อ้าว ยังไม่ล็อคอีกเหรอเนี่ย ไม่เป็นไร แล้วแต่ท่านเว็บมาสเตอร์จะพิจารณาก็แล้วกัน
ถ้าอย่างนั้น ก็มาฟังนิทานต่อกันอีกเรื่องก็แล้วกัน
เรื่อง ต้นไม้เป็นพยาน
ยังมีเด็กหนุ่มหน้าตาซื่อๆ คนหนึ่ง เขามีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด
ก่อนเดินทางเขาได้ฝากเงินไว้ที่ยายแก่คนหนึ่ง 1000 บาท
ครั้นเมื่อเขากลับจากต่างจังหวัด เขาจึงไปขอรับเงินคืน แต่ยายแก่ปฎิเสธเรื่องเงินฝาก
"เจ้าไม่ได้ฝากอะไรไว้ที่ข้าเลย"
เด็กหนุ่มได้ไปขอพึ่งความยุติธรรมจากศาล ผู้พิพากษาเรียกตัวยายแก่ไปที่ศาล
"เด็กหนุ่มคนนี้ฝากเงินไว้ที่ท่านใช่ไหม?"
ยายแก่ยืนกราน "ไม่มี"
ผู้พิพากษาถามเด็กหนุ่ม "เจ้ามีพยานไหม?"
เด็กหนุ่มตอบ "ไม่มี"
ผู้พิพากษาถามเด็กหนุ่มต่อไป
"ขณะที่เจ้าเอาเงินให้ยายแก่นั้น เจ้าสองคนอยู่ที่ไหน?"
"เรานั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่"
"ทำไมเจ้าบอกว่าไม่มีพยานล่ะ?" ต้นไม้ใหญ่เป็นพยานให้เจ้าได้"
แล้วผู้พิพากษากล่าวเสียงดัง "เจ้าจงไปที่ต้นไม้ใหญ่บอกว่าข้าเรียกตัวมาที่ศาล"
ยายแก่ยิ้มชอบใจ แต่เด็กหนุ่มกลับลังเลใจ กล่าวว่า
"กลัวว่าต้นไม้ใหญ่จะไม่ยอมเชื่อหมายของใต้เท้ามากกว่า"
ผู้พิพากษาบอกให้วางใจ "เจ้านำแหวนซึ่งเป็นตราของข้าไปให้ต้นไม้ดูแล้วบอกมันว่า
ดูซี นี่เป็นตราของผู้พิพากษานะ มันก็จะต้องมาแน่นอน"
เด็กหนุ่มนำตราของผู้พิพากษาไปได้สักครู่ใหญ่ ผู้พิพากษาก็ถามยายแก่ว่า
"นี่ ท่านลองกะดูทีซิว่า เจ้าเด็กหนุ่มไปถึงต้นไม้ใหญ่แล้วหรือยัง?"
ยายแก่ตอบ "อ้อ คงจะถึงแล้ว"
เด็กหนุ่มเรียกตัวต้นไม้ใหญ่เป็นพยานไม่ได้ผล จึงกลับไปบอกผู้พิพากษาตามความจริง
"ข้าเอาตราของท่านให้มันดู แต่มันไม่สนใจอะไรเลย"
ผู้พิพากษาตอบ "ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นได้มาแล้ว และได้ให้ปากคำต่อหน้าบัลลังก์เรียบร้อยแล้ว"
ยายแก่รู้สึกตื่นเต้นในขณะนั้น "ใต้เท้าว่าอะไรนะ? ต้นไม้ต้นนั้นไม่ได้มาเลย"
"เป็นความจริง มันไม่ได้มาเลย" ผู้พิพากษาประกาศ
"เมื่อกี้นี้ ข้าถามท่าน เจ้าหนุ่มไปถึงต้นไม้ใหญ่แล้วหรือยัง?
ท่านก็บอกข้าว่า คงจะถึงแล้ว ถ้าท่านไม่ได้รับเงินจากเจ้าหนุ่มที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
ท่านก็จะต้องถามข้าว่า ต้นไม้ต้นไหน? ไกลจากที่นี่มากไหม?
คำตอบของท่านเมื่อกี้นี้ จึงพิสูจน์ได้ว่า เด็กหนุ่มพูดความจริง"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า............................................
