหนมีแต่โกงกิน มีแต่พวกสู้แล้วรวย จอมปลอมทั้งนั้น
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ"
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์


สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก

"กฎหมายภาษีที่ดินเป็นหัวใจของการแก้ปัญหาช่องว่างรายได้"
User avatar
ดราม่า
 
Posts: 1670
Joined: Mon Jan 10, 2011 2:37 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sat Oct 01, 2011 11:49 pm

คนบาป wrote:ผมบอกสั้นๆ ว่า ปรีดีเป็นหัวหน้าคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน

ก็ตอกย้ำ ถ้อยแถลงประกาศของคณะราษฎร ก็คือผ่านความเห็นชอบของท่านปรีดี

ผมมีความเห็นแค่นี้ และยืนยันตามเอกสารเท่านั้น ผมไม่ค่อยมองกว้างมองใกล หรอไปหาหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ

เพราะหลักฐานหลักมันก็อยู่ในประกาศนั้นแล้ว

อีกเรื่องสำหรับการแสวงหาอำนาจ ใครล่ะทำการปฏิวัติจนได้ชื่อกบฎวังหลวง จนสุดท้ายก็ไม่มีแผ่นดินอยู่

ถ้าหากมีชื่อใครเป็นหัวหน้า คนนั้นก็หาใช่คนที่ชื่นชอบประชาธิปไตยไม่

ผมเบื่อพวกแทงกั๊กครับ


เข้าใจว่า รปห นั้นทำต่อ จอมพล ป. ที่มีแนวโน้มว่าไม่ใช่ ปชต เพราะไปจี้ ควงออกจากตำแหน่ง (ตาม ปวศ กระแสหลัก)
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sat Oct 01, 2011 11:55 pm

แต่ปรีดีก็อาจจะแสวงอำนาจจริงๆก็ได้ โดยที่จุดมุ่งหมายที่จะ รปห ในปี 2492 นั้นเพื่อจะเสพย์อำนาจต่อ ปรีดีมันก็คนเนี่ยละครับ มันอาจจะไม่ได้มี จิตวิญญาณ ปชต จริงๆก็ได้
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby Classic » Sun Oct 02, 2011 12:13 am

ขอแทรกประเด็นปลีกย่อยเรื่องราชสกุลมหิดล

พระราชวงศ์สายสมเด็จพระนางเจ้าฯเสาวภาผ่องศรีท่านได้ครองราชบัลลังค์ครบทั้งสายแล้ว
สายถัดมาที่มี priority ในการสืบสันตติวงศ์คือ พระราชวงศ์ที่สืบสกุลจากสมเด็จพระพันวษาอัยยิกาเจ้า ซึ่งเป็นพระมเหสีลำดับรองลงมา
นั่นคือสายเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช
User avatar
Classic
 
Posts: 51
Joined: Mon Jul 25, 2011 9:16 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sun Oct 02, 2011 12:46 am

ในฐานะเจ้าของกระทู้ ผมควรจะมีสิทธิ์สรุปความตามจังหวะที่เหมาะสม แล้วก็หยอกนิดหน่อย คงไม่ถึงกับดิ้นเป็นไส้เดือนหรอกนะ

เรากลับมาดูความไม่เป็นประชาธิปไตยของปรีดีกันต่อ

ในแถลงการณ์ล้มเจ้าฉบับที่ 1 ปรีดีประกาศว่า อำนาจเป็นของราษฎร แต่กษัตริย์มาแย่งไปและกดขี่อีกต่างหาก ....ผมเป็นราษฎรผมคงปลื้ม....โหย อำมาตย์หนุ่ม เห็นแก่พวกกรูขนาดยอมกบฎ

แต่ ผมอ่านต่อจนจบ ผมก็ยังไม่เห็นตัวผมอยู่ในคำประกาศ ดูหลัก 6 ประการที่เขาบอกว่าจะทำสิ

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ข้อ 1 กับ 2 นี่ อย่ามาอ้างว่ามีราษฎรอยู่ในนั้นนะ เพราะในยุคนั้น ต่อให้ประเทศเป็นเมืองขึ้น สองข้อนี้ก็ไม่เกิดผลกระทบกับราษฎร พวกคุณคงไม่ทราบนะ ว่าตอนที่เฮนรี่เบอรนี่เป็นทูตเข้ามาในรัชกาลที่สาม มันอยากเอาใจก็เลยไปชวนคนไทยที่ถูกกวาดต้อนตั้งแต่ครั้งกรุงแตก กลับมาอยู่เมืองไทย พวกนั้นบอกโนฮัพ... บอกว่าอยู่ที่พม่าดีแล้ว ทำมาหากินดีกว่าสมัยอยู่โยเดีย ....ขอไม่กลับ เช่นเดียวกัน ครัวที่สยามต้อนมาจากลาว เขมร ปัตตานี ต่างก็ไม่อยากกลับบ้านเดิม เพราะอะไร จะบอกก็เป็นเรื่องยาว แต่ภาคเหนือเขามีสำนวนว่า เก็บผักไส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง.....คือพลเมืองเป็นของมีค่า หรือจะพูดให้ชัดก็ได้ว่า ปรีดีน่ะ ตอแหล ระบอบของเราและของเอเซียไม่ได้มองพลเมืองเหมือนพวกฝรั่งมันมองพวกฟิวดัล ....

เรื่องนี้ถ้าจะถก ก็ขอให้แม่นประวัติศาสตร์หน่อยละกัน ขี้เกียจแก้คำผิด

ส่วนข้อ 4 กับข้อ 5 นี่ เข้าใจยากสำหรับราษฎรในวันนั้นนะ ผมข้ามไปก่อน ขอเพ่งในข้อ 3 ที่โดนใจเต็มๆ เลย โดนใจเพราะ อ่านคำประกาศแล้ว โหย เจ๊บจี๊ดเลย ราษฎร ถูกกดขี่ ....

"ทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม"

"รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว"

อ่านจบแล้ว ตาสว่างแล้ว อ้าววว.... แล้วไม่ทำอะไรกษัตริย์เลยหรือ ยังจะให้อยู่ต่ออีก แล้วที่ขูดรีดไป แทนที่ท่านจะริบเอามาแจกคืน....อ๋ายยย ท่านจะกดขี่ราษฎรต่อวุ้ย "จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก".....ท่านครับ ราษฎรมันอดอยากอยู่ ท่านเอาเงินเอาอาหารเอาที่อยู่อาศัยมาให้ก่อนได้ป่าว นี่ผมยังต้องรองานจากท่าน เพื่อจะได้หายอดอยากหรือ ใหนว่าประเทศเป็นของพวกผมงัย ถ้าเป็นของพวกผมจริง ท่านก็เอาของผมให้ผมไม่ได้เหรอ....

ปล
นี่ราษฎรยังไม่รู้นะ ว่า นายปรีดีจะเอาที่ดินทำกินทั้งหมดไปจากราษฎร จะซื้อที่ดินโดยออกพันธบัตร....เวรเอ้ย แล้วใครจ่ายค่าพันธบัตรล่ะ ก็ราษฎรงัย เฮอะๆๆๆๆๆ เอาที่ดินกรูไป จ่ายเงินให้กรู (ไม่รู้กี่ชั่งกี่ตำลึง) แล้วก็ให้กรูจ่ายค่าซื้อที่ดินนั้นอีกต่อหนึ่ง แล้วพวกเจ้าต้องถูกบังคับซื้อที่ดินด้วยป่าวหว่า

นี่หรือ เห็นแก่ราษฎร

อันนี้ผมก็คิดแบบโง่ๆ ตามมาตรฐานราษฎรที่นายปรีดีบอกว่า ยังไม่ฉลาดนะ ท่านจะเห็นด้วยไม่เห็นด่วยก็เรื่องของท่าน ผมเห็นแบบของผมอย่างนี้แหละ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sun Oct 02, 2011 1:01 am

ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว

ข้อความต่อไปนี้ ผมคุยกับปรีดีนะ

ท่านปรีดีครับ ท่านรู้จักเจ้าอยู่สองประเทศเท่านั้นหรือจ๊ะ ถึงบอกว่าเจ้าประเทศอื่น ไม่ใช้เงินมากเท่า ในวันนั้น มีกษัตริย์อยู่ทั่วโลก น่าจะเป็นหลายร้อย เฉพาะในเอเชีย แค่มหาราชาที่อินเดีย ก็หลายสิบ แต่ละองค์มีรายได้มากกว่าราษฎรเป็นร้อยล้านเท่า

ที่เมืองจีน เพิ่งโดนเก๊กเหม็งไปไม่กี่ปี นั่นก็ใช้เงินระดับโลก ญี่ปุ่น เกาหลี เวียตนาม เขมร ลาว พม่า อินโด ลังกา....โอ้ย กรู เอ้ยกระผมขี้เกียจนับ นี่ขนาดไม่เอ่ยถึงอียิปต์ สเปน อิตาลี....สแกน อิงแลนด์...ฯลฯ

สรุปว่า ปรีดีพูดเอาแต่ได้ (ว่ะ) อันนี้เป็นคุณสมบัติที่นักประชาธิปไคยรับสืบทอดกันมาไม่เคยขาดตอน อ้อ ในการพูดเอาแต่ได้นั้น ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการโกหกด้วย แต่เพื่อประชาธิปไตย โกหกบ้าง เพื่อให้หลักการมั่นคง คงไม่เป็นไรเนอะ ปรีดีเนอะ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:24 am

amplepoor wrote:ในฐานะเจ้าของกระทู้ ผมควรจะมีสิทธิ์สรุปความตามจังหวะที่เหมาะสม แล้วก็หยอกนิดหน่อย คงไม่ถึงกับดิ้นเป็นไส้เดือนหรอกนะ

เรากลับมาดูความไม่เป็นประชาธิปไตยของปรีดีกันต่อ

ในแถลงการณ์ล้มเจ้าฉบับที่ 1 ปรีดีประกาศว่า อำนาจเป็นของราษฎร แต่กษัตริย์มาแย่งไปและกดขี่อีกต่างหาก ....ผมเป็นราษฎรผมคงปลื้ม....โหย อำมาตย์หนุ่ม เห็นแก่พวกกรูขนาดยอมกบฎ

แต่ ผมอ่านต่อจนจบ ผมก็ยังไม่เห็นตัวผมอยู่ในคำประกาศ ดูหลัก 6 ประการที่เขาบอกว่าจะทำสิ

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ข้อ 1 กับ 2 นี่ อย่ามาอ้างว่ามีราษฎรอยู่ในนั้นนะ เพราะในยุคนั้น ต่อให้ประเทศเป็นเมืองขึ้น สองข้อนี้ก็ไม่เกิดผลกระทบกับราษฎร พวกคุณคงไม่ทราบนะ ว่าตอนที่เฮนรี่เบอรนี่เป็นทูตเข้ามาในรัชกาลที่สาม มันอยากเอาใจก็เลยไปชวนคนไทยที่ถูกกวาดต้อนตั้งแต่ครั้งกรุงแตก กลับมาอยู่เมืองไทย พวกนั้นบอกโนฮัพ... บอกว่าอยู่ที่พม่าดีแล้ว ทำมาหากินดีกว่าสมัยอยู่โยเดีย ....ขอไม่กลับ เช่นเดียวกัน ครัวที่สยามต้อนมาจากลาว เขมร ปัตตานี ต่างก็ไม่อยากกลับบ้านเดิม เพราะอะไร จะบอกก็เป็นเรื่องยาว แต่ภาคเหนือเขามีสำนวนว่า เก็บผักไส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง.....คือพลเมืองเป็นของมีค่า หรือจะพูดให้ชัดก็ได้ว่า ปรีดีน่ะ ตอแหล ระบอบของเราและของเอเซียไม่ได้มองพลเมืองเหมือนพวกฝรั่งมันมองพวกฟิวดัล ....

เรื่องนี้ถ้าจะถก ก็ขอให้แม่นประวัติศาสตร์หน่อยละกัน ขี้เกียจแก้คำผิด

ส่วนข้อ 4 กับข้อ 5 นี่ เข้าใจยากสำหรับราษฎรในวันนั้นนะ ผมข้ามไปก่อน ขอเพ่งในข้อ 3 ที่โดนใจเต็มๆ เลย โดนใจเพราะ อ่านคำประกาศแล้ว โหย เจ๊บจี๊ดเลย ราษฎร ถูกกดขี่ ....

"ทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม"

"รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว"

อ่านจบแล้ว ตาสว่างแล้ว อ้าววว.... แล้วไม่ทำอะไรกษัตริย์เลยหรือ ยังจะให้อยู่ต่ออีก แล้วที่ขูดรีดไป แทนที่ท่านจะริบเอามาแจกคืน....อ๋ายยย ท่านจะกดขี่ราษฎรต่อวุ้ย "จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก".....ท่านครับ ราษฎรมันอดอยากอยู่ ท่านเอาเงินเอาอาหารเอาที่อยู่อาศัยมาให้ก่อนได้ป่าว นี่ผมยังต้องรองานจากท่าน เพื่อจะได้หายอดอยากหรือ ใหนว่าประเทศเป็นของพวกผมงัย ถ้าเป็นของพวกผมจริง ท่านก็เอาของผมให้ผมไม่ได้เหรอ....

ปล
นี่ราษฎรยังไม่รู้นะ ว่า นายปรีดีจะเอาที่ดินทำกินทั้งหมดไปจากราษฎร จะซื้อที่ดินโดยออกพันธบัตร....เวรเอ้ย แล้วใครจ่ายค่าพันธบัตรล่ะ ก็ราษฎรงัย เฮอะๆๆๆๆๆ เอาที่ดินกรูไป จ่ายเงินให้กรู (ไม่รู้กี่ชั่งกี่ตำลึง) แล้วก็ให้กรูจ่ายค่าซื้อที่ดินนั้นอีกต่อหนึ่ง แล้วพวกเจ้าต้องถูกบังคับซื้อที่ดินด้วยป่าวหว่า

นี่หรือ เห็นแก่ราษฎร

อันนี้ผมก็คิดแบบโง่ๆ ตามมาตรฐานราษฎรที่นายปรีดีบอกว่า ยังไม่ฉลาดนะ ท่านจะเห็นด้วยไม่เห็นด่วยก็เรื่องของท่าน ผมเห็นแบบของผมอย่างนี้แหละ


ประเด็นเรื่องเฮนรี่อะไรนั่นไม่เคยได้ยินจริงจัง ถ้าท่านมีเอกสารชั้นต้นก็รบกวนแบ่งปันเป็นบุญตาจะเป็นพระคุณ แต่ผมแม่มโคตรงงไอ้ตรงที่บอกว่า
อ่านจบแล้ว ตาสว่างแล้ว อ้าววว.... แล้วไม่ทำอะไรกษัตริย์เลยหรือ ยังจะให้อยู่ต่ออีก แล้วที่ขูดรีดไป แทนที่ท่านจะริบเอามาแจกคืน....อ๋ายยย ท่านจะกดขี่ราษฎรต่อวุ้ย "จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก".....ท่านครับ ราษฎรมันอดอยากอยู่ ท่านเอาเงินเอาอาหารเอาที่อยู่อาศัยมาให้ก่อนได้ป่าว นี่ผมยังต้องรองานจากท่าน เพื่อจะได้หายอดอยากหรือ ใหนว่าประเทศเป็นของพวกผมงัย ถ้าเป็นของพวกผมจริง ท่านก็เอาของผมให้ผมไม่ได้เหรอ
คือจะบอกให้ไปยึดทรัพย์มาใช้คืน??? ถ้าจะพูดถึงกรณียึดทรัพย์ในหลวงรัชกาลที่ 7ผมเข้าใจว่ามีนะ มีอย่างจริงๆจังๆด้วยรู้สึกจะเป็นการยึดพระราชทรัพย์อันเป็น "ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" (ไม่ใช่ส่วนพระองค์นะครับ) แล้วผมก็ไม่เข้าใจคือคุณอยากใ้ห้ชาวบ้านสมัยนั้นมาเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งที่คุณบอกเองก่อนหน้าว่า
ส่วนข้อ 4 กับข้อ 5 นี่ เข้าใจยากสำหรับราษฎรในวันนั้นนะ ผมข้ามไปก่อน
แต่คุณกลับมาร่ายยาวภายหลังราวกับชาวบ้านมีจิตสำนึกทางการเมืองสูงมาก??? (เอาเถอะ นี่ไม่ใช่ข้อสำคัญของการสนทนาครั้งนี้) ถ้าคุยในความเข้าใจทั่วๆไปของเรื่องรัฐนะครับ ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะว่า 1.คุณคิดว่าราษฎรอยากได้เงินได้อาหาร ฯลฯ 2.คนเหล่านี้มันเยอะ 3.เป็นไปไม่ได้ที่จะดำเนินนโยบายที่ทุ่มสุดตัวจนขาดดุลทางการคลัง ซึ่งมันขาดมาหลายปีก่อนหน้า 2475 ที่ผมได้กล่าวว่าก่อนหน้านี้แล้ว 4.ทำอย่างไรดี ผมเข้าใจว่าปรีีดีก็หาทางออกโดยการหางานให้ราษฎรทำ ซึ่งตามบริบท ถ้าดำเินินตามวิธีีีนี้ ไม่ต้องเสี่ยงต่อประเด็นทางด้านความชอบธรรมของคณะราษฎร และยังส่งผลให้ชาวบ้านมีกินขึ้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ในระยะสั้นตามทฤษฎี แต่ถ้ามองลงไปในบริบทนี้ซึ่งผมขาดความรู้ ผมไม่อาจพูดได้) 5.สิ่งที่คณะราษฎรฟ้องร้องในหลวงรัชกาลที่ 7 นั้น ฟ้องยึดพระราชทรัพย์มาในฐานว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็น Public goods คือเป็นสัญลักษณ์ว่าประชาชนสามารถเข้าถึงได้้เช่นเดียวกัน มิใช่ว่ายึดมา นำไปขายแล้วนำมาแจกจ่ายให้ราษฎร กรณีดังกล่าวคงอาจจะมีอยู่ในการ์ตูนวิบูลย์กิจเท่านั้นกระมัง 6.ลองพินิจในส่วนของ ปล. ของท่านดูสิครับ อ่านสักสอง-สามครั้ง ด้วยตัวท่านเอง อีกอย่าง ผมไม่รู้แน่ชัดด้วยซ้ำว่าไอ้ เค้าโครงฯ ที่ว่า มันยังให้มีการสะสมเงินทุนของชาวบ้านอยู่หรือเปล่า

ปล (บ้าง) คือ คุณจะสรุปมันก็เรื่องของคุณ (พึ่งจะรู้ว่ะว่ามันเป็นหน้าที่) แต่สรุปให้มีเนื้อหาชัดเจนเสียหน่อยก็ดี ไม่ใช่หาว่าคนนั้นแถ คนนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เห็นแล้วจั๊กกะจี้ มีคนสรุปประเด็นที่ไหนในโลกบ้างหาว่า "แถ" บ้าง "ชวนคุยประเด็นนั้นนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ" บ้าง "หนีไปนอนบ้าง" อะไรต่อมิอะไรบ้าง เห็นแล้วพูดตรงๆ จั๊กกะจี้หัวใจว่ะครับ
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:30 am

amplepoor wrote:ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว

ข้อความต่อไปนี้ ผมคุยกับปรีดีนะ

ท่านปรีดีครับ ท่านรู้จักเจ้าอยู่สองประเทศเท่านั้นหรือจ๊ะ ถึงบอกว่าเจ้าประเทศอื่น ไม่ใช้เงินมากเท่า ในวันนั้น มีกษัตริย์อยู่ทั่วโลก น่าจะเป็นหลายร้อย เฉพาะในเอเชีย แค่มหาราชาที่อินเดีย ก็หลายสิบ แต่ละองค์มีรายได้มากกว่าราษฎรเป็นร้อยล้านเท่า

ที่เมืองจีน เพิ่งโดนเก๊กเหม็งไปไม่กี่ปี นั่นก็ใช้เงินระดับโลก ญี่ปุ่น เกาหลี เวียตนาม เขมร ลาว พม่า อินโด ลังกา....โอ้ย กรู เอ้ยกระผมขี้เกียจนับ นี่ขนาดไม่เอ่ยถึงอียิปต์ สเปน อิตาลี....สแกน อิงแลนด์...ฯลฯ

สรุปว่า ปรีดีพูดเอาแต่ได้ (ว่ะ) อันนี้เป็นคุณสมบัติที่นักประชาธิปไคยรับสืบทอดกันมาไม่เคยขาดตอน อ้อ ในการพูดเอาแต่ได้นั้น ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการโกหกด้วย แต่เพื่อประชาธิปไตย โกหกบ้าง เพื่อให้หลักการมั่นคง คงไม่เป็นไรเนอะ ปรีดีเนอะ


ไม่เท่ากับย้ำสิ่งที่ผมอ้างไปก่อนหน้านี้ว่าไอ้ประกาศนี่มันแค่ปลุกใจ เพราะข้อมูลคลาดเคลื่อนเยอะแยะ์์??? เขาไม่ได้มาเขียนงานทางวิชาการนี่ครับ ถึงต้องมาคอยดับเบิลเช็คข้อมูล แล้วไอัข้อความที่ท่านร่ายมาเยอะแยะคือจะสื่อว่า ปรีดี พูดเอาแต่ไ้ด้?? หรือว่า เลว?? หรือว่า อะไร?? คือจะด่าคนร่างว่ามันเอาแต่ได้ ก็ช่างหัวมันสิครับ ผมไม่สนใจ ไม่ใช่ลูกเขา :lol: :lol: :lol: ด่าเยอะๆเลยก็ดี เพราะผมเชื่อว่าหลายคนในนี้ไม่ใส่ใจอยู่ละ ฮิๆ
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby thailand_nakhon » Sun Oct 02, 2011 1:34 am

:oops: :oops:

เอาเถอะครับ มองเพื่อนรอบตัวเรามั้ง

ต่างประเทศ ประเทสเพื่อนบ้าน เค้ามีการพัฒนาอย่างไร

ไทยเราต้องไล่ตามให้ทันน่ะครับ :roll: :roll:
การเมืองเรื่องของทุกคน วิจารณ์ได้ตามสภาวะการณ์
User avatar
thailand_nakhon
 
Posts: 520
Joined: Fri Aug 12, 2011 10:01 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:35 am

amplepoor wrote:ในฐานะเจ้าของกระทู้ ผมควรจะมีสิทธิ์สรุปความตามจังหวะที่เหมาะสม แล้วก็หยอกนิดหน่อย คงไม่ถึงกับดิ้นเป็นไส้เดือนหรอกนะ

เรากลับมาดูความไม่เป็นประชาธิปไตยของปรีดีกันต่อ

ในแถลงการณ์ล้มเจ้าฉบับที่ 1 ปรีดีประกาศว่า อำนาจเป็นของราษฎร แต่กษัตริย์มาแย่งไปและกดขี่อีกต่างหาก ....ผมเป็นราษฎรผมคงปลื้ม....โหย อำมาตย์หนุ่ม เห็นแก่พวกกรูขนาดยอมกบฎ

แต่ ผมอ่านต่อจนจบ ผมก็ยังไม่เห็นตัวผมอยู่ในคำประกาศ ดูหลัก 6 ประการที่เขาบอกว่าจะทำสิ

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ข้อ 1 กับ 2 นี่ อย่ามาอ้างว่ามีราษฎรอยู่ในนั้นนะ เพราะในยุคนั้น ต่อให้ประเทศเป็นเมืองขึ้น สองข้อนี้ก็ไม่เกิดผลกระทบกับราษฎร พวกคุณคงไม่ทราบนะ ว่าตอนที่เฮนรี่เบอรนี่เป็นทูตเข้ามาในรัชกาลที่สาม มันอยากเอาใจก็เลยไปชวนคนไทยที่ถูกกวาดต้อนตั้งแต่ครั้งกรุงแตก กลับมาอยู่เมืองไทย พวกนั้นบอกโนฮัพ... บอกว่าอยู่ที่พม่าดีแล้ว ทำมาหากินดีกว่าสมัยอยู่โยเดีย ....ขอไม่กลับ เช่นเดียวกัน ครัวที่สยามต้อนมาจากลาว เขมร ปัตตานี ต่างก็ไม่อยากกลับบ้านเดิม เพราะอะไร จะบอกก็เป็นเรื่องยาว แต่ภาคเหนือเขามีสำนวนว่า เก็บผักไส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง.....คือพลเมืองเป็นของมีค่า หรือจะพูดให้ชัดก็ได้ว่า ปรีดีน่ะ ตอแหล ระบอบของเราและของเอเซียไม่ได้มองพลเมืองเหมือนพวกฝรั่งมันมองพวกฟิวดัล ....

เรื่องนี้ถ้าจะถก ก็ขอให้แม่นประวัติศาสตร์หน่อยละกัน ขี้เกียจแก้คำผิด

ส่วนข้อ 4 กับข้อ 5 นี่ เข้าใจยากสำหรับราษฎรในวันนั้นนะ ผมข้ามไปก่อน ขอเพ่งในข้อ 3 ที่โดนใจเต็มๆ เลย โดนใจเพราะ อ่านคำประกาศแล้ว โหย เจ๊บจี๊ดเลย ราษฎร ถูกกดขี่ ....

"ทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม"

"รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว"

อ่านจบแล้ว ตาสว่างแล้ว อ้าววว.... แล้วไม่ทำอะไรกษัตริย์เลยหรือ ยังจะให้อยู่ต่ออีก แล้วที่ขูดรีดไป แทนที่ท่านจะริบเอามาแจกคืน....อ๋ายยย ท่านจะกดขี่ราษฎรต่อวุ้ย "จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก".....ท่านครับ ราษฎรมันอดอยากอยู่ ท่านเอาเงินเอาอาหารเอาที่อยู่อาศัยมาให้ก่อนได้ป่าว นี่ผมยังต้องรองานจากท่าน เพื่อจะได้หายอดอยากหรือ ใหนว่าประเทศเป็นของพวกผมงัย ถ้าเป็นของพวกผมจริง ท่านก็เอาของผมให้ผมไม่ได้เหรอ....

ปล
นี่ราษฎรยังไม่รู้นะ ว่า นายปรีดีจะเอาที่ดินทำกินทั้งหมดไปจากราษฎร จะซื้อที่ดินโดยออกพันธบัตร....เวรเอ้ย แล้วใครจ่ายค่าพันธบัตรล่ะ ก็ราษฎรงัย เฮอะๆๆๆๆๆ เอาที่ดินกรูไป จ่ายเงินให้กรู (ไม่รู้กี่ชั่งกี่ตำลึง) แล้วก็ให้กรูจ่ายค่าซื้อที่ดินนั้นอีกต่อหนึ่ง แล้วพวกเจ้าต้องถูกบังคับซื้อที่ดินด้วยป่าวหว่า

นี่หรือ เห็นแก่ราษฎร

อันนี้ผมก็คิดแบบโง่ๆ ตามมาตรฐานราษฎรที่นายปรีดีบอกว่า ยังไม่ฉลาดนะ ท่านจะเห็นด้วยไม่เห็นด่วยก็เรื่องของท่าน ผมเห็นแบบของผมอย่างนี้แหละ


พึ่งสังเกตรายละเอียดที่คุณให้ความเห็นในข้อ 1-2 คือผมงงชิหายกับ
คือพลเมืองเป็นของมีค่า หรือจะพูดให้ชัดก็ได้ว่า ปรีดีน่ะ ตอแหล ระบอบของเราและของเอเซียไม่ได้มองพลเมืองเหมือนพวกฝรั่งมันมองพวกฟิวดัล ....
ช่วยรบกวนขยายความทีสิครับ แล้วที่ว่ามา มันเกี่ยวข้องกับ 1-2 อย่างไรและทำไม
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:38 am

หรือว่าคุณจะพูดว่าก่อน 2475 นั้น สยามยังเป็นฟิลดัลอยู่??? ลองว่ามาละกัน ผมไปอาบน้ำนอนจริงจัง จะตีสองละ เดี๋ยวจะมาคุยต่อวันหลัง มาเล่นบอร์ดนี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือหนังหาเลย
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sun Oct 02, 2011 2:06 am

คุณดอนฟินมีความรู้ทางด้านสังคมไทยในระดับเดียวกับปรีดี คือรู้น้อยมาก ผมเองก็ไม่มีทั้งฉันทะและวิริยะ ที่จะทำให้คุณเข้าใจอะไรพวกนี้เสียด้วย เพราะเวบบอร์ดไม่ใช่ห้องเรียน และผมก็ไม่ใช่ครูอีกทั้งคุณก็ไม่ใช่นักเรียนด้วยสิ

เรื่องเบอรนี่ คุณเอาข้อความของผม ไปถามพวกนักประวัติศาสตร์ในธรรมศาตร์ เขาอาจจะพาคุณไปที่ the Burney's Papers แล้วหยิบเล่มที่มีข้อความนี้ให้คุณได้

ทีนี้ผมจะอธิบายถึงเบื้องหลังหลัก 6 ประการ หลักที่ 1 ให้คุณฟัง

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

คุณมีความฉงนสักนิดใหมครับ ว่าทำไมต้องยกข้อนี้ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ทั้งๆ ที่มันห่างไกลจากข้อโจมตีเจ้า ที่พล่ามมายืดยาว ปรีดีกล่าวหาว่า เจ้าขูดรีด ทำนาบนหลังคน ....นี่เป็นการกล่าวหาที่เข้าใจชัดเจน กล่าวหาว่าเจ้าเอาภาษีเข้ากระเป๋า กล่าวหาว่าใช้เงินมากระดับเดียวกับไกเซอร์และซาร์ที่ถูกโค่นอำนาจ

กล่าวหาหนักหน่วงอย่างนั้น ทำไม่พอประกาศหลัก 6 ประการ กลับไม่มีสักข้อที่จะคืนความยุติธรรมที่เจ้าเบียดบังภาษีจากราษฎร แต่ไปพูดถึงเอกราชซะนั่น

มันเกี่ยวอะไรกับความอดอยากยากแค้นของราษฎร ที่พรรณามาล่ะ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby PettyCash » Sun Oct 02, 2011 2:08 am

sanddolphin wrote:
PettyCash wrote:http://teno.exteen.com/20070716/entry
sanddolphin wrote:แล้วอย่างไรละครับ ที่คุณยกมาก็เป็นเพียงแค่ใบประกาศ ในความเป็นจริงแล้วในวันที่เกิดเหตุนั้น คณะราษฎรมีผู้ร่วมก่อการเพียงไม่กี่นายเท่านั้น (102 คน) ซึ่งรวมถึงเหล่านายทหารเรือ-บกและนักเรียนนายร้อยมาทหารบก ฯลฯ

จากประกาศนี้เราอยากรู้เจตนาหรือจุดมุ่งหมายของปรีดี จะไปเล่าเหตุการณ์เกิดขึ้นทำมัย งง
แค่ประกาศมันไม่ได้ทำให้ทำการสำเร็จหรอก มันต้องมีคนสุมหัวกันคิดถ้าเป็นสมัยนี้ล็อบบี้เสียงกันในสภา
ถ้ายิ่งเอามาเปรียบกับตู่เต้น ยิ่งเห็นเจตนาชัดเจนเ้ข้าไปอีกว่าต้องการอะไร
หรือจะเอามาเปรียบกับประกาศคณะเรี่ยราดตอนนี้ เราก็รู้จุดมุ่งหมายเหมือนกันแหละว่าพวกนี้ต้องการอะไร
การตีความที่อ้างนี่เป็นวาทะกรรมเอาไว้แก้ตัวหรือเปล่าเวลาโดนจับได้ถึงเจตนาที่แท้จริง


ผมเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเพื่อที่จะได้ให้เห็นภาพว่า "เฮ้ยคณะราษฎรกำลังมันน้อยนะ ก่อการฯจริงๆแม่มมีไม่กี่คน มันอาศัยจับขุนนางชั้นผู้ใหญ่เป็นประกันนะ แล้วมันจำเป็นต้องหาทางกร่อนทำลายความชอบธรรมของในหลวงรัชกาลที่ 7 นะ ไม่งั้นชาวบ้านหรือข้าราชการหน่วยอื่นอาจจะไม่เอาด้วยนะ" ทำนองนี้ ไม่ใช่ว่า ยกมาแต่ ข้อความทางปวศ แล้วก็บอกว่า "มันเขียนอย่างนี้ แม่มคิดแอย่างนี้ชัวร์เลยว่ะ" จริงอยู่ใบประกาศใบเดียวอาจจะไม่มีอะไร แต่มันเป็นการ Invalidate ความชอบธรรมของ รบ ก่อนหน้า เหมือนกับการ รปห ทุกๆครั้ง ถ้าคุณบอกว่า รปห ทุกครั้งแสร็จมี ประกาศคณะฯ ออกมาชื่นชม รบ ที่เขาโค่นละก็ ผมก็อยากจะเห็น มันคงจะฮาจริงๆ ลองนึกภาพ สนธิ บัง รปห ทักษิณ แล้วประกาศว่า " นายทักษิณ ถูกเลือกตั้งมาโดยชอบธรรม เ้รามีความจำเป็นที่ต้อง รปห เพราะว่า ทักษิณทำเพื่อประชาชน ทักษิณดีอย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ" จั๊กกะจี้ว่ะ มันก็ต้องโจมตีสิ (เผอิญไอ้ทักกี้มันทำผิดจริง) แล้วการตีความที่อ้างเป็นวาทกรรมอะไรเอาไว้แก้ตัว?? เจตนาที่แท้จริงของผมคืออะไร?์? หรือว่าคุณเป็นประเภท "ใครตีความอะไรไม่เหมือนตู ตูไล่แม่มไปอยู่อีกข้าง" ประทานโทษเถอะ ปัญญาชนใช้เหตุผลครับ คุณไม่เห็นด้วยกับผม ผมก็ไม่ได้ไปด่าพ่อล่อแม่คุณ ถ้าคุณเล่นโยนขี้ใส่ผมอย่างนี้ คุณต่าง HAA อะไรกับพวก "หมาแดง" ? พวกนี้ใครวิจารณ์ก็ปาขวดใส่

ผมไปทำธุระทางศาสนา วันหลังจะมาคุยกัน

ผมไม่ไ้ด้เดือดร้อนอะไรทั้งนั้นอะ ใครจะมองปรีดี ชั่วช้ายังไงไม่ใช่เรื่องของผม ผมก็อธิบายตามที่ผมเห็นไป ไม่ได้บอกปรีดีมันทำถูกหรือผิด แล้วใครเอาพ่อแม่คุณมาเล่นกัน??? งงจริงๆ แล้วถ้าคุณอยากได้หลักฐานที่มา "ยืนยัน" ว่าตอนนั้นปรีดีไม่ได้คิด "อย่างนั้น" ณ ช่วงเวลานั้นแล้วละก็ คงไม่คุณไปขโมยบันทึกที่ปรีดีเขียนบรรยายความในใจมาหรือไม่ที่เขาอัดเสียง เพราะว่ามันไม่มีทาง เขาถึงต้องตีความจากหลักฐานแวดล้อมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างเช่น "ทักษิณต่อต้านรปห มาโดยตลอด" ผมแย้งว่าไม่จริงอะ ตอน บิ๊กจ๊อด รปห ใหม่ๆมันยังไคำนับอยู่เลย อะไรทำนองนี้ คือพูดง่ายๆ เป็นการ Induce จากข้อมูลที่มีอยู่และตีความเอา แน่ะแล้วคุณยังมีการมาบอก


คำตอบข้างบนบอกคุณเล่นโยนขี้ใ่ส่ผม :arrow: พอมาตอบข้างล่างบอกผมไม่ได้เดือนร้อนอะไร ถามจริงๆสับสนอะไรในชีวิตหรือเปล่า :?:
คุณตอบว่าผมไม่ได้ไปด่าพ่อล่อแม่คุณ :arrow: เราก็บอกว่าอย่าเอาพ่อแม่มาเล่น :arrow: คุณตอบใครเอาพ่อแม่คุณมาเล่น :arrow: นั่นดิใครมันเอามาเล่น :?:
หลักฐานแวดล้อมของการกระทำการครั้งนั้นคืออะไร ที่พร่ำๆมาว่ามีใครทำอะไรทำกันกี่คนนั่นมันไม่ได้ช่วยอธิบายได้ว่าปรีดีย์ไม่ได้คิดเหมือนที่ประกาศอัปรีย์นั่น
ถ้าจะพูดถึงหลักฐานต่อๆมา หลังได้อำนาจพวกคณะราษก็แย่งชิงอำนาจกันไปๆมาๆเท่านั้น สรุปประกาศเลว การกระทำต่อมาก็เลว
ต่างกับไอ้แม๊วที่มันเนียนกว่า เพราะคงได้นักโฆษณาฝีมือดีวางแผนให้พร่ำบอกว่ารักชาติ ต้องการประชาธิปไตย เห็นใจรากหญ้า
แต่การกระทำจริงไปซบอกบิ๊กจอดเรื่องผลประโยชน์ น้ำท่วมจะตายห่านหมดแล้วลิ่วล้อยังไปเตะบอลเขมรกันเฮฮา
จริงๆเสียเวลาอ่าน+พิมพ์ไปเยอะ แต่ไม่ได้อะไรนอกจากประกาศนั้นก่อให้เกิดความฮึกเหิม :lol: :lol: :lol:
เบือพวกตัวเองดีอยู่คนเดียว
คนอื่นผิดหมด เลวหมด
User avatar
PettyCash
 
Posts: 1666
Joined: Fri Nov 28, 2008 11:26 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sun Oct 02, 2011 2:25 am

เอกสารที่ผมใช้ในการอธิบายความคิด บางชิ้นค่อนข้างเก่า คุณไม่รู้จักจึงไม่ใช่เรื่องน่าตำหนิ

แต่ถ้อยคำที่ผมเพิ่งโพสต์ลงไป ชนิดตดยังไม่หายเหม็น คุณกลับอ่านผิด เข้าใจผิด และตีความผิด ดังนั้นการที่คุณอ้างว่า อะไรๆ มันก็ล้วนแต่เป็นการตีความนั้น ขอเรียนว่า คุณยังพรรษาไม่แก่กล้าจนถึงใช้คำนั้นได้....เพราะ แค่ประโยคบอกเล่าง่ายๆ คุณยังฟังไม่ได้ศัพท์ ขนาดย้อนความเห็นของผมว่า

ปล (บ้าง) คือ คุณจะสรุปมันก็เรื่องของคุณ (พึ่งจะรู้ว่ะว่ามันเป็นหน้าที่)


นี่เป็นการเอาคำพูดมายัดใส่ปากของผม...เพราะผมเขียนว่า

ในฐานะเจ้าของกระทู้ ผมควรจะมีสิทธิ์สรุปความตามจังหวะที่เหมาะสม

คำว่า เป็นหน้าที่ ไม่สามารถเอามาใช้แทนคำว่า มีสิทธิ์

เว้นแต่คุณสมาทานศีลเสื้อแดง คือมั่วซั่ว ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็จนใจเพราะเราพูดกันคนละภาษา ภาษาของผมนั้น สิทธิ์ เราละทิ้งได้ คงรู้จักคำว่า สละสิทธิ์ แต่หน้าที่ สละไม่ได้ครับ การละทิ้งหน้าที่ มีโทษ....


ผมชักสงสัยแล้วละครับ ว่าคุณรู้ในสิ่งที่คุณอ้างว่ารู้ จริงหรือเปล่า
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby overtherainbow » Sun Oct 02, 2011 7:38 am

ขอฝากข่าวค่ะ

ห้ามพลาด!!! "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เขียนบทความ "ว่าด้วยกรณี สมคิด-ปรีดี-ดุษฎี"
http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... 1&catid=01
วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 22:40:00 น.

Share23





เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนบทความสั้นๆ ชื่อ "ว่าด้วยกรณี สมคิด-ปรีดี-ดุษฎี : สมคิด หมายถึงกรณีอะไร ที่เอ่ยชื่อปรีดี?" ลงเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


ข้างล่างนี้ เขียนทิ้งไว้ 2 วันแล้วมั้ง แต่ไม่โพสต์ ส่วนหนึ่งเพราะต้องการหยุดโพสต์อ่านหนังสือ (ดูที่อธิบายไว้ในกระทู้แรกของวันนี้) อีกส่วน ก็ไม่ถึงกับอยากขัดอกขัดใจ "เพื่อนๆ" หลายคนนัก เรื่องปรีดี


แต่จริงๆ มันมีประเด็นซีเรียสอยู่ ปัญหาสมคิด ผมว่า ไม่ใช่วิจารณ์ หรือ พาดพิงถึงปรีดี พร้อมสุจินดา ฯลฯ .... ผมเห็นว่า เขาอยากทำก็ทำได้ ไม่มีข้อห้ามอะไร ปรีดีไม่ใช่เทวดา ที่พูดถึงในทางลบไม่ได้


ปัญหาอยู่ที่เขาไม่ยอมจะอธิบาย-อภิปราย ให้เหตุผลประกอบ และไม่กล้าพอ ที่จะยืนยันในความเชื่อของตัวเอง เมื่อมีคนมาโต้แย้ง (ดูข้อความข้างล่างของผม)


เรื่องนี้ บางทีทำให้อดคิดถึงเหตุการณ์ เมื่ออาทิตย์ก่อนไม่ได้ ตอนที่คุณประจิณ (ประจิณ ฐานังกรณ์ - มติชนออนไลน์) ออกมาพูด ถึงทักษิณในทางลบ แล้วถูกโห่ เป็นการใหญ่ (ในงานแถลงข่าวของคณะนิติราษฎร์เมื่อวันที่ 25 กันยายน - มติชนออนไลน์) (ต้องสารภาพว่า แม้แต่ผมที่ยืนอยู่ข้างหลัง ยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่องว่า ประจิณ พูดอะไร เพราะเสียงโห่กลบไปเยอะ - คือ แสดงอาการไม่พอใจ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่ที่เกิดขึ้นคือ โห่ จนฟังเขาไม่รุ้เรื่องเลย แล้วจะรู้ได้ไงว่า เขามีเหตุผลอะไรที่พูดในทางลบ? แล้วจะโต้แย้งเขาด้วยเหตุผลอย่างไร? อย่างที่บอกว่า ขนาดผมยืนตรงนั้น ยังฟังไม่รู้เรื่อง)


คืออย่างกรณีสมคิดนี่ ผมไม่รู้สึกอะไรเลยนะ ไม่ได้โกรธในแง่ที่เขาพูดถึงปรีดี พร้อมๆ กับสุจินดาหรือถนอมอะไรโน่น (แค่ผิดหวังที่เขาไม่ยอมอธิบาย หรือกล้าพอจะโต้แย้งออกมา) ใครที่อ่าน ที่ อ.พนัส เขียนโต้สมคิด ขอให้สังเกตว่า อ.พนัส ก็ "เฉยๆ" เหมือนกัน ไม่ได้ยกประเด็นเรื่องมีชื่อปรีดีอยู่ในรายชื่อนั้นด้วย


ในทำนองเดียวกัน ผมก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกเป็นพิเศษอะไรที่คุณดุษฎีมาโต้ ในลักษณะที่หลายๆ คนเหมือนจะรู้สึก "ลูกสาวปรีดี มาโต้" อะไรแบบนั้น


จริงๆ ผมก็หวังว่า ในอนาคต บรรดาเพื่อนๆ เสื้อแดงทั้งหลาย ควรจะทำให้ตัวเองรู้สึกเฉยๆ ได้ เพียงแค่ได้ยินใครพูดในทางลบถึงทักษิณเช่นกัน


โอเค โม้มาเยอะ ดูที่ผมเขียนทิ้งไว้ 2 วัน แต่ไม่ได้โพสต์ข้างล่างก็แล้วกัน


.....................


เสียดายที่ สมคิด เป็นอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า lacks the courage of his own′s conviction คือขาดความกล้าจะยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก แม้จะถูกโต้แย้งโจมตี


ประเด็นที่เขาใส่ปรีดีไป ในครั้งแรก และดุษฎี ออกมาแย้ง ความจริงเป็นประเด็นสำคัญอยู่ และผมเห็นว่า การที่ดุษฎีเป็นลูกปรีดี ไม่เป็นตัวตัดสินความถูกผิด (ผมไม่เห็นด้วยว่า เพียงเพราะดุษฎีมาโพสต์แย้ง จะต้องแปลว่า สมคิด ผิด และผมเองไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ - เหมือนอย่างที่ดูเหมือนหลายคนจะรู้สึก - ที่เห็นดุษฎีมาเขียนแย้ง)


น่าเสียดาย ที่แต่แรกเลย สมคิด ไม่ยอม (ไม่กล้า) ขยายความหรือให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ทำไมจึง "นับ" ปรีดี เข้าไว้ใน list นั้นด้วย (ผมคิดว่า ผมพอจะเดาได้ว่า เขาต้องการจะสื่ออะไร ดังจะอธิบายต่อไป) ดุษฎีเองก็เพียงแต่แย้งว่า ไม่สามารถใส่ปรีดีเข้าไว้กับรายชื่ออื่นๆ ได้ โดยไม่ได้อธิบายเช่นกัน แต่อันนี้ พอเข้าใจได้ เพราะตัว "โจทย์" ที่สมคิดตั้ง ไม่มีการอธิบายแต่แรก


เมื่อมีการโต้แย้งเกิดขึ้น สมคิด เลย "ถอย" ระดับหนึ่ง ด้วยการแทนที่จะอธิบายเพิ่มเติม กลับมาเขียนคำถามใหม่ 2 ข้อ แต่การเขียนนั้น ก็แสดงลักษณะที่ผมว่าข้างบนอีก (lacks courage ..) คือแทนที่จะเชื่อมโยง อธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรม เกี่ยวกับกรณีปรีดี ที่เขาเขียนไว้ตอนแรก ก็เขียนเป็นนามธรรมๆ ไว้ยังงั้น


สุดท้าย สมคิดก็เลยลบทุกอย่างออกหมด


ผมเดาว่า ประเด็นที่สมคิด ต้องการจะสื่อตอนใส่ชื่อปรีดีครั้งแรกนั้น ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับการตั้งคำถาม 1 ใน 2 ข้อครั้งหลัง ความจริง เป็นประเด็นรูปธรรม นั่นคือ เขาหมายถึงเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า "กบฏวังหลวง" หรือ ที่ปรีดีเองเรียกว่า "ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์ 2492" คือเหตุการณ์ที่ปรีดี ระดมกำลังอาวุธพยายามยึดอำนาจ หรือพยายามรัฐประหาร


ผมเชื่อว่าคำถาม 2 ข้อของสมคิด ข้อแรก ก็คงหมายถึงเหตุการณ์เดียวกันนี้แน่นอน ในขณะที่ข้อ 2 หมายถึง รบ.ทักษิณ และ รปห.19 กันยา


นั่นคือ เขาต้องการถามว่า ในกรณีที่มีคณะรัฐประหาร ได้อำนาจมาไม่ถูกต้อง (รปห. 8 พ.ย.2490) เป็นสิ่งถูกต้องหรือไม่ ที่จะพยายามใช้วิธียึดอำนาจแบบที่ปรีดีใช้ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ (คำของสมคิด คือ "ถ้านาย ก.ทำรัฐประหารและได้อำนาจรัฐมา เราจะต่อสู้นอกระบบกฎหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่?")


ในขณะที่ข้อ 2 ก็ถามกลับกัน โดยมีภาพ รบ.ทักษิณ และ รปห.19 กันยา อยู่เบื้องหลัง คือ ถามว่า ถ้าในกรณีที่ รบ. ได้มาชอบธรรมก็จริง แต่กลายเป็นเผด็จการ และไม่มีวิธีการตามกฎหมายจะจัดการได้ จะใช้วิธีนอกกฎหมาย คือรัฐประหาร ได้หรือไม่


จะเห็นว่า เหล่านี้เป็นประเด็นซีเรียสอยู่ และไม่ใช่ประเด็นที่ตอบกันได้ง่ายมากๆ เสียทีเดียว (และไม่ควรตอบด้วยเหตุผลเพียงเพราะ "เป็นปรีดี" แสดงว่า ถูกต้องหมด)


ถ้ามีเวลา ผมอยากจะเขียน "ตอบ" ประเด็นเรื่อง 26 กุมภา 2492 (หรือ ถ้าใครได้ดูคลิปการ์ตูนของ "คชสาร ตั้งยามอรุณ" อันแรกสุดเลย ที่กล่าวถึง รัฐประหาร 20 มิถุนายน 2476 แล้วผมไปดีเบตกับเขาที่บอร์ด "คนเหมือนกัน" จะเห็นว่า เป็นประเด็นเดียวกัน) หรือแม้แต่ย้อนหลังไปถึง "รัฐประหาร" 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งผู้จัดการ (บทความสุรวิชช์ คนหนึ่ง ดูเหมือนจะมีคนอื่นอีก) ยกขึ้นมา
User avatar
overtherainbow
 
Posts: 3123
Joined: Sat Dec 27, 2008 12:36 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby weshare » Sun Oct 02, 2011 8:25 am

sanddolphin wrote:
weshare wrote:
sanddolphin wrote:
weshare wrote:ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้นหรอกค่ะ เอาแค่ข้อความทาง ปวศ.ข้างบนก็พอ

ที่โค้ทมาข้างบนเป็นหลักฐานชัดเจนจากประวัติศาสตร์มิใช่หรือ
ไม่เห็นจำเป็นต้องตีความนี่อะไรนี้คะ ชัดออกอย่างนั้น
รึว่าถ้ายึดตามตัวอักษรทาง ปวศ.มันตรงเกินไป บิดเบือนไม่ได้
จนต้องมีการตีความเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์แห่งตน


ข้อความที่ชัดเจนยังมีอีกเยอะแยะ อย่างเช่นการที่ทักษิณชอบกล่าวว่า "ทำเพื่อประชาชน" ผมก็เชื่อเลยเพราะว่ามีหลักฐานชัดเจนมากว่ามันพูด และผมก็เลยแกล้ง "โง่" ไม่ดูสิ่งที่มันทำอย่างเช่นทุจริตเชิงนโยบาย ใช้อำนาจส่วนตนช่วยเมียซื้อที่ ฯลฯ ลืมตาหน่อยครับ

ไม่งั้นคงไม่มีคนมาคุยกันในกระทู้นี้หรอก


แทงใจดำหรือคะถึงได้ยกแล้วยกอีก :lol:

ขอบคุณที่ทำให้ได้คำตอบและเป้าหมาย
ปลายทางในตัวคุณชัดเจนมาก และคิดว่าป่วยการ
ที่จะเสวนาต่อ เสียเวลาเปล่าหาจุดบรรจบกันไม่ได้อยู่ดี


:lol: :lol: จั๊กกะจี้ครับ เถียงไม่ได้ก็บอกว่าเสวนาต่อไปหาจุดบรรจบไม่ได้ ผมไม่ได้จะไปบังคับบีบคอคุณให้เชื่อตามที่ผมบอกเกี่ยวกับการตีความทาง ปวศ แต่ก็ลองคิดเอาเองละกัน ถ้าทักษิณพูดอะไร คุณเชื่อมันเลยไหมละ ก็ไม่ ต้องมาวิเคราะห์นั่้นนี่


:lol: :lol: :lol: คุณนี่โคตระมั่วเอาตัวรอดอะ เสียงดังเข้าข่มจริงๆ
ใช้คำว่าเถียงเลยเหรอเนี่ย

คุยเรื่อง ปวศ.ของปรีดี อยู่ดีๆ ไง๋ผ่า เอาเรื่องปัจจุบันของทักกี้
ที่กำลังเป็นประเด็นคาหูคาตาขณะนี้มาเปรียบเทียบ :lol:

ปล..ไม่เถียงหรอกนะ ไม่ได้คิดว่าการพูดด้วยหลักการและเหตุผล
เป็นการเถียง ก็แค่มีเวลาไม่มากพอที่จะมาคุยเรื่องที่ไม่มีวันบรรจบ
เท่านั้น
"ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน
แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หล้งเมฆ"
User avatar
weshare
 
Posts: 1539
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:57 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby juemmy » Sun Oct 02, 2011 12:04 pm

Classic wrote:ขอแทรกประเด็นปลีกย่อยเรื่องราชสกุลมหิดล

พระราชวงศ์สายสมเด็จพระนางเจ้าฯเสาวภาผ่องศรีท่านได้ครองราชบัลลังค์ครบทั้งสายแล้ว
สายถัดมาที่มี priority ในการสืบสันตติวงศ์คือ พระราชวงศ์ที่สืบสกุลจากสมเด็จพระพันวษาอัยยิกาเจ้า ซึ่งเป็นพระมเหสีลำดับรองลงมา
นั่นคือสายเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช

ขอแก้คำผิดค่ะที่ถูกคือสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
User avatar
juemmy
 
Posts: 1356
Joined: Fri Feb 20, 2009 12:41 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sun Oct 02, 2011 12:15 pm

นิทานเรื่องตาบอดคลำช้าง.....เหมาะกับสมสัด

เขาจับประเด็นยิบย่อยมาขยายแล้วบอกว่า ขนเส้นนี้แหละ คือช้างทั้งตัว อิอิ เลยสรุแว่าสมคิดเป็นคนขี้ขลาด เมื่อเขามีวิธีคิดที่เหมือนหนอนในอาจมเช่นนี้ จะให้เขาเห็นอย่างกว้างขวางประดุจพญาอินทรีย์โแบเหยื่อได้อย่างไร

ที่ตาหลกคือ เขาด่าคนอื่นว่าไม่กล้าอธิบาย ตัวเขาเองก็ไม่อธิบาย ทั้งๆ ที่เอาประเด็นขัดแย้งนี้มาแสดงภูมิ

แต่ผมก็ต้องขอบคุณเขานะ ที่บอกว่า ใครพูดไม่เข้าหู จะโดนเสื้อแดงโห่จนยืนไกล้ๆ ก็ฟังไม่รู้เรื่อง อันนี้คือเทคนิคทางประชาธิปไตยที่นิติราดจะใช้ต่อกรกับอภิสิทธิ์์ (ถ้ายอมมาร่วม) หรือใครก็ตามที่โง่มาให้เชือด

นิติราดและปรีดี มีวิญญานประชาธิปไตยที่ตรงกันอย่างน่าประหลาด คือเอ็งต้องฟังข้า....แต่ข้าอาจจะไม่ฟังเอ็ง
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby weshare » Sun Oct 02, 2011 12:30 pm

:roll: สมสัดเนี่ย สำนวนคุ้นๆ นะคะ :lol:
"ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน
แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หล้งเมฆ"
User avatar
weshare
 
Posts: 1539
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:57 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 12:55 pm

amplepoor wrote:คุณดอนฟินมีความรู้ทางด้านสังคมไทยในระดับเดียวกับปรีดี คือรู้น้อยมาก ผมเองก็ไม่มีทั้งฉันทะและวิริยะ ที่จะทำให้คุณเข้าใจอะไรพวกนี้เสียด้วย เพราะเวบบอร์ดไม่ใช่ห้องเรียน และผมก็ไม่ใช่ครูอีกทั้งคุณก็ไม่ใช่นักเรียนด้วยสิ

เรื่องเบอรนี่ คุณเอาข้อความของผม ไปถามพวกนักประวัติศาสตร์ในธรรมศาตร์ เขาอาจจะพาคุณไปที่ the Burney's Papers แล้วหยิบเล่มที่มีข้อความนี้ให้คุณได้

ทีนี้ผมจะอธิบายถึงเบื้องหลังหลัก 6 ประการ หลักที่ 1 ให้คุณฟัง

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

คุณมีความฉงนสักนิดใหมครับ ว่าทำไมต้องยกข้อนี้ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ทั้งๆ ที่มันห่างไกลจากข้อโจมตีเจ้า ที่พล่ามมายืดยาว ปรีดีกล่าวหาว่า เจ้าขูดรีด ทำนาบนหลังคน ....นี่เป็นการกล่าวหาที่เข้าใจชัดเจน กล่าวหาว่าเจ้าเอาภาษีเข้ากระเป๋า กล่าวหาว่าใช้เงินมากระดับเดียวกับไกเซอร์และซาร์ที่ถูกโค่นอำนาจ

กล่าวหาหนักหน่วงอย่างนั้น ทำไม่พอประกาศหลัก 6 ประการ กลับไม่มีสักข้อที่จะคืนความยุติธรรมที่เจ้าเบียดบังภาษีจากราษฎร แต่ไปพูดถึงเอกราชซะนั่น

มันเกี่ยวอะไรกับความอดอยากยากแค้นของราษฎร ที่พรรณามาล่ะ


เรียน amplepoor ผมบอกแต่แรกแล้ว ว่าผมไม่รู้เยอะ ผมถึงมาที่นี่ (ไม่เคยบอกว่ารู้มากกว่าชาวบ้านหรือไปทับถมเขา) ส่วนกรณีเรื่อง ความสัมพันธ์ของหลัก 6 ประการ และ เบียดบังภาษีจากราษฎร ในข้อเอกราชผมก็อยากจะฟังทัศนะเช่นกันว่าคุณจะอธิบายแบบไหน (http://www.pridiinstitute.com/autopage/ ... =2&start=1) อีกอย่างผมได้อยากให้คุณขยายความตรงนี้
คือพลเมืองเป็นของมีค่า หรือจะพูดให้ชัดก็ได้ว่า ปรีดีน่ะ ตอแหล ระบอบของเราและของเอเซียไม่ได้มองพลเมืองเหมือนพวกฝรั่งมันมองพวกฟิวดัล ....
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 12:57 pm

amplepoor wrote:เอกสารที่ผมใช้ในการอธิบายความคิด บางชิ้นค่อนข้างเก่า คุณไม่รู้จักจึงไม่ใช่เรื่องน่าตำหนิ

แต่ถ้อยคำที่ผมเพิ่งโพสต์ลงไป ชนิดตดยังไม่หายเหม็น คุณกลับอ่านผิด เข้าใจผิด และตีความผิด ดังนั้นการที่คุณอ้างว่า อะไรๆ มันก็ล้วนแต่เป็นการตีความนั้น ขอเรียนว่า คุณยังพรรษาไม่แก่กล้าจนถึงใช้คำนั้นได้....เพราะ แค่ประโยคบอกเล่าง่ายๆ คุณยังฟังไม่ได้ศัพท์ ขนาดย้อนความเห็นของผมว่า

ปล (บ้าง) คือ คุณจะสรุปมันก็เรื่องของคุณ (พึ่งจะรู้ว่ะว่ามันเป็นหน้าที่)


นี่เป็นการเอาคำพูดมายัดใส่ปากของผม...เพราะผมเขียนว่า

ในฐานะเจ้าของกระทู้ ผมควรจะมีสิทธิ์สรุปความตามจังหวะที่เหมาะสม

คำว่า เป็นหน้าที่ ไม่สามารถเอามาใช้แทนคำว่า มีสิทธิ์

เว้นแต่คุณสมาทานศีลเสื้อแดง คือมั่วซั่ว ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็จนใจเพราะเราพูดกันคนละภาษา ภาษาของผมนั้น สิทธิ์ เราละทิ้งได้ คงรู้จักคำว่า สละสิทธิ์ แต่หน้าที่ สละไม่ได้ครับ การละทิ้งหน้าที่ มีโทษ....


ผมชักสงสัยแล้วละครับ ว่าคุณรู้ในสิ่งที่คุณอ้างว่ารู้ จริงหรือเปล่า


เรื่องหยุมหยิมเล็กน้อย ผมไม่ค่อยสนใจหรอกว่ะ :lol: :lol: แล้วเพียงเรื่องแค่นี้ผมไม่ไปไล่บี้โยงไปถามว่า "คนนั้นรู้จริงหรือไม่จริืง" หรือเปล่าหรอก :lol: :lol:

ปล จะหาว่าผมเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อเขียว เสื้อฟ้า เสื้อขาว ฯลฯ อะไรก็ได้นะ ผมชอบใส่ทุกสีละ :lol: :lol: :D เพราะผมอยู่ในสังคมที่ชินชาเสียแล้วกับการโดน "ป้ายสี"
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:10 pm

เอ้อ amplepoor ไม่รู้คุณมี Burney Paper อะไรนั่นที่บ้านคุณหรือเปล่า แต่ผมรบกวนคุณดูหน่อย(ถ้ามีนะ) ว่าที่คุณได้พูดมาน่ะมันหน้าไหน เพราะพรุ่งนี้เข้าห้องสมุดจะไปดูทีเดียวเลย
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby amplepoor » Sun Oct 02, 2011 1:22 pm

sanddolphin wrote:เอ้อ amplepoor ไม่รู้คุณมี Burney Paper อะไรนั่นที่บ้านคุณหรือเปล่า แต่ผมรบกวนคุณดูหน่อย(ถ้ามีนะ) ว่าที่คุณได้พูดมาน่ะมันหน้าไหน เพราะพรุ่งนี้เข้าห้องสมุดจะไปดูทีเดียวเลย


บ้านผมมะช่ายห้องสมุด เสียใจด้วย และผมก็อ่านไว้นานแล้ว
เบอรนี่เปเปอร์มี 6 เล่มปกแข็ง หลายพันหน้า แต่ทำสารบัญละเอียด บอกเนื้อหาไว้ทำให้สแกนง่าย คุณต้องช่วยตัวเองแล้วละ อ้อ มันจะอยู่ในช่วงที่เบอรนี่ยังไม่เข้าประเทศสยาม จึงน่าจะอยู่เล่มแรกนะ

แทนที่จะให้ผมช่วย คุณไปหาสหายที่แน่นประวัติศาสตร์ดีกว่า ถ้าเขาไม่รู้ก็ปลดคำยกย่องทิ้ง ส่วนคุณไม่เป็นไร เพราะคุณไม่รู้อะไรทั้งนั้น


วันหลังอย่าถามเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้นะครับ ผมจะไม่ตอบ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:23 pm

amplepoor wrote:นิทานเรื่องตาบอดคลำช้าง.....เหมาะกับสมสัด

เขาจับประเด็นยิบย่อยมาขยายแล้วบอกว่า ขนเส้นนี้แหละ คือช้างทั้งตัว อิอิ เลยสรุแว่าสมคิดเป็นคนขี้ขลาด เมื่อเขามีวิธีคิดที่เหมือนหนอนในอาจมเช่นนี้ จะให้เขาเห็นอย่างกว้างขวางประดุจพญาอินทรีย์โแบเหยื่อได้อย่างไร

ที่ตาหลกคือ เขาด่าคนอื่นว่าไม่กล้าอธิบาย ตัวเขาเองก็ไม่อธิบาย ทั้งๆ ที่เอาประเด็นขัดแย้งนี้มาแสดงภูมิ

แต่ผมก็ต้องขอบคุณเขานะ ที่บอกว่า ใครพูดไม่เข้าหู จะโดนเสื้อแดงโห่จนยืนไกล้ๆ ก็ฟังไม่รู้เรื่อง อันนี้คือเทคนิคทางประชาธิปไตยที่นิติราดจะใช้ต่อกรกับอภิสิทธิ์์ (ถ้ายอมมาร่วม) หรือใครก็ตามที่โง่มาให้เชือด

นิติราดและปรีดี มีวิญญานประชาธิปไตยที่ตรงกันอย่างน่าประหลาด คือเอ็งต้องฟังข้า....แต่ข้าอาจจะไม่ฟังเอ็ง


สมศักดิ์มันเป็นดาบสองคม ในฐานะนักวิชาการความเกลียดชังทำให้เขาถีบตัวเองเพื่อค้นคว้าข้อมูล แต่ก็เพราะความเกลียดนั่นละ ทำให้เขามองปัญหาทางสังคมการเมือง (สังคมศาสตร์) อย่างทื่อ กล่าวคือ ในสังคมศาสตร์ มันไม่มีความจริงเพียงหนึ่งเดียว มันไม่มีความจริงสูงสุด แต่สมศักดิ์สอนราวกับว่ามีความจริงเพียงหนึ่งเดียว คือชอบหาว่าปัญหาของการเมืองไทยทั้งหมดอยู่ที่สถาบันฯ เพราะอย่างนี้ทำให้สมศักดิ์ไปบังคับนักวิชาการคนอื่นให้คิดเหมือนเขาเอง จนด่าชาวบ้านมาเยอะแยะนักต่อนัก ทั้งๆที่ความจริงปัญหาการเมืองไทยมันมีเยอะแยะซับซ้อนมากมาย สัมศักดิ์ในฐานะมาร์กซิสต์ไม่เคยวิจารณ์บทบาทของทุนที่มีต่อการเมืองไทยเลย
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

Re: ปรีดี แฮททริค

Postby sanddolphin » Sun Oct 02, 2011 1:26 pm

amplepoor wrote:
sanddolphin wrote:เอ้อ amplepoor ไม่รู้คุณมี Burney Paper อะไรนั่นที่บ้านคุณหรือเปล่า แต่ผมรบกวนคุณดูหน่อย(ถ้ามีนะ) ว่าที่คุณได้พูดมาน่ะมันหน้าไหน เพราะพรุ่งนี้เข้าห้องสมุดจะไปดูทีเดียวเลย


บ้านผมมะช่ายห้องสมุด เสียใจด้วย และผมก็อ่านไว้นานแล้ว
เบอรนี่เปเปอร์มี 6 เล่มปกแข็ง หลายพันหน้า แต่ทำสารบัญละเอียด บอกเนื้อหาไว้ทำให้สแกนง่าย คุณต้องช่วยตัวเองแล้วละ อ้อ มันจะอยู่ในช่วงที่เบอรนี่ยังไม่เข้าประเทศสยาม จึงน่าจะอยู่เล่มแรกนะ

แทนที่จะให้ผมช่วย คุณไปหาสหายที่แน่นประวัติศาสตร์ดีกว่า ถ้าเขาไม่รู้ก็ปลดคำยกย่องทิ้ง ส่วนคุณไม่เป็นไร เพราะคุณไม่รู้อะไรทั้งนั้น


วันหลังอย่าถามเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้นะครับ ผมจะไม่ตอบ


ออครับ "I know that I know noting" โดย Socrates เป็นประโยคที่ผมสอนตัวผมเองสมัยที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแรกๆ สหายรอบตัวผม ถ้าแน่น ปวศ การเมืองไทยก็สมัย 2475 ขึ้นมา นอกนั้นคงต้องไปหาสหายเพิ่มที่ภาควิชา ปวศ เสียแล้วละ ผมมีเพื่อนเอก ปวศ น้อย ส่วนมากไปแน่นที่วิชาคณะเสียมากกว่า
"The unjust law is no law at all."
User avatar
sanddolphin
 
Posts: 477
Joined: Sun Apr 12, 2009 1:35 pm

PreviousNext

Return to สภากาแฟ



cron