... ในกรณี เรือดันน้ำ มีบริจาด น้ำมันสักลิตร เพื่อช่วยชาวบ้าน หรือ รัฐบาล ยี้ปู บ้างหรือไม่
... แค่สอบถาม หากไม่มี ก็ขอทวงถาม ความเป็น บริษัท คนไทย ที่จะทำประโยชน์เพื่อคนไทย (ตามที่โฆษณาเป่าหู ทุกวัน)
....

คนบาป wrote:ค่อยๆ ดูกันไป
นางอุษณีย์ ตันตินิติ ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เผยว่า กระสอบแบบมีปีก เกิดจากการที่ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลเห็นต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น และมองว่า จะเป็นประโยชน์กับไทย จึงนำมาบอกต่อมายัง ปตท. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลาสติก และพัฒนาออกมาเป็นกระสอบมีปีกป้องกันดินถล่ม
จากกระสอบธรรมดาที่เมื่อนำดินทรายใส่เข้าแล้วซ้อนทับเป็นคันกั้นน้ำหรือดินถล่ม แต่มักพบว่า ไม่คงทนและพังทลายได้ง่าย กระสอบพลาสติกแบบมีปีกเพื่อป้องกันดินถล่มจึงถูกพัฒนาขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กรมทรัพยากรธรณี และ ปตท.เคมิคอล
กระสอบมีปีกถูกออกแบบให้ใช้พอลิเมอร์ 2 ชนิดที่มีความหนาแน่นสูง คือ พอลิเอทิลีนสานในด้านขวาง ในขณะที่พอลิพรอพิลีน นำไปสานในแนวตั้ง เพื่อลดการฉีกขาด และยังทำให้ตัวกระสอบมีความทนทาน พร้อมเติมสารป้องกันแสงยูวี เพิ่มอายุการใช้งานนานถึง 15 ปี ในขณะที่กระสอบธรรมดามีอายุการใช้งานที่ 1 ปีเท่านั้น
ในส่วนของปีก 2 ด้านซ้ายและขวาของตัวกระสอบ ทำหน้าที่เพิ่มแรงยึดเหนี่ยวขณะวางกระสอบทับซ้อนกัน ทำให้โครงสร้างของคันกั้นน้ำหรือกันดินถล่มแข็งแรงขึ้น ชะลอความเสียหายได้ดี ซึ่งวกระสอบมีปีกนี้ ได้ทำการจดสิทธิบัตรแล้ว
"เมื่อปี 2550 เราร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนานำไปทดลองใช้นำร่องที่บ้านห้วยน้ำต๊ะ จังหวัดอุตรดิษถ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ประสบเหตุดินถล่มเมื่อปี 2549 โดยนำไปกั้นเป็นแนวกันดินถล่มความยาว 300 เมตร และมีการติดตามผลทุกปี” นางอุษณีย์ชี้
ระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทีมตรวจสอบพบว่า กระสอบพลาสติกแบบมีปีกเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอีก 20% ทั้งการป้องกันดินถล่ม การชะล้างพังทลายของหน้าดิน และการพังทลายของแนวตลิ่ง
ที่สำคัญ นางอุษณีย์ชี้ว่า รูปแบบการสานของกระสอบนี้ ทำให้ต้นไม้สามารถที่จะเติบโตทะลุกระสอบไปได้ ซึ่งแนวกั้นนำร่องระยะเวลา 3 ปีที่บ้านห้วยน้ำต๊ะนั้น เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ขึ้นมาหนาแน่นจนไม่เห็นแนวกระสอบ กลายเป็นแนวกั้นธรรมชาติที่ได้ต้นมามาช่วยยึดเหนี่ยวเพิ่มขึ้น
“ในแง่ของการขยายพื้นที่นำร่อง อยู่ระหว่างการพิจารณาของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งตั้งเป้าประยุกต์ใช้เป็นแนวกันน้ำหลาก โดยกำลังตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร พิจารณาข้อมูลจากวิกฤตน้ำท่วมที่หลายจังหวัดกำลังเผชิญอยู่” ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานกิจการเพื่อสังคม ปตท.เคมิคอลชี้ พร้อมเสริมว่า ทางกรมทรัพยากรธรณีก็มองถึงการประยุกต์ใช้เป็นแนวกันดินถล่ม และแนวสำหรับเบี่ยงทางน้ำหลากในพื้นที่เสี่ยงต่อไป
สำหรับ ปตท. เคมิคอลเอง นางอุษณีย์ตั้งเป้าจะต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ภายในปี 2554 นี้ โดยชี้ว่า ราคาจะสูงกว่ากระสอบธรรมดา แต่การตั้งวราคาจะไม่มุ่งเน้นกำไร แต่หวังขยายให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้แพร่หลาย
“เรามองว่า ปีนี้ ปัญหาด้านอุทกภัยมีสูง น้ำเยอะ หากภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่นสามารถร่วมมือกันสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมภาคกว้างได้ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุด” ผู้บริหารปตท.เคมิคอลทิ้งท้าย