Moon wrote:มิน่าล่ะ ต้องการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น ก็เลยแถลงข่าวร่วมกันซะเลย
แหม เหลืองแดง ต้องการสมานฉันท์ ต้องการปรองดองกัน ตามนโยบายของรัฐบาลก็ไม่บอก

ภาพนั้นมันยากที่จะทำใจยอมรับ ผมเข้าใจครับ คล้ายๆกันวันที่ ปชป.จับมือกับ ภท. อภิสิทธิ์กอดกับเนวินนั่นแล่ะ
บางฝ่าย(อยากเห็นอภิสิทธิ์ไปถึงฝันซะที) ก็อธิบายว่าต้องแยกเนวินออกมาก่อน ไม่งั้นจะตีทักกี้ยังไง
ส่วนผมกลับมองว่าแล้วจะอธิบายอย่างไร กับพี่น้องพธม.อุดรที่ถูกก๊วนเนวินตีปางตาย ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับการตั้งรบ.แบบนี้
แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าในหมู่พี่น้องพธม.นั้นบางส่วนเค้าก็มีวิธีคิดของเค้า
หลังพฤษภาทมิฬ พรรคเทพ(ปชป. พลังธรรม ความหวังใหม่ และเอกภาพ) เสียงไม่พอ เมื่อต้องไปเอากิจสังคมของนายมนตรี มาร่วม ตอนนั้นยิ่งกว่าอีกครับ
พราะปชช.เพิ่งผ่านการเสียเลือดเสียเนื้อมา แต่เราก็ต้องยอมรับเงื่อนไขทางการเมือง ณ เวลานั้น
เหมือนกับที่ผมยอมรับเงื่อนไขทางการเมือง ณ เวลานี้ อยากตั้งก็ตั้งไป แต่ก็จะยังรักษาการตรวจสอบเอาไว้นะ
กรณี พล.อ.กิตติศักดิ์ เมื่อเค้ามองว่าเค้าคือผู้เสียหายร่วม กรณี จนท.ถือถุงเดินไปมา เค้าอาจจะมีวิธีคิดแบบเค้า
แถลงการณ์ร่วมกันเพื่อกดดันให้มีการตรวจสอบ อีกด้าน พล.อ.กิตติศักดิ์อาจจะคิด แบบขี้แพ้ชวนตีก็ได้
แทนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย แต่กลับหวังสร้างกระแสอะไรบางอย่าง แน่ล่ะผมไม่เห็นด้วยแน่นอน
ฉะนั้นการที่ทางพรรคออกมาอธิบายว่าไม่ใช่มติแกนนำ จึงเป็นทางออก ส่วนหลายท่านจะมองว่าแก้ตัว โยนหินถามทาง นี่เหรอการเมืองใหม่ อันนั้นก็แล้วแต่ครับ
ส่วนทางพรรคและสมาชิกก็ต้องทบทวน และถอดบทเรียนกันต่อไป
ดังเช่นวันนึงเทพไทย ออกมาปูดเรื่อง การแอบฝึกซ้อมรบของชุดดำ วันนึงทางแกนนำปชป.ยังต้องออกมาปรามผ่านสื่อให้ระมัดระวังการพูดบ้าง
หรือกรณีวอลเปเปอร์ดอดไปพบนักโทษรัสเซีย บางทีอาจจะไม่ได้พูดแบบไอ้ตู่ ก็ได้ แต่เมื่อมันมีการไปพบกันจริง ย่อมไม่สง่างามแน่ๆ เพราะยิ่งไปเสริมให้คนเสื้อแดงคิดอะไรไปไกลกว่านั้น
ฉะนั้นผู้ใหญ่ในปชป. ก็ต้องออกมาแก้ข้าว ว่าเป็นการไปพบในฐานะ ส.ส.(ไม่ใช่มติพรรค 55+)
ชีวิตคนเรามีทั้งการตัดสินใจถูกและผิด แต่ท่าทีหลังจากนั้นต่างหาก ที่บ่งบอกว่ารับผิดชอบมากแค่ใหน
แต่สุดท้ายก็ยังขึ้นอยู่กับศรัทธาปชช.อยู่ดี นั่นล่ะคือการบ้านข้อใหญ่