ตัวแทนเครือ “เอเอสทีวีผู้จัดการ” ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นกรรมการสมาคมนักข่าวฯ แล้ว เพื่อประท้วงการออกแถลงการณ์ของสมาคมดังกล่าวที่มีลักษณะในเชิงปกป้องการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์พีทีวี และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเห็นว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกระดม บิดเบือนเพื่อทำลายความมั่นคงของชาติ บ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูง และยังเห็นว่าการออกแถลงการณ์ดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมในฐานะองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนและถือว่าน่าอับอาย
วันนี้ (9 เม.ย.) นายเกียรติก้อง ทองเรือง ตัวแทนจากเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งกรรมการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยแล้ว โดยเขาให้เหตุผลว่า รับไม่ได้กับการออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (8 เม.ย.) ของสมาคมนักข่าวฯร่วมกับสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กรณีแย้งคำสั่งของรัฐบาลสั่งปิดสถานีพีเพิลชาแนล หรือ “พีทีวี” และสั่งปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และเห็นว่า ข้ออ้างที่ว่าการปิดสถานีดังกล่าวเป็นการกระทำการที่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการปิดกั้นสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน และเป็นการกระทำในลักษณะสองมาตรฐาน เนื่องจากไม่สั่งปิดทีวีดาวเทียมที่ออกอากาศในลักษณะเดียวกัน (เอเอสทีวี) นั้นเป็นการให้เหตุผลที่ไร้เดียงสา
“ผมเหมือนถูกตบหน้า รู้สึกโกรธและอับอาย หลังจากที่ได้เห็นแถลงการณ์ดังกล่าวที่อ้างว่าออกมาจากสมาคมนักข่าวฯที่สังคมเชื่อว่าใกล้ชิดกับข้อมูล ซึ่งน่าจะรับรู้และเข้าใจดีว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์วิกฤตในบ้านเมืองในขณะนี้มาจากอะไร และมีเป้าหมายอย่างไร การออกแถลงการณ์คัดค้านการปิดพีทีวีและเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่ารัฐบาลกำลังจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการทำหน้าที่ของสื่อนั้นถือเป็นเรื่องที่ขัน และน่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ยังมีคนในสมาคมนักข่าวฯยังเข้าใจว่าสถานีพีทีวีนั้นยังเป็นสื่อ” นายเกียรติก้อง ระบุ
เขายังแสดงความแปลกใจอีกว่า คนในสมาคมนักข่าวฯยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าสถานีพีทีวีมีลักษณะการทำงานเป็นอย่างไร เพราะตลอดเวลาที่ออกอากาศมีแต่การใช้ข้อมูลที่บิดเบือน ปลุกกระดมให้เกิดความเกลียดชัง มีการถ่ายทอดการปลุกระดมจากเวทีของคนเสื้อแดงด้วยถ้อยคำที่สุดจะหยาบคาย หลายครั้งมีคำพูดที่จงใจหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดแจ้ง ซึ่งพฤติกรรมทำนองเดียวกันนี้ ยังเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคนเสื้อแดงที่มีเจตนาในลักษณะเดียวกัน แต่สมาคมนักข่าวฯกลับทำเหมือนหูหนวกตาบอด เพราะถ้าสมาคมยอมรับพีทีวีและเวบที่ปลุกระดมแล้วนั่นก็หมายความว่าต้องยอมรับสื่อเสื้อแดงอื่นๆ เช่น วอยซ์ออฟทักษิณ เรดนิวส์ ที่มีเจตนาจาบจ้วงสถาบันฯใช่หรือไม่
“การออกแถลงการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่านอกจากแสดงให้เห็นว่าไม่เข้าใจสถานการณ์แล้ว ยังอาจจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการขยายผลของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อสร้างความวุ่นวายสับสนในสังคมต่อไป” กรรมการสมาคมนักข่าวฯตัวแทนจากเอเอสทีวีผู้จัดการ ระบุ
นายเกียรติก้อง ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมา ในกรณีของเอเอสทีวี แม้ว่าจะถูกวิจารณ์ในการทำหน้าที่มาตลอดจากหลายฝ่าย แต่ก็ยืนยันอย่างเปิดเผยว่าเราได้ทำหน้าที่โดยยึดความถูกต้อง เป็นธรรมเป็นหลักสำคัญ ชี้ถูกชี้ผิดให้สังคมได้เห็น และได้ยืนหยัดต่อสู้อย่างเข้มแข็งด้วยความเจ็บปวดตลอดมา
“ที่ผ่านมา เราเอเอสทีวีผู้จัดการถูกรังแก ถูกกระทำจากอำนาจป่าเถื่อนจากรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร จนมาถึง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีความพยายามสั่งปิดหลายครั้งมีการฟ้องศาลปกครอง แต่เราก็ยืนหยัดต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายจนได้ชัยชนะ และได้รับการคุ้มครองจากการทำหน้าที่สื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ที่น่าเจ็บปวด ก็คือ เราไม่เคยได้รับกำลังใจและการปกป้องจากสมาคมนักข่าวฯเลย มิหนำซ้ำ หลายครั้งที่มองเราว่าไม่ใช่สื่อ” เขาระบุ และว่า กรณีการลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการ สมาคมก็ไม่เคยออกแถลงการณ์ประณามคนร้ายแต่อย่างใด แม้ว่า นายสนธิ จะกลายมาเป็นผู้นำมวลชนเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเขาก็ยังมีความเป็นสื่อติดตัวอยู่ และขณะถูกยิงก็กำลังเดินทางไปทำหน้าที่ในฐานะสื่อที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีด้วยซ้ำไป
ในตอนท้าย นายเกียรติก้อง ยังกล่าวอีกว่า การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการสมาคมนักข่าวฯ หรือแจ้งให้ทราบแต่อย่างไร ทั้งที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและในสถานการณ์ที่ไม่ปกติจะต้องมีการระดมความเห็น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงขอถอนตัวจากการเป็นกรรมการสมาคมนักข่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่องการสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเว็บไซต์ ระบุว่า ตามที่รัฐบาลอ้างอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในการปิดกั้นสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีทีวี รวมทั้งปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาข่าวสารความคิดเห็นทางการเมือง เช่น เว็บไซต์ http://www.prachatai.com ตั้งแต่ช่วงเช้า
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมานั้น องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้หารือร่วมกันแล้ว มีความเห็นว่า การปิดกั้นสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี และการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่แสดงความคิดเห็นดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 45 ทั้งนี้ รัฐบาลจะสามารถใช้กฎหมายพิเศษเพื่อจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนได้เพียงการห้ามเสนอข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วนเท่านั้น
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลกล่าวอ้างว่า การดำเนินการปิดกั้นสัญญาณและการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อป้องกันการบิดเบือนข่าวสาร ทำให้ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ขณะที่รัฐบาลยังใช้สถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐในการเสนอรายการที่มีลักษณะนำเสนอข้อมูลด้านเดียว อีกทั้งยังปล่อยให้สถานีวิทยุและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอื่นๆ นำเสนอเนื้อหาในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมมากขึ้นนั้น ย่อมเป็นการกระทำที่รัฐบาลอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า “2 มาตรฐาน” และสร้างความชอบธรรมแก่ผู้ชุมนุมมากขึ้น
ขณะที่การปิดกั้นสื่อในลักษณะนี้เป็นการปิดกั้นสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน จึงอาจทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นสื่อดังกล่าวออกมาเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้
อย่างไรก็ตาม องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนง ทำหน้าที่รายงานข่าวสารที่เกิดขึ้นในขณะนี้ด้วยความครบถ้วนรอบด้าน โดยนำเสนอความจริงและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วยการคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และ ระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในการยุติปัญหา
ทั้งนี้ การแสดงจุดยืนของทั้งสองสมาคมเป็นไปตามหลักการของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก ไม่ประสงค์จะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำแถลงการณ์ฉบับนี้ไปใช้ในการสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง
ผมว่าน่าจะออกตั้งนาน แล้ว ครับ กับสมา คม เชี้ย แบบ ๆเนี้ย
ผม อยาก ให้ ไทยโพส แนวหน้า เนชั่น ถ้าเกิด คุณ ยังเคลือบแคลงใจกับสมาคม นี้ ผมว่าลาออกตาม astv เถอะครับ
ตอน astv โดนระเบิด m79 ถล่ม กลางห้องส่ง สมาคมนี้ ไม่เห็น ออกมาแถลงการณ์ เลย
แล้ว ล่าสุด คึก TPI ที่มี คลื่น 92.25 โดนระเบิด ก็ไม่เห็นจะออกมาเลย
แต่พอสื้อเทียม อย่าง ptv ที่ทั้งโจมตีสถาบัน ยุยงส่งเสริม ให้คนทำผิด มีการพูดจาหยาบคาย ดัน ออกแถลงการณ์
จะมีทางไหนที่พวกเรา จะประณาม องค์กรณ์ แห่งนี้ ได้ บ้าง ครับ



