งานนี้พันธมิตรโดนฟ้องรวมกันก็จริง
แต่การพิจารณาก็จะการแยกคดีของแต่ละบุคคลออกมา
แต่ละคนเจอคดีอะไรกันไปบ้าง
ส่วนข้อหาร้ายแรงสุดคือก่อการร้ายนั้น
-พันธมิตร เข้าข่ายกรณีเดียวคือ มาตรา 135/1 กระทำการใดๆอันก่อให้เกิด ให้เกิดผลเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
และระบบขนส่งสาธารณะ โทรคมนาคม
ซึ่งมาจากกรณีการปิดสนามบิน ซึ่งการปิดสนามบิน พันธมิตรก็ฟ้อง
เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผอ.การท่าอากาศยาน
พี่เมีย วีระ มุสิกพงษ์ด้วย
ในฐานะผู้ออกหนังสือยกเลิกระบบการบินทั้งหมด ทั้งๆช่วงแรกพันธมิตรอยู่แค่หน้าอาคารผู้โดยสารด้านนอก
เป็นการการแก้ต่างให้ตัวเอง....
ความผิดแรกของเสรีรัตน์ คือบอร์ดการท่าลงมติแล้วว่าผิดจริง
ออกหนังสือคำสั่งให้พนักงานกลับ ยกเลิกระบบการบินโดยไม่ผ่านมติบอร์ดจนเสรีรัตน์ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอยื่นใบลาออก
แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังต้องมี ผอ.การท่าทำงานและงานต่อเนื่อง
บอร์ดจึงมีมติให้เสรีรัตน์อยู่ในตำแหน่งต่อ
ก็ต้องต่อสู้กันในชั้นศาลเหมือนกัน คดีมีที่มาที่ไหน จากกรณีเดียวกัน
เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ พี่ชายศรีวิไล ภรรยาวีระ มุสิกพงษ์
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.
“เสรีรัตน์” เบิกความ ยอมรับสั่งปิดสนามบินจริง
นอกจากนี้ นายเสรีรัตน์ ยังเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เป็นพี่ชายแท้ๆ ของนางศรีวิไล ประสุตานนท์ ภรรยา นายวีระ มุสิกพงศ์ :lol:
แกนนำคนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
แต่ไม่ทราบว่า นายวีระ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเข้าประเทศ และอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มพันธมิตรฯ
ความเลวอีกอย่างของเสรีรัตน์ พี่เมียวีระ มุำสิกพงษ์คือ
ทั้งๆพันธมิตร คัดค้านการยกเลิกระบบการบิน
เพราะรู้ว่าต้องการจะโยนความผิดทั้งหมดมาให้พันธมิตร
ตอนนั้นพันธมิตรรวมตัว อยู่แค่หน้าอาคารด้านนอก แต่เสรีรัตน์กลับออกประกาศปิดสนามบิน ยกเลิกระบบการบินทั้งหมด
ให้พนักงานออกจากสนามบิน
มีการขนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาล้อมด้านนอก
ด้านนอกเต็มไปด้วยแท็กซี่คนเสื้อแดง มาปิดทางเข้าออกด้วยหลังจากนั้น
และสุดท้ายตามมาด้วย M79
จนพันธมิตรทั้งหมดต้องหนีตายเข้าไปในภายในอาคารสนามบินเสรีรัตน์...ไม่รับผิดชอบแม้แต่พี่น้องมุสลิม ที่จะเดินทางไปทำพิธีทางศาสนา
สุดท้ายพันธมิตร ขอความช่วยเหลือ สายการบินอิหร่าน และ กัลฟ์แอร์
และได้รับความช่วยเหลือจากการบินไทยด้วย
รวมถึง พลเอกสนธิ สนธิ บุญยรัตกลิน ประสานงานให้ด้วย
ในฐานะที่เป็นมุสลิม และมีความสนิมสนมกับผู้บริหารอิหร่านแอร์ความเสียหายของระบบการบิน หรือ อาคารสถานที่พันธมิตรไม่ได้ยึดหอการบินหรือ
เข้าไปปิดกั้นระบบการบินและเผาอาคารหลังการส่งมอบสนามบิน ก็พร้อมใช้งานได้ หลังจากที่พันธมิตร ฯ ส่งมอบสนามบินคืนทั้ง 2 แห่งแล้ว เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. สนามบินดอนเมืองสามารถเปิดให้บริการตามปกติได้ นอกจากนี้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษา รมว.คมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์วันที่ 3 ธ.ค.ว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิพบว่าเครื่องมือต่างๆ ของท่าอากาศยานอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้เลย
พันธมิตรยังฟ้องกลับ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รวมถึง
เหวง โตจิราการ , นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ , นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ , นายประสิทธิ์ ค่ายนกวงศ์ , นายเมธาพันธ์ โพธีธีรโรจน์ , นางทรงชัย วิมลภัตรานนท์ และนางสุนันทา ธรรมธีระ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ร้องทุกข์กล่าวโทษข้อความอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ 173ด้วย ในการกล่าวหาัพันธมิตร เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ รัชดา
....งานนี้ก็เยอะคดีจัด พันธมิตรฟ้องตำรวจด้วย
ฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
สู้กันอีกหลายยกงานนี้ ...
ต่างกับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่โดนคดีการก่อการร้ายไปเต็มๆ
เข้าข่ายทุกมาตรา แถมด้วยทุกกรณีย่อยของมาตราอีกด้วยมาตรา135/1 ยึดพื้นที่ย่านธุรกิจราชประสงค์ - สีลม
สร้่างความเสียหายใหญ่หลวงให้ธุรกิจของประเทศ
-การสังหารเจ้าหน้าที่ การมีอาวุธสงคราม การต่อสู้กับเจ้าหน้าที่
-การกระทำให้ก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือสภาพแวดล้อมโดยรวม
รายการเผาสถานที่ราชการ เผาทรัพย์สินราชการ เผาห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆ รับไปเต็มๆ
-การบอมวัดพระแก้ว
-ระเบิดเสาไฟฟ้าสายส่งเข้ากรุงเทพที่วังน้อย เพื่อดับไฟกรุงเทพ
คืนล้อมทหารที่10 เมษา 53 ซึ่งตอนนี้ผู้ต้องหาจับกุมได้และรับสารภาพหมด
ยังมีส่วนปลีกย่อยอีกเพียบส่วนแกนนำทำไมถึงโดนด้วย ก็มาจากผลการกระทำของมาตรา 135/1
ส่งผลไปถึง อีก2 มาตราคือ
มาตรา 135/2
การตระเตรียมหรือสมคบจะกระทำการก่อการร้่าย ก็ต้องระวางโทษด้วย
มาตรา 135/3
การสนับสนุนการก่อการร้าย ต้องระวางโทษเสมือนตัวการ(พวกบอกให้เผาไปเลยพี่น้อง คลิปต่างๆนั่นแหละ พูดในที่สาธารณะ ปลุกระดมคน)
ส่วนท่านแม้วของเสื้อแดง ก็เจ้าของเงินทุนท่อน้ำเลี้ยง และการโฟนอินเข้ามา
ผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย....หัวขบวน
(การกระทำจากผล มาตรา 135/1 ผู้ต้องหาที่ทำผิดแต่ละคดี ที่โดนจับได้จาก
ต่อเนื่องมาถึง มาตรา 135/2 และ 135/3 แกนนำเสื้อแดงรับไปเต็มๆ
ยังไม่รวมความส่วนผิดส่วนบุคคลจากคดีอื่นๆอีก นี่แค่เฉพาะคดีก่อการร้าย)
ที่สำคัญการกระทำผิดของ ม๊อบเสื้อแดง อยู่ภายใต้การประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ด้วย ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย เป็นความผิดทางอาญา มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต
กฎหมายเกี่ยวกับการก่อการร้าย
การกระทำอันเป็นการเข้าข่ายก่อการร้่าย
เริ่มจากมาตรา 135/1 เนื้อหาหลัก-ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดๆให้เกิดเป็นอันตรายแก่ชีวิต
หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ
-การกระทำการอันใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของรัฐ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด
หรือต่อสิ่งแวดล้อมอันทำให้เกิดผลเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
-กระทำการใดๆอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ
ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
มาตรา 135/2การตระเตรียมหรือสมคบจะกระทำการก่อการร้่าย ก็ต้องระวางโทษด้วย
มาตรา 135/3การสนับสนุนการก่อการร้าย ต้องระวางโทษเสมือนตัวการ
มาตรา 135/4การเข้าเป็นสมาชิกองค์การก่อการร้ายต้องระวางโทษเช่นกัน
ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย เป็นความผิดทางอาญา มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต