บ้านครัวโมเดล เมื่อสงกรานต์เลือด 2552คมชัดลึก : หลังจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกินขอบเขตของกลุ่มเสื้อแดง ที่มีการเผารถเมล์และยางรถยนต์ ใกล้แหล่งชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนตลาดนางเลิ้ง ชุมชนซอยเพชรบุรี 5 ชุมชนซอยเพชรบุรี 7 ชุมชนบ้านครัว และชุมชนคลองส้มป่อย ริมทางรถไฟยมราช
กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องบ้านเรือนของพวกเขาอย่างไม่กลัวตาย โดยเฉพาะชาวชุมชนตลาดนางเลิ้ง ที่มีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มผู้ชุมนุม เตรียมจะเผารถเมล์ที่ยึดมาจอดขวางใกล้ตลาดเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีแห่งนี้ เมื่อเวลาประมาณบ่ายสองโมง แต่ชาวตลาดนางเลิ้งกว่า 100 คน ช่วยกันเคลื่อนรถออกไปจนพ้นรัศมีที่จะสร้างความเสียหายแก่ชุมชนได้
จากนั้นชาวบ้านก็ยิ่งผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งโดยไม่มีแกนนำใดๆ แต่ทุกคนรู้เพียงว่าต้องปกป้องบ้านของตนเอง และมีการจัดเวรยามคอยเฝ้าตรวจตรากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาสร้างความเดือดร้อนขึ้นอีก
จนเวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 ทุ่ม ชาวตลาดนางเลิ้งได้ตรวจยึดถังน้ำมัน 5 ลิตร พร้อมถุงผ้า จากผู้ชุมนุมที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมา หลังจากนั้นราว 1 ชั่วโมง ก็มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ปาระเบิด 2-3 ลูก มายังกลุ่มชาวตลาดที่มารวมตัวกันอยู่ ตามติดด้วยเสียงปืนที่ระรัวร่วม 50 นัด เปลี่ยนตลาดนางเลิ้งให้เป็นพื้นที่สงครามย่อยๆ โดยที่ชาวบ้านมีเพียงมีดและไม้เท่านั้น
นายปิยะพงษ์ จ้อยช้อยชด อายุ 23 ปี พี่ชายนายยุทธการ จ้อยช้อยชด ผู้เสียชีวิตจากการร่วมลุกขึ้นสู้ปกป้องชาวตลาดนางเลิ้ง บอกถึงเหตุผลที่ออกไปป้องกันชุมชนว่า เขาจะมาเผาบ้าน ซึ่งแถวนั้นเป็นบ้านไม้เก่าแก่ จึงต้องออกมาปกป้องชุมชน แต่พวกเขาทำเหมือนพวกเราไม่ใช่คน
“ตอนเกิดเหตุยิงพวกเราก็ไม่ได้ยั่วยุอะไร แต่เขาขว้างระเบิดใส่พวกเรา แล้วก็ยิงโดนน้องชายผมล้มลงแล้วก็พยายามจะวิ่งหนีก็ล้มฟุบลงอีก เขาทำเหมือนพวกเราไม่ใช่คน” ปิยะพงษ์ เล่าเหตุการณ์ ขณะนำศพน้องชายมาบำเพ็ญกุศลที่วัด
นายมณฑล สุดราภา อายุ 31 ปี ชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งที่อยู่ในเหตุการณ์ เสริมว่า พวกเราต้องปกป้องบ้าน เพราะมีการข่มขู่ว่าว่าจะวางเพลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้มาช่วยเรา เหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้น ทำกับชาวบ้านเหมือนเป็นสัตว์ มันถ่อยมาก เหมือนเราไม่ใช่คนไทยด้วยกัน หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก พวกชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งก็พร้อมจะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของพวกเราแน่นอน
หลังเสียงปืนยุติลง บ้านเรือนของประชาชนในตลาดนางเลิ้งหลายหลัง มีรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน ขณะที่บางหลังประตูเสียหาย เพราะมีการบุกพังประตูหวังทำร้ายคนภายในบ้าน แม้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว และมีกำลังทหารมาคอยดูแล แต่ชาวตลาดนางเลิ้งก็ยังหวั่นใจว่าจะถูกกระทำอีก
หลังจากเสร็จงานศพของนักต่อสู้ของชาวตลาดทั้ง 2 คน คณะกรรมการชุมชนจะรวมตัวกันไปร้องเรียนที่สถานีตำรวจ เพราะความไม่มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีชาวบ้านเห็นว่าตำรวจในพื้นที่รู้เห็นเป็นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้
ส่วนชุมชนซอยเพชรบุรี 5 ซอยเพชรบุรี 7 และชุมชนบ้านครัว ที่มีกลุ่มชาวบ้านออกไปผนึกกำลังสู้กับกลุ่มผู้ประท้วงที่ประกาศข่มขู่ว่าจะเผาบ้านและมัสยิด โดยจุดเริ่มต้นจากกลุ่มชาวบ้านซอยเพชรบุรี 7 ที่กล้าตายออกไปดับยางรถยนต์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงจุดไฟเผา สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มผู้ประท้วง มีการปะทะกันจนชาวบ้านต้องหลบหนีเข้าในซอยเพชรบุรี 5 และเพชรบุรี 7 โดยมีกลุ่มผู้ประท้วงร่วม 30 คน ติดตามไล่ยิง ขว้างก้อนอิฐ และขวดน้ำอัดลม จนทำให้บ้านเรือน ร้านค้า รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ได้รับความเสียหาย
นายอัศวิน ขำมะโน อายุ 44 ปี ชาวชุมชนเพชรบุรี ซอย 7 กล่าวว่า รู้สึกทนไม่ไหวกับการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมจึงต้องออกไปขัดขวางการกระทำของพวกเขา ที่มีการปิดถนน เผายางรถยนต์ มันใกล้บ้าน กลัวจะมาเผาบ้าน ทำลายทรัพย์สิน มาละเมิดสิทธิของพวกเรา มีการมาทำลายมัสยิด เสมือนไม่ให้เกียรติพวกเรา จึงต้องออกมาปกป้อง และเฝ้าระวังไม่ให้พวกเขากลับมาทำร้ายพวกเราอีก
“ผมไม่ไหว ดูมาหลายครั้งแล้ว จึงต้องออกมาปกป้องชุมชนของเรา แต่พวกเขาก็มาทำร้ายเรา ทำลายมัสยิดมันเกินไป มันเหมือนไม่ให้เกียรติเรา หากมีการชุมนุมลักษณะนี้อีกก็จะออกมาปกป้องชุมชนอีกแน่นอน” นายอัศวิน กล่าว
เช่นเดียวกับ นางไลลา ชนะมิตร อายุ 48 ปี ร่วมกับชาวชุมชนบ้านครัวมาตั้งด่านสกัดกลุ่มคนเสื้อแดง หากผ่านมาก็จะให้ถอดเสื้อสีแดงออก เพื่อความปลอดภัยของคนกลุ่มเสื้อแดงเอง มีการออกมาเฝ้าระวังมัสยิดของชุมชน เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ชุมนุมข่มขู่ว่าจะเผามัสยิด
ด้านชาวชุมชนคลองส้มป่อย ริมทางรถไฟยมราช ก็เช่นเดียวกันที่ออกมาร่วมขัดขวางการเผายางรถยนต์จนเกิดการปะทะกับกลุ่มเสื้อแดง นายสมชาย ศรีมาลา เล่าว่า ชาวชุมชนเริ่มทนไม่ไหว เพราะถูกตรวจค้นจากกลุ่มเสื้อแดงที่มาปิดถนนหลังชุมชน ส่วนด้านหน้าชุมชนก็มีการเผายางรถยนต์อีก ด้วยความหวั่นเกรงว่าไฟจะลามมาเผาบ้าน จึงพากันออกไปดับไฟและขับไล่เสื้อแดง
“พวกเขาจะมาเผาบ้านเรา จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จึงออกไปขับไล่ และหยุดการกระทำของกลุ่มเสื้อแดงจนล่าถอยไป รู้สึกดีใจที่ได้ทำเพื่อชาติและบ้านของเรา” นายสมชาย กล่าว
และหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้อีก ชาวชุมชนริมทางรถไฟยมราช กว่า 50 คนก็จะออกไปร่วมป้องกันชุมชนของพวกเขาอีกแน่นอน หากเป็นการมาละเมิดสิทธิของพวกเขา
วันที่ 15 เมษายน 2552
คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20090 ... /9376.html