กระทู้นี้ผมจะวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีกระบวนการสื่อสาร smcr ของ Berlo ซึ่งกล่าวไว้ว่ากระบวนการสื่อสารมีองค์ประกอบสี่ประการคือ 1.ผู้ส่งสาร-sender 2.ข้อมูลข่าวสาร-message 3.ช่องทางการสื่อสาร-channel 4.ผู้รับสาร-Receiver
1.ผู้ส่งสาร
ศูนย์กลางความเกลียดชังของชาวเสื้อแดงในแง่ตัวบุคคลของพันธมิตร ก็คือสนธิ(กระทู้นี้ว่าจะไม่กล่าวถึงแล้วนะเนี่ย) ในฐานะผู้ส่งสารทำลายระบอบทักษิณ แต่เรื่องที่ชาวเสื้อแดงซึ่งมักมองอะไรตื้นๆไม่เข้าใจก็คือ สนธินั้นมีสองฐานะในแง่ของผู้ส่งสาร ฐานะแรกก็คือเป็นผู้ส่งสารโดยมีข่าวสารของตัวเอง รู้เองเห็นเอง อีกฐานะคือเป็นผู้รับข้อมูลข่าวสารมาส่งต่อ เป็นบุคคลที่เป็น "ชุมทาง" ให้บรรดา "คนรู้ทันทักษิณ" ส่งข้อมูลมาให้ สนธิจึงมีฐานะเป็น amplifier ซึ่งการเป็น "ลำโพง" นี่ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรเลย ห่างไกลจากการเป็นศาสดาอย่างยิ่ง (เราจะทิ้งประเด็นเรื่องสนธิไว้เพียงเท่านี้ในกระทู้นี้ เพื่อรักษาอุณหภูิมิกระทู้
2.เนื้อหาข้อมูลข่าวสาร
การกล่าวอ้างเรื่อง "รู้ทันทักษิณ" และ "การติดอาวุธทางปัญญา" ของขบวนเสื้อเหลืองก็คือการนำข้อมูลข่าวสารต่างๆมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนั่นเอง ข้อมูลสารพัดเรื่องอันสลับซับซ้อนถูกนำมาอธิบายให้เข้าใจ ผ่านช่องทางต่างๆ ทำหนังสือขายกันก็หลายเล่ม เรียกว่าเสื้อเหลืองสู้ด้วยข้อมูลจริงๆ
3.ช่องทางสื่อสาร
ศูนย์กลางความเกลียดชังของคนเสื้อแดง ในส่วนที่ไม่ใช่ตัวบุคคล ก็คือเวบ/หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ ASTV นี่เอง สารพัดที่จะพยายามตั้งชื่อให้ดูเลว เพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือของช่องทางการสื่อสารนี้
4.ผู้รับสาร
ก็คือชาวเสื้อเหลือง หรือผู้สนใจทั่วไป
ที่นี้ลองมาตั้งข้อสังเกตโดยยึดเอา ผู้จัดการ-ASTV เป็นแกนกลางให้ตรงหัวกระทู้
1.จุดแข็งจริงๆของเสื้อเหลืองคือข้อมูลข่าวสาร ซึ่ีงมีที่มาอันหลากหลาย แต่มาผ่านชุมทางหลักคือผู้จัดการ-ASTV แต่คนเสื้อแดงแทบไม่เคยโต้แย้งเนื้อหาที่เสื้อเหลืองนำเสนอเลย กลับหันไปโจมตีที่ "ช่องทางการสื่อสารแทน" คล้ายกับว่าไม่ยอมสู้เรื่องข้อมูล นอกจากพยายามโจมตีผู้จัดการ-ASTV แล้วก็พยายามสร้างช่องทางการสื่อสารของตัวเองขึ้นมาสู้ ทั้งทีวีและสิ่งพิมพ์หรือเวบ ที่จริงจะว่าไปแล้วเสื้อแดงสู้เสื้อเหลืองในทางเนื้อหาเหมือนกัน โดยการสะกดให้คนในขบวนมัวเมาอยู่กับข้อมูลเท็จ หรือการเอาเท็จมาสู้จริง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในกระทู้วิเคราะห์เสื้อแดง
2.การรังเกียจ "ช่องทางการสื่อสาร" ของเสื้อแดงนั้นเป็นไปในลักษณะไร้เหตุผลและไร้สติ เสมือนว่าช่องทางการสื่อสารจะดีเลวโดยตัวมันเอง อะไรก็ตามถ้าสื่อผ่านเอเอสทีวีก็เป็นอันเชื่อไม่ได้ ในกระทู้ของผมเร็วๆนี้ก็มีเสื้อแดงมาตั้งคำถามทำนองว่า "เสื้อเหลืองก็ดูแต่เอเอสทีวี หรือมีช่องทางอื่นอีก?" ทำยังกับว่าถ้าเอาความจริงมาผ่านเอเอสทีวีแล้วมันจะกลายเป็นเท็จเสียยังงั้น โดยเฉพาะถ้าผู้จัดการ-ASTV ลงข่าวอะไรพลาดไปสักคำสองคำละก็ แกนนำเสื้อแดง(แต่ไม่กล้าบอกว่าแดง)ถึงกับมาตั้งกระทู้หัวเราะร่าทีเดียว
3.เฉพาะเวบผู้จัดการซึ่งเป็นเวบข่าวที่ดีที่สุดในแง่ความใหญ่ ความหลากหลายของเนื้อหา และการจัดหน้าที่น่าอ่าน การอัฟข่าวที่เร็ว แต่เราจะตัดทุกส่วนออกไปก่อน มาพิจารณาเฉพาะส่วนของข่าวการเมือง จะเห็นได้ว่าในช่วงการต่อสู้เข้มข้น แม้จะยังคงเนื้อหาความจริงไว้ได้ดี แต่ก็เติมสีสันและอารมณ์เชิงปลุกระดมลงไปในปริมาณมาก ซึ่งภายหลังก็ลดลงตามดีกรีของสถานการณ์
4.ASTV ก็มี ลักษณะเหมือนเวบผุ้จัดการคือในช่วงต่อสู้เข้มข้นจะมีลักษณะปลุกระดมค่อนข้างมาก
5.ลักษณะการปลุกระดมของสื่อสีเหลืองสัมพันธ์โดยตรงกับม๊อบ 193 วัน เพราะต้นธารข้อมูลมาจากในม๊อบ ทั้งถ่ายสดและไม่สด การปลุกระดมในม๊อบอาจจำเป็นเพราะเป็นธรรมชาติของกิจกรรมแบบนั้น แต่การยินยอมให้มีระดับการปลุกระดมอย่างสูงในสื่อ ค่อนข้างน่าสนใจว่าแกนนำเหลืองวิเคราะห์ผู้รับสารของตนอย่างไร เพราะแม้จะไม่ยอมสูญเสียข้อเท็จจริง แต่การเติมอารมณ์ปลุกระดมมากเกินไปก็ทำให้พันธมิตรสูญเสียความนิยมหรือถูกตั้งคำถามจากคนบางกลุ่ม
เมื่อพิจารณาโดยรวม เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปว่า จริงๆแล้วเสื้อเหลืองคลั่งหมาเนเจอร์-AssTV เหมือนที่เสื้อแดงกล่าวหาหรือไม่ ผมคิดว่าไม่เนื่องจากบรรดาคนเสื้อเหลืองนั้นมากกว่า 80% ขึ้นไปก็ไม่ได้ "ตื่นหนังสนธิ" แต่อย่างใด และจริงๆแ้ล้วก็ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเฉพาะแต่ทางค่ายผุ้จัดการ การรับข้อมูลผ่านสื่อสีเหลืองดังกล่าวนั้นก็แค่ขยายความเข้าใจ ได้รู้เพิ่มในเรื่องที่ยังไม่กระจ่าง หรือทำใ้ห้สามารถไปอธิบายคนอื่นต่อไปได้ง่ายๆ อีกทั้งแม้จะมีลักษณะปลุกระดมจนดูจะเกินเหตุไปบ้างในทัศนะของคนบางกลุ่ม แต่สื่อสีเหลืองก็ไม่เคยทิ้งความจริง หรือพยายามบูชาความเท็จแบบที่สื่อสีแดงทำ
ผมพบเห็นมีการนำความเท็จมาเจือปนความจริงอยู่บ้างในผู้นำสารบางคนบนเวทีพันธมิตร ซึ่งเมื่อนำมาสื่อสารผ่านสื่อก็ทำให้ผู้จัดการ-ASTV ต้องสื่อสารแบบเจือเท็จไปด้วย ซึ่งไม่ใช่ลักษณะที่ดี แม้จะไม่มากถึงขนาดกลบความจริงก็ตาม แต่การเคารพความจริงย่อมดีกว่้า ต่อให้รบแพ้ก็ยังยืนอยู่กับสัจจธรรม



