ก่อนถามหาเสรีภาพสื่อ-ก่อนร้องว่าถูกคุกคาม
Date ลำดับที่ 1429 • 31 October 2008 - 15:29
ถ้า จะย้อนไปสัก ๑๐ ปีก่อน ผมเคยรู้สึกว่าข่าวสดแม้เป็นหนังสือพิมพ์ข่าวตลาดกึ่งหัวสี แต่เป็นหนังสือพิมพ์ที่ใช้ได้ ส่วนหนึ่งนั้นเพราะมีบทบาทในบางระดับกับการเคลื่อนไหวภาคประชนชน โดยเฉพาะแนวรบด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม นั่นก็ตอนนั้น ต่อมาทั้งข่าวสด มติชน มติชนสุดสัปดาห์ และอาจรวมถึงศิลปวัฒนธรรม ชวนให้ผมตั้งคำถามและข้อสงสัยหลายอย่าง คำถามผมเกิดก่อนแกรมมี่เข้าซื้อหุ้น คำถามเหล่านั้นชวนให้ผมในตอนนั้นที่มีความพร้อมที่จะบอกรับแทนการหาซื้อตาม แผงเป็นวันๆ เปลี่ยนใจไม่บอกรับ และถึงจุดหนึ่งผมตัดสินใจเป็นที่สุดว่าจะไม่ซื้อหนังสือใดในเครือมติชนอีก นับจากมติชนสุดสัปหดาห์ฉบับ “สุวรรณแพะ” ก่อนหน้าคุณสนธิประกาศบนเวทีพันธมิตรร่วมปี
ใครไปใครมาบ้านผม รวมถึงคนรู้จักมักคุ้นจะรู้ดีว่าก่อนหน้าสุวรรณแพะ ผมซื้อมติชนสุดสัปดาห์แทบทุกสัปดาห์และฉบับรายวันแทบทุกวัน บัดนี้ที่กองเป็นตั้งๆ ฝุ่นจับเขลอะ ไม่มีเล่มใหม่เพิ่มเข้ามา ส่วนหนังสือพิมพ์ก็ทยอยเอาไปห่อขี้แมว! กองไว้ก็รกบ้าน ขายกิโลก็ได้ไม่กี่ตังค์
ในบรรดาคนมติชน ผมรู้สึกในหลายครั้งหลายคราวว่าคุณ “บุญเลิศ ช้างใหญ่” นั้นใช้ได้ในหลายบทความ กระทั่งสะดุดกับข้อเขียน “คุกคามสื่อ-สื่อคุกคาม” มติชนรายวัน ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ถูกหยิบมาพูดถึงในข่าวเช้า “พี่ปอง-น้องเก๋” ทำให้จำเป็นต้องขวนขวายไปหาอ่าน เพื่อทราบความโดยละเอียด จบอักษรตัวสุดท้ายในรอบที่สอง คุณบุญเลิศตั้งคำถามผิด!!
ก่อนที่ฐานันดรที่ประหนึ่งเป็นอภิสิทธิ์ชนอย่างสื่อที่ใครแตะต้องไม่ได้ จะพ่นวลีโก้ๆ อย่าง “คุกคามสื่อคือคุกคามประชาชน” หรือ “เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของประชาชน” สื่ออย่างคุณบุญเลิศได้ถามตัวเองก่อนหรือไม่ว่าคุณได้ทำหน้าที่อย่าง “ตรงไปตรงมา” และ “ตรงตามความเป็นจริง” มากน้อยแค่ไหน ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนบริบูรณ์หรือยัง
พวกคุณเคยกล้านำเสนอความจริงอย่างตรงไปตรงมามากน้อยแค่ไหน กี่ศูนย์จุดศูนย์เปอร์เซ็นต์ในบรรดาพวกคุณที่ได้ทำหน้าที่อย่างนั้น?
คุณบอกว่า “สิ่งที่ควบคู่ไปกับเสรีภาพของสื่อก็คือ การเคารพในสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน” คุณตกไปอย่างหนึ่งไหมว่าข่าวสารนั้นต้องเป็นความจริงและตรงไปตรงมา
และพูดอย่างสวยหรูว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อที่แท้จริงต้องรักและหวงแหนพร้อมที่เอาชีวิตและ อิสรภาพเข้าแลกเพื่อพิทักษ์ปกป้องเสรีภาพ” ถ้าอย่างนั้นที่เห็นและเป็นอยู่แทบไม่มี “ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อที่แท้จริง” ห้าปีภายใต้รัฐบาลทักษิณและต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ผมเห็นมีแต่ “ไทยโพสต์” และ “แนวหน้า” เท่านั้นที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา อย่างที่อาจจะเรียกได้ว่า “ยืนซด” แต่กลับไม่เห็นบทบาทดังกล่าวปรากฎผ่านมติชน
พวกคุณทำอะไรในช่วงนั้น นอกจากทำตัวเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ พลิกไปพริ้วมาให้อยู่รอด ถามจริงเถอะคุณไม่เคยรู้สึกอายบ้างหรือที่อวดตัวว่าเป็น “หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ”
มีสักกี่ครั้งที่พวกคุณเอาชีวิตและอิสระภาพเข้าแลกจริงๆ โดยเฉพาะการสู้กับอำนาจใหญ่ๆ อย่างอำนาจรัฐ ส่วนใหญ่ที่ตายๆ ไปก็เฉพาะเหตุกับอิทธิพลท้องถิ่นไม่ใช่หรือ แค่เขาบีบด้วยโฆษณา-ให้โฆษณา ชวนกินข้าว ให้ตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ ขี้ครานจะกราบกรานไปสวามิภักดิ์แทบเท้า
แต่ถ้าใครกระทบพวกคุณหน่อยก็โวยวายโหวกเหวกเป็นเด็กๆ จะเป็นจะตายกันขึ้นมา ทั้งที่ตัวเองไม่เคยส่องกระจกไม่เคยทำหน้าที่ตัวเองให้ปรากฏจริง แค่นั้นแหละที่พวกคุณ-สมาคมของพวกคุณเป็น กี่ปีๆ คุณก็เป็นอยู่อย่างนั้น ไม่นับรวมวิธีเสนอข่าวที่มันไร้สาระ-น้ำเน่าพอๆ กับละครหลังข่าว ไม่นับรวมสิ่งที่เขากล่าวหากันว่าพวกคุณ “เซนเซอร์ตัวเอง”
คุณบุญเลิศได้ตระหนักหรือไม่การไม่ทำหน้าที่เสนอความจริงอย่าง ตรงไปตรงมา ไม่รักษาอุดมการณ์ (วลี) ที่คุณเกาะกุมเป็นเครื่องคุ้มกันนั้น แท้จริงแล้วคือการคุกคามประชาชน
คือ การคุกคามความจริงที่ประชาชนพึงได้รับ และที่หนักกว่านั้นคุณกำลังทำร้ายประชาชน ทำร้ายสังคมทั้งสังคมให้วิบัติ โดยที่คุณไม่เคยและไม่ต้องรับผิดชอบหรือแสดงความรับผิดชอบอะไร
ตัวอย่างระยะใกล้อย่างกรณีข่าวสดจงใจบิดเบือนบทสัมภาษณ์สมเด็จพระเทพฯ ข่าวสดได้แก้ไขแล้วหรือไม่อย่างไร และในฐานะพสกนิกรข่าวสดได้ขออภัยโทษหรือยัง ได้ทำหรือยัง!! หรือจะจริงอย่างที่เขานินทากันว่าพวกคิดล้มล้างสถาบันเป็นอีแอบซุกในมติชนก็ ไม่น้อย?
กรณีคุณตี๋ ที่ข่าวสดไปกล่าวหาว่ามือกำระเบิดซ้ำสองวัน พวกคุณได้ทำการแก้ไข แสดงความรับผิดชอบแล้วหรือยัง? ได้ทำหรือยัง!!
ในช่วงต้นของการยึดทำเนียบ ข่าวสดได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดด้วยการขุดค้นว่าห้องน้ำทำเนียบห้องไหนราด ไม่สะอาด มีร่องรอยอุจจาระอีกกี่แถบ มีฉี่ไม่ลงโถกี่หยด ปลาหลังไทยคู่ฟ้าตายกี่ตัว แต่ก็แปลกที่บกพร่องจนน่าตกใจที่มองไม่เห็นป้ายเตือนต่างๆ ที่พันธมิตรติดไม่พันธมิตรล้ำพื้นที่ ไม่เข้าตึก ป้ายขอให้รักษาสมบัติ ขอให้รักษาความสะอาด จัดเขตโซนปลอดบุหรี่ การช่วยกันรักษาความสะอาด น้ำจิตน้ำใจต่างๆ และอีกมากมาย รายละเอียดเหล่านี้กลับไม่เคยปรากฏในข่าว
ภายในหนึ่งปีถ้าจะให้ทำรายการว่าสื่อในเครือมติชนทั้งหมด ให้ข้อมูลเท็จ บิดเบือนและไม่ได้ทำหน้าที่เสนอความจริงอย่างตรงไปตรงมาผมว่ายาวเป็นหางว่าว และไม่เลยสักครั้งที่พวกคุณแสดงความรับผิดชอบ สื่ออย่างพวกคุณส่วนใหญ่ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจร้องแต่จะเอาเสรีภาพ แต่ไม่เคยมีเลยที่เสรีภาพของพวกคุณจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบ หลายครั้งเสรีภาพของคุณก็มากเกินขอบเขตจน “กร่าง” ไปบีฑาเสรีภาพของคนอื่น และเสรีภาพของคุณไม่ตั้งอยู่บนความถูกต้องตรงไปตรงมา เสนอความตามที่เป็นจริง
ถามเพิ่มว่า คุณได้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ เมื่อมี “สิ่งปนเปื้อนอื่น” ปลอมปนมาสวม “คราบ” สื่อ แล้วทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
ถามเพิ่มว่า คุณได้ทำตัวเป็น “แมลงวันตอมแมลงวัน” เพื่อกลั่นนกรองให้พวกคุณได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมาหรือไม่
คุณอาจจะไพล่เข้าใจไปเองว่าการตอบโต้ของพิธีกรบนเวทีพันธมิตรฯ หรือคำประกาศงดซื้อสื่อในเครือมติชนว่าเป็นการคุกคามสื่อ หรือสื่อคุกคามสื่อ ก่อนที่คุณจะเริ่มคิดอย่างนั้น ผมอยากถามคุณบุญเลิศว่าคุณรู้จักการแซกแซงทางสังคมหรือไม่ เป็นวิธีการที่มีใช้กันโดยทั่วไป บ้านเราอาจจะเรียกว่าการคว่ำบาตร อย่าเพิ่งร้อนรนกับกองกระดาษเปื้อนน้ำหมึกของเครือคุณที่เหลือเกลื่อนแผง ตั้งสติและค่อยๆ คิดเถิด และอย่าโบ้ยให้เป็นความรับผิดชอบเป็นคอลัมน์ๆ ไป ทั้งที่ปัญหามาจากกองบรรณาธิการและฝ่ายบริหาร มองเห็นอย่างที่เป็นไปว่านี่คือกระบวนการคัดกรองรูปแบบหนึ่งที่ถ้าพวกคุณไม่ ปรับตัวให้ตรงต้องตามอุดมการณ์ คุณก็ยืนอยู่ไม่ได้
ถามอีกที คุณรู้จักการลงประชาฑันท์ไหม ถ้าคุณรู้จัก ก็โปรดเข้าใจตามนั้น
คุณบุญเลิศครับ ไม่ใช่นักการเมืองเลวอย่างเดียวที่เป็นปัญหาใหญ่ของสังคม สื่ออย่างพวกคุณนั่นแหละที่เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการโดยเร่งด่วน ถ้าสื่ออย่างพวกคุณได้ทำหน้าที่อย่างดี รายงานความจริงอย่างตรงไปตรงมา เชื่อเถอะว่าบ้านเมืองไม่ตกอยู่ในสภาวะใกล้หายนะอย่างนี้ เชื่อเถอะว่าคงไม่เกิดปรากฏการณ์คนแห่ติดเอเอสทีวี และเชื่อเถอะจะไม่มีวันมีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นอันขาด ลองส่องกระจกดูตัวเองเถิดคุณบุญเลิศ..ด้วยความเคารพ



