อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Vargarv » Sat Nov 28, 2009 6:57 pm

ู^
^
^
^
ไอ้พวกบริษัทจัดอันดับมันก็ยัดเงินได้ด้วยนะครับ
ใช่ว่า กิเลศจะมีแต่คนไทย พวกฝรั่งนี่ ก็คล้ายๆกัน

นั่งดูเรื่อง Prison Break ก็พอจะรู้ว่า
ฝรั่ง มีใต้โต๊ะ แพะ ยัดเยียดความผิด
เหมือนๆ บ้านเราเลย
ปวดฟันงะ ถอดทีสองซี่ นี่ปวดมากๆ
User avatar
Vargarv
 
Posts: 1417
Joined: Tue Oct 14, 2008 10:03 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Aloha007 » Sat Nov 28, 2009 9:32 pm

ทักษิณจะไปอยู่ไหน

นิการากัว หรือ :lol:
บล็อกส่วนตัว
http://www.oknation.net/blog/kittinunn
บ้านหลังใหม่
http://forum.serithai.org
User avatar
Aloha007
 
Posts: 1141
Joined: Tue Oct 14, 2008 12:14 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Chenhero » Sun Nov 29, 2009 12:25 am

ทักกี้จะไปอยู่ นครรัฐปัตตานี ครับ
ทักษิณมีข้อดีอย่างคือ ทำให้เรารู้จักชื่อประเทศแปลกๆ รวมทั้งดินแดนที่คาดว่ายังไม่มีมนุษย์คนไทยค้นพบอีกเยอะครับ
เมื่อต่อสู้มาระยะหนึ่ง การถอดบทเรียนภายใน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับขบวนการประชาชน
User avatar
Chenhero
 
Posts: 2353
Joined: Tue Jan 27, 2009 10:24 pm


Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby อารยา » Sun Nov 29, 2009 3:16 pm

ขอบคุณ จขกท. มาก เป็นเบื้องลึกในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับเขตปกครองพิเศษดูไบที่ช่วยทำให้ผมตาสว่างจางปาง เข้าใจได้ว่าทำไมทักษิณจึงยังอยู่ใน UAE ได้

จำได้ตอนที่ทักษิณเผ่นจากฮ่องกง เข้าลอนดอนไม่ได้ เลยไปแหมะที่ดูไบใหม่ๆ เป็นช่วงพอดีกับเชคของ UAE มาเฝ้าในหลวงของเรา

ผมก็สงสัยอยู่ครามครันนว่าความสัมพันธ์ไทยกับ UAE ดีอย่างนั้น ทำไมทักษิณยังลอยนวลอยู่ที่นั่นได้
กระทู้นี้ให้คำตอบแล้วครับ ขอบคุณอีกครั้ง

ถ้าทักษิณขอเข้าพบเชคที่อับบูดาบีไม่ได้ ก็แปลว่าฉากสุดท้ายของนักโทษชายรายนี้ได้เวลาปิดม่านเสียทีซีครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2201
Joined: Sat Apr 11, 2009 5:26 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby just in case. » Sun Nov 29, 2009 3:40 pm

อ่านกระทู็นี้ดีครับ ได้ความรู้เยอะเลย
ถึงยังสงสัยว่าทำไมถึงส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาไม่ได้
ขอบคุณนะครับ
just in case.
 
Posts: 766
Joined: Sat Oct 17, 2009 10:11 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby pooyong » Sun Nov 29, 2009 4:05 pm

แม้วจะสร้างรัตปัตตานี เป็นดูไบแห่งที่สอง
ความจริงว่าจะเอาเกาะกง แต่งเฮงซวยไม่ยอม :lol: :lol:
การรับใช้แผ่นดิน คือความเบิกบาน
User avatar
pooyong
 
Posts: 1496
Joined: Mon Oct 19, 2009 9:55 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Kalakaua » Sun Nov 29, 2009 4:30 pm

เรื่องแม้วกับเศรษฐกิจดูไบและอาบูดาบีไม่เกี่ยวกันเลย คนละเรื่อง จับเอามาโยงจับแพะชนแกะมั่วซั่วไปหมด


แล้วไง การที่อาบูดาบีช่วยหรือไม่ช่วยดูไบ แม้วอยู่ไม่อยู่ ใครๆก็มองออกมาดูไบมันต้องฟองสบู่แตกซักวัน ม๊ากเตรียมรับมือให้ดีเฮอะ ที่โม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้วๆ ราคาคุยต่างหาก

ส่วนเรื่องเมื่ออาบูดาบีช่วยดูไบแล้ว จะเช็คบิลแม้ว ผมว่าเขาไม่เอามาเป็นประเด็นด้วยซ้ำ

ที่ตั้งหัวข้อกระทู้ว่าสงครามสั่งสอน ถามหน่อยเฮอะ ไม่รู้จริงๆหรือครับว่าบรรดาชีคๆเขามีสายสัมพันธ์กันยังไง

เฮ้อ... คิดแบบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพ้อฝัน จินตนาการไปเอง :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

เผลอๆ เขาจะตั้งแม้วให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจอีกต่างหาก :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

Last edited by Kalakaua on Sun Nov 29, 2009 4:43 pm, edited 1 time in total.
User avatar
Kalakaua
 
Posts: 1012
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:54 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby saopao » Sun Nov 29, 2009 4:39 pm

Kalakaua wrote:

เผลอๆ เขาจะตั้งแม้วให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจอีกต่างหาก :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:




:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

[b]ร่วมด้วยช่วยขำ
Image
User avatar
saopao
Moderator
 
Posts: 2593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:21 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby จีรนุช » Sun Nov 29, 2009 4:39 pm

:lol: :lol: :lol: ขำเหมือนกัน เเต่ขำไม่บอกว่าขำอะไร :lol: :lol:
User avatar
จีรนุช
 
Posts: 5689
Joined: Sun Nov 30, 2008 7:34 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Sweet Chin Music » Sun Nov 29, 2009 4:40 pm

ไอ้กะลา มันมาเหมือนกับว่ามันรู้จริงอีกแล้ว :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ทำดีได้ทำดี ทำชั่วได้ทำชั่ว
User avatar
Sweet Chin Music
Moderator
 
Posts: 3892
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:40 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby อารยา » Sun Nov 29, 2009 6:04 pm

Kalakaua wrote:แล้วไง การที่อาบูดาบีช่วยหรือไม่ช่วยดูไบ แม้วอยู่ไม่อยู่ ใครๆก็มองออกมาดูไบมันต้องฟองสบู่แตกซักวัน ม๊ากเตรียมรับมือให้ดีเฮอะ ที่โม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้วๆ ราคาคุยต่างหาก
แล้วไงวุ๊ย อัดประเด็นแพะชนแกะเข้าไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง

เอ้า จะลองทำสมการให้พอที่จะเห็นกรอบความคิดข้างบน

(1) อาบูดาบีช่วย>>>>>ดูไบ.............>เพื่อแลกกับการส่งตัวแม้วกลับไทย?
(2) อาบูดาบี>>>>>ฟองสะบู่ดูไบแตก...............>รัฐบาลไทยล่ม?
(3) ฟองสะบู่ดูไบแตก>>>>>>เศรษฐกิจไทย...............>กลับไปสมการ (1)

จะได้ไม่มั่วแล้วต้องตกเป็นเหยื่อของอคติที่ออกสุ้มเสียงแช่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้านเศรษฐกิจ
ทั้งๆที่ตัวเองก็อาจไม่ได้เชื่อว่าจะเกิดฟองสะบู่แตกที่ดูไบ หรือถ้าเชื่อเช่นนั้นก็ควรนะนำให้รัฐบาลของตัวเอง
หรือคุณอยากให้แม้วกลับมาเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์เต็มแก่ก็ว่ามา
อยากฟังจะจะ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2201
Joined: Sat Apr 11, 2009 5:26 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby ตามนั้น » Sun Nov 29, 2009 7:29 pm

สมชื่อกะลาจริงๆ สงครามสั่งสอนเค้าหมายถึงเรื่องระหว่างรัฐของUAE (มีหรือไม่มีทักษิณ มันก็ไม่เกี่ยว)

ส่วนกรณีทักษิณ เป็นแค่ตัวอย่างของการอาศัยช่องว่างในความขัดแย้ง
เพื่อประโยชน์ส่วนตนก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะเป็นประเด็นหลักอะไรซะหน่อย

หรือยึดเอาเรื่องที่เค้าคุยกันเล่นๆว่า แม้วเป็นตัวซวยไปที่ไหนเจ๊งที่นั่น เป็นเรื่องจริงจัง? :mrgreen:
User avatar
ตามนั้น
 
Posts: 598
Joined: Wed Nov 25, 2009 12:46 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Kalakaua » Sun Nov 29, 2009 7:43 pm

อารยา wrote:
Kalakaua wrote:แล้วไง การที่อาบูดาบีช่วยหรือไม่ช่วยดูไบ แม้วอยู่ไม่อยู่ ใครๆก็มองออกมาดูไบมันต้องฟองสบู่แตกซักวัน ม๊ากเตรียมรับมือให้ดีเฮอะ ที่โม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้วๆ ราคาคุยต่างหาก
แล้วไงวุ๊ย อัดประเด็นแพะชนแกะเข้าไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง

เอ้า จะลองทำสมการให้พอที่จะเห็นกรอบความคิดข้างบน

(1) อาบูดาบีช่วย>>>>>ดูไบ.............>เพื่อแลกกับการส่งตัวแม้วกลับไทย?
(2) อาบูดาบี>>>>>ฟองสะบู่ดูไบแตก...............>รัฐบาลไทยล่ม?
(3) ฟองสะบู่ดูไบแตก>>>>>>เศรษฐกิจไทย...............>กลับไปสมการ (1)

จะได้ไม่มั่วแล้วต้องตกเป็นเหยื่อของอคติที่ออกสุ้มเสียงแช่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้านเศรษฐกิจ
ทั้งๆที่ตัวเองก็อาจไม่ได้เชื่อว่าจะเกิดฟองสะบู่แตกที่ดูไบ หรือถ้าเชื่อเช่นนั้นก็ควรนะนำให้รัฐบาลของตัวเอง
หรือคุณอยากให้แม้วกลับมาเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์เต็มแก่ก็ว่ามา
อยากฟังจะจะ


55555555555555555555

แค่ข้อแรกก็ขำขี้แตกขี้แตนแล้ว แม้วสำคัญถึงขั้นที่รัฐพี่อย่างอะบูดาบีกำหนดเป็นเงื่อนไขที่ช่วยไม่ช่วย เชียวหรือ !?!?!?!


ไม่รู้เลยหรือว่าสายสัมพันธ์ของชีครัฐอ่าวเป็นยังไงกัน


โอ้ย.... ขำโคตร :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: มิน่าถึงถูก ASTV มันล้างสมองได้
Last edited by Kalakaua on Sun Nov 29, 2009 7:46 pm, edited 1 time in total.
User avatar
Kalakaua
 
Posts: 1012
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:54 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Kalakaua » Sun Nov 29, 2009 7:46 pm

ตามนั้น wrote:สมชื่อกะลาจริงๆ สงครามสั่งสอนเค้าหมายถึงเรื่องระหว่างรัฐของUAE (มีหรือไม่มีทักษิณ มันก็ไม่เกี่ยว)



อย่าโชว์โง่เลย ก็มันไม่เกี่ยวกับแม้ว

แค่ตั้งกระทู้ว่า "สงครามสั่งสอน" ทางเศรษฐกิจ ก็แสดงออกแล้วว่า ไม่รู้เรื่องราวความเป็นไปหรือความสัมพันธ์ของรัฐในเครือสหรัฐอาหรับด้วยกันเลย

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
User avatar
Kalakaua
 
Posts: 1012
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:54 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby numdee » Sun Nov 29, 2009 8:37 pm

Kalakaua wrote:
ตามนั้น wrote:สมชื่อกะลาจริงๆ สงครามสั่งสอนเค้าหมายถึงเรื่องระหว่างรัฐของUAE (มีหรือไม่มีทักษิณ มันก็ไม่เกี่ยว)



อย่าโชว์โง่เลย ก็มันไม่เกี่ยวกับแม้ว

แค่ตั้งกระทู้ว่า "สงครามสั่งสอน" ทางเศรษฐกิจ ก็แสดงออกแล้วว่า ไม่รู้เรื่องราวความเป็นไปหรือความสัมพันธ์ของรัฐในเครือสหรัฐอาหรับด้วยกันเลย

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:


บังพูดเหมือนกับรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของรัฐในเครือสหรัฐอาหรับเป็นยังไง ไหนลองโชว์ภูมิให้เพื่อนๆดูหน่อยครับ เผื่อจะมีคนเชื่อบ้าง
"หนึ่งเสียงที่จริงใจ ดังกว่าเสียงมหาชน"
User avatar
numdee
 
Posts: 446
Joined: Tue Oct 14, 2008 12:46 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby อารยา » Sun Nov 29, 2009 9:18 pm

Kalakaua wrote:
อารยา wrote:
Kalakaua wrote:แล้วไง การที่อาบูดาบีช่วยหรือไม่ช่วยดูไบ แม้วอยู่ไม่อยู่ ใครๆก็มองออกมาดูไบมันต้องฟองสบู่แตกซักวัน ม๊ากเตรียมรับมือให้ดีเฮอะ ที่โม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้วๆ ราคาคุยต่างหาก
แล้วไงวุ๊ย อัดประเด็นแพะชนแกะเข้าไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง

เอ้า จะลองทำสมการให้พอที่จะเห็นกรอบความคิดข้างบน

(1) อาบูดาบีช่วย>>>>>ดูไบ.............>เพื่อแลกกับการส่งตัวแม้วกลับไทย?
(2) อาบูดาบี>>>>>ฟองสะบู่ดูไบแตก...............>รัฐบาลไทยล่ม?
(3) ฟองสะบู่ดูไบแตก>>>>>>เศรษฐกิจไทย...............>กลับไปสมการ (1)

จะได้ไม่มั่วแล้วต้องตกเป็นเหยื่อของอคติที่ออกสุ้มเสียงแช่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้านเศรษฐกิจ
ทั้งๆที่ตัวเองก็อาจไม่ได้เชื่อว่าจะเกิดฟองสะบู่แตกที่ดูไบ หรือถ้าเชื่อเช่นนั้นก็ควรนะนำให้รัฐบาลของตัวเอง
หรือคุณอยากให้แม้วกลับมาเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์เต็มแก่ก็ว่ามา
อยากฟังจะจะ


55555555555555555555

แค่ข้อแรกก็ขำขี้แตกขี้แตนแล้ว แม้วสำคัญถึงขั้นที่รัฐพี่อย่างอะบูดาบีกำหนดเป็นเงื่อนไขที่ช่วยไม่ช่วย เชียวหรือ !?!?!?!


ไม่รู้เลยหรือว่าสายสัมพันธ์ของชีครัฐอ่าวเป็นยังไงกัน


โอ้ย.... ขำโคตร :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: มิน่าถึงถูก ASTV มันล้างสมองได้
อ้าว กะลาอ่านหนังสือไม่แตก หัวร่อใส่มูลความคิดคัวเองเฉยเลย
ก็ทั้ง 3 ข้อนั่นอารยาแคะมาจากขยะใต้กะลาแท้ๆ โอ้ย.... ขำโคตร :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
User avatar
อารยา
 
Posts: 2201
Joined: Sat Apr 11, 2009 5:26 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby dtonNA » Sun Nov 29, 2009 9:47 pm

Kalakaua wrote:เรื่องแม้วกับเศรษฐกิจดูไบและอาบูดาบีไม่เกี่ยวกันเลย คนละเรื่อง จับเอามาโยงจับแพะชนแกะมั่วซั่วไปหมด


แล้วไง การที่อาบูดาบีช่วยหรือไม่ช่วยดูไบ แม้วอยู่ไม่อยู่ ใครๆก็มองออกมาดูไบมันต้องฟองสบู่แตกซักวัน ม๊ากเตรียมรับมือให้ดีเฮอะ ที่โม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้วๆ ราคาคุยต่างหาก

ส่วนเรื่องเมื่ออาบูดาบีช่วยดูไบแล้ว จะเช็คบิลแม้ว ผมว่าเขาไม่เอามาเป็นประเด็นด้วยซ้ำ

ที่ตั้งหัวข้อกระทู้ว่าสงครามสั่งสอน ถามหน่อยเฮอะ ไม่รู้จริงๆหรือครับว่าบรรดาชีคๆเขามีสายสัมพันธ์กันยังไง

เฮ้อ... คิดแบบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพ้อฝัน จินตนาการไปเอง :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

เผลอๆ เขาจะตั้งแม้วให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจอีกต่างหาก :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:




อ่านให้ดีๆก่อนเถอะแล้วค่อยโพสท์ มิน่าถึงเป็นทาสนักการเมืองอยู่ ก็เพราะไม่เปิดกะลาอ่านให้ดีๆ

ปล่อยให้สัตว์(คนที่หากินกับศพ)มันถุยน้ำลายใส่กะบาล แล้วเอามาคุย

แล้วไม่ต้องมาสวนกูเรื่อง astv นะโว้ย กูไม่เคยดูไม่เคยฟัง
เราต้องการคนดีมาเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองเท่านั้น
User avatar
dtonNA
 
Posts: 1493
Joined: Fri Nov 28, 2008 1:28 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby KniGhtzZ » Sun Nov 29, 2009 10:00 pm

saopao wrote:
Kalakaua wrote:

เผลอๆ เขาจะตั้งแม้วให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจอีกต่างหาก :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:




:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

[b]ร่วมด้วยช่วยขำ
ู้วิ
เอาอะไรมาคิดเนี่ย เผลอๆ เขาจะตั้งแม้วให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจอีกต่างหาก
อ่านกระทู้แนววิชาการอยู่ เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศเป็นกระทู้ฮาซะงั้น
ไม่มีใครเข้าไปในบ้านของคนเข้มแข็ง และปล้นทรัพย์ของเขาได้
หากไม่มัดคนเข้มแข็งนั้นไว้ก่อน เมื่อนั้นแหละจึงจะเข้าปล้นบ้านได้
มก.3:27
User avatar
KniGhtzZ
 
Posts: 95
Joined: Sat Nov 07, 2009 11:41 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby just in case. » Mon Nov 30, 2009 7:06 am

เข้ามาดูขี้ข้าแม้วดิ้น
just in case.
 
Posts: 766
Joined: Sat Oct 17, 2009 10:11 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby enumtean » Mon Nov 30, 2009 8:30 am

ปกติชอบอ่านอย่างเดียว เพราะรู้สึกว่ามีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้น ( ยกเว้น ขี้ข้าแม้ว ที่อ่านแล้ว รู้สึกว่ากำลัง อ่านเรียงความเด็ก ของเด็กหัดเขียน
และไม่มีข้อมูล)
เห็น ASTV ผู้จัดการลงเรื่อง นี้ ก็เลย ขอ COPY มาแปะเอาไว้ด้วยนะครับ


ฟองสบู่ดูไบ ภาพลวงตาในทะเลทราย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤศจิกายน 2552 00:20 น.

ปรากฎการณ์ฟองสบู่ดูไบแตก ก็เหมือนกับฟองสบู่ไทยแตก เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ที่มีสาเหตุมาจาก การเอาเงินคนอื่นมาลงทุน จนทำให้ภาระหนี้ที่สูงมาก ถึงเวลาไม่มีปัญญาชำระคืน และส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถูกปั่นราคาสินทรัพย์เกินความเป็นจริง จากกระแสเก็งกำไร

การประกาศหยุดพักชำระหนี้มูลค่า 59,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 2 ล้านล้านบาท โดยประมาณ ของบริษัทดูไบ เวิล์ด เป็นเวลา 6 เดือนนั้น เป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกของรัฐบาลดูไบว่า ถังแตก หลังจากปฎิเสธมาตลอด เป็นเวลานานเกือบปีว่า ไม่มีปัญหา

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ อาบู ดาบี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 นครรัฐ ที่รวมตัวกันเป็น สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือ ยูเออี ( UAE – United States of Arab Emirates) เมื่อ ปี 1971 หลังอังกฤษถอนกำลังออกจากอ่าวเปอร์เซีย และเป็นนครรัฐที่ร่ำรวยที่สุด เพราะมีน้ำมันมากที่สุด ต้องให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับดูไบ เป็นเงิน 10,000 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ แต่ก็ยังเอาไม่อยู่

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง อาบู ดาบี เพิ่งจะใส่เงินลงไปให้ดูไบอีก 5 พันล้านเหรียญ แต่มีเงื่อนไขว่า เงินก้อนนี้ ห้ามนำไปชำระหนี้ของดูไบ เวิล์ด แสดงว่า นอกจากของหนี้ดูไบ เวิล์ด ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลดูไบที่ไปลงทุนในกิจการต่างทั่วโลกแล้ว ดูไบยังมีหนี้อื่นที่ซุกไว้อีก

ดูไบ เป็นนครรัฐที่ร่ำรวย แต่ไม่ได้รวยล้นฟ้าอย่างที่เข้าใจกัน เพราะดูไบไม่ได้มีน้ำมันมาก น้ำมันและแก๊สธรรมชาติส่วนใหญ่ไปอยู่กับ อาบู ดาบี ดูไบมีรายได้จากน้ำมันและแก๊สธรรมชาติเพียง 6 % เท่านั้น รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ การท่องเที่ยว การค้า และภาคการเงิน

ดูไบเติบโตมาจากการเป็นเมืองท่าเสรี ที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรือสินค้าจากตะวันตก ราชวงศ์ อัล มัคทูม (Al Maktoum) ซึ่งปกครองดูไบ ตระหนักว่า ไม่อาจพึ่งพารายได้จากน้ำมันเพียงอย่างเดียวได้ จึงวางแผนเศรษฐกิจให้ดูไบ เป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน การบริการ และการท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามต้องการ

เมื่อขึ้น ศตวรรษใหม่ ปี 2000 ดูไบหันมาเน้นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ และการท่องอเที่ยว มีการลงทุนสร้างโรงแรม ศูนย์การค้า โครงการที่พักอาศัยอย่างพิสดาร โดยหวังว่า จะใช้กลยุทธ์ ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด แปลกที่สุด เป็นจุดขายดึงนักลงทุน และเศรษฐีใหม่จากทั่วโลกเข้ามา อย่างเช่น โรงแรม เบิร์จ ซึ่งสูงที่สุดในโลก และโครงการเดอะปาล์ม ซึ่งเอาทรายมาถมทะเล ให้เป็นหมู่เกาะ ภายใต้โครงที่เหมือนต้นปาล์ม แล้วสร้างบ้านหรู ราคานับร้อยล้านบาทบนเกาะเหล่านี้

หกเจ็ดปีที่ผ่านมา ใครๆก็ไปดูไบ ไปเที่ยว ไปลงทุน ไปซื้อบ้าน เหมือนดูไบเป็นขุมทรัพย์ในตะวันออกกลาง เหมือนประเทศไทยก่อนฟองสบู่แตก ราคาอสังหาริมทรัพย์ถูกปั่นขึ้นไปหลายสิบเท่าตัว

หนึ่งปีก่อน เกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเงินจากปัญหาซับไพร์ม ส่งผลกระทบอย่างเงียบๆ แต่ลุกลามใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ต่อดูไบ ประการแรก ดูไบเป็นศูนย์กลางการเงินในตะวันออกกลาง เมื่อเกิดวิกฤติขึ้น บริษัทการเงินที่มาตั้งสำนักงานในดูไบ ต้องปิดกิจการลง หรือ ลดการจ้างพนักงาน ทำให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ที่มาทำงานในศูนย์กลางการเงินต้องกลับบ้าน กำลังซื้อจึงหายไปไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคอสังหาริมทรัพย์

คนดูไบมีแค่ 2 แสนกว่าคน เป็นกำลังการบริโภคที่ไม่สามารถรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้ จึงต้องอาศัยนักท่องเที่ยว และผู้บริหารต่างชาติที่มาทำงานในดูไบ

ประการที่ สอง มีนักลงทุนชาวตะวันตก จำนวนมาก มาลงทุนเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ เพราะสามารถทำกำไรมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยการปั่นกระดาษใบจอง เมื่อเกิดวิกฤติซับไพร์ม สถาบันการเงินที่ปล่อยเงินกู้ให้นักลงทุนเหล่านี้มาใช้เก็งกำไร เรียกเงินคืน คนที่ทำงานในภาคการเงินต้องตกงาน กลับบ้าน วงจรการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์จึงสะดุดลง นักเก็งกำไรต่างชาติ หนีกลับบ้าน ทิ้งหนี้สิน และความเสียหายเอาไว้เบื้องหลัง

การลงทุนของดูไบเวิล์ด ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกัน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ จึงมีปัญหากระแสเงินสด ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ เงินลงทุนของดูไบเวิล์ดมาจากการกู้ ถึงเวลาก็ต้องชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ปัญหาความไม่สามารถในการชำระหนี้ของดูไบ เวิล์ด เป็นสิ่งที่นักการเงินทั่วโลก คิดว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ แต่ ชีค โมฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มัคทูม (Sheikh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) เจ้าผู้ครองนครดูไบ ปฏิเสธมาตลอด และแก้ปัญหาด้วยการ ออกข่าวประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จของโครงการต่างๆเป็นการตอบโต้

เศรษฐกิจของดูไบ นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เป็นของเก๊ ทั้งในแง่ที่มาของการลงทุน ซึ่งเป็นการก่อหนี้ กู้เงินมาลงทุน

ความเทียมอีกด้านหนึ่งคือ โครงการจำนวนมาก รวมทั้งโครงการเดอะปาล์มของดูไบ เวิล์ด เป็นการสร้างบนที่ดินเทียม คือ ถมทะเลขึ้นมา นอกจากจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงแล้ว ยังมีผลต่อพื้นดิน โครงสร้างอาคารด้วย เป็นสาเหตุสำคัญให้มูลค่าของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่ปี 2001 – 2008 มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ จึงลดลงถึง 60 %

ดูไบจึงเป็นเหมือนภาพลวงตาในทะเลทราย ที่นักเดินทางคิดว่าเป็นโอเอซีส พากันวิ่งเข้าใส่ แต่เมื่อไปถึง ปรากฏว่า มีแต่ทรายกับทรายเท่านั้น

เทียบกับบริษัทเลห์ แมน บราเธอร์ส ซึ่งเป็นชนวนของวิกฤติซับไพร์มแล้ว หนี้ของดูไบเวิล์ด นับว่าเล็กน้อย แต่นัยนะมหาศาล เพราะนี่คือ การผิดนัดชำระหนี้ของประเทศ ( sovereign default) เหมือนการผิดนัดของอาร์เจนตินาในปี 2001 และรัสเซียในปลาย ทศวรรษ 1990 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงินทั่วโลก

การประกาศเลื่อนการชำระหนี้ ของดูไบ ทำให้ ค่าธรรมเนียม การรับประกันเงินกู้ ของกรีซและลิธัวเนีย เพิ่มขึ้น 16 และ 6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนของดูไบเองเพิ่มขึ้นถึง 67 %

เจ้าหนี้ต่างชาติรายใหญ่ของดูไบเวิลด์ คือ อังกฤษ โดยโรแยล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ซึ่งล้มละลายจากกรณีซับไพร์ม จนรัฐบาลอังฤษต้องเข้าซื้อกิจการ เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ รองลงมาคือ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ,บาร์เคลย์ และ เอชเอสบีซี

แต่เจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้มากๆ เป็นธนาคารของอาบูดาบี และดูไบ

ปัญหาของดูไบเวิลด์ จะทำให้ธนาคารเจ้าหนี้ ต้องตัดหนี้สูญ ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของธนาคาร และหากมีการปรับโครงสร้างหนี้ โดยการขายสินทรัพย์ของดูไบเวิลด์จะทำให้ราคาสินทรัพย์ทั่วโลกตกต่ำลง

ดูไบเวิล์ด เป็นเจ้าของ ดีพี เวิลด์ ซึ่งเป็นกิจการท่าเรือที่ซื้อมาจาก P&O ของอังกฤษ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว บริหารท่าเรือกว่า 30 แห่งทั่วโลก ถือหุ้นครึ่งหนึ่งในเอ็มจีเอ็มแกรนด์ คาสิโนในลาสเวกัส เป็นเจ้าของเรือสำราญ ควีน อลิซาเบทที่ 2 เจ้าของตลาดหุ้นลอนดอน และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆอีกมากมายในยุโรปและสหรัฐ

ดูไบ มีความหวังว่า อาบู ดาบี จะเข้ามาอุ้ม เพราะถ้าดูไบมีปัญหารุนแรง จะกระทบต่อยูเออีโดยรวม แต่อาบู ดาบีประกาศแล้วว่า จะไม่ช่วยทั้งหมด จะเลือกดูเป็นกรณีๆไป

ราชวงศ์ อัล มัคทูม ที่ครองดูไบ และราชวงศ์ อัล นายาน ผู้ปกครอง อาบูดาบี เป็นคู่แข่งกันอยู่ในที ดูไบ ชอบทำตัวฟู่ฟ่า โดดเด่น เป็นข่าวอยู่เสมอ ในขณะที่อาบู ดาบี ซึ่งรวยจริง เป็นพวกโลว์โปรไฟล์ อาบูดาบี อาจจะอยากให้ดูไบได้รับบทเรียนในครั้งนี้ก็ได้ หรืออาจจะเลือกดูว่า จะเอาสินทรัพย์อะไรของดูไบเวิลด์ เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือ อาจจะให้ดูไบ ยุบสายการบินแห่งชาติทิ้ง หรือโอนให้อาบูดาบี เพราะอาบู ดาบีก็มีสายการบินแห่งชาติเหมือนกัน ซึ่งเป็นความซ้ำซ้อน ที่ยูเออี จะมีสายการบินถึง สองสาย

อนึ่ง ปัญหาหนี้ของดูไบ จะหมดไปทันที หากผู้ปกครองนครดูไบ ขอคำแนะนำจาก นักโทษคดีอาญาคนหนึ่งที่หลบหนีไปอยู่ที่นั่น เพราะเก่งกล้า รอบรู้เหนือมนุษย์ ทำให้คนไทย 60 ล้านคนหายจน คืนหนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด ผู้นำทั่วโลกอยากเชิญไปเป็นที่ปรึกษา แต่ไม่รับ รับปรึกษาให้ฮุน เซ็น รายเดียว

เหมือนใกล้เกลือกินด่าง มีของดีไม่รู้จักใช้






User avatar
enumtean
 
Posts: 187
Joined: Mon Oct 19, 2009 4:19 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby ตามนั้น » Mon Nov 30, 2009 9:29 am

คำแนะนำแรกของนักโทษหนีคดีผู้นั้นก็คือ ให้ดูไบรัฐประหารอาบูดาบีซะ

ไม่มีธุรกิจอะไรที่รวยเร็ว เท่ากับการกุมเป้าเข้าไปขอสัมปทานจากเผด็จการทหารหรอก :mrgreen:
User avatar
ตามนั้น
 
Posts: 598
Joined: Wed Nov 25, 2009 12:46 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby Kalakaua » Mon Nov 30, 2009 9:37 am

อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

เอาหัวข้อกระทู้มาให้ดูชัดๆอีกที

สรุปว่าที่พูดๆมา ที่ว่าหากเมื่อใดอาบูดาบีช่วยเหลือดูไบจากสภาพที่กำลังจะล้มละลาย แล้วจะช่วยกำจัดหรือไล่บี้แม้ว
ก็เป็นเพียงความเพ้อฝัน จินตนาการ หาได้มีข้อมูลลึกๆแบ็คอัพไม่
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
User avatar
Kalakaua
 
Posts: 1012
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:54 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby enumtean » Mon Nov 30, 2009 10:32 am

กะลานี่กะลาจริงๆ
สิ่งที่คุณโพสค้านหัวข้อเขานี่ เป็นเพราะคุณกลัวว่า อาบูดาบี จะไล่บี้ทักษิณ อย่างนั้นหรือ
คุณไม่ต้องกลัวหรอก เพราะสิ่งที่คุณกลัวนั้นคิดว่าคงจะได้เห็นในไม่ช้านี้ ไม่ต้องหาหรอกข้อมูลเชิงลึกน่ะ เห็นของจริงเลย
ฮ่าๆๆๆๆ :lol: :lol: :lol: :lol:
User avatar
enumtean
 
Posts: 187
Joined: Mon Oct 19, 2009 4:19 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby ppneer » Mon Nov 30, 2009 10:50 am

Kalakaua wrote:
ตามนั้น wrote:สมชื่อกะลาจริงๆ สงครามสั่งสอนเค้าหมายถึงเรื่องระหว่างรัฐของUAE (มีหรือไม่มีทักษิณ มันก็ไม่เกี่ยว)



อย่าโชว์โง่เลย ก็มันไม่เกี่ยวกับแม้ว

แค่ตั้งกระทู้ว่า "สงครามสั่งสอน" ทางเศรษฐกิจ ก็แสดงออกแล้วว่า ไม่รู้เรื่องราวความเป็นไปหรือความสัมพันธ์ของรัฐในเครือสหรัฐอาหรับด้วยกันเลย

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:


ไง่ได้ถ้วยจริงไอ้บังแดกหมู
ขวานทอง บรรพบุรุษ เป็นคนสร้างให้เราทุกวันนี้ ตัวกูจะปกปักรักษาเท่าชีวิตเพื่อ พ่อหลวง กูถวายชีวิต

ใอ้แม้ว ออกไปๆๆๆ กูเกลียดใอ้แม้ว
User avatar
ppneer
 
Posts: 3382
Joined: Mon Jan 19, 2009 2:59 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby อารยา » Mon Nov 30, 2009 10:58 am

Kalakaua wrote:อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

เอาหัวข้อกระทู้มาให้ดูชัดๆอีกที

สรุปว่าที่พูดๆมา ที่ว่าหากเมื่อใดอาบูดาบีช่วยเหลือดูไบจากสภาพที่กำลังจะล้มละลาย แล้วจะช่วยกำจัดหรือไล่บี้แม้ว
ก็เป็นเพียงความเพ้อฝัน จินตนาการ หาได้มีข้อมูลลึกๆแบ็คอัพไม่
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
ก็ไม่มีอะไรที่จะยืนยันว่าเขาไม่มีข้อมูลแบ๊กอัพเหมือนกัน

พูดไปทำไมมี ที่เราคุยกันนี้ ก็ไม่ค่อยจะพบสักเรื่องที่ลากข้อมูลมายืนยันกันให้เห็นกันจะจะอยู่แล้ว

จึงอยู่ที่ว่าใครจะมีอะไรที่แปลกไปกว่าที่เราคาดคิดมาแลกกันบ้างหรือไม่
ถ้ามี จึงจะไปถึงขั้น น่าฟัง หรือ ห่วยแตก

ตอบข้ามช้อตได้เลยว่า คุณสมบัติของความห่วยแตกหรือไม่ค่อยมีสาระนั่นแหละ ที่กลายเป็นตัวเชื่อมให้ผู้คนมานั่งพูด นั่งเถียงกัน
ก็เรื่องสามวาสองศอกนั่นน่ะ เผอิญถูกรสนิยมของไทยแท้มาแต่โบราณมิใช่หรือ นายกฯอภิสิทธิ์ยังพูดขณะนอนเตียงผ้าใบพูดกับสุทธิชัย หยุ่นเลยว่า "ถ้าไม่สนุก ผมไม่ทำ ไม่ว่าเรื่องอะไร ที่เป็นนายกฯมันสนุกที่เรามีโอกาสจะเปลี่ยนแปลง บลา บลา บลา"

บ่อยครั้ง การเสวนาจึงหันไปใช้วิธีพูดแบบลับ ลวง พราง อำ กั้ก เมื่อไรที่ต้องเกี่ยวกับข้อมูล
เราจึงมักจะได้ยินคำพูดที่พยายามสื่อว่าตูน่ะรู้ดีกว่าคนอื่น อย่างถ่อมตัวก็ไปได้ยินคนเขาพูดมา แทนที่จะให้คนอื่นประเมินว่าข้อมูลที่กำลังเสนอผ่านการคัดกรองมาน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงไร
อย่างดีก็มักลงเอยว่า ไม่อยากบอกตรงๆ ไปคิดเอาเอง ถ้าเกิดมีใครพูดออกมา ไม่ว่าจะตรงกับที่ตัวเองอำหรือไม่ จะพรางว่า จริงหรือไม่ไม่รู้ ถ้าจริงมีภัย เอ็งพูด ตูไม่ได้ ถ้าไม่มีภัยก็ว่า เห็นป่ะ ตูว่าแล้ว
สรุปว่า แทนที่การวิพากษ์วิจารณ์จากข้อมูลที่ต่างก็ไม่ค่อยจะมีนั้นได้รับการชดเชยจากการใช้สติปัญญามาวิเคราะห์
เราจึงพลาดที่จะได้ทั้งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (ซึ่งให้อภัยได้) และข้อคิด (ต้องทำใจ)
User avatar
อารยา
 
Posts: 2201
Joined: Sat Apr 11, 2009 5:26 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby PettyCash » Mon Nov 30, 2009 11:31 am

รอข้อมูลเชิงลึกเรื่องความสัมพันธ์ของชีค
จากกระลาอยู่ เมื่อไหร่จะได้ฤกษ์ซะทีล่ะ
เบือพวกตัวเองดีอยู่คนเดียว
คนอื่นผิดหมด เลวหมด
User avatar
PettyCash
 
Posts: 1666
Joined: Fri Nov 28, 2008 11:26 am

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby enumtean » Mon Nov 30, 2009 11:41 am

:mrgreen: ไม่ต้องรอแล้ว ข้อมูลเชิงลึก
เอาข้อมูลตื้นๆ จาก SMS ของทักษิณที่ส่งไปบอกสาวก ว่าจะไปที่ยุโรป สัก 3 วันก่อน
มันจะแค่ 3 วันจริงรื้อ...........
:mrgreen:
User avatar
enumtean
 
Posts: 187
Joined: Mon Oct 19, 2009 4:19 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby อารยา » Mon Nov 30, 2009 1:08 pm

เหตุผลอันดับต้นๆที่เกิดขบวนการเสื้อแดงคือ การเทอดทูนบูชาทักษิณว่าเป็นคนที่มีอัจฉริยภาพเหนือคนทั้งประเทศ พูดง่ายๆ "ฉลาดล้ำลึก" (ตะกี้ก็มีคนไปพูดในกระทู้เขื่อน HUTGYI ให้อารยาฟังว่าหาคนไทยอย่างรนี้ไม่มีอีกแล้ว)
นั่นย่อมแปลว่า ไม่มีสาวกทักษิณแม้แต่คนเดียวที่คิดว่าตนเองฉลาดกว่าทักษิณ เพราะแค่คิด ก็ขาดคุณสมบัติเป็นสาวกแม้วทันที

ตอนนี้ ถ้าถามผมว่าทักษิณฉลาดไหม ใครก็ห้ามผมไม่ให้คิดว่าทักษิณ "stupid" ไม่ได้

จะมาว่าผมมีอคติ ผมก็ย้อนได้ว่าคุณมีอคติต่อทั้งผมในทางลบ และต่อทักษิณในทางบวก ส่วนผมไม่มีอคติต่อพวกเสื้อแดง มีแต่ความสมเพชเวทนาจริงๆ ข้อมูลและสังเกตกาณ์อย่างสม่ำเสอ ต่อเนื่องแปดปี ไม่ว่าในยามที่บุรุษคนนี้มีหรือหมดอำนาจ
ก็ไม่แสดงให้เห็นเลยว่าโง่เฉพาะในช่วงใดช่วงหนึ่งอย่างมีนัยยะสำคัญ พอจะอธิบายว่ามีปัจจัยใดที่ทำให้จำเป็นต้องแกล้งโง่
บางครั้งมีการวิเคราะห์กันว่าทักษิณแสร้งโง่เพื่อจะได้ผลประโยชน์ แต่ในระยะยาวแล้วพฤติการณ์แสร้งโง่ก็เป็นส่วนนึ่งในความเฃลาเบาปัญญาของทักษิณเอง
สะท้อนออกมาจากจีกรรม พฤติกรรม ทัศนคติ การตัดสินใจ ในสถานการณ์ต่างๆที่ปรากฏให้เห็นได้

ผมอาจเปลี่ยนใจได้ หากมีข้อมูลมาหักล้างว่าทักษิณ "genius"
แต่ตัวชี้วัดนั้นจะต้องไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง เพราะเมื่อนำทฤษฏี "ผลประโยชน์ทับซ้อน" มาจับ
พบว่าความมั่งคั่งของทักษิณมาจาก "ความฉลาดปนเปื้อน" หรือ "ฉลาดแกมโกง" นั่นเอง

อย่าให้ต้องเลยไปพูดถึงความคิด สติปัญญา โลกทัศน์ของสาวกทักษิณเลย
เพราะประเด็นนี้ แค่บัญญัติไตรยางค์ชั้นเดียวก็ได้คำตอบแล้วครับ
Last edited by อารยา on Mon Nov 30, 2009 3:54 pm, edited 1 time in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2201
Joined: Sat Apr 11, 2009 5:26 pm

Re: อาบูดาบี้-ดูไบ สงครามสั่งสอน กับ**ทักษิณ**

Postby ชามู » Mon Nov 30, 2009 1:35 pm

Kalakaua อ่านพาดหัวของไทยโพสท์วันนี้สิ

อะไรมันจะพอดีกับที่ท่าน จขกท. ว่าไว้ขนาดนี้

"ยูเออีตะเพิดแม้ว"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
:lol: :lol: :lol:

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยครับ ที่่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ดีๆ ให้ผมด้วย
ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ ใจดี
User avatar
ชามู
 
Posts: 928
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:22 pm

PreviousNext

Return to สภากาแฟ