2swvp wrote:umchn2 wrote:แม่ชีกายสิทธิ์แปลงร่างมา
20 คำถามกับ*bonny
1) ทำไมถึงไม่เข้ามาชี้แจงก่อนหน้านี้ ปล่อยให้กระทู้เละเป็นโจ๊กอย่างนี้ล่ะ?
... แล้วเมื่อผมและน้องเม่ยเอา หลักฐานต่างๆ มาแปะ ไอ้ที่กล่าวหากันเป็นตุเป็นตะ จะมีใครสำนึกไหมครับว่า ทำอะไรลงไป ความเห็นก่อนๆ หน้า (ถ้าหากไม่ลบหรือแก้ไข) ก็เท่ากับประจานตัวเองต่อสังคมที่นี่ไปแล้ว
..........ทำไมหลักฐานการชี้แจงที่โปร่งใส ถูกต้อง จะกลายเป็น การประจาน ไปได้
มันน่าจะเป็นการแสดงหลักฐานความโปร่งใส....แบบคดีหมิ่นประมาทของหมัก กับ สามารถ ราชพลสิทธิ์
ถูกต้อง ดี ๆๆๆๆ ใครก็....ประจาน ไม่ได้ ห้าๆๆๆๆๆๆ
แสดงว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ไม่ดีจริง ๆ อย่างที่มีการกล่าวหา หากแฉ ก็เท่ากับเป็นการ ประจานตัวเอง
นี่ขนาดไม่ได้
แฉ นะ.............. ห้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อ่านแล้วเหมือนกับว่า เหลือกันอยู่สาม แล้วก็สอง
อ่านแล้วเหมือนกับว่า ผม เสียงเดียว น้อง สองเสียง ผม จะไปทำอะไรได้
ความตรงไปตรงมา คือคำชี้แจงที่ดีที่สุด
ทำไมถึงมีบทความมาก---ตอบ เพราะเมื่อให้โหวต น้องสองคนเลือกบทความของผม ห้าๆๆๆๆๆ
ทำไมน้องสองคนเลือกบทความของผม--- ตอบ เพราะผมมีงานเขียนเป็น ๑,๐๐๐ ชิ้น ห้าๆๆๆๆ
เพราะฉะนั้นใครอย่าพูดมาก แน่จริง ก็เขียน "บทความ" มาลง ซิ ห้าๆๆๆๆๆๆๆ
ตอบเหมือนพวก นักการเมืองเลย... พธม แน่จริง ก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซิ ห้าๆๆๆๆๆๆ
เอวังด้วยประการละฉะนี้
4) พอจะบอกได้ไหมว่า ทำไมคนในบก.ถึงลาออกกันเยอะ คุณเป็นตัวปัญหาหรือเปล่า?
... เพราะทุกอย่างต้องเริ่มที่ผมจะมาจบลงที่ผมไม่ว่าดีหรือไม่ดี .....ผมเป็นหัวหน้าทีม ไม่ใช่นายจ้าง พวกเขาเป็นเพื่อน ไม่ใช่เป็นลูกน้อง ....โครงการนี้ ผมริเริ่มและต้องรับผิดชอบผลสำเร็จ...ถ้าผมลาออกก็ต้องปิดโครงการ ใครจะทำอะไรต่อต้องไปขึ้นโครงการใหม่ของตัวเอง เพราะ เราทำงานกับบนเน็ต ไม่ได้พบหน้ากันเหมือนในกองบก.ของสำนักพิมพ์ เวลาผมนัดประชุมและส่งข้อความไป กว่าจะตอบคืนมาหมด ใช้เวลาหลายวัน ที่สำคัญ คือ คนที่ไม่ตอบว่า จะเอายังไง จะทำหรือไม่ทำไม่ส่งข่าวให้เราทราบ ทำให้ต้องกำหนดว่า หากไม่ตอบกลับมาภายใน 3วัน 5วัน เราขอตัดออก ต้องทำเช่นนี้ งานจึงเดิน อย่างนี้ไม่เรียกว่า ไล่ออก แต่ออกตามสภาพ ในจำนวนทั้งหมด มีลักษณะนี้ถึง 3 คน
-------------------------------------------
คำชี้แจงที่ดีที่สุด คือ คำชี้แจงที่ตรงไปตรงมา
การทำงานใช้วิธีประชุมหลังไมค์อย่างเดียวครับ เมื่อผมเป็นเริ่มโครงการ ผมก็ต้องรับผิดชอบ
เมื่อคนทำงานลาออก ผมก็ต้องทำให้เสร็จ เมื่อไม่มีใครส่งบทความ ผมก็ต้องเขียนของผมลงหนังสือ
--------------------------
ง่าย ๆ สั้น ๆ สมาชิกจะเห็นความมีสปิริต (ที่เคยพูดไว้) มากกว่า จะยกธรรมะแบบ ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น
........ทำงานหนังสือ ไม่มาเจอกันเพื่อพูดเรื่องหนังสือเลย....จะคุยกันในโลกเสมือน...เป็น คน (ไม่ต้องมีธรรมะ)
ก็ขอลาออกดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะพูดยังไง นั่งพิมพ์กว่าจะรู้เรื่อง กับมาประชุมกันให้รู้เรื่อง ต่างกันมาก
งงๆๆๆๆๆ
ก็ต้องเอวังกันด้วยประการล่ะฉะนี้
แต่คำตอบของ บอนนี่ กลับมาสะท้อนตัวตน (ที่ไม่มีธรรม) ในข้อนี้7) คุณดอกฟ้ากล่าวหาว่า คุณพยายามยัดเยียดบทความเก่าของคุณลงในหนังสือเล่มนี้แบบฉวยโอกาสที่มีคนถอนเรื่องออก ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร?
ใน สัปดาห์สุดท้ายก่อนส่งบทความและรูปภาพเข้าสู่โรงพิมพ์ จู่ๆ สมาชิกเจ้าของบทความท่านหนึ่งก็เมล์มาขอให้ถอนบทความออก มิเช่นนั้นจะฟ้องหากนำไปลง...ตอนนั้น ทำให้เราขาดบทความไปหนึ่งเรื่อง ....แต่ดอก ฟ้าแย้งว่า ในเมื่อเป็นบทความเก่า ไม่ได้เขียนขึ้นใหม่ตามกติกา ถือว่า ผมทำผิดกฏซะเอง ซึ่งผมก็ไม่ได้โต้แย้งว่ากระไรสักคำเดียวนะครับ ไม่เอาก็คือไม่เอา กรณียัดเยียดนี่คงเป็นไปไม่ได้
ผมจะไปยัดเยียดเพื่อ อะไรกันครับ ...
คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ชัดเจน ตรงไปตรงมา...จบ
งานเขียนผมมีเยอะแยะ ที่ผมเขียน ก็เพื่อให้หนังสือสำเร็จ งานเขียนของผมนะทำเงินตั้งมากมาย
ห้าๆๆๆๆๆ แต่ ท่านก็ตอบว่า.....
เพราะเรื่องสั้นทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องสั้นที่ยังไม่ได้ส่งให้สำนักพิมพ์ นอกนั้นในบล็อกผมถูกนำไปตีพิมพ์เป็นหนังสือหมดแล้ว เรื่องสั้นทั้งสองเรื่องนี้ก็รอผมเติมให้ครบจำนวนหน้า ส่งให้โรงพิมพ์ขายรวมเล่ม ก็ได้เงินไปแจกเด็กๆ เหมือนกัน (เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งได้เงินประมาณ 5000 บาท ส่วนนิยายได้ 30000 – 50000 บาทต่อเรื่อง ผมจึงไปเขียนนิยายก่อน ใช้เวลาผลิตเท่ากัน)
แต่ปรากฏว่า น้องทั้งสองได้ใช้โอกาสนี้ ตัดผมออกจากทีมงาน ยึดอำนาจในการพิจารณาร่วมกันของผมไปหมด ไม่ยอมพูดคุย ไม่ติดต่อผมอีกเลย ผม มารู้เอาภายหลังจากหนังสือออกขายแล้วว่า พวกเธอแอบไปติดต่อนักเขียนที่มีบทความอยูในหนังสือจำนวนหลายเรื่องแต่ใช้ ชื่อต่างกันให้เขียนเรื่องเพิ่มเติม แล้วนำส่งให้โรงพิมพ์ไปเลยโดยไม่ต้องให้ผมร่วมรับรู้....
...แต่ภาพที่คุณดอกฟ้านำเสนอทั้งหมด ได้ปรากฏอยู่ในหนังสือทุกภาพ แม้บางภาพรับปากกันว่า จะหามาใหม่ก็นำมาบรรจุหมด
คุณดอกฟ้าจัดการหมด สั่งการเองหมด ไม่งั้นคุณอ้อจะจัดเรียงภาพเหล่านั้นได้อย่างไรถ้าไม่มีคนส่งภาพให้...
ทีภาพตัวเองได้ลงหมดไม่พูด ทีเรื่องของผมลงไปตั้งเยอะแยะ ยกมาพูด...ห้าๆๆๆๆคงกลัวผมจะคัดค้านเรื่องภาพสีที่แอบสอดไส้มั้ง ?
การข้ามขั้นตอนที่ผมจำเป็นต้องมีส่วนร่วมนี่แหละครับ ที่เธอเอาไปคุยในกระทู้ว่า หนังสือเล่มนี้เธอทำเองคนเดียว คุณบอนนี่ไม่เกี่ยว
อย่างนี้ คุณคิดว่า ใครกันแน่ที่ยัดเยียด และใครกันแน่ที่ใช้อำนาจอันมิชอบ
-----------------
-เหลือทำกันอยู่สามคน..แล้วในที่สุด สองคนก็ยึดอำนาจ...ในที่สุดก็เหลือ...หนึ่ง...หนึ่ง....หนึ่ง
แต่ละหนึ่งก็มีพวกอีก...... แล้วจะจบมั๊ย
ข้อนี้ไม่สามารถตอบง่าย ๆ ชัดเจน ตรงไปตรงมา ได้ เพราะ อัตตา ล้วน ๆๆ และเพราะ ในที่สุด ก็รู้กันอยู่สามคน
พวกใครก็ฟังใคร.....
--------------------
ข้อ ๘ นี่สนุกมาก ยืนยันเลยว่าผมตกใจพอสประมาณที่เธอกล้าทำกระทู้แฉเบื้องหลัง ที่สุดท้ายลงเอยด้วยการยกหางตัวเอง แสดงว่า เธอไม่ปกติแล้ว คนจิตปกติไม่ทำเรื่องเช่นนี้หรอกครับ
----ตกใจเหมือนกันที่ บอนนี่ ชี้แจงแต่ละข้อได้น่าตกใจ ห้า ๆๆๆๆ
สรุปคือ เป็นความผิดของ หนึ่ง และอีกหนึ่ง ไม่ใช่ หนึ่ง
ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ หนึ่ง หนึ่ง หนึ่ง ยังมีพวก หนึ่ง หนึ่ง หนึ่ง ที่เข้ามา...เละเป้นเจ๊กอีก...ห้าๆๆๆๆๆ
งง ปะ
เอวังด้วยประการล่ะฉะนี้
