พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby ridkun » Mon Sep 21, 2009 11:02 am

ส.ส. เงินเดือนเป็นแสน ถ้าจะกล่าวหานายชวน ผมว่ารายได้นายชวน จะผ่อนรถให้ลูกก็คงมีปัญญาอยู่มั้ง
ถ้าไม่นับว่าแม่น้องปลื้มเขารวยอยู่แล้วนะ :lol:

== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล ==

ridkun
Site Admin
 
Posts: 1815
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:08 am

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby สมแก๊ส » Mon Sep 21, 2009 11:11 am

1. ใครจะโกงอะไรยังไง ก็ไม่ได้ทำให้รถสปอร์ตในรูปเปลี่ยนเป็นรถอย่างอื่น และก็ไม่ได้มี
ชื่อเจ้าของรถแปะอยู่ที่รถด้วย จะได้รู้ว่าเจ้าของรถที่แท้จริงคือใคร อันที่จริงแม้จะรู้ชื่อเจ้าของ
รถก็ไม่ได้แปลว่าชื่อนั้นเป็นเจ้าของรถ เหมือนกับเมียพ่อของคนในรูป ก็ไม่ได้มีทะเบียนกับพ่อ
ของคนในรูป จนมีลูกออกมาถึงปฏิเสธไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีทะเบียนกับพ่อของคนในรูป
อยู่ดี
2. ไม่ใช่กระทู้จับผิดคนโกง
3. การที่พ่อพยามสร้างภาพพจน์รสนิยมสมถะ เช่าบ้าน ไม่เลี้ยงกาแฟ เมียยังใช้มือสอง
ซึ่งภาพลักษณ์แบบพอเพียงอินเทรนที่แสดงออกมาเพื่อเป็นตัวแบบของคนไทยในยุคนี้ ก็ไม่ได้
มีผลกับรสนิยมลูก ซึ่งพยามแสดงความเป็นยับปี้รสนิยมวิไล มีไลฟ์สไตล์แบบแอฟฟลูเอนท์
รวยเริ่ดหรู รสสปอร์ต สาวสวย ห่างไกลความพอเพียงโดยสิ้นเชิง
User avatar
สมแก๊ส
 
Posts: 403
Joined: Thu Oct 23, 2008 5:36 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby see-u » Mon Sep 21, 2009 11:21 am

* มาดูรถของ .. โอ๊ค กันบ้างดีกว่า :roll:

Image

คันนี้ไม่เท่าไหร่ .. แค่เลข 8 หลักเอง
แบบว่า .. พ่อรวย อ่ะ (( แต่จะรวยมาโดยวิธีไหนก็ไม่รู้ เนาะ :lol: :lol: ))


* ที่มา --> http://www.pantown.com/board.php?id=241 ... ction=view
* See - U Never Die *

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา "แม้ว"จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
User avatar
see-u
 
Posts: 5073
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:04 am

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby see-u » Mon Sep 21, 2009 11:31 am

* ส่วน แอร์ ฟอร์ซ วัน ลำนี้น่ะของ พ่อ ... ในสมัยที่ยังไม่โดนเฉดหัวไปอยู่ที่อื่น
แบบว่า .. ผลาญเงินภาษีประชาชนไปแค่หลักพันล้านเอง ...
:lol: :lol:

Image
* See - U Never Die *

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา "แม้ว"จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
User avatar
see-u
 
Posts: 5073
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:04 am

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby จิ๊กโก๋ซอย 1+1 » Mon Sep 21, 2009 11:46 am

...หน้าไม่เหมือนไอ้ปลื้มเลย ยังกะแย้ตกถังข้าวสาร...
เว็บไซต์ต่อต้านทรราชในแนววาไรตี้หลากหลาย คลิ๊กเลย TGOCITY
User avatar
จิ๊กโก๋ซอย 1+1
 
Posts: 456
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:12 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Rarm41 » Mon Sep 21, 2009 11:53 am

Image
8-)

บางส่วนจาก My Dad , My Car
หน้า 106 คอลัมภ์ My Car
นิตยสาร GM ฉบับครบรอบ 22 ปี เมษายน 2551


... สุรบถ หลีกภัย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ อดีต ฯพณฯ ชวน หลีกภัย

ในวันที่เขาเติบโตอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ คุณพ่อชวนก็ได้เลือกของขวัญชิ้นใหญ่เป็น

รถมอริส มินิไมเนอร์ มาร์ค วัน ปี 1960 สีครีม ที่เขารบเร้าอยากได้มานาน


" รถยนต์คันนี้เป็นรคันแรกในชีวิตพ่อ ก่อนที่จะโอนทอดต่อมาเป็นรถของผม

เป็นรถที่คุณพ่อเก็บเงินซื้อด้วยความยากลำบากตั้งแต่สมัยทำงานเป็นทนาย

ผมอยากได้มานานแล้ว แต่คุณพ่อบอกมา รอให้อายุครบ 20 ปี และมีใบขับขี่ก่อน "


สำหรับมอริส อายุมากกว่า 33 ปี ในวันที่คุณชวนซื้อไว้ คงเป็นพาหนะคันแรกของบ้าน

แต่พอผ่านกาลเวลา รถคันนี้เลยกลายเป็นของเก่าหายาก เข้าทำเนียบรถคลาสสิกอีกคัน


" ผมขับไปไหน เพื่อนก็ชมว่ารถสวยน่ารัก เราก็อดปลื้มไม่ได้ บางคนก็ถามว่าเบื่อหรือยัง อยากขายบ้างไหม

เราก็ยิ่งภูมิใจที่พ่ออุตส่าห์เก็บรักษาให้เรา


" มอริสคันนี้ วิ่งได้ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น แต่เครื่องยนต์ยังดีทุกอย่าง ผมพยายามสตาร์ตทุกวัน

แต่ค่าน้ำมันก็แพงเอาการ ก็ต้องเจียดค่าขนมส่วนหนึ่งมาแบ่งไว้ เพราะคุณพ่อให้แต่รถ ไม่ได้ให้ค่าน้ำมัน "

........



รถคันนี้มั้งครับ ที่คุณชวนเเสดงบัญชีทรัพย์สินว่าราคา(ตั้ง) 200,000 บาท :o

คงแพงผิดปกติมั้งครับ :lol: :lol: :lol:


Image


น้องปลื้ม สุรบถ หลีกภัย เผยชีวิตที่เชียงใหม่ได้เรียนรู้แบบติดดิน ชี้เลือกเรียนรัฐศาสตร์เพราะถนัดการเมือง ยอมรับ 'พ่อชวน' ปูทางเป็น ส.ส.

จะมีเด็กสักกี่คนที่คลุกคลีกับการเมือง "ระดับชาติ" มาตั้งแต่เล็กจนโต "ปลื้ม" สุรบถ หลีกภัย เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และยิ่งไม่ธรรมดา เพราะเพียงในวัยประถม เขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะมีพ่อเป็นนายกรัฐมนตรี

"โดนคาดหวังตลอด พอลงจากนายกฯ ก็ตามมาด้วยความคาดหวังกับลูกอดีตนายกฯ คุณต้องเริ่ด ต้องเพอร์เฟกต์" นี่ยังไม่นับข่าวร้ายๆ กับเรื่องแรงๆ ที่ครอบครัวต้องเผชิญ

"น้องปลื้ม" ที่ทุกคนเห็นมาตั้งแต่วัยเยาว์ก็คือ เด็กชายตัวเล็กๆ ที่ไม่เคยกลัวใคร ไม่ใช่ "ความกร่าง" แต่เป็น "มีดโกนน้อยอาบน้ำผึ้ง" ที่พี่ๆ นักข่าวต่างรู้ฤทธิ์กันดี

หลังห่างหายจากหน้าข่าวไปหลายปี วันนี้ "น้องปลื้ม" ในวัย 21 ปี กำลังศึกษาในชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และพูดคุยกับ "เสาร์สวัสดี" ถึงชีวิตในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งก้าวต่อๆ ไป

@ปิดเทอมนี้มีแผนจะทำอะไรบ้าง

อาจจะอยู่กับเพื่อนๆ ก่อน เพื่อนมหาวิทยาลัย เพื่อนตั้งแต่ประถมก็มี อาจจะไปเที่ยวกันบ้าง ส่วนมากไปต่างจังหวัด ไปทะเล เที่ยวภูเขา แต่ก็ไม่ค่อยเตรียมตัวอะไรครับ อยากไปก็ไปกันเลย แต่ถ้าไม่ไปไหน ปลื้มก็ปีนหน้าผา เล่นเพนท์บอล

@หลายคนยังไม่รู้ว่าน้องปลื้มกลับจากเชียงใหม่ มาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว

ครับ ช่วงนั้นคุณแม่มีปัญหาสุขภาพ ก็เลยย้ายไปอยู่เชียงใหม่กัน เพราะคุณหมอบอกว่าอากาศดีกว่า แล้วบ้านอยู่นอกเมือง ปลื้มก็เรียนแถวนั้น คิดว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า แล้วก็อยากดูแลคุณแม่

@ชีวิตที่นั่นต่างจากที่กรุงเทพฯ อย่างไรบ้าง

ช่วงที่อยู่เชียงใหม่เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวได้หลายอย่าง ทำทุกอย่างตั้งแต่จูงควาย ดำนา จากเดิมตอน ม.ต้น เรียนเสร็จปุ๊บ ไปเรียนพิเศษสยามฯ เดินเล่น ซื้อของก็อยู่สยามฯ พอ ม.ปลาย อยู่กลางภูเขา แล้วไปตอนแรกฟังเขาพูดภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง เราเป็นเด็กใหม่มาจากกรุงเทพฯ เขารู้ว่าปลื้มเป็นลูกใคร แรกๆ ก็มีคนอคติ ตอนหลังก็เป็นเพื่อนกันหมด ตามไปนอนบ้านเพื่อน เขาตื่นตี 5 จูงควายกินหญ้า จับปลาก็ตามเขาไป ทำให้ได้เห็นชีวิตอีกแบบ สังคมอีกกลุ่ม

@เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจจะให้เรียนรู้มั้ยคะ

ปลื้มเลือกเอง แต่คุณพ่อก็เห็นด้วยครับ บอกว่าบางอย่างต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้อยู่ในตำรา แล้วชีวิตแบบนี้ คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังตั้งแต่ปลื้มจำความได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อก็ใช้ชีวิตแบบนี้ เราฟังก็ไม่เหมือนมาอยู่กับมันจริงๆ ได้เจอเพื่อนที่ไม่มีเงินซื้อข้าวกลางวันกิน ปลื้มไม่เคยเจอ เด็กกรุงเทพฯ มีเงิน 10 บาทเล่นเกม 5 นาทีหมด เลยช่วยกันตั้งกองทุนอาหารกลางวัน แล้วตามไปดูที่บ้าน ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ ความยากลำบากของพวกเขาและหาทางช่วยเหลือกัน ปลื้มเองเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างมากเรื่องการใช้เงิน และการมองคุณค่าของคนหลายๆ กลุ่ม

@เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยอย่างไร ตั้งใจจะเรียนอะไร

ปลื้มเชื่อว่าอยู่ที่การแบ่งเวลาและความตั้งใจ อะไรที่สะดวก เหมาะกับตัวปลื้มและคุ้มค่าต่อการเรียนรู้ ปลื้มคิดว่าถ้าปลื้มต้องทุ่ม 100 เปอร์เซ็นต์กับการเข้ามหาวิทยาลัย ปลื้มทำไม่ได้ เพราะต้องดูแลคุณแม่ ต้องไปศึกษางานกับคุณพ่อ ปลื้มคิดว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นกับการศึกษาเท่านั้น แต่อยู่ที่จิตใจและประสบการณ์ หลายคนที่ประสบความสำเร็จด้วยประสบการณ์ หลายคน...ใช่ เรียน แต่คุณไม่มีสิ่งที่เรียกว่าจรรยาบรรณ หรือจิตใจที่เข้ากับสังคมได้ ก็ไม่เรียกว่าประสบความสำเร็จ ปลื้มว่าทุกอย่างต้องควบคู่กันไป ชีวิตจึงจะประสบความสำเร็จ

ส่วนเรื่องสาขา ปลื้มดูตามความถนัดของตัวเองซึ่งก็คือด้านรัฐศาสตร์ คุณพ่อเป็นนักการเมือง ปลื้มก็ซึมซับจากคุณพ่อ จากการรับฟังคนใกล้ตัวคุณพ่อ ทำให้ปลื้มมีความถนัดทางการเมืองและรัฐศาสตร์ ก็เลยคิดว่าถ้าจะเรียนก็รัฐศาสตร์นี่แหละ แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ปลื้มอยากเป็นสัตวแพทย์ (หัวเราะ)

@ทราบว่าเคยไปฝึกงานที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ให้อาหารหมีแพนด้า?

เคยครับ (หัวเราะ) ไปทำงานพิเศษ ไปกวาดขี้ช้าง พางูไปอาบน้ำ ขัดขี้ไคลให้จระเข้ ทำหมดช่วงนั้น ตอนอยู่เชียงใหม่ ทำทุกอย่างจริงๆ ปลื้มชอบสัตว์ แล้วก็เป็นคนช่างสังเกต ขี้สงสัย คนรอบข้างรำคาญมาก

@เมื่อก่อนเห็นชอบเลี้ยงสัตว์แปลกๆ ยังเลี้ยงอยู่หรือเปล่า

ไม่แล้วครับ แต่ที่เชียงใหม่ก็แอบเลี้ยงหมา นก กระต่าย เลี้ยงควาย เลี้ยงวัว ซื้อควายมา 2 ตัว ออกลูกมาเป็น 6 ตัวแล้ว ทำหมันไม่ทัน วิ่งกันเต็มบ้าน

@ฟังดูเหมือนเลี้ยงไว้ดูเล่น?

(หัวเราะ) ไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงฮะ ตอนนั้นขับรถไปกับเพื่อนในตลาดที่เชียงใหม่ เห็นรถกระบะขนควายมา 2 ตัว ก็ไปยืนดู ควายมองหน้า เออ สงสาร เดี๋ยวจะโดนเชือดแล้ว ก็ลูบหัวๆ เฮ้ย ควายร้องไห้ หันไปบอกเพื่อน ควายร้องไห้ เรียกมาดู มันร้องไห้ น้ำตาไหล เออ สงสัยชะตาต้องกัน เป็นควายท้องแก่ด้วย ตัวผู้ตัวกับตัวเมีย ก็เลยตัดสินใจเบิกเงินเก็บจากทำงานที่สวนสัตว์เชียงใหม่มาซื้อควาย 2 ตัว เดินจูงกลับบ้าน คุณแม่ตกใจ (หัวเราะ) ซื้อมาแล้วก็ต้องเลี้ยง ให้เดินอยู่ในสวน ก็ไม่ได้ทำข้าวของเสียหาย ไม่กินดอกไม้ของแม่ ตอนหลังคุณแม่ไปซื้อวัวมาจากไหนไม่รู้ กระต่ายเขาก็ให้มา ตอนนี้ออกลูก 3 โหล วิ่งเต็มบ้าน

@ตกลงเรียนรัฐศาสตร์ถือว่ามาถูกทาง?

ใช่ครับ ชอบ เหมาะกับความถนัดส่วนตัว เลยไม่ใช่เรื่องยากที่จะไปเรียนเพิ่ม ที่รามคำแหงก็ดี คุณครูดี

@น้องปลื้มติดตามคุณพ่อบ่อยๆ หรือคะ

ตลอดครับ คุณพ่อให้ติดตาม แล้วก็ชวนว่าพอเรียนจบปุ๊บให้เป็นเลขาฯ คุณพ่อ อยู่หน้าห้องคอยรับงาน ตามงาน ดูงาน จนอายุ 25 อาจส่งลง ส.ส. คือรอจบก่อนดูงานสัก 3-4 ปี แล้วดูอีกที แล้วแต่ตัดสินใจ แต่ปลื้มคิดว่าอะไรที่คุณพ่อแนะนำเป็นสิ่งดี คิดว่าคุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของเราดีที่สุด อะไรที่เขาแนะนำแล้วมันไม่ได้ขัดกับตัวเรามากนัก ปลื้มว่าเป็นเรื่องดีหมด

@คิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร

บางคนบอกว่าปลื้มแปลก คิดพิลึกๆ ปลื้มเป็นคนธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น แต่ปลื้มมองในมุมที่คนอื่นไม่ค่อยมอง ชอบศิลปะด้วย ถ้าความถนัดไม่มาทางรัฐศาสตร์ ปลื้มคงเรียนด้านศิลปะ หรือการแสดง

@การเป็นลูกนายกรัฐมนตรี มีผลกับการเติบโตและเรียนรู้ของตัวเองอย่างไร

มีครับ มีอิทธิพลต่อปลื้มมาก แต่ความโชคดีของตัวปลื้มเองคือ ปลื้มเป็นเด็กที่มีความคิดแปลกๆ ในการคิดเรื่องต่างๆ เลยทำให้ปลื้มเติบโตแบบไม่เสียคน ปลื้มเจอตั้งแต่สมัยชวน 1 มีรุ่นพี่มาแกล้ง เพื่อนล้อ อ๊า ลูกนายกฯ แล้วคนก็คาดหวังว่า เราต้องเรียนดี เล่นกีฬาดี บุคลิกดี ต้องทำไรดีไปหมด

@ถูกคาดหวังในฐานะลูกนายกฯ?

ตลอดครับ พอคุณพ่อลงจากนายกฯ ก็ตามมาด้วยความคาดหวังกับลูกอดีตนายกฯ (หัวเราะ) คุณต้องเริ่ด ต้องเพอร์เฟกต์ แต่ปลื้มคิดอีกแบบ ปลื้มคิดเพื่อให้เราไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องสนใจสภาวะรอบด้านมากนัก ต้องอยู่แบบคงตัวตนของเรา ปลื้มเดินตามแนวทางของคุณพ่อแน่นอน แต่ปลื้มไม่ใช่คนที่จะต้องมาทำตามสิ่งที่คนอื่นพูด ปลื้มค่อนข้างมีอิสระทางความคิดสูง คุณพ่อปลูกฝังมาแบบนั้น อยากทำอะไรคิดเอง อยากทำอะไรทำ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง ครอบครัวและคนอื่น ทำ ปลื้มก็เลยเป็นพวกที่.. เป็นแบบนี้ (หัวเราะ) คุณพ่อคุณแม่ให้แนวทาง แต่การตัดสินใจเป็นของเรา ถ้าปลื้มบอกชอบไอ้นี่ แต่คุณพ่อจะบอกว่าทำแล้วมีข้อดีแบบนี้ ข้อเสียแบบนี้ แต่จะรู้ได้ต้องไปลองทำ แล้วถึงรู้ว่ามันก็เหมือนที่คุณพ่อพูดจริงๆ แล้วเราก็กลับมาคิดว่าเราจะชอบมันหรือเปล่า หรือเปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่น

@เป็นลูกนักการเมืองใหญ่มีอภิสิทธิ์อะไรมั้ย

สปอยหรือครับ (หัวเราะ) คือปลื้มเป็นพวกแอนตี้เด็กที่คนอื่นชอบมองว่าคล้ายๆ ปลื้ม เช่น ลูกคนนู้น ลูกคนนี้ แล้วเท่าที่ปลื้มเห็นส่วนใหญ่คือ .. จะเป็นแบบที่พี่บอกคือ สปอย จนโตก็ยังเจอ นั่งรถไปตำรวจจับปุ๊บ ไขกระจกลงเลย รู้มั้ยฉันลูกใคร

@เคยถามใครแบบนี้หรือเปล่าคะ

ไม่ฮะ ปลื้มมองว่า เป็นการกระทำที่ไม่มีข้อดีครับ คือปลื้มเป็นพวกที่ถ้าทำแล้วไม่ได้ประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อคนรอบข้าง ไม่รู้จะทำทำไม ทำแล้วไม่เห็นจะดูดี โชว์พาวอะไร ดูน่ารังเกียจมากกว่า คุณพ่อสอนมาตลอด ต้องทำตัวติดดิน แล้วปลื้มก็คบเพื่อนที่นิสัยคล้ายๆ กัน ไม่ต้องไปอวดอ้างอะไรมากมาย เราก็อยู่ของเรา ไม่ต้องเป็นอภิสิทธิ์ชน ปลื้มมองว่าการเป็นอภิสิทธิ์ชนคือการโดดเดี่ยว ปลื้มไม่อยากโดดเดี่ยว ปลื้มอยากอยู่กับเพื่อน เราไม่อยากอยู่เหนือคนอื่น ปลื้มอยากเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข

@น้องปลื้มอยากเป็นนายกฯ บ้างมั้ย

เคยครับ (หัวเราะลั่น) ตอน ป.2 คิดเพราะตอนนั้นคุณพ่อเป็นนายกฯ ไปหาเสียง ช่วงเลือกตั้งลากปลื้มไปด้วย ตั้งแต่จำความได้ก็ไปหาเสียงกับคุณพ่อ แล้วก็งงว่า ทำไมหลายๆ คนต้องมากรี๊ดกร๊าดพ่อเรา พ่อไปทำอะไร พ่อค้าแม่ค้ามากอด เอาของกินมาให้ ยิ้มแย้ม ตบมือให้ ปลื้มก็รู้สึกว่ามันดูอบอุ่น พอโตมาอีกสเต็ปถึงเข้าใจว่าเพราะพ่อไปทำแบบนี้แบบนั้น คนถึงชอบ ก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ปลื้มอยากเป็นเหมือนคุณพ่อ ปลื้มเชื่อว่าคุณพ่อเป็นคนดี ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้เห็นกันมาตลอด ปลื้มรู้สึกประทับใจ ภูมิใจในตัวคุณพ่อที่ประชาชนรักคุณพ่อ ไม่ว่าคุณพ่อจะยิ่งใหญ่ หรือเป็นฝ่ายค้าน คนที่รักคุณพ่อก็ยังรักคุณพ่อ ตอนนั้นคิดว่าอยากเป็นนายกฯ ทำให้บ้านเมืองมีความสุข ประชาชนประทับใจในตัวเรา เหมือนประทับใจคุณพ่อ

แต่พอโตมาอีกสเต็ปหนึ่ง เริ่มรู้เรื่องการเมือง เริ่มแยกแยะคำว่ารัฐศาสตร์กับการเมืองว่าการเมืองเป็นอะไรที่ แบบว่า .. โหดร้าย สกปรก พูดให้ร้ายกันทั้งที่ไม่จริง ถ้าวันหนึ่งปลื้มได้เป็นนายกฯ ขึ้นมาจริงๆ แล้วครอบครัวปลื้ม ลูกปลื้ม ผู้หญิงที่ปลื้มรัก ต้องมาโดนเหมือนที่ปลื้มกับคุณแม่โดน ปลื้มคิดว่าเป็นอะไรที่ตัดสินใจลำบาก ว่าปลื้มจะเลือกที่จะปกครองประเทศชาติ หรือทำให้ครอบครัวต้องเจอกับเรื่องเหล่านี้ จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ต้องให้เราเสียไว้ก่อน อันนั้นเป็นคอนเซปต์ทางการเมือง ซึ่งรู้สึกว่ามันเหนื่อยนะ คุณพ่อก็เหนื่อย เขาไม่ได้ทำแค่พ่อ เขาลามมาถึงปลื้มกับแม่ด้วย

@คิดอย่างไรที่ตัวเองต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ เพราะเป็นลูกนักการเมือง

รู้สึกว่า ทำไม ไร้เหตุผล ทำไม เพราะอะไร อย่างแรกเลย มันไร้เหตุผลมาก คุณพ่อเป็นนักการเมือง คุณเป็นผู้ใหญ่ก็ไปทะเลาะกันเอง ทำไมลามปามมาถึงคุณแม่ ถึงปลื้ม ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย เพราะอะไร

ไร้เหตุผลคือ หลายอย่างมันไม่จริง มันไม่ได้เกิดขึ้น คุณไม่มีเหตุผลเลย แต่ก็มีข้อดี ทำให้เราแกร่ง ทำให้เรามีความคิดที่แตกต่างจากคนทั่วไป ปลื้มเชื่อว่าถ้าคนอื่นเจออาจจะเจ็บใจ เสียใจ รับไม่ได้ แต่ปลื้ม ไม่ ไม่เสียใจ เจ็บใจ แค่งง สงสัย ทำไม พอปลื้มเจอเรื่องร้ายๆ ปลื้มไม่เสียใจ เจ็บใจอะไรมากมาย เพราะเราเจอมาเยอะแล้ว ก็ดี ดีกว่าไม่เคยเจอเรื่องร้ายๆ มาเลย ตอนเด็กๆ เราเจอ ก็แค่ร้องไห้ แต่ถ้าโตแล้ว ไม่เคยผ่านเหตุการณ์อะไรมา เราคงจัดการไม่ถูก วัยรุ่นที่เสียใจเรื่องแฟน เรื่องสอบ เรียนไม่ดี เอนท์ไม่ติด ปลื้มคิดว่า ถ้าจิตใจเราแกร่ง เราจะไม่เสียใจกับเรื่องพวกนี้มากมาย


จาก สุรบถ หลีกภัย ในโรงเรียนการเมือง
กรุงเทพธุรกิจ 21 มีนาคม 2552
หรือ หรือ http://www.oknation.net/blog/rachada/2009/05/19/entry-3



Image
8-)
Image


สุรบถ หลีกภัย “ปลื้ม” หน้าผา


ห่างหายจากพื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไปนานสำหรับหนุ่มน้อยผู้เคยเป็นข่าวปะทะคารมกับคนระดับนายกรัฐมนตรี ปลื้ม-สุรบถ หลีกภัย บุตรชายคนเดียวของ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แม้วันนี้รูปร่างหน้าตาของหนุ่มปลื้มจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก แต่เรื่องคารมสำหรับเขาแล้วยังคงเป็นต่อ ส่วนเรื่องความหล่อก็ไม่เป็นรองใครทีเดียว...

ภาพลักษณ์เด็กหนุ่มฝีปากกล้าพูดจาฉะฉานถือเป็นบุคลิกที่หลายคนคุ้นเคย เพราะหากยังจำกันได้ เมื่อสมัยที่่คุณชวนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลายครั้งที่ถูกพาดพิงในประเด็นต่างๆ วาทะดุเด็ดเผ็ดมันของลูกชายมักจะปรากฏตามมาเสมอ หนุ่มปลื้มอธิบายว่า “ที่หาว่าปลื้มก้าวร้าว ขอถามหน่อย ถ้าเดินอยู่ในห้างกับพ่อ แล้วมีคนมาต่อยพ่อ ถามว่าคุณจะต่อยกลับคนนั้นหรือเปล่า หรือว่าคุณจะวิ่งหนีไปเลย แล้วบอกว่าฉันยังเด็ก ฉันไม่สู้หรอก ปลื้มคนหนึ่งไม่ใช่คนอย่างนั้น แต่สิ่งที่ทำก็เป็นการทำในฐานะลูกชายคนหนึ่ง จะไม่ยอมให้ใครมาว่าพ่อเสียๆ หายๆ

“ถ้าพ่อปลื้มเป็นคนชั่วจริง เป็นคนเลวจริง ปลื้มจะยอมวิ่งหนีกลับไปหลบในบ้าน แต่ถ้าพ่อไม่เป็นคนชั่ว ไม่ใช่คนเลว ปลื้มก็ต้องออกมาปกป้อง จนกว่าเขาจะหยุดว่าพ่อไปเอง ปลื้มเลือกที่จะอยู่ในสังคมซึ่งไม่ได้ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนอยู่เหนือคนอื่น ยังอยู่ในสังคมเหมือนกับทุกคน แต่ไม่ยอมไหลตามค่านิยมผิดๆ ของสังคม มาบอกว่าปลื้มก้าวร้าว”

คำตอบแบบตรงไปตรงมาของชายหนุ่มทำเอาคนฟังถึงกับพยักหน้าตาม ยิ่งไปกว่านั้นเขายังยกตัวอย่างต่อจนเห็นภาพว่า “เพื่อนถามปลื้ม ทำไมให้ข่าวพูดแรงจัง (วะ) ผมก็ตอบเขาไปว่า ถ้ามีคนมาตะโกนด่าพ่อแกอยู่หน้าบ้านแล้วแกจะชอบหรือเปล่า เพื่อนก็ตอบว่า เออ...ไม่ชอบ คงต้องเอาหินปาใส่มัน แต่ของปลื้มไม่ได้ตะโกนด่าหน้าบ้าน แต่เขาด่าพ่อทุกครั้ง มันดังไปทั่วประเทศ ตรงไหนมันน่าเจ็บใจกว่ากัน ทุกวันนี้ปลื้มถูกใครว่าอะไรก็ไม่ใส่ใจ แต่ยึดคำสอนของพ่อ จะทำอะไรต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสมอ”


ทว่า ณ วันนี้ ปลื้มเป็นหนุ่มวัย 21 ปี และใกล้จะเป็นบัณฑิตจากรั้วรามคำแหง เมื่อเรียนจบเขาจะไปเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของพ่อชวน พออายุครบ 25 ปี มุ่งมั่นอย่างตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 1 จ.ตรัง เพื่อเดินตามรอยพ่อที่ไม่ใช่ต้องเป็นนายกฯ แต่อยากเป็นคนดี และเป็นนักการเมืองเหมือนพ่อ แต่ละประโยคน้ำเสียงยังคมและหนักแน่นไม่เบาเหมือนเคย

เมื่อรูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม ไปดูเรื่องไลฟ์สไตล์และความชอบของปลื้มก็เปลี่ยนไปตามวัยเช่นเดียวกัน จากที่เคยชอบเลี้ยงงูเมื่อสมัยเด็ก ปัจจุบันชายหนุ่มหันมาเลี้ยงวัว กระต่าย และสุนัข ซึ่งทั้งหมดเลี้ยงไว้ที่เชียงใหม่ ส่วนกีฬานั้น นอกจากฟุตบอลแล้ว เขายังมีโอกาสหัดขับรถเอทีวี และเข้าแข่งขันจนกลายเป็นกีฬาโปรดอีกชนิดหนึ่ง

รวมถึงกีฬาปีนเขา ปีนหน้าผาที่รู้สึกชอบมาก เรียกว่าแข่งจนได้รางวัลติดมือกลับมาบ้านเหมือนกัน จนในที่สุดทางสปอนเซอร์เห็นว่าชอบกีฬาปีนหน้าผาเลยได้มาช่วยทำหน้าผาจำลองให้ที่บ้าน พอว่างหนุ่มปลื้มก็จะมาปีนหน้าผาจำลองนี้เป็นประจำ ระหว่างเล่าเขาเลยชี้ไปที่หน้าผา บ่งบอกถึงความสุขของกีฬาสุดโปรด และได้โชว์ปีนหน้าผาให้ดูแบบมืออาชีพกันเลย


ระหว่างพูดคุยถึงงานอดิเรกที่ชื่นชอบ WhO? ขอเปลี่ยนอารมณ์เป็นแนวโรแมนติกกันบ้าง เพราะอยากรู้เรื่องหัวใจ เป็นหนุ่มแล้วมีแฟนหรือยัง? ยังไม่ทันได้ตั้งตัวหนุ่มปลื้มรีบร้องตะโกนเสียงดังฟังชัด “ไม่มีครับ ใครจะมาเอา (หัวเราะ) ไม่หรอกครับ ปลื้มก็มีเพื่อนสนิทเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีแฟนถึงขนาดรักกันถึงขั้นแต่งงานกัน คงไม่ใช่ เพราะพ่อสอนว่า รักใครชอบใครให้ดูไปเรื่อยๆ ยังเด็กอยู่” ส่วนเพื่อนสาวคนสนิทที่อยู่คณะเดียวกันนั้น เขาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ

“ปลื้มมีเพื่อนอยู่หลายกลุ่ม ทั้งต่างมหาวิทยาลัย ต่างคณะ ที่ต่างจังหวัดก็มี แต่ก็เป็นเพื่อนกันมากกว่า มีคุยกันเรื่อยๆ เรื่องของความรักต้องใช้เวลาดูจนกว่าจะเจอคนที่เข้าใจมากที่สุด ถ้าจะแต่งกับใครไม่จำเป็นต้องสวย ต้องเก่ง หรือรวยคงไม่ใช่ ผู้หญิงที่จะแต่งกับปลื้มเขาต้องมีคุณสมบัติเป็นแม่ของลูกได้ ดังคำโบราณที่ว่า ถ้าเลือกจะแต่งงานกับใครสักคนต้องเลือกคนที่จะเป็นแม่ของลูกเรา ถ้าคนที่สวย เก่ง แต่ไม่มีคุณสมบัติความเป็นแม่ ลูกคงไม่มีความสุข ครอบครัวก็ไม่อบอุ่น”

ประโยคปิดท้ายแบบคมๆ ตามสไตล์ว่าที่นักการเมือง ปลื้ม-สุรบถ หลีกภัย ซึ่งกำลังเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยการเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง และมุ่งหวังที่จะพัฒนาระบบการเมืองใหม่ในอนาคต


จาก http://www.whoweeklymagazine.com/hobbie ... d=46&pg=10
Last edited by Rarm41 on Mon Sep 21, 2009 6:53 pm, edited 9 times in total.
User avatar
Rarm41
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 27, 2008 1:46 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby TypeYourMind » Mon Sep 21, 2009 11:59 am

สมแก๊ส wrote:1. ใครจะโกงอะไรยังไง ก็ไม่ได้ทำให้รถสปอร์ตในรูปเปลี่ยนเป็นรถอย่างอื่น และก็ไม่ได้มี
ชื่อเจ้าของรถแปะอยู่ที่รถด้วย จะได้รู้ว่าเจ้าของรถที่แท้จริงคือใคร อันที่จริงแม้จะรู้ชื่อเจ้าของ
รถก็ไม่ได้แปลว่าชื่อนั้นเป็นเจ้าของรถ เหมือนกับเมียพ่อของคนในรูป ก็ไม่ได้มีทะเบียนกับพ่อ
ของคนในรูป จนมีลูกออกมาถึงปฏิเสธไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีทะเบียนกับพ่อของคนในรูป
อยู่ดี
2. ไม่ใช่กระทู้จับผิดคนโกง
3. การที่พ่อพยามสร้างภาพพจน์รสนิยมสมถะ เช่าบ้าน ไม่เลี้ยงกาแฟ เมียยังใช้มือสอง
ซึ่งภาพลักษณ์แบบพอเพียงอินเทรนที่แสดงออกมาเพื่อเป็นตัวแบบของคนไทยในยุคนี้ ก็ไม่ได้
มีผลกับรสนิยมลูก ซึ่งพยามแสดงความเป็นยับปี้รสนิยมวิไล มีไลฟ์สไตล์แบบแอฟฟลูเอนท์
รวยเริ่ดหรู รสสปอร์ต สาวสวย ห่างไกลความพอเพียงโดยสิ้นเชิง


อ่อ ที่แท้ก็กระทู้ด่าลูกกระทบพ่อนี่เอง

สมแก๊ส นี่สุดยอดจริง ๆ
.. ถ้ากุลีมีสิทธิเท่าบัณฑิต
.. บัณฑิตจะลงทุนเรียนกันไปทำไม???
.. ประชาธิปไตยมันว่าด้วยเรื่องเสียงข้างมาก
.. ฉะนั้น ประเทศไหนที่เสียงข้างมากไม่มีการศึกษา ประเทศก็ล่ม
.. เพราะกุ๊ยซื้อกุ๊ย และกุ๊ยเลือกกุ๊ยแน่นอนครับ
User avatar
TypeYourMind
 
Posts: 764
Joined: Thu Nov 20, 2008 4:15 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Augustine » Mon Sep 21, 2009 12:02 pm

สมแก๊ส ไร้สาระ ก็แสดงมาดิว่า ทุจริต ยังไง ยังไง เอาเงินไหนมาซื้อ
แต่ที่แน่ๆ ตูหล่อกว่าปลื้มหลีกภัยหวะ 555+
User avatar
Augustine
 
Posts: 201
Joined: Mon Oct 13, 2008 6:54 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby ปุถุชน » Mon Sep 21, 2009 12:13 pm

Jseventh wrote:ขอร่วมแสดงความเห็นด้วยคน..
ดิฉันว่า สังคมควรแยกให้ชัดนะคะ เรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนรวม
ไม่ทราบว่ารถนั้นได้มายังไง..แต่อยากอธิบายให้เห็นภาพว่า..
รถนั้นหากได้มาจากเงินสุจริต ไม่คดโกงใคร ไม่ทำความเสียหายเดือดร้อนแก่ใคร
เป็นเงินที่เขา หรือคนที่เต็มใจซื้อให้ (เช่น ญาติผู้ใหญ่) ทำมาหาได้โดยสุจริต ก็เป็นสิทธิของเขา

หากเขาทำเกินตัว เกินแก่ฐานะ ความเดือดร้อนก็จะตกแก่เขาเอง และเขาจะได้บทเรียนนั้นเอง / แต่ถ้าทำแล้ว ตัวเขาเองไม่เดือดร้อน สังคมไม่เดือดร้อน ก็เป็นสิทธิของเขา

อีกประการหนึ่ง น้องเขา ก็ไม่ใช่บุคคลสาธารณะที่ต้องเกี่ยวข้องกับองค์ฺกร หรือกลุ่มคนในภาคใหญ่ / อาจเป็นคนที่มีผู้ให้ความสนใจจับตามอง (เพราะเป็นลูกหลานนักการเมือง) แต่เขามีสิทธิที่ใช้ชีัวิตในแบบของเขา ที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ส่วนจะถือว่า เป็นการแสดงออกที่เหมาะสมหรือไม่ หรือเป็นไปตามค่านิยมที่ดีงามของสังคมหรือไม่..
ก็แล้วแต่มุมมองและทัศนคติของแต่ละคน แต่ละกลุ่ม ไม่มีผิด-ถูก แสดงความคิดเห็นกันได้ ตราบใดที่ไม่ล้ำเส้นไปหมิ่้นประมาท

ไม่เฉพาะเจาะจงแต่กรณีนี้นะคะ กรณีอื่นก็เช่นกัน



การแสดงความคิดเห็นทำนองนี้....
อเวไนยสัตว์ พวกมิจฉาทิฐิ อ่านแล้วไม่ยอมรับ ไม่เข้าเกณฑ์ที่อยากให้เป็น....

พวกเขา"ยอมรับ".."ลูกโอ๊ค"ลูกนักโทษแม๊วอวดอำนาจในบาร์ในคลับได้ เพราะเป็นลูกหัวหน้า"ผีโขมด 111 ตน"
ลูกชายของสุวัจน์ซิ่ง"เฟอร์รารี่"จนไฟไหม้ได้ เพราะเป็นหนึ่งใน"ผีโขนด 111 ตน"
ลูกชายของเป็ดเหลิมต้องคดีทำร้ายประชาชนได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาฯรัฐมนตรี....
...............ฯลฯ
"ถ้าไม่มีการทุจริตตั้งแต่แรก เงื่อนไขการปฏิวัติก็คงไม่เกิด เพราะมันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระตลอดเวลา ซึ่งการปฏิวัติก็เป็นการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ผมก็ไม่เห็นว่า ทำไมคณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ถอยหลังไปแค่ 19 กันยา 2549".. อ.ไชยันต์ ไชยพร
User avatar
ปุถุชน
 
Posts: 11805
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:19 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby ปุถุชน » Mon Sep 21, 2009 12:20 pm

gappy wrote:http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000108754

“พิณทองทา” ตีบทแตก เบิกความเสียงสั่น น้ำตาซึม กลางศาล ยันได้หุ้นชินคอร์ป จากพี่ชาย โอ๊ค พานทองแท้ มาด้วยสุจริต หวังประสบความสำเร็จธุรกิจ แต่เจอพิษการเมืองเล่นงาน โดนคดี คตส.อายัดทรัพย์ ปัด “พ่อ” ไม่มีเงินแสนล้านซุกอังกฤษ ขณะที่ “พจมาน” เผย โล่งหลังครอบครัวให้การชั้นศาล ตอนนี้ขอแค่ความยุติธรรม


วันนี้ (17 ก.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ไต่สวนพยานคดีหมายเลขดำที่ อม.14/2551 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว รวมทั้งผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินรวม 22 คน มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

ในวันนี้ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้คัดค้านการอายัดทรัพย์สินคดีนี้ เดินทางมาพร้อมกับ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ นายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชาย นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน โดยทั้งหมดมีสีหน้าแจ่มใส

น.ส.พิณทองทา เบิกความว่า พยานมีทรัพย์สินซึ่งถูกอายัดทรัพย์ในคดีนี้รวม 23,529,800,000 บาทเศษ โดยทรัพย์สินของพยานมีเงินฝาก 6 บัญชี ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารีย์ และสาขาราชวัตร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักรัชโยธิน และส่วนที่เป็นหลักทรัพย์กองทุนเปิดธนาคารไทยพาณิชย์ อีกจำนวน 218,800,000 บาทเศษ โดยทุกบัญชีดังกล่าวมีชื่อพยานเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนเรื่องการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พยานซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าวมาจาก นายพานทองแท้ พี่ชาย รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 9 ก.ย.2545 จำนวน 367 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 367 ล้านบาท ซึ่งพยานชำระค่าหุ้นด้วยเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักรัชโยธิน โดยเงินที่นำมาซื้อหุ้นเป็นเงินที่คุณหญิงพจมาน มารดา ให้เป็นของขวัญวันเกิดครอบรอบ 27 ปี เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2545 จำนวน 370 ล้านบาท ซึ่งเงินของขวัญไม่มีภาระต้องเสียภาษี เพราะเป็นเงินที่บุพการีมอบให้ และเหตุที่พยานนำเงินของขวัญไปซื้อหุ้นพี่ชาย เนื่องจากมารดาอยากให้พยานนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจ และที่ซื้อขายหุ้นในราคา 1 บาท นั้น เพราะพี่ชายได้ซื้อหุ้นดังกล่าวมาจากพ่อแม่ในราคาเดียวกัน ด้วยความน่ารักของพี่ชายจึงขายแบบไม่คิดเอากำไรน้อง

ผู้สื่อข่ายรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส.พิณทองทา เบิกความ นายพานทองแท้ ซึ่งนั่งอยู่กับมารดา ถึงกับยิ้มและหัวเราะกับคุณหญิงหญิงพจมาน ซึ่งสวมแว่นนั่งอยู่ข้าง ที่มี นางกาญจนาภา นั่งฟังการพิจารณาคดีอยู่ด้วย

น.ส.พิณทองทา เบิกความอีกว่า ส่วนการซื้อหุ้นจากพี่ชายครั้งที่ 2 เริ่มเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2546 ซึ่งซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ป และบริษัท ชินแซทเทิลไลท์ จำกัด (มหาชน) รวม 110 ล้านบาท โดยชำระด้วยเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักรัชโยธิน เช่นกัน และได้จนทะเบียนรับโอนหุ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยการซื้อขายหุ้นดังกล่าวพยานมอบให้ นางกาญจนาภา เป็นผู้จัดการเรื่องเอกสารและแสดงหลักฐานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในการซื้อขายหุ้นบริษัทพยานไม่เคยใช้สิทธิผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมใหญ่ สามัญประจำปี และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นแต่ได้มอบฉันทะให้ฝ่ายกฎหมายประชุมแทน ซึ่งเหมือนกับพ่อแม่และพี่ชาย

สำหรับการถือหุ้นบริษัท แอมเพิลริช อินเวสเมนต์ จำกัด (มหาชน) น.ส.พิณทองทา เบิกความว่า พยานได้ซื้อหุ้นและเข้าเป็นกรรมการบริษัท แอมเพิลริช ในวันเดียวกันเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2548 โดยพยานเป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 5 ของบริษัทส่วน 4 หุ้นที่เหลือพี่ชายเป็นผู้ถือและเป็นกรรมการด้วยเช่นกัน ขณะที่บริษัทดังกล่าวมี นางกาญจนาภา เป็นกรรมการด้วย โดยพยานได้เข้ามาเป็นพยานแทน นายเฮนรี่ เลา ลาออก เพราะป่วยเป็นโรคมะเร็ง สำหรับบริษัท แอมเพิลริช มีทุนจัดตั้งบริษัท 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ เพียงแต่ถือหุ้นในบริษัท ชินคอร์ป ซึ่งวันที่ 4 ม.ค.2549 พยานและพี่ชายในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท ชินคอร์ป ได้โอนขายหุ้น ให้กับบริษัท แอมเพิลริช จำนวน 164.6 ล้านหุ้น และเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 จึงได้นำหุ้นที่บริษัท แอมเพิลริช ถืออยู่ขายให้กับกองทุนเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยพยานได้รับชำระเงินผ่านในบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักรัชโยธิน ในวันที่ 26 ม.ค.2549 จำนวน 29,696 ล้านบาทเศษ ขณะที่บัญชีดังกล่าวก่อนได้รับชำระเงินพยานมีเงินในบัญชี 1,773 ล้านบาทเศษ ซึ่งไม่ใช่เงินที่ได้จากการขายหุ้น แต่กลับถูก คตส.อายัดเงินในบัญชีไว้ทั้งหมด สำหรับเหตุที่พยานและพี่ชายไม่ได้ขายหุ้นโดยตรงแต่กลับโอนขายให้บริษัท แอมเพิลริช ก่อน เพราะต้องการให้เงินซื้อขายทั้งหมดยังอยู่ในประเทศไทยตามที่เคยขอคำปรึกษา จาก นางกาญจนาภา เนื่องจากถ้าขายโดยตรงกับกองทุนเทมาเส็ก เงินก็จะไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ เงินปันผลจากการถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ป รวม 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2546-2548 รวม 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งพยานนำไปฝากไว้ที่ธนาคารในสิงคโปร์ ซึ่งธนาคารดังกล่าวจะเป็นผู้ดูแลบริหารเงินฝากให้ได้ดอกเบี้ยสูงสุด โดยทั้งเงินปันผลและเงินซื้อขายหุ้นทั้งหมดพยานไม่ได้มอบให้บิดาและมารดาแต่ อย่างใด ส่วนที่พี่ชายแบ่งเงินให้กับมารดาเพราะเป็นการชำระหนี้ในการซื้อขายหุ้น ทั้งนี้ การขายหุ้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่พยานและพี่ชายตัดสินใจขายเอง โดยพยานนำเรื่องที่มีตัวแทนจากกองทุนเทมาเส็กมาติดต่อซื้อหุ้นของตระกูลดามา พงศ์ กับ นายบรรณพจน์ ไปแจ้งให้บิดาและมารดาทราบ ซึ่งบิดาในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจได้ให้คำแนะนำปรึกษา แต่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจหรือสั่งการให้ขายหุ้น โดยถือเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่จะให้คำปรึกษา

ทั้งนี้ น.ส.พิณทองทา ยังเบิกความถึง ภาษีที่ถูก คตส.ตรวจสอบและกรรมสรรพากรเรียกเก็บจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ป ให้บริษัท แอมเพิลริช ว่า กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากพยานและพี่ชายคนละกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเรียกเก็บในฐานะผู้ถือหุ้นแต่ในคดีที่ คตส.อายัดทรัพย์ไว้ กลับระบุว่า ทรัพย์ที่ถูกอายัดเพราะพยานและพี่ชายไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง ซึ่งพยานเห็นว่าเรื่องดังกล่าวขัดแย้งกันและไม่น่าจะถูกต้อง

น.ส.พิณทองทา ยังได้เบิกความถึงทรัพย์สินหลังจากการขายหุ้น ว่า นอกจากจะฝากเงินที่ได้จากการซื้อขายหุ้นไว้ในบัญชีหลายบัญชีแล้ว ยังนำเงินไปลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเปิดบริษัท ชินวัตร แฟมิลี่ แอสเซท จำกัด ในประเทศอังกฤษ มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ต่อมาพยานได้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับบริษัทไทย 4 บริษัทๆ ละ 25 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มีการชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด เพราะพยานได้ถูกอายัดทรัพย์สินในคดีนี้ก่อน นอกจากนี้ พยานยังได้นำเงินไปลงทุนในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี ในประเทศอังกฤษ โดยพยานและพี่ชายได้เป็นกรรมการ ขณะที่บิดาถือหุ้นอยู่ในสโมสรจำนวน 200,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นเงินที่ขอมาจากมารดา ต่อมาพยาน พี่ชาย และบิดา ได้ขายหุ้นสโมสรฟุตบอล หลังจากนั้น ได้นำเงินไปลงทุนในเหมืองเพชรประเทศแอฟริกา โดยให้บิดาซึ่งอยู่ต่างประเทศดูแลบริหาร เพราะไม่ต้องการให้บิดาเครียด และจะได้ไม่เหงา ส่วนที่มีข่าวออกมาว่าบิดามีทรัพย์สินอยู่ในประเทศอังกฤษ ประมาณ 1 แสนล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง หากยังมีทรัพย์สินอยู่ถึงแสนล้านก็คงดี โดยประเทศอังกฤษมีเพียงอพาร์ตเมนต์ ในกรุงลอนดอน ของพยานมูลค่าประมาณ 60-70 ล้านบาท และบ้านที่เป็นชื่อของมารดา มูลค่า 200 ล้านบาท เช่นเดียวกับข่าวที่ระบุว่าบิดามีเครื่องบินส่วนตัวก็เป็นเพียงเครื่องบิน เช่าที่เพื่อนนักธุรกิจของบิดาให้ยืมมา ส่วนจะต้องชำระค่าเช่าอย่างไรพยานไม่ทราบ

น.ส.พิณทองทา ยังเบิกความถึงความจำเป็นที่จะต้องซื้อหุ้นบริษัทคืนจากบริษัท วินมาร์ค ที่มีนายมามุด มหาเศรษฐีชาวตะวันออกกลาง เพื่อนนักธุรกิจของบิดา ว่า เพราะก่อนหน้านั้น บิดาเคยขายหุ้นให้ บ.วินมาร์ค ปี 2542 เนื่องจากขณะจะนำบริษัทในเครือชิน 5 แห่ง เข้าตลาดหลักทรัพย์ และให้คำมั่นไว้ว่าจะรับซื้อคืน หากไม่ได้นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ครบตามที่ระบุไว้ ดังนั้น เมื่อพยานมีเงินปันผลจากบริษัท จึงนำเงินซื้อหุ้นที่เคยเป็นธุรกิจของครอบครัวกลับมา ระหว่างปี 2547-2550 มูลค่า 485 ล้านบาทเศษ และที่ นายมามุด ทำหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับบริษัทต่อศาลก็เป็นเรื่องจะยืนยันความเป็นเจ้าของ

ทั้งนี้ น.ส.พิณทองทา ยังเบิกความตอบคำถามศาลด้วยว่า ในการดำเนินธุรกิจของครอบครัว จะมี นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของ คุณหญิงพจมาน มารดา ดูแลในชั้นปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการเอกสาร และทรัพย์สินต่างๆ ภายใต้ความเห็นชอบของบิดาและมารดาซึ่งบิดาและมารดาดูแลนโยบายทั่วๆ ไป แต่บิดาและมารดาไม่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นของพยานและพี่ชาย เมื่อศาลถามย้ำว่า หุ้นที่พยานได้มา เป็นหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ใช่หรือไม่ น.ส.พิณทองทา กล่าวว่า ไม่ใช่แต่เป็นหุ้นพยานซื้อมาจากพี่ชายที่แบ่งขายให้

น.ส.พิณทองทา เบิกความด้วยว่า ในชั้นไต่สวนคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ครั้งแรกตั้งใจให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล แต่หลังจากที่ให้อยู่ในห้องเป็นเวลาถึง 7 ชั่วโมง โดยไม่ให้ทนายความเข้าไปด้วย ซึ่งพยานถูก คตส.ซักถามด้วยคำถาม ซ้ำๆ ทั้งที่พยานได้ตอบไปแล้ว แต่คำตอบไม่เป็นที่พอใจตามแบบที่ คตส.ต้องการ ดังนั้น ในการถูกเรียกไปครั้งที่ 2 พยาน จึงขอใช้สิทธิไม่ให้ถ้อยคำ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องนำข้อมูลมาทำร้ายพ่อแม่ตัวเอง แต่สุดท้ายตัวแทน คตส.ก็ให้เข้าไปในห้องแล้วให้ตนเซ็นเอกสารยืนยันว่า ไม่ให้ถ้อยคำ พร้อมระบุว่าถ้าไม่เซ็นจะติดคุก และต้องเสียค่าปรับ ตนก็เริ่มรู้สึกกลัว จึงขออนุญาตไปห้องน้ำ แล้วเจอทนายความ จึงแนะนำว่าจบแล้วไม่ต้องเซ็นเอกสารอะไร แต่กลับไปที่ห้องเพื่อแจ้ง คตส.ว่า ขอตัวกลับโดยจะไม่ให้ถ้อยคำใดๆ อีก ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่มารั้งประตูไว้ พยานจึงบอกกลับว่าเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่

ในการไต่สวน น.ส.พิณทองทา ยังกล่าวอธิบายต่อศาลด้วยเสียงสั่นเครือว่า ยืนยันว่า ซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ป มาจากพี่ชายด้วยความสุจริต เพราะอยากทำธุรกิจส่วนตัว และอยากประสบความสำเร็จทางธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นเพียงเกมการเมือง เป็นผู้หญิงอายุ 27 ปี ต้องเข้าศาลเป็นเรื่องที่หนักมาก สงสารพ่อแม่ที่ต้องเห็นลูกตัวเองเจออะไรแบบนี้ หวังว่าลึกๆ จะยังมีความเมตตา และมีความยุติธรรมอยู่ในโลกนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ น.ส.พิณทองทา เบิกความคุณหญิงพจมาน และนายพานทองแท้ ถึงกับหยิบแว่นตากันแดดสีดำมาสวมทันที โดยคุณหญิงพจมานหยิบผ้ามาเช็ดน้ำตา และภายหลังที่ น.ส.พิณทองทา เบิกความเสร็จสิ้นแล้วได้เดินลงจากที่นั่งพยาน ตรงเข้ามาหาคุณหญิงพจมาน และ นายพานทองแท้ ซึ่งนั่งเก้าอี้ด้านหลัง ที่นั่งของพยานโดย น.ส.พิณทองทา ได้กอดซบคุณหญิงพจมาน พร้อมกับร้องไห้

ขณะที่ก่อนจะเดินทางกลับ คุณหญิงพจมาน ซึ่งเดินประคอง น.ส.พินทองทา มาพร้อมกับนายพานทองแท้ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เมื่อครอบครัวให้การต่อศาลแล้วก็รู้สึกโล่งใจ โดยตนขอเพียงให้ได้รับความยุติธรรมเท่านั้น ขณะที่ น.ส.พิณทองทา กล่าวว่า รู้สึกกดดัน แต่ก็โล่งใจ

ทั้งนี้ หลังจาก น.ส.พิณทองทา ไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ทนายความนำพยานซึ่งเป็นผู้แทนสำนักงานกฎหมาย ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ด้วยประมาณ 100,000 บาทเศษ ขึ้นไต่สวนจนแล้วเสร็จ โดยศาลนัดไต่สวนพยานต่อไปในวันที่ 22 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น.ซึ่งทนายความเตรียม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าไต่สวนเพื่อเบิกความเกี่ยวกับนโยบายบริหารประเทศ ของรัฐบาลในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร




ด้วยมิจฉาทิฐิของ"สมแก๊ส"....
เชื่อว่าลูกสาวนักโทษฯพูดความจริง ให้ปากคำด้วยความจริง ไม่บิดเบือน ไม่เบี่ยงเบนความจริง.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
"ถ้าไม่มีการทุจริตตั้งแต่แรก เงื่อนไขการปฏิวัติก็คงไม่เกิด เพราะมันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระตลอดเวลา ซึ่งการปฏิวัติก็เป็นการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ผมก็ไม่เห็นว่า ทำไมคณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ถอยหลังไปแค่ 19 กันยา 2549".. อ.ไชยันต์ ไชยพร
User avatar
ปุถุชน
 
Posts: 11805
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:19 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Bookmarks » Mon Sep 21, 2009 12:36 pm

ถ้าวันนั้น สมชายไม่ได้รับเลือกเป็นนายก แต่พลังประชาชนดันเป็ดเหลิมเป็นนายก พวกควายแดง ก็ ชาบู ชาบู :lol: :lol:
User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby BlueFoot » Mon Sep 21, 2009 12:41 pm

สมแก๊ส wrote:จะไปเช็ค กอทอ ทำเมื่อยอะไรไม่ทราบ อาจเป็นรถชื่อแม่ รถชื่อพ่อ รถชื่อตัวเอง รถชื่อญาติ
หรืออาจจะเช่ามาขับทำเท่อวดหญิงก็ได้



อ้าว แป่ววววว อีก
นึกว่าตั้งกระทู้นี้มาตีลูกให้กระเทือนไปพ่อเรื่องโกงด้วยหลักฐานซื้อของเกินฐานะ

ทะเบียนรถก็ไม่ไปเช็ค
เพราะกลัวจะใช้ชื่อนอมินี เหมือนแม้วซุกสมบัติคนรับใช้ คนขับรถ คนสวน

แถมทำท่าสันนิษฐานว่าอาจเช่ามาอวดหญิงก็ได้
งั้นจะตั้งกระทู้มาตีลูกกระทบพ่อทำซากอะไร ---> มันไม่ได้ผลน่ะ อิ๊อิ๊
User avatar
BlueFoot
Moderator
 
Posts: 1927
Joined: Mon Mar 02, 2009 1:16 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Rarm41 » Mon Sep 21, 2009 12:45 pm

สมแก๊ส wrote:Image
http://pleumyuppy.hi5.com/friend/p15394 ... phai--html

ลองเข้าไปถามดูสิ


ถามน้องปลื้ม แล้วคุณจะเชื่อหรือ?

ไปถาม เด็จพี่ดีกว่าน่ะ :?

ว่าอยากจะงับข่าวชิ้นไปแก้ตัวหรือเปล่า?

คราวที่แล้วก็วิ่งชนวอลล์เปเปอร์จนหน้าเละเลย :lol: :lol: :lol: :mrgreen:
User avatar
Rarm41
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 27, 2008 1:46 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby ปุถุชน » Mon Sep 21, 2009 12:49 pm

BlueFoot wrote:
สมแก๊ส wrote:จะไปเช็ค กอทอ ทำเมื่อยอะไรไม่ทราบ อาจเป็นรถชื่อแม่ รถชื่อพ่อ รถชื่อตัวเอง รถชื่อญาติ
หรืออาจจะเช่ามาขับทำเท่อวดหญิงก็ได้



อ้าว แป่ววววว อีก
นึกว่าตั้งกระทู้นี้มาตีลูกให้กระเทือนไปพ่อเรื่องโกงด้วยหลักฐานซื้อของเกินฐานะ

ทะเบียนรถก็ไม่ไปเช็ค
เพราะกลัวจะใช้ชื่อนอมินี เหมือนแม้วซุกสมบัติคนรับใช้ คนขับรถ คนสวน

แถมทำท่าสันนิษฐานว่าอาจเช่ามาอวดหญิงก็ได้
งั้นจะตั้งกระทู้มาตีลูกกระทบพ่อทำซากอะไร ---> มันไม่ได้ผลน่ะ อิ๊อิ๊



ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ สร้างหลักฐานคงมาก
จึงไม่กล้าลงทุนไปก่อน.....!
พูดแค่นี้ พิมพ์ตัวอักษรแค่นี้ ใส่ภาพแค่นี้....
มีแต่วรนุสแดงเชื่อเท่านั้นแหละ....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ปล.พวกวรนุสแดงเชื่อล่วงหน้าตั้งแต่ได้ข่าวว่าจะนำมาพิมพ์ในเวบเสรีไทยแล้ว....!

เหมือนเห็บหมา เห็บแม๊วได้ฟังว่า พนักงานสาว"เอสซี"ได้แผ่นซีดีจากสาวผมยาวท่ารถเมืองนนท์
ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะเป็นความจริง เป็นคลิปสั่งการของนายกฯอภิสิทธิ์ที่มีต้นทุนทางสังคมมากกว่านักโทษฯ
จำไปอภิปรายในรัฐสภา....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
"ถ้าไม่มีการทุจริตตั้งแต่แรก เงื่อนไขการปฏิวัติก็คงไม่เกิด เพราะมันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระตลอดเวลา ซึ่งการปฏิวัติก็เป็นการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ผมก็ไม่เห็นว่า ทำไมคณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ถอยหลังไปแค่ 19 กันยา 2549".. อ.ไชยันต์ ไชยพร
User avatar
ปุถุชน
 
Posts: 11805
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:19 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby สมแก๊ส » Mon Sep 21, 2009 12:50 pm

BlueFoot wrote:อ้าว แป่ววววว อีก
นึกว่าตั้งกระทู้นี้มาตีลูกให้กระเทือนไปพ่อเรื่องโกงด้วยหลักฐานซื้อของเกินฐานะ

ทะเบียนรถก็ไม่ไปเช็ค
เพราะกลัวจะใช้ชื่อนอมินี เหมือนแม้วซุกสมบัติคนรับใช้ คนขับรถ คนสวน

แถมทำท่าสันนิษฐานว่าอาจเช่ามาอวดหญิงก็ได้
งั้นจะตั้งกระทู้มาตีลูกกระทบพ่อทำซากอะไร ---> มันไม่ได้ผลน่ะ อิ๊อิ๊


ภาพแค่นี้ ให้บอกว่า โกงเพราะซื้อของเกินฐานะมันจินตนาการน้ำแตกเกินไป ไม่ต่างจากพวกแถวนี้
ที่เห็นชัดๆ ก็แค่ การสร้างภาพของพ่อ ลูกมันยังไม่เชื่อเล้ย ไม่ว่าจะเรื่องรถหรือเรื่องหญิง แบบแก่ๆ
ใช้แล้วลูกมันไม่ชอบแน่นอน
User avatar
สมแก๊ส
 
Posts: 403
Joined: Thu Oct 23, 2008 5:36 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby ปุถุชน » Mon Sep 21, 2009 12:52 pm

Rarm41 wrote:
สมแก๊ส wrote:Image
http://pleumyuppy.hi5.com/friend/p15394 ... phai--html

ลองเข้าไปถามดูสิ


ถามน้องปลื้ม แล้วคุณจะเชื่อหรือ?

ไปถาม เด็จพี่ดีกว่าน่ะ :?

ว่าอยากจะงับข่าวชิ้นไปแก้ตัวหรือเปล่า?

คราวที่แล้วก็วิ่งชนวอลล์เปเปอร์จนหน้าเละเลย :lol: :lol: :lol: :mrgreen:




"สะเด็ดผี"ไม่เหมือนนักโทษฯ ลูบก้นไม่มีหางก็ใช้ได้...
"สะเด็ดผี"รู้ว่ามาจากกระทู้"สมแก๊ส"
คงถอนหายใจถาม"สมแก๊ส"ว่า....
"กูโง่ขนาดไหนว่ะ...."ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
"ถ้าไม่มีการทุจริตตั้งแต่แรก เงื่อนไขการปฏิวัติก็คงไม่เกิด เพราะมันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระตลอดเวลา ซึ่งการปฏิวัติก็เป็นการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ผมก็ไม่เห็นว่า ทำไมคณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ถอยหลังไปแค่ 19 กันยา 2549".. อ.ไชยันต์ ไชยพร
User avatar
ปุถุชน
 
Posts: 11805
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:19 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby BlueFoot » Mon Sep 21, 2009 1:01 pm

สมแก๊ส wrote:
BlueFoot wrote:อ้าว แป่ววววว อีก
นึกว่าตั้งกระทู้นี้มาตีลูกให้กระเทือนไปพ่อเรื่องโกงด้วยหลักฐานซื้อของเกินฐานะ

ทะเบียนรถก็ไม่ไปเช็ค
เพราะกลัวจะใช้ชื่อนอมินี เหมือนแม้วซุกสมบัติคนรับใช้ คนขับรถ คนสวน

แถมทำท่าสันนิษฐานว่าอาจเช่ามาอวดหญิงก็ได้
งั้นจะตั้งกระทู้มาตีลูกกระทบพ่อทำซากอะไร ---> มันไม่ได้ผลน่ะ อิ๊อิ๊


ภาพแค่นี้ ให้บอกว่า โกงเพราะซื้อของเกินฐานะมันจินตนาการน้ำแตกเกินไป ไม่ต่างจากพวกแถวนี้
ที่เห็นชัดๆ ก็แค่ การสร้างภาพของพ่อ ลูกมันยังไม่เชื่อเล้ย ไม่ว่าจะเรื่องรถหรือเรื่องหญิง แบบแก่ๆ
ใช้แล้วลูกมันไม่ชอบแน่นอน




อ้อ เข้าใจละ
ท่านสมแก๊สเอามาโพสต์ ไม่ได้คิดจะตีเรื่องโกง
เพราะจะตียังไงก็เลี้ยวออกนอกโค้งตลอด ตีวงในไม่ได้ ฮ่าฮ่า

ก็เลยเอามาตีแผ่เรื่องนิสัยพ่อกับลูกไม่เหมือนกัน
พ่อพอเพียงและเพียงพอ ลูกเพียงพลอยและพลอยเพียง ว่างั้นเห๊อะ เอิ๊ก เอิ๊ก กกก


* ตีแผ่ แฉไส้เน่าของนายชวนกับลูกให้เห็นแล้ว
แล้วยังไงต่อไปอีก เป้นผลร้ายกับประเทศชาติขนาดไหนละ อิ๊อิ๊
User avatar
BlueFoot
Moderator
 
Posts: 1927
Joined: Mon Mar 02, 2009 1:16 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby jrr. » Mon Sep 21, 2009 1:09 pm

ก็เลยเอามาตีแผ่เรื่องนิสัยพ่อกับลูกไม่เหมือนกัน
พ่อพอเพียงและเพียงพอ ลูกเพียงพลอยและพลอยเพียง ว่างั้นเห๊อะ เอิ๊ก เอิ๊ก กกก


[/quote]


พ่อซื่อสัตย์พอเพียง แต่ลูกไม่เหมือนพ่อ....ไม่เห็นจะแปลกอะไร
.......................ไม่เห็นต้องเหมือนกันทั้งโครต

แต่ไอ้ประเภทขี้โกงเกือบทั้งโครต.....นี่สิ น่าทึ่ง !!!
User avatar
jrr.
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:41 am

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Rarm41 » Mon Sep 21, 2009 1:10 pm

สมแก๊ส wrote:
ภาพแค่นี้ ให้บอกว่า โกงเพราะซื้อของเกินฐานะมันจินตนาการน้ำแตกเกินไป ไม่ต่างจากพวกแถวนี้
ที่เห็นชัดๆ ก็แค่ การสร้างภาพของพ่อ ลูกมันยังไม่เชื่อเล้ย ไม่ว่าจะเรื่องรถหรือเรื่องหญิง แบบแก่ๆ
ใช้แล้วลูกมันไม่ชอบแน่นอน


เรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตยครับ

ลูกปลื้มไม่ได้ไปทำร้ายใครสักหน่อย
User avatar
Rarm41
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 27, 2008 1:46 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby ปุถุชน » Mon Sep 21, 2009 1:10 pm

BlueFoot wrote:
สมแก๊ส wrote:
BlueFoot wrote:อ้าว แป่ววววว อีก
นึกว่าตั้งกระทู้นี้มาตีลูกให้กระเทือนไปพ่อเรื่องโกงด้วยหลักฐานซื้อของเกินฐานะ

ทะเบียนรถก็ไม่ไปเช็ค
เพราะกลัวจะใช้ชื่อนอมินี เหมือนแม้วซุกสมบัติคนรับใช้ คนขับรถ คนสวน

แถมทำท่าสันนิษฐานว่าอาจเช่ามาอวดหญิงก็ได้
งั้นจะตั้งกระทู้มาตีลูกกระทบพ่อทำซากอะไร ---> มันไม่ได้ผลน่ะ อิ๊อิ๊


ภาพแค่นี้ ให้บอกว่า โกงเพราะซื้อของเกินฐานะมันจินตนาการน้ำแตกเกินไป ไม่ต่างจากพวกแถวนี้
ที่เห็นชัดๆ ก็แค่ การสร้างภาพของพ่อ ลูกมันยังไม่เชื่อเล้ย ไม่ว่าจะเรื่องรถหรือเรื่องหญิง แบบแก่ๆ
ใช้แล้วลูกมันไม่ชอบแน่นอน




อ้อ เข้าใจละ
ท่านสมแก๊สเอามาโพสต์ ไม่ได้คิดจะตีเรื่องโกง
เพราะจะตียังไงก็เลี้ยวออกนอกโค้งตลอด ตีวงในไม่ได้ ฮ่าฮ่า


ก็เลยเอามาตีแผ่เรื่องนิสัยพ่อกับลูกไม่เหมือนกัน
พ่อพอเพียงและเพียงพอ ลูกเพียงพลอยและพลอยเพียง ว่างั้นเห๊อะ เอิ๊ก เอิ๊ก กกก


* ตีแผ่ แฉไส้เน่าของนายชวนกับลูกให้เห็นแล้ว
แล้วยังไงต่อไปอีก เป้นผลร้ายกับประเทศชาติขนาดไหนละ อิ๊อิ๊




ก็เลยเอามาตีแผ่เรื่องนิสัยพ่อกับลูกไม่เหมือนกัน

เข้าใจแล้วหล่ะ...
"สมแก๊ส"คุ้นเคยกับ"ลูกไม้หล่นใต้ต้น" อย่าง"โอ๊คแอนด์แม๊ว".......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
"ถ้าไม่มีการทุจริตตั้งแต่แรก เงื่อนไขการปฏิวัติก็คงไม่เกิด เพราะมันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระตลอดเวลา ซึ่งการปฏิวัติก็เป็นการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ผมก็ไม่เห็นว่า ทำไมคณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ถอยหลังไปแค่ 19 กันยา 2549".. อ.ไชยันต์ ไชยพร
User avatar
ปุถุชน
 
Posts: 11805
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:19 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Bookmarks » Mon Sep 21, 2009 1:20 pm

สมแก๊ส wrote:1. ใครจะโกงอะไรยังไง ก็ไม่ได้ทำให้รถสปอร์ตในรูปเปลี่ยนเป็นรถอย่างอื่น และก็ไม่ได้มี
ชื่อเจ้าของรถแปะอยู่ที่รถด้วย จะได้รู้ว่าเจ้าของรถที่แท้จริงคือใคร อันที่จริงแม้จะรู้ชื่อเจ้าของ
รถก็ไม่ได้แปลว่าชื่อนั้นเป็นเจ้าของรถ เหมือนกับเมียพ่อของคนในรูป ก็ไม่ได้มีทะเบียนกับพ่อ
ของคนในรูป จนมีลูกออกมาถึงปฏิเสธไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีทะเบียนกับพ่อของคนในรูป
อยู่ดี
2. ไม่ใช่กระทู้จับผิดคนโกง
3. การที่พ่อพยามสร้างภาพพจน์รสนิยมสมถะ เช่าบ้าน ไม่เลี้ยงกาแฟ เมียยังใช้มือสอง
ซึ่งภาพลักษณ์แบบพอเพียงอินเทรนที่แสดงออกมาเพื่อเป็นตัวแบบของคนไทยในยุคนี้ ก็ไม่ได้
มีผลกับรสนิยมลูก ซึ่งพยามแสดงความเป็นยับปี้รสนิยมวิไล มีไลฟ์สไตล์แบบแอฟฟลูเอนท์
รวยเริ่ดหรู รสสปอร์ต สาวสวย ห่างไกลความพอเพียงโดยสิ้นเชิง

เมียสมแก๊ส นี่คงสาวเวอร์จิ้นเลยสินะ เลือดสาดโชว์สมแก๊สเลยสิ
User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Bookmarks » Mon Sep 21, 2009 1:27 pm

ATOM wrote:
Bookmarks wrote:ถ้าวันนั้น สมชายไม่ได้รับเลือกเป็นนายก แต่พลังประชาชนดันเป็ดเหลิมเป็นนายก พวกควายแดง ก็ ชาบู ชาบู :lol: :lol:


ชอบจินตนาการในทางไม่ป็นความจริง เป็นไปไม่ได้ เขาเรียก ฝันกลางวัน

คิก คิก สำหรับควายแดง ใครเป็นนายกก็ได้ขอให้เป็นคนของพรรคเพื่อแม้ว ฮา :lol: :lol:
ปล. อย่าดูถูก ควายแดงไป เป็ดเหลิมตัวเต็งเลยนะ ไม่ได้ฝัน แต่เป็นเรื่องจริงของความคิดควายแดง :lol: :lol:
User avatar
Bookmarks
 
Posts: 8298
Joined: Sun Feb 22, 2009 5:15 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby เพื่อนร่วมชาติ » Mon Sep 21, 2009 1:28 pm

Bookmarks wrote:เมียสมแก๊ส นี่คงสาวเวอร์จิ้นเลยสินะ เลือดสาดโชว์สมแก๊สเลยสิ


เอ่อ แบบนั้นมันคงไม่ใช่เลือดพรหมจรรย์แล้วมั้ง น่าจะเป็นพวกฝ่าไฟแดงแบบไม่กลัวเกรงกฎหมายมากกว่า :lol:
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด คนไทยใช้แล้วเลอะเทอะชิบเป๋ง
User avatar
เพื่อนร่วมชาติ
 
Posts: 3541
Joined: Mon Oct 13, 2008 6:40 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby กรกช » Mon Sep 21, 2009 1:39 pm

Jseventh wrote:ขอร่วมแสดงความเห็นด้วยคน..
ดิฉันว่า สังคมควรแยกให้ชัดนะคะ เรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนรวม
ไม่ทราบว่ารถนั้นได้มายังไง..แต่อยากอธิบายให้เห็นภาพว่า..
รถนั้นหากได้มาจากเงินสุจริต ไม่คดโกงใคร ไม่ทำความเสียหายเดือดร้อนแก่ใคร
เป็นเงินที่เขา หรือคนที่เต็มใจซื้อให้ (เช่น ญาติผู้ใหญ่) ทำมาหาได้โดยสุจริต ก็เป็นสิทธิของเขา

หากเขาทำเกินตัว เกินแก่ฐานะ ความเดือดร้อนก็จะตกแก่เขาเอง และเขาจะได้บทเรียนนั้นเอง /แต่ถ้าทำแล้ว ตัวเขาเองไม่เดือดร้อน สังคมไม่เดือดร้อน ก็เป็นสิทธิของเขา
อีกประการหนึ่ง น้องเขา ก็ไม่ใช่บุคคลสาธารณะที่ต้องเกี่ยวข้องกับองค์ฺกร หรือกลุ่มคนในภาคใหญ่ / อาจเป็นคนที่มีผู้ให้ความสนใจจับตามอง (เพราะเป็นลูกหลานนักการเมือง) แต่เขามีสิทธิที่ใช้ชีัวิตในแบบของเขา ที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ส่วนจะถือว่า เป็นการแสดงออกที่เหมาะสมหรือไม่ หรือเป็นไปตามค่านิยมที่ดีงามของสังคมหรือไม่..
ก็แล้วแต่มุมมองและทัศนคติของแต่ละคน แต่ละกลุ่ม ไม่มีผิด-ถูก แสดงความคิดเห็นกันได้ ตราบใดที่ไม่ล้ำเส้นไปหมิ่้นประมาท

ไม่เฉพาะเจาะจงแต่กรณีนี้นะคะ กรณีอื่นก็เช่นกัน


เห็นด้วยมากๆครับ เพราะผมเองก็มีแนวคิดแบบนี้
ผมคิดว่า ชีวิตเรา เป็นของเรา เราสามารถที่จะเลือกทำในสิ่งที่เราชอบได้ เลือกทำในสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขได้
แต่ต้องไม่ให้เดือดร้อนตัวเอง และผู้อื่น และทำลายสังคมครับ
User avatar
กรกช
 
Posts: 1170
Joined: Wed Mar 11, 2009 8:15 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby zigaratte » Mon Sep 21, 2009 1:47 pm

ลืมบอก

พ่อเช่าบ้านอยู่ หน่ะ มันที่ กทม.

แต่ที่ ตรัง เขามีบ้านอยู่ ไม่ต้องเช่า

นายชวนไม่รวยเพราะโกงบ้านเมืองเหมือนหมาบางตัว นิ จะได้มีตังซื้อบ้านหลายๆ หลัง

แต่นายชวนหน่ะ ถ้าไปบวชรับรองได้ฉายา วาจาสิทธิ์ แน่ๆ

นี่ขนาดแค่เตือนหมาเหลี่ยมนะ ว่า ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่

ยังทำให้ทุกวันนี้เหลี่ยมยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหมาเจอเทศกิจ เล้ยย ฮ่าๆๆๆ
User avatar
zigaratte
 
Posts: 819
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:08 am

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby integra » Mon Sep 21, 2009 2:01 pm

มันเรื่องส่วนตัวแค่bmคันนึงมันไม่ทำไห้น้องเขาเป็นเหมือนไอ้ตระกูลชินหรอกครับ ตั้งกะทู้เหมือนขี้อิจฉาเลยวะ
โลกเสมือน#เสาะหาความยุติธรรมแม้แก่ผู้อื่นก็ยังดีอย่างน้อยจะได้รู้ว่ามันยังมีจริงในโลก
โลกจริง#กูเหนื่อยและเบื่อความพ่ายแพ้ในเกมส์ที่ถูกยัดเยียด ได้เวลาเลิกหลอกตัวเองว่าอะไรๆยังเหมือนเดิม ถึงเวลากระทืบอุปสรรคแล้วก้าวเดิน
User avatar
integra
 
Posts: 1616
Joined: Tue Apr 21, 2009 3:24 am

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby นักตอบกระทู้อิสระ » Mon Sep 21, 2009 2:05 pm

จริงของไอ้แก๊สมันว่านะ กูไม่เคยชอบไอ้ปลื้มหน้าปลวกนี่เลย
ปากบอกตั้งใจจะเล่นการเมือง แต่พฤติกรรมโคดไร้แก่นสาร ฉาบฉวยเหี้ ยๆ
User avatar
นักตอบกระทู้อิสระ
 
Posts: 1165
Joined: Sat Feb 14, 2009 6:26 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Matahari » Mon Sep 21, 2009 2:08 pm

ฟายสมแก๊ส แกไปกล่าวหาว่าเขาสร้างภาพ เขาเคยเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น
สู้อดิสร ของแกไม่ได้หรอก ก็เคยแบบชวน เดียวนี้มีหนวด เล่นกอลฟ ได้ข่าวว่าเอาเงินไปฝากเมียน้อยมากมาย นี้ซิคนที่แกควรไปปราบคอรรัปชั่น
และที่เห็นนักการเมือง มีตัวไหน บ้างที่เคยจน แล้วยัง จน
เห็นมีแต่รวยพอเป็นนักการเมืองไม่กี่รวย ก็รวย สร้างบ้านราคาแพง
ประชา ประสดพี เห็นว่าสร้างบ้านราคา 50 ล้าน บาทที่ดินใหญ่โต เอาเงินมาจากไหน 555555
แกอยากเป็นนักปราบคอรรัปชั่นน่าจะไปหาข้อมูลนะ
คนดี เขาเคยอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น แกก็จะหาเรื่องเขา
ถ้าแกมีหลักฐานชัดเจน แกค่อยมาพล่ามนะ เอาให้อยู่หมัดนะ ว่าแอบไปสร้างบ้าน 100 ล้าน แกค่อยมากล่าวหานะ
***********************************************************
User avatar
Matahari
 
Posts: 2405
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:30 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby สมแก๊ส » Mon Sep 21, 2009 2:14 pm

Matahari wrote:ฟายสมแก๊ส แกไปกล่าวหาว่าเขาสร้างภาพ เขาเคยเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น
สู้อดิสร ของแกไม่ได้หรอก ก็เคยแบบชวน เดียวนี้มีหนวด เล่นกอลฟ ได้ข่าวว่าเอาเงินไปฝากเมียน้อยมากมาย นี้ซิคนที่แกควรไปปราบคอรรัปชั่น
และที่เห็นนักการเมือง มีตัวไหน บ้างที่เคยจน แล้วยัง จน
เห็นมีแต่รวยพอเป็นนักการเมืองไม่กี่รวย ก็รวย สร้างบ้านราคาแพง
ประชา ประสดพี เห็นว่าสร้างบ้านราคา 50 ล้าน บาทที่ดินใหญ่โต เอาเงินมาจากไหน 555555
แกอยากเป็นนักปราบคอรรัปชั่นน่าจะไปหาข้อมูลนะ
คนดี เขาเคยอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น แกก็จะหาเรื่องเขา



Matahari wrote:ถ้าแกมีหลักฐานชัดเจน แกค่อยมาพล่ามนะ

เอาให้อยู่หมัดนะ ว่าแอบไปสร้างบ้าน 100 ล้าน แกค่อยมากล่าวหานะ


อ้าวเวร ไอ้ที่พ่นๆ มาข้างบนนั่นหลักฐานอะไรก็ไม่มี พล่ามเองเป็นวรรคเป็นเวรซะแร้ว :lol:
User avatar
สมแก๊ส
 
Posts: 403
Joined: Thu Oct 23, 2008 5:36 pm

Re: พ่อเช่าบ้านอยู่ ลูกล่อรถสปอร์ตเปิดประทุน

Postby Matahari » Mon Sep 21, 2009 2:22 pm

สมแก๊ส wrote:
Matahari wrote:ฟายสมแก๊ส แกไปกล่าวหาว่าเขาสร้างภาพ เขาเคยเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น
สู้อดิสร ของแกไม่ได้หรอก ก็เคยแบบชวน เดียวนี้มีหนวด เล่นกอลฟ ได้ข่าวว่าเอาเงินไปฝากเมียน้อยมากมาย นี้ซิคนที่แกควรไปปราบคอรรัปชั่น
และที่เห็นนักการเมือง มีตัวไหน บ้างที่เคยจน แล้วยัง จน
เห็นมีแต่รวยพอเป็นนักการเมืองไม่กี่รวย ก็รวย สร้างบ้านราคาแพง
ประชา ประสดพี เห็นว่าสร้างบ้านราคา 50 ล้าน บาทที่ดินใหญ่โต เอาเงินมาจากไหน 555555
แกอยากเป็นนักปราบคอรรัปชั่นน่าจะไปหาข้อมูลนะ
คนดี เขาเคยอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น แกก็จะหาเรื่องเขา



Matahari wrote:ถ้าแกมีหลักฐานชัดเจน แกค่อยมาพล่ามนะ

เอาให้อยู่หมัดนะ ว่าแอบไปสร้างบ้าน 100 ล้าน แกค่อยมากล่าวหานะ


อ้าวเวร ไอ้ที่พ่นๆ มาข้างบนนั่นหลักฐานอะไรก็ไม่มี พล่ามเองเป็นวรรคเป็นเวรซะแร้ว :lol:


ฟายสมแก๊ส ....เอย... แกไม่ต้องทำต้วแบบ สส เพื่อไทย ทีเอารูป หรือเสียงมาอ้างนี้คือคนตาย นี้คือทหารฆ่าประชาชน
การทีแกเห็นโดยทีแกไม่รุ้อะไรรากเหง้าเขา เหมือนทีเราก็รุ้ว่าเหลียมมันคือเศรษฐีมีเงิน ไม่เถีบงแต่เราจะมองไปอีกว่า ตอนนั้นเงินมันแค่นี้ แต่ทำไม 6 ปี เงินมันมากกว่า 200 เท่า มันทำอะไร กำไรมากเกินที่ธุรกิจ จะทำได้ ก็บางอ้อ ว่าเกิดจากอะไร
เรานะนักบัญชี ก็รุ้ว่าอะไรเป็นอะไร กำไรมาจากไหน
แต่แกซิเห็นเขายืนหน้ารถ ก็บอกว่า ไหนพ่อเช่า บ้านลูกขี่รถสปอร์ต ก็ตัดสินเลยว่ามันคงโกงมั้ง ถึงหาเงินให้ลูกซื้อ แต่ไม่ดูว่า แล้วเมียเขามีเงินมะ
แกมันก็ไม่ต่างกะสส เพื่อไทยที่หน้าแตกในสภามาไม่ร้กี่ ตรั้ง ด้วยหลักฐานเท็จ ตั้งใจ หรือว่า โง่วะ
***********************************************************
User avatar
Matahari
 
Posts: 2405
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:30 pm

PreviousNext

Return to สภากาแฟ