สะพัด Citigroup ส่งกลิ่น! AIG ร่วงต่อ! (Citi Never Sleeps)

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

สะพัด Citigroup ส่งกลิ่น! AIG ร่วงต่อ! (Citi Never Sleeps)

Postby 不能说的事实 » Tue Oct 14, 2008 8:59 am

อย่างงง เหมือนมีกระแสที่พยายามทุบราคาทองคำ และปั่นเงินดอลล่าร์อีกรอบ ดูจากราคาทองคำ น้ำมัน เงิน CAD AUD NZD ร่วงหมด โดยอ้างว่า เศรษฐกิจไม่ดีดังนั้นสินค้าโภคภัณฑ์จะราคาลง แล้วเก็งกันว่าปีหน้าดอลล่าร์จะไปถึง 38 บาทเชียว :?:

ซึ่งมันไม่มีเหตุผล เพราะหากเป็นแบบนี้เท่ากับอเมริกาก็ไม่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่แท้จริงเลย ปัญหาขาดดุลแฝดมโหฬารมันมีมาก่อนหน้า sub prime ก็หนักอยู่แล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย จะให้อเมริกานำเข้าสินค้าต่อไป แล้วเอเชียก็สะสมดอลล่าร์ต่อไปหรือ :?: แปลว่าความเสี่ยงก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไปงั้นหรือ :?: เมื่อวาน DJIA ขึ้นไปเกือบ 1000 เหมือนล่อให้หลงเชื่อว่าปัญหาหมดไปแล้ว

ไม่ทราบว่าท่าน so what? rule of law ดอกฟ้า มารุจัง และคนอื่นๆเห็นว่าไง
Last edited by 不能说的事实 on Tue Jan 13, 2009 10:23 pm, edited 47 times in total.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby jerasak » Tue Oct 14, 2008 12:49 pm

เนื้อข่าวนี้มีบทวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มด้วยครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------
"พอล ครุกแมน"เจ๋ง คว้าโนเบลเศรษฐศาสตร์!
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เวลา 18:40:08 น. มติชนออนไลน์ อ่านล่าสุด 444 คน
http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... 1223898043

เผยคณะกรรมการเลือกพอล ครุกแมน เกจิผู้ตั้งคำถามโลกาภิวัฒน์ คว้ารางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในห้วงเศรษฐกิจโลกปั่นป่วนจากวิกฤตการเงิน สุดเจ๋ง เคยพยากรณ์ฟองสบู่ในระบบอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ ก่อนเกิดวิกฤตซับไพรม์เขย่าโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 13 ต.ค.คณะกรรมการโนเบล ได้ประกาศมอบรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ให้แก่นายพอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์ชาวสหรัฐ จากบทบาทการเสนอแนวทางวิเคราะห์เรื่องแนวทางด้านการค้าและแหล่งกิจกรรมด้านเศรษฐศาสตร์ โดยเขาได้พยายามวิเคราะห์อิทธิพลของระบอบโลกาภิวัฒน์และการค้าเสรี และอำนาจผลักดันของกลุ่มประชากรชุมชนเมืองทั่วโลก โดยสร้างทฤษฎีใหม่เพื่อตอบคำถามประเด็นเหล่านี้ และเขาได้รวบการวิเคราะห์ที่กระจัดกระจายก่อนหน้านี้ ในแขนงด้านการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ภูมิศาสตร์

ทั้งนี้ ปัจจุบัน พอล ครุกแมน เป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยปรินซ์ตันในรัฐนิวเจอร์ซีย์ และเป็นคอลัมนิสต์ให้แก่นิวยอร์ก ไทมส์ รวมทั้งมีงานเขียนเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในสหรัฐ และประเด็นหัวข้ออื่น ๆ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย

รายงานระบุว่า ครุกแมนได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ภายหลังทราบข่าวว่าตัวเองได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ว่า งานของเขาบางส่วนเกี่ยวโยงยังวิกฤตการเงินในปัจจุบัน และอีกหลายประเด็นที่เกี่ยวโยง ซึ่งเขาบอกว่า นั่นก็เป็นเรื่องน่าทึ่ง เมื่อเปรียบเทียบวิกฤตการเงินที่เคยเกิดขึ้นกับเอเชียเมื่อปี 1990 และว่าโลกอาจจะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยยืดเยื้อ แต่อาจหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจล่มได้

พร้อมกันนี้ ครุกแมน ซึ่งเป็นนักวิจารณ์รัฐบาลบุช ยังได้สรรเสริญความพยายามจากผู้นำทั่วโลก ที่ดำเนินมาตรการรอย่างฉับพลัน เพื่อกู้ปัญหาสถาบันการเงิน เพื่อพยายามระงับยับยั้งภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ได้พากันจับตากันการมอบโนเบลรางวัลในสาขาเศรษฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเห็นว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันได้สะท้อนถึงระบอบทุนนิยมที่สร้างปัญหาให้แก่โลก ขณะที่การมอบรางวัลสาขานี้ในที่ผ่านมา มักมอบให้แก่บุคคลที่สนับสนับแนวคิดทุนนิยมมาแล้วหลายคน

ก่อนหน้านี้ พอล ครุกแมน ได้เคยแสดงปาฐกถาล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ในหลายประเด็น ระบุว่า
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามเศรษฐกิจ ในเรื่องของราคาน้ำมัน และการขาดดุลของสหรัฐ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงเป็นเรื่องที่ช็อคระบบ คำถามคือ จะเป็นปัจจจัยชั่วคราว หรือจะมีการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาในตอนนี้คือ กำลังการผลิตที่มีปริมาณน้ำมันจำกัดในโลก แต่ความต้องการใช้กลับมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ความต้องการใช้น้ำมันในการผลิตในประเทศเอเชีย เช่น จีน ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าภายใน1-2 ปีนี้ ราคาน้ำมันจะอยู่ในช่วง 40-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้หรือไม่

ส่วนปัญหาการขาดดุลของสหรัฐฯ น่าจะยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันสหรัฐฯยังมีปัญหาที่น่าห่วงที่สุด คือ ฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการที่สภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตได้อยู่ทุกวันนี้ เกิดจากการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 50 % ที่จะกลายเป็นการเติบโตแบบฟองสบู่ในระยะอันสั้นนี้ ราคาของอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นเกิน 50 % ทั้งที่ไม่ได้เป็นการทำธุรกิจของนักธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่เป็นการซื้อขายระหว่างบุคคลธรรมดา ไม่ต่างจากการซื้อขายหุ้น โดยหากปัญหาในสหรัฐปะทุขึ้นจนถึงขั้นที่ทำให้เงินไม่ไหลเข้าประเทศ ฟองสบู่ก็จะแตก และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่จะกลับมาสมดุลอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะหากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์แล้วถอนการลงทุน ก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจพังได้

"ขณะนี้เราอยู่ในภาวะที่อาจจะแปลกไป ในเรื่องการไหลของเงินระหว่างประเทศในสหรัฐฯ ซึ่งมีภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 6% ของ GDP เป็นการขาดดุลการค้าที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากลัว เพราะตลาดสหรัฐฯมีขนาดใหญ่ ดังนั้นสหรัฐจึงสามารถดึงเงินออมของโลกเข้าไปในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯได้ โดยเงินออมของโลกนั้นจะมีจุดสมดุลอยู่ที่ 0 เนื่องจากบางประเทศเกินดุล บางประเทศขาดดุล โดยประเทศที่เกินดุล 3 กลุ่ม ประกอบด้วยญี่ปุ่น กลุ่มประเทศที่ผลิตน้ำมัน และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชีย เช่นจีน ทั้ง 3กลุ่มนี้เป็นประเทศที่ได้เปรียบทางการเงินและเป็นคู่ค้าที่สำคัญกับสหรัฐฯ"

กลุ่มประเทศเอเชียที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาเกิดภาวะที่ผิดปกติ เพราะโดยธรรมชาติเงินจะไหลจากประเทศที่พัฒนาแล้วไปสู่ประเทศที่กำลังพัฒนา โดยมีข้อสังเกตภาวะที่ไม่ปกติ คือ การเพิ่มขึ้นมากของดุลการเงินในกลุ่มประเทศเอเชียอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ในประเทศจีน ซึ่งมีอัตราค่าแรงค่อนข้างต่ำ ซึ่งในความเป็นจริงควรจะมีการลงทุนในจีนมากกว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นว่าจีนเป็นฝ่ายนำเงินออกไปลงทุนนอกประเทศมากกว่า จนมีปริมาณเงินไหลออกมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลก "เหมือนน้ำไหลขึ้นภูเขา" ซึ่งขัดกับทฤษฎีทางเศรษฐกิจ จีนใช้เงินประมาณ 6% ของ GDP เข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ทั้งที่รัฐบาลจีนน่าจะหาทางนำเงินไปทำอย่างอื่นแทนการลงทุนสหรัฐฯ ที่ผลตอบแทนแทบจะเป็นศูนย์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ครุกแมนเน้น คือ สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น ก็คือวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงเหมือนในช่วงปี 1997-1998 เนื่องจากเราพอจะหาเหตุผลได้แล้วว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุผลหลัก ๆ คือความไม่สมดุลของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากหนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์ ในขณะที่ทรัพย์สินอยู่ในสกุลเงินของแต่ละประเทศ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน ก็ไม่สามารถนำทรัพย์สินที่มีไปชำระหนี้ได้

อีกตอนหนึ่งที่ ครุกแมน แสดงความเห็นต่อปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ โดยระบุว่า การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯไม่น่าจะดำเนินต่อไปได้นาน นอกจากนี้นโยบายทางการเงินในสหรัฐฯ เองมีความกดดันค่อนข้างสูง ซึ่งสร้างความกดดันในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลสหรัฐในการที่จะบีบให้ประเทศจีนปรับค่าเงินหยวน เพราะในขณะนี้มีความไม่สมดุลระหว่างค่าเงินดอลลาร์และหยวนค่อนข้างสูง ซึ่งผมมีความรู้สึกว่ามีความพยายามจากสหรัฐฯ ให้จีนปรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความสมดุลมากขึ้น เชื่อว่าไม่น่าจะเกิน 1-2 ปีนี้ ที่จีนจะต้องปรับค่าเงินหยวน "

ครุกแมนชี้ว่า สิ่งที่จะทำให้หยุดจุดหักสำหรับระบบเศรษฐกิจในครั้งนี้คือ ต้องหยุดฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ ธนาคารของจีนต้องหยุดสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดเกี่ยวกับฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ และในจีนเองก็ไม่มีสัญญาณว่าจะหยุดสะสมทุนสำรองและอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญการแข่งขันด้านการส่งออก ผมคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะอยู่ได้อีกเพียงระยะสั้นๆ และจะถึงจุดหักภายในทศวรรษนี้ หรืออีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า เพราะมีเงินที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ได้พูดถึงทั้งหมดนี้ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ครุกแมน ยังได้ชี้ปัจจัยเสี่ยงในระยะยาวของเศรษฐกิจ คือ การล่มสลายของเศรษฐกิจโลก ซึ่งไม่ได้มาจากการตัดสินใจทางนโยบาย แต่เป็นเพราะไม่มีผู้นำทางเศรษฐกิจที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจโลกให้มีจุดหมายเดียวกันได้ ปัจจัยเสี่ยง ที่ 2 ก็คือความไม่พึงใจของประเทศที่กำลังพัฒนาเนื่องจากประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีต ซึ่งในบรรยากาศปัจจุบันมีสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจได้ แต่ทุกคนก็ต้องพร้อมช่วยกันพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ
== นักฝันมีชิวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
User avatar
jerasak
 
Posts: 1803
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:22 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Rule of Law » Tue Oct 14, 2008 5:29 pm

รายงานตัว !

กูหล่ะกรุ้ม :cry: กว่าจะดู กว่าจะ post ได้แต่ละที เมื่อเช้าโพสท์ทีนึงแล้วไม่ได้
คิดถึงกระทู้ update เศรษฐกิจมาก

เรื่องหุ้น ทะแม่งๆเหมือนเป็น technical rebound หรือป่าวพี่น้อง
มันลงซะขนาดนั้น ไทยยัง circuit breaker
ได้ข่าวว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มันมีการสร้างข่าว bailout plan ของทุกกลุ่มเลยหนิ ยังไม่ได้อ่านเลย
จังหวะรับข่าว คือพวกเศรษฐีมันคงอดใจไม่ไหวแล้วที่จะช้อนด้วย

สังเกตเห็นพวกคนใหญ่คนโตออกมาให้ข่าวบ่อยๆเกี่ยวกับ bailout บ้านเราก็ยังมีเลย
ดูแล้วเหมือนการสร้างภาพ สกัดดาวร่วงหุ้น ไปวันๆ
เห็น พอลสัน ออกมาพูดว่าจะถมเงินให้ระบบ at any cost ไม่ใช่เหรอ
แต่เมื่อวันก่อนมันบอกว่าให้ทำใจว่าสถาบันจะล้มอีกเยอะ (มันจะถมเต็มหรื๊อ)
ตกลงจะให้กูทำใจ หรือจะถมเงินวะ

แล้วมันจะเอาเงินที่ไหนมาถมนักหนาอ่ะ พิมพ์แบงค์กงเต็กเหรอ
อเมริกา ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดยังกะอะไรดี
ดูแบบนี้แล้ว USD ระยะยาวน่าจะไร้ค่าเลยนะว่ามั้ย

User avatar
Rule of Law
 
Posts: 224
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:34 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby มารุจัง » Tue Oct 14, 2008 5:35 pm

แวะมารายงานตัวในกระทู้นี้เช่นกันค่ะ
ตอนนี้ที่มองก็ยัง งง ๆ อยู่ค่ะ
เพราะเพิ่งมาสนใจเรื่องเศรษฐกิจช่วงไม่นานนี้เองค่ะ
ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง
ยังขออ่านเป็นหลักไว้ก่อนดีกว่าค่ะ
เพราะหลาย ๆ เรื่อง ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ
แต่มองว่า หุ้นไทย ที่ขึ้น ยังมองว่าเป็การ rebound หลังจากตกสุด ๆ มาเมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะ
Forum rules!
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด
User avatar
มารุจัง
 
Posts: 2372
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:50 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby so what? » Tue Oct 14, 2008 5:44 pm

The rescue plan is going to be effective in the short term for sure and everybody knows that. The markets' responses are only psychological and they will come down again. :lol: What they are hoping is that the world and of course the US economy can survive this crisis with minimal damages.

The weakening of Euro, AUD, and others is going to hurt China more than everybody else. I'm not sure if this is taking place naturally or was done deliberately ... :?:
User avatar
so what?
 
Posts: 919
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:26 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Rule of Law » Tue Oct 14, 2008 6:50 pm

deliberately? ... มันใช้วิธีไหนอ่ะคะพี่
User avatar
Rule of Law
 
Posts: 224
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:34 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Tue Oct 14, 2008 7:06 pm

ขอบคุณที่กรุณาเชิญ.....

ต๊าย...ตายนานๆที่จะมีคนเชิญนะเนี่ย....เขินจริงๆ



วันนี้ตลาดหุ้นในเอเซีย บวกขึ้นมาน้อยต่างกันเล็กน้อย นิเคอิเมื่อวานปิดตลาด พอเปิดตลาดขึ้นแรงถึงสิบกว่าเปอร์เซนต์

ส่วนดาวโจนส์ วันนี้ก็บวกไป สิบเปอร์เซ็นต์กว่าๆ ถามว่าพรุ่งนี้ตลาดหุ้นบ้านเราจะขึ้นต่อหรือไม่

คงมีใครอยากทราบ สำหรับคนที่เล่นหุ้น....อิ อิ คงต้องให้ไปถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ

พูดเล่น...น่าจะขึ้นต่อค่ะ...แต่คงไม่เกิน 530 หรือ 520 จุด ถ้าการเมืองภายในเรายังง่อนแง่นแบบนี้นะคะ


ด้วยจิตวิทยาอีกอย่างของนโยบายของหลายๆประเทศ

เลิกประมาทแล้วเห็นความอิ๊บอ๋าย...ล่วงหน้าในอนาคต

มาช้าดีก่าไม่มา...



...เพราะนับตั้งแต่จันทร์ที่แล้ว 590 จุด ลงมาต่ำสุด 448 ใจหายใจคว่ำกันเร๊ยยย


...รอฟังนโยบายบุชน้อยที่จะแถลงคืนนี้ ว่าจะมีอะไรมาเพิ่มเติมเสริมความแข็งแกร่ง

ในการรับมือกับสงครามเงิน

ที่ บรรดาวานิชธนกิจ ของเมกาเสก กระดาษทองยัดใส้ตะกั่ว

ออกมาขายให้กับทุนนิยมข้ามชาติ

แล้วมีคนหลงเชื่อว่ามันจะมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต



โชคดีของคนไทย หรือสถาบันการเงินไทย รวมถึง ธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่รอบคอบ ระมัดระวัง

เนื่องจากแผลเก่าที่ตกสะเก็ดยังไม่หายดี ทุกวันนี้ยังแสบๆคันๆอยู่เลย


เลยกำกับดูแลการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ตั้งกฎเหล็กควบคุมเงินไหลเข้าไหลออกอย่างจริงจัง

ปัจจุบัน วานิชธุรกิจข้ามชาติ เข้ามาขายตราสารในรูปของกองทุน

และมีดอกเบี้ยที่ยั่วใจ สูงกว่าเงินฝากในบ้านเรามากพอควร

มีคนมานำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ ดอกฟ้าฯ เมินหน้าหนี

ถ้าตรูจะเจ๊งก็เจ๊งที่บ้านเกิดตรูนี่แหล่ะ :evil:


ส่วนเรื่องการลงทุนในหุ้น....

มองพอร์ตตัวเอง แล้วเบือนหน้าหนีเลย ดีจะโชคช่วยที่อยู่ในตลาดหุ้นมานาน ตั้งแต่ปี 35 :roll:

เห็นดัชนีตลาดหุ้นไทย 1700 กว่าจุด ยุคน้าชาติ จนลงมา สองร้อยกว่าจุดกว่าๆ :?


ยังไม่เคยหนีออกจากตลาดหุ้นเลย ขนาดไปนอนโรงพยาบาล 18 วัน

ยังพกเครื่องไม้เครื่องมือเล่นหุ้นไปจนหมอหัวเราะ

แถมมาแอบดู ความเคลื่อนไหวของหุ้นกับเราด้วย ฮีๆ :mrgreen:


พวกหมอเนี่ย...เล่นหุ้นกันเยอะนะ ใครไปหาหมอช่วงนี้เห็นหน้าบึ้งๆ อย่าไปซักซอกแซกล่ะ

เดี๋ยวพี่แก ลืมกรรไกรหรือผ้าก๊อส ไว้ในท้อง อิ อ :lol:


ดอกฟ้าฯเล่นหุ้นตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น....แต่ตอนนี้ กำปั้นเล็กลงกว่าหัวแล้ว อิ อิ

ตื่นเช้า หายใจลึกๆ....หายใจเข้า พุทธ....หายใจออก โธ ....

บางทีก็ทำม่ะได้...เลยร้องออกมาว่าโธ่ว้อยยยย




ใครสนใจเรื่องหุ้นเดี๋ยวมาพล่าม...เอ๊ย มาคุยต่อค่ะ

มีคนถามว่า....ทุกวันนี้ เงินมันหายไปไหน :?:

แล้วทำไมทั่วโลกต้องรีบกันช่วยแคะกระปุก กรีดกระเป๋าเอามาช่วยกันแบบ ป่วนกันไปทุกตลาดโลก

ใครคือตัวการ :?:


อยากให้ท่านผู้รู้ทั้งหลาย....มาปุจฉา...วิสัชนากันด้วยค่ะ
:?:[/size][/color]
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Limmy » Tue Oct 14, 2008 7:34 pm

เดี๋ยวเดือนหน้า CDO ล๊อตสองก็จะถึงเวลาเคลมนี่ครับ

ต้องดูผลประกอบการไตรมาสสามด้วย ถ้ายังออกมาไม่ดี หรือ แย่ลง ก็ไปไม่ไหวครับ

ทุกวันนี้พ่อบุชเล่นปาหี่ต้มชาวบ้านมากกว่า คิดว่าจะลงจากเวทีแล้ว จะเล่นกลยังไงก็ได้ ในความเป็นจริงดอลล่าห์ยังไม่มีเค้าว่าจะแข็งขึ้นมาอีกได้ง่าย ๆ นะครับ
User avatar
Limmy
 
Posts: 3466
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:15 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby sleepless » Wed Oct 15, 2008 7:06 am

ผมไม่ได้มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจอะไรเลยนะ
ไม่เคยลงทุนในอะไรทั้งสิ้นไม่ว่า หุ้น ทอง อสังหา
ผมรู้อย่างเดียวว่าการขึ้นการลงของอะไรๆ ที่ไปลงทุนกันอยู่เนี่ยนะ มันไม่มีเหตุผลมารองรับเลย
มันนึกจะขึ้นมันก็ขึ้น หุ้นราคา 30 ขึ้นเป็น 400 ได้ ทั้งๆ ที่เป็นบริษัทเดิม ขายของแบบเดิม กำไรก็เหมือนๆ เดิม
ธุรกิจมันจะไปมีมูลค่าเพิ่ม 10 กว่าเท่าอย่างนั้นได้อย่างไร
อสังหาริมทรัพย์ก็เหมือนกัน ยิ่งกว่าตลาดหุ้นอีก
ประเทศไทยกว้างใหญ่ไพศาล ไม่ใช่ขาดแคลนพื้นที่
ราคาอสังหาทำไมมันอยู่ดีๆ เพิ่มเอาเพิ่มเอา
มูลค่าจริงๆ ของมันไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้
ไอ้ทองคำนี่ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ทองก้อนเดิม ทำไมราคามันเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
คนที่เข้าไปลงทุนก็ล้วนแต่เกิดจากความโลภทั้งนั้น
เห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นเพียงอากาศ แต่หักห้ามใจไม่ได้
ยิ่งตอนนี้เห็นหุ้นราคาตกลงมามาก
คนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนถึงกับใจสั่น เกิดความโลภ อยากจะเข้าไปรวยกับเขาบ้าง
พี่ๆ น้องๆ ในห้องนี้น่าจะมีความรู้กันมาก็มากนะ อย่าโลภครับ
อย่ามองว่าราคาหุ้นที่ตกลงมานี่เป็นโอกาสในการเข้าช้อน
ใช้สติมองโลกตามความเป็นจริง อย่าโดนเขาหลอก
ต้นตำรับเศรษฐกิจฟองสบู่ของจริงกำลังล่มสลาย
ฟันธงว่าคราวนี้อเมริกาไม่ฟื้นไปอีกอย่างน้อย 20-30 ปี
ภาคการเงินล่ม ต่อไปก็อสังหาริมทรัพย์
ภาวะเงินฝืดของจริงกำลังจะมาเยือน
ใครมีหนี้รีบใช้หนี้ให้หมดเร็วๆ
ออมเงินให้มาก อย่าไปลงทุนอะไรทั้งสิ้น
ไม่มีเงินที่ได้มาจากอากาศในโลกนี้
ใครเป็นลูกจ้างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่าให้บกพร่อง อย่าให้โดนไล่ออก หรือหากจำเป็นก็ขอให้โดนออกเป็นคนสุดท้าย
ใครทำธุรกิจก็ตั้งหน้าตั้งตาทำธุรกิจที่มีผลผลิตจริงๆ ให้กับประเทศ หาความรู้เยอะๆ
ตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลผลิตจากความรู้ที่มี อย่าสร้างธุรกิจอยู่บนอากาศ
หยุดการลงทุนทั้งหมดที่คุณจะได้เงินมาโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
เพราะมันขัดกับหลักธรรมชาติ และธรรมชาติจะลงโทษคุณ
หากใครจะว่าผมมองโลกในแง่ร้ายก็ตามสบายครับ
User avatar
sleepless
 
Posts: 605
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:22 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby 不能说的事实 » Wed Oct 15, 2008 11:55 am

ขอบคุณทุกท่าน

เมื่อคืนเกิดมือคันยิบๆๆๆ หลังเห็นหุ้นตกระนาวสัปดาห์ก่อน จะโทรสั่งซื้อหุ้น ปรากฎว่า เปิดตลาดมา TSX Composite พุ่งไป 1200 จุด เลยเปลี่ยนใจทันที พุ่งแบบนี้ทำให้กลัว เลยโทรไปถามโบรก โบรกก็บอกเหมือนกันว่าใจเย็นๆ แปลว่า บรรยากาศอย่างนี้ยังเป็นแค่ bear market rebound รอข่าวร้ายอีกหลายระลอก

ตามนสพ.ฝรั่ง มันก็มีบรรดาคอลัมนิสต์ที่มันสนิทกับพวกโบรกโลภมาก ออกมายุให้เข้าถือเงินดอลล่าร์มั่ง ยุให้ซื้อหุ้นมั่ง ไม่ต่างจากเมืองไทยเลย
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby 不能说的事实 » Wed Oct 15, 2008 7:22 pm

มีบทความมาให้ลองอ่านดู จาก The Globe and Mail น่าสนใจดี

Missed the rally?

JOHN HEINZL

Globe and Mail Update
October 15, 2008 at 6:00 AM EDT

Kicking yourself that you missed out on yesterday's stock market rally? Don't feel too bad. If Martin Weiss is right, the buying opportunity of a lifetime is still ahead of us.

But there's some severe pain to come first.

Mr. Weiss, president of Weiss Research Inc. of Jupiter, Fla., spends most of his time these days counselling people how to keep their money safe. That means steering clear of shaky banks and sticking to short-term U.S. treasury bills, which have the full backing of the U.S. government.

A time will come to buy stocks, he says. But it isn't now – unless you're the type who enjoys juggling sticks of dynamite.

“Many financial planners say, you know, just ignore the fluctuations and keep adding to your [retirement] equity funds and, over time, everything will work itself out,” he said in an interview yesterday.

“I don't buy that theory because it looks like this economic crisis is going to be deeper and longer lasting than anything we've experienced in our lifetime.”

So when stock markets were surging on Monday and Tuesday, Mr. Weiss wasn't telling people to buy: He was advising his newsletter subscribers to sell. Even as governments haul out the heavy artillery to battle the credit crisis – including Washington's plan to buy stakes in leading U.S. banks – he's convinced the economy and stock markets are going to get worse before they get better.

“I sincerely wish I could tell you that this is the end of the crisis. But it's a pipedream. Like every other attempt at rescue, this one is doomed to fail as well,” he wrote this week. “No government or group of governments could possibly wave a magic wand and make this crisis go away.”

Rather than propping up troubled financial institutions and prolonging the agony, he believes governments should be closing down insolvent banks in an orderly fashion. That would be painful and politically unpopular in the short term, but it's what the financial system needs to be healthy again.

Before you dismiss Mr. Weiss as a scare monger, consider that in August, 2007 – as the Dow Jones industrial average was climbing toward a record – the editor of the Safe Money Report and Money and Markets newsletter was warning of: 1) “a chain reaction of defaults that no government or exchange authority could control”; 2) “huge losses at major international banks”; and 3) “massive convulsions in the world economy.”

The first two have already come to pass. Now, as the credit crisis that ransacked the financial system starts to hammer Main Street, Mr. Weiss predicts the “economy will suffer a great fall.”

Sadly, he's probably right. After all, when the credit taps are turned off, there is a lag before the effects are felt broadly. Only now is the lack of credit really starting to bite, just as corporate profits are plunging, layoffs are mounting and giant companies such as Ford and General Motors are struggling for survival.

Before the crisis runs its course, balance sheets will have to be rebuilt, marginal companies will have to go under and millions of people will lose their jobs. In the meantime, the stock market will rally from time to time. According to Mr. Weiss, such rallies are the ideal time for investors to reduce their equity holdings.

Apparently, many investors are doing just that.

At its high yesterday, the S&P/TSX was up as much as 1,637 points or 18 per cent. By the close, however, the gain had been slashed to about 890 points or 9.8 per cent. The lack of follow through shows that, despite all the measures to get credit flowing, investors are still nervous.

“Basic fundamental principle: Every time the government steps in and artificially stimulates a euphoric rally based on a new bailout or action to get the economy back up, those are your best selling opportunities,” Mr. Weiss said.

The buying opportunity will come – but we're not there yet, he says, not even close.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby so what? » Wed Oct 15, 2008 7:42 pm

โดนไอ้บุชหลอกโด๊ปยา ทำเก่งอยู่ได้สองวัน
วันนี้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงซะแล้ว :lol: :lol:

ข้อมูลล่าสุด : 15 ต.ค. 2551 16:59:50

SET 481.50 -19.27 17,609.09 ลบ.


รอ 300+ ครับ ซื้อแล้วถือยาวปีครึ่ง :mrgreen:
User avatar
so what?
 
Posts: 919
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:26 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Rule of Law » Wed Oct 15, 2008 8:11 pm

อืมมมมมม

black friday ที่ผ่านมาทำให้เราเห็นสัจธรรมกันอยู่นะพี่ นั่นคือความเชื่อมั่นที่แท้จริงที่ ประมาณ 450 ใช่มั้ย
ซึ่ง 450 นี่ขนาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ยังไม่ประกาศนะ ถ้าใกล้ถึงวันนั้นแล้วจะขนาดไหน

เสาร์ อาทิตย์ ก็ถึงเวลา ปาหี่ออกโรง สกัดดาวร่วงกันไปจุ๊บๆจิ๊บๆ

วันจันทร์ เจ้ามือก็เลยออกโรงสนองข่าว สนองแมงเม่า ไปที่ประมาณ 480
จิตวิทยาของ technical rebound น่าจะมีแนวรับที่สำคัญอยู่ที่ 480 นี้เอง
เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า เจ้ามือเขาอยากจะลากต่ออีกมั้ย ถ้าหลุด 480 ก็ happy new low

วันนี้ก็เกือบหลุด480แล้ว 5555555 พอข่าวยิงกันปั๊บ เห็นกระดานเลือดสาดทันที

ใครคิดว่าพรุ่งนี้จะเปิดเด้งมั่ง (ไม่ได้เก็บอ่ะ) :roll:
User avatar
Rule of Law
 
Posts: 224
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:34 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby มารุจัง » Wed Oct 15, 2008 8:16 pm

คาดว่า ช่วงวันที่เหลือของสัปดาห์นี้ น่าจะยังซึม ๆ อยู่ค่ะ
เผลอ ๆ จะลงต่อถ้ายังฮึ่ม ๆ กับเขมรต่อ
Forum rules!
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด
User avatar
มารุจัง
 
Posts: 2372
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:50 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Thu Oct 16, 2008 3:05 am

วันนี้ตลาดหุ้นไทยพร้อมที่จะขึ้นไป ปิดหน้าต่าง ที่ร่วงมาแบบไร้เหตุผลอันควร

ที่เรียกว่า โอเวอร์รีแอค

ในช่วงบ่ายพอเกิดข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดการประทะกันที่ชายแดน


หุ้นที่กำลังแรลลี่ไปได้ ร่วงลงมาทันที ตลาดอนุพันธุ์ ที่เราเรียกว่าตลาดฟิวเจอร์ เปิดภาคบ่ายขึ้นไปแตะ 350 จุด


ปิดตลาดลงมากองอยู่ที่ 328 แบบพวกที่เปิด LONG คืนนี้คงนอนไม่หลับ



ดอกฟ้าฯ ขอกลับมาวิแคะ ค่าเงินดอลล์ ตามที่ท่าน จขกท. ปุจฉาไว้ ว่าจะไปถึง 38 บาท ต่อหนึ่งดอลล่าห์


ในความคิดของนักวิแคะ แกะเกา อย่างน้อยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ไม่น่าจะเป็นไปได้


เหตุผล...เมื่อไรที่เศรษฐกิจของประเทศนั้นมั่นคง


การลงทุนก็หลั่งไหลเข้าไปลงทุน ทำให้ค่าของเงินในประเทศนั้นเพิ่มขึ้น


แต่เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจประเทศนั้นอ่อนแอ คนจะเปลี่ยนการถือครองเงินสกุลนั้น


มาถือสกุลเงินอื่นๆ ด้วยหลัก อุปสงค์อุปทาน


การที่ดอลล์แข็งในตอนนี้เพียงเพราะ เมกา อัดฉีด สวอปค่าเงินตัวเอง มา 35000 ล้านดอลล่าห์


เพื่อไม่ให้ค่เงินของตนเองอ่อนไป จะด้วยการเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่


สิ่งที่เป็นสัญญาณที่ดี คือ ฝั่งยุโรปที่ค่อนข้างที่คอนสเวทีฟ รับประกันเงินฝากเต็มมูลค่าทุกบัญชี


ผิดกับเมกา ที่ตะแรกรับประกันค่า 100000 เหรียญ แล้วกลับมาเพิ่มให้ เป็น 250000 เหรียญสหรัฐ

อีกทั้ง ธนาคารกลางยุโรป อังกฤษ สวีสฯ รวมทั้ง เฟด ร่วมมือกันปล่อยกู้ให้กับธนาคารทีมีปัญหาทุกแห่งที่ขอมา

ทุกแห่งในรูป ดอลล่าห์สหรัฐแบบไม่จำกัดจำนวน


ตรงนี้ทำได้มากน้อยแค่ไหน....หรือแค่จิตวิทยาเพื่อจำกัดการตระหนกจากฝูงชนชาวโลก

อย่าเพิ่งเชื่อ....เรามาเฝ้าดูกันด้วยความระมัดระวัง


ส่วนคำถาม...ที่ว่าเงินจากระบบโลกหายไปไหน....ยังต้องมีคำตอบ

ว่าปัญหามาจากอะไร


ตลาดหุ้นไทย....จะมีจุดต่ำสุดที่ดัชนี 420 หรือ 450 จะเอาอยู่หรือไม่

คงต้องมองจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา



จากแมงเม่าจ้าวเวหา...หล่นลงมาแขนขาหัก...อิ อิ :lol:

มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Thu Oct 16, 2008 3:26 am

ส่วนเรื่องการประทะกันที่ชายแดนเขมร...ใครๆก้อรู้

ว่าฝีมือไอ้ven ตัวไหน

ทหารเขมรถือปืนแต่เดินเท้าเปล่า รองเท้ายังไม่มีใส่ ส่วนทหารไทยระดับสูง


ยังสุขสบายกับการประจบนายและขายเพื่อน เพราะมันอินเทรนด์ในยุคนี้


ส่วนทหาร นักรบเพื่อชาติระดับปฏิบัติ ยังขาดแคลนอาหาร ยุทธปัจจัยแค่ไหน

เราไม่รู้.....ใครรู้ ช่วยกันส่งทั้งกำลังใจ อาหาร หรืออื่นๆเท่าที่จะช่วยกันได้


ทหารหาญที่ดี ยังมีอีกมากมาย

แต่ทหารที่แปลงกาย มีมากมายในแผ่นดิน


ถึงยังไงก็ยังเคารพนับถือทหารที่ดี เพราะพวกคุณ ...คือรั้วของชาติค่ะ.....
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Thu Oct 16, 2008 3:59 am

เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าว่าง...จะมาต่อเรื่อง แฮมเบอร์ไครซีส

ที่ไม่ได้เกิดจากปัญหา... จากซับไพร์มเพียงอย่างเดียว

มันเกิดจากเฮดฟันด์ที่ปั่นราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ใช้อุปสงค์เทียม

จากความโลภ ของวานิชธนกิจของเมกา

ที่ทางการกำกับดูแลและออกกฎหมายมาควบคุมไม่ทัน


ตัวการใหญ่...ที่ออกเปเปอร์มาให้เกิดเหตุการณ์ ครั้งนี้ คือ.......

ปั่นราคาน้ำมัน จนพีคสุด 147 เหรียญ ต่อบาเรลล์ แล้วยังตอแหลต่อว่าจะไปถึง 200


วันนี้ ราคาน้ำมัน ลงมาที่ 75 เหรียญต่อบาเรลล์ แล้ว


ตอนนี้ขาลงมันออกเปเปอร์ใหม่ว่า จะแตะที่ 50 เหรียญดอลล่าห์ต่อบาเรลล์


มันคือใครเอ่ย....ใครรู้ช่วยตอบที..
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Thu Oct 16, 2008 4:37 am

Rule of Law wrote:อืมมมมมม

black friday ที่ผ่านมาทำให้เราเห็นสัจธรรมกันอยู่นะพี่ นั่นคือความเชื่อมั่นที่แท้จริงที่ ประมาณ 450 ใช่มั้ย
ซึ่ง 450 นี่ขนาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ยังไม่ประกาศนะ ถ้าใกล้ถึงวันนั้นแล้วจะขนาดไหน

เสาร์ อาทิตย์ ก็ถึงเวลา ปาหี่ออกโรง สกัดดาวร่วงกันไปจุ๊บๆจิ๊บๆ

วันจันทร์ เจ้ามือก็เลยออกโรงสนองข่าว สนองแมงเม่า ไปที่ประมาณ 480
จิตวิทยาของ technical rebound น่าจะมีแนวรับที่สำคัญอยู่ที่ 480 นี้เอง
เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า เจ้ามือเขาอยากจะลากต่ออีกมั้ย ถ้าหลุด 480 ก็ happy new low

วันนี้ก็เกือบหลุด480แล้ว 5555555 พอข่าวยิงกันปั๊บ เห็นกระดานเลือดสาดทันที

ใครคิดว่าพรุ่งนี้จะเปิดเด้งมั่ง (ไม่ได้เก็บอ่ะ) :roll:






ผลประกอบการ ไตรมาสสาม ยังไม่ประกาศค่ะ

คงประมาณอีกสักหนึ่งสัปดาห์ จากวันนี้เป็นต้นไป

คงไล่ๆกับการการประกาศ ผลประกอบการของ สหรัฐว่า จะต่ำกว่าการคาดการของนักวิเคราะห์

ที่ประมาณการไว้หรือไม่....คงต้องรอดูกันต่อไป


ส่วนไตรมาสที่สี่....คงต้องรอกันต้นปีหน้า ถึงจะรู้ว่าหมู่หรือจ่า.... :D
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Paulc » Thu Oct 16, 2008 4:46 am

เห็นด้วยกับคุณ Sleepless ผมไม่ค่อยรู้เรื่องทางเทคนิคเศรษฐกิจเท่าไหร่ แต่ถ้าหลักการพื้นฐานราคามันคือ Demand & Supply ซึ่งก็ถือว่าเป็นหลักธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เข้าใจได้ด้วยสามัญสำนึก แต่ทีนี้ฝรั่งหัวเสฯก็สร้างหรือลด Demand เทียม ขึ้นมาเพื่อให้ราคาขยับตามกำหนดได้ อาจมีกระทั่ง Supply เทียม อย่างในตลาดหุ้นหรืออะไรทั้งหลายแหล่นี่ ไม่ได้มีการซื้อขายสินค้า Primary หรือ Secondary เลย ดูคำที่ใช้เรียกกันแล้วน่าเวียนหัว ซื้อขายสัญญา ซื้อขายสิทธิ์ แถมมีการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าทั้งที่ผลผลิตยังไม่ออกด้วย ผมเลยสรุปได้อย่างเดียวว่า มันขัดหลักธรรมชาติ และเมื่อมองจุดประสงค์ของผู้ซื้อที่หวังจะขายให้ได้กำไรในอนาคตอันใกล้โดยที่ไม่ได้ผลิตอะไรให้เกิดการพัฒนาขึ้นในสังคมเลย นั่นก็เหมือนกับการพนันนั่นเอง และอีกอย่าง ผมไม่ชอบเล่นเกมส์ที่ฝรั่งเป็นคนกำหนดและควบคุมกติกา
User avatar
Paulc
 
Posts: 4
Joined: Thu Oct 16, 2008 2:49 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby 55555 » Thu Oct 16, 2008 8:32 am

เมื่อคืนดาวน์โจน โดน ถล่มเละ ครับ.....

วันนี้ สงสัยเซียนหุ้นชาวไทย คงเละ อีกตามเคย...

ช่วงนี้ ก็เบา ๆ มือกันหน่อย เถอะครับ...

รอแถว ๆ 400 ค่อยดูกันอีกทีน่าจะดีกว่า...

รัฐมนตรี คลังสหรัฐ บอก ทำนอง อาจมี แบ็งค์ เล็ก ๆ เจ๊ง อีก เป็นพัน...

งานนี้ ยิ่งกว่าไฟลามทุ่งครับ.....วิกฤติ มันเข้าไปที่ ภาคการผลิตจริง แล้วแน่นอน...

มันจะต้องพิมพ์ ออกพันธบัตร อีกเท่าไหร่ ถึงจะเอาอยู่.....

สุดท้าย คงต้องปล่อยเจ๊ง แน่นอน....
55555
 
Posts: 5131
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:29 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby 不能说的事实 » Thu Oct 16, 2008 9:01 am

เมื่อคืนนอนหลับสบาย 555

เมื่อวานมีข่าวนึงที่น่าจะเกี่ยวกันทางอ้อม รัสเซียช่วงนี้คึกคักมากเป็นพิเศษ ช่วงก่อนประกาศซ้อมรบกับเวเนซูเอล่า อาทิตย์ก่อนปล่อยกู้ Iceland เมื่อวานนี้ซ้อมยิงขีปนาวุธระยะไกลที่อ้างว่าสามารถเจาะ Missile Shield อเมริกาได้ถึง 3 ลูก ในขณะที่อเมริกาตอนนี้เริ่มเรี่ยไรพันธมิตรให้เขียนเช็คจ่ายค่าสงครามในอัฟกานิสถาน อันนี้สามารถเป็นดัชนีบ่งบ่องสถานภาพเงินดอลล่าร์ได้อีกอย่างว่า ถ้าถึงต่ำสุดแล้วเด้งกลับมา ดอลล่าร์ไม่น่าจะแกร่งเหมือนเดิมนะครับ เวลานี้ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหาร กำลังมีการปรับตัวครั้งสำคัญ
The New American Century;.... cut short by 92 years
http://www.globalresearch.ca/index.php? ... &aid=10420

ปี 2003 ตอนนั้น DOW อยู่ที่ 7000+ นี่คงเป็นแนวรับสำคัญ
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby sleepless » Thu Oct 16, 2008 1:43 pm

นี่ผมแนะนำให้นะ อย่าไปสนใจว่าแนวรับ แนวต้านมันจะเป็นเท่าไหร่ มีเงินสดก็เก็บไว้ดีๆ อย่าให้หายไปกับอากาศ จะได้นอนหลับสบายทุกคืน หากใครไม่เชื่อก็ตามใจครับ :D
User avatar
sleepless
 
Posts: 605
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:22 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Iona » Thu Oct 16, 2008 2:50 pm

มองว่า USAต้องใช้เวลาอีก2-3เป็นอย่างต่ำ เพราะ มันเป็นความล้มเหลวของระบบการค้าเสรี
ปัญหานี้เกิดจากรัฐบาลขาดความสนใจที่จะคุ้มครองการผลิตและแรงงานภายในประเทศ ทำให้ภาคธุรกิจมักไปจ้างการผลิตและการบริการจากต่างประเทศเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้ภายในประเทศขาดการจ้างงาน ประชาชนจึงขาดรายได้ที่จะมาใช้จ่ายและชำระหนี้ โดยมีราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากเป็นตัวเร่งให้ปัญหาแสดงออกมาชัดเจน
(ปัญหานี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อ ภาคการผลิตและภาคการบริการในประเทศ สามารถเริ่มการดำเนินงานใหม่ได้ เริ่มการจ้างงานใหม่<<< ตรงนี้อ่ะที่นาน - -'')

ส่วนปัญหาเรื่อง การขาดการควบคุมในการปล่อยกุ้ของธนาคาร และการหากำไรจากส่วนต่างในเรื่องความสามารถในการชำระหนี้นั้น เป็นเพียงผลกระทบที่เกิดตามมา จากการที่ประชาชนขาดรายได้ จึงไม่มีเงินที่จะจับจ่ายและไม่มีเงินเพื่อชำระหนี้
(ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้รวดเร็วกว่า คือการออกกฏหมายควบคุม ยืดระยะเวลาการชำระหนี้)
อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่ไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล
การศึกษาขั้นสูงฟรีในประเทศเรา ควรเริ่มโครงการได้หรือยัง? >>> ทรัพยากรมนุษย์ มันยั่งยื่น
PAD
User avatar
Iona
 
Posts: 309
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:50 am

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby 不能说的事实 » Thu Oct 16, 2008 4:03 pm

sleepless wrote:นี่ผมแนะนำให้นะ อย่าไปสนใจว่าแนวรับ แนวต้านมันจะเป็นเท่าไหร่ มีเงินสดก็เก็บไว้ดีๆ อย่าให้หายไปกับอากาศ จะได้นอนหลับสบายทุกคืน หากใครไม่เชื่อก็ตามใจครับ :D


ครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: แหม ก็คนมันอยากซื้อของถูกในรอบศตวรรษนี่นา
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby Rule of Law » Thu Oct 16, 2008 6:32 pm

不能说的事实 wrote:
sleepless wrote:นี่ผมแนะนำให้นะ อย่าไปสนใจว่าแนวรับ แนวต้านมันจะเป็นเท่าไหร่ มีเงินสดก็เก็บไว้ดีๆ อย่าให้หายไปกับอากาศ จะได้นอนหลับสบายทุกคืน หากใครไม่เชื่อก็ตามใจครับ :D


ครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: แหม ก็คนมันอยากซื้อของถูกในรอบศตวรรษนี่นา


แหมๆๆๆๆๆๆๆ ;)

อิจฉาคนมีเงินเย็นจริงเว้ยยยย หลังผลประกอบการไตรมาส 4 เป็นไงท่าน เตรียมช้อนเงินช้อนทองไว้ดีๆ
User avatar
Rule of Law
 
Posts: 224
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:34 pm

Re: มาคุยเรื่องเศรษฐกิจกันต่อดีกว่า

Postby 不能说的事实 » Fri Oct 17, 2008 12:33 pm

Rule of Law wrote:
แหมๆๆๆๆๆๆๆ ;)

อิจฉาคนมีเงินเย็นจริงเว้ยยยย หลังผลประกอบการไตรมาส 4 เป็นไงท่าน เตรียมช้อนเงินช้อนทองไว้ดีๆ


ตลอดมาช่วงปกติผมไม่ค่อยซื้อหุ้นครับ หุ้นตัวสุดท้ายเป็นหุ้นธนาคาร ขายไปตั้งแต่ตอนปีใหม่ 2007 โน้นเพราะโบรกบอกถึงเป้าหมายแล้ว :mrgreen: ส่วนใหญ่ถือเป็นพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง เงินฝากประจำกับสถาบันที่ประกันเงินฝาก หุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ มันนี่มาร์เก็ต หุ้นบุริมสิทธิ์ของสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจปอดแหก :lol: โบรกบอกว่าผมเป็นพวก extremely conservative พอร์ตโตช้า แต่ตอนนี้โอกาสมาแล้ว :twisted:

เมื่อทองโดนทุบ ราคาลงลึกมากครับ ใครเก็งทองต้องทำใจเลย
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: โห ทองทรุดฮวบเลยครับ แปลว่ามีความพยายามทุบ (เศรษฐกิจ)

Postby มารุจัง » Fri Oct 17, 2008 12:55 pm

ซื้อค้างเติ่งอยู่บนดอยไปแล้วล่ะค่ะ
ดีว่าเล่นหุ้นตัวใหญ่
และเป็นเงินเย็น
ก็เลยยังรอคอยต่อไปค่ะ
ช่วงนี้ก็ได้แต่นั่งดู ยังไม่กล้าเล่นค่ะ..
ดูสถานการณ์ไปก่อน อย่างน้อยในประเทศเราก็ขอหลังจากวันที่ 21 ไปแล้วค่อยว่ากันค่ะ...
Forum rules!
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด
User avatar
มารุจัง
 
Posts: 2372
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:50 pm

Re: โห ทองทรุดฮวบเลยครับ แปลว่ามีความพยายามทุบ (เศรษฐกิจ)

Postby almondflavor » Fri Oct 17, 2008 1:09 pm

ทองลงมาเยอะ แต่ยังไม่มีปัญญาซื้ออยู่ดีอ่ะคะ

เดี๋ยวรอให้เหลือสัก หมื่นถ้วน หรือนิดๆ ก่อน ค่อยซื้อมาเก็บ
User avatar
almondflavor
 
Posts: 212
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:26 am

Re: โห ทองทรุดฮวบเลยครับ แปลว่ามีความพยายามทุบ (เศรษฐกิจ)

Postby มารุจัง » Fri Oct 17, 2008 1:12 pm

มันจะลงมาถึงหมื่นถ้วน ๆ หรือคะ
มารุฯว่า คงยากค่ะ หลักหมื่นถ้วน ๆ เนี่ย...
คงไม่ได้เห็นอีกแล้ว
เหอเหอเหอ...
Forum rules!
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด
User avatar
มารุจัง
 
Posts: 2372
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:50 pm

Re: โห ทองทรุดฮวบเลยครับ แปลว่ามีความพยายามทุบ (เศรษฐกิจ)

Postby Server Error » Fri Oct 17, 2008 2:02 pm

หือ...หือ...หือ...
ติด PTT ที่ 360...
BBL ที่ 124...
THAI ที่ 38.50______
ยอดดอยมันหนาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....จริงๆ
เมื่อไรจะกลับมาที่850จุด
ฮึ ฮึ ฮึ.............

17-10-2551....
SET เช้าปิดบวก9.43จุด
ปิดที่487.16
ดัชนีปิดบวกจากกระแสข่าว
สมชาย....ยุบสภา-ลาออก

== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล == viewtopic.php?f=14&t=14102 -->

User avatar
Server Error
 
Posts: 2462
Joined: Thu Oct 16, 2008 8:25 pm

Next

Return to สภากาแฟ