ปราชญที่โง่ที่สุด

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby metaleka » Mon May 09, 2011 6:34 am

ท่าน amplepoor
แล้ว ไอ้มหาลัย เที่ยงคืน
นี่มันผลิตปราชญ์
หรือผลิตเปรต
ออกมายังไงบ้างครับ(แนวคิด)
แล้วปราชญ์เปรตนิธิ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า
คนก่อตั้งก็ไปสอนเปรตอยู่ที่ยมโลก(ไม่รู้ว่าไปก่อตั้ง มหาลัยไรอีก)
User avatar
metaleka
 
Posts: 691
Joined: Fri Nov 07, 2008 10:10 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby jaw » Mon May 09, 2011 7:57 am

amplepoor wrote:อยากจะเสริมความสองหน้าของนายส. สักหน่อย

เขากล่าวชมความเลิศล้ำของวัฒนธรรมไทย มรดกทางปัญญา ระบบคุณค่าอะไรต่างๆ ไว้เป็นพะเรอเกียน

พอเขามีลูก เขาก็ส่งไปเรียนเมืองนอกซะงั้น.....ฮา

เขายกย่องทะไลลามะเสียเลิศเลอ แต่เขาไม่เคยออกความเห็นเรื่องท่านเดินจูงมือสตรี และมีกองกำลังติดอาวุธ อิอิ

ส. เคยด่าปรีดีไว้แหลกรานสมัยเริ่มวัยรุ่น แต่เดี๋ยวนี้เขาเป็นสาวกอันดับต้นๆ ของปรีดีไปซะงั้น

โครงการที่เขาบ่มเพาะเอาไว้สมัยก่อน 14 ตุลา คือโครงการยุวชนสยาม ที่อยากให้เด็กเดินตามรอยเท้าโกมล คีมทอง(ความจริงมีเพื่อนโกมลอีกคน ที่ตายพร้อมกัน คือคุณรัตนา....แต่ทุกคนดูเหมือนจะลืมเธอไปเสียทุกคน) เด็กพวกนี้ ถูกชักชวนมาทำกิจกรรม หนึ่งในนั้นคือการร่วมกันศึกษษลัทธิมารกซิส และจำนวนมาก ได้เป็นคอมมิวนิสต์จับปืนเพื่อโค่นอำนาจรัฐ

ผมไม่คิดว่าเขาจะเป็นพวกล้มเจ้านะ แต่ผมคิดว่า มีคนอย่างนี้มากๆ สถาบันของเราคงจะไม่มั่นคงขึ้นสักเท่าไร มีคำจิ๊กโก๋พูด ผมชอบมากเลย


หวังดี (แต่) ประสงค์ร้าย



(เหมือน) หวังดี (แต่) ประสงค์ร้าย อธิบายตัวเขาได้ดีพอสมควรเลยนะคะ เพราะเท่าที่ติดตามเขามาหนูรู้สึกตลอดเลยว่าเขาเป็นพวกล้ม คือเป็นอีแอบแบบเนียนน่ะค่ะ แบบที่พี่แอมว่าเขาเล่นบทสองหน้านั่นก็อาจเพราะเขาขี้ขลาดเกินไป
ตอนที่เขาถูกเล่นเรื่องหมิ่น หนูแอบลุ้นตัวโก่ง แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อเขาหลุด หรือหนูจะคิดมากไปรึเปล่าไม่รู้นะคะ แต่ก็ขอบคุณค่ะที่ตอบความเห็น เดี๋ยวหนูจะลองดูเขาใหม่อีกที อิอิ
User avatar
jaw
 
Posts: 2796
Joined: Sun Dec 19, 2010 1:09 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Xu Yun Sun » Mon May 09, 2011 10:19 am

รุ่นน้องที่เพิ่งจบกลุ่มนึงกลายเป็นสาวกที่ยึดติดกับแนวคิดของนักวิชาการพวกนี้ซะจนเหมือนโรเนียวต่อๆกันมา และก้แสดงออกในลักษณะของความเคียดแค้นสถาบันอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ ซึ่งผมก็งงเหมือนกันว่าคุณน้องๆจะไปอินอะไรกันขนาดนั้น? ก็หวังว่าสักวันนึงอะไรๆคงจะขัดเกลาให้พวกเค้าไ้ด้มีสติตรึกตรองมากขึ้นกว่าที่เป้นอยู่
User avatar
Xu Yun Sun
 
Posts: 7
Joined: Thu Apr 28, 2011 2:30 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby weshare » Mon May 09, 2011 4:02 pm

amplepoor wrote:
ประเทศไทยโชคดีมากครับ ที่ทักษิณเป็นมันโง่
รบร้อยครั้ง แพ้ร้อยครั้ง....ฮา


ขอให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป
สาธุ
"ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน
แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หล้งเมฆ"
User avatar
weshare
 
Posts: 1539
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:57 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Huligan » Mon May 09, 2011 4:10 pm

amplepoor wrote:ลืมไป ไม่ได้พูดถึงคุณป๋วย

แกเป็นข้าราชการที่ดี แต่เป็นพลเมืองที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า แกต้องรับผิดชอบต่อการตายหมู่ของนักศึกษาในธรรมศาสตร์ เมื่อเช้าวันที่ ๖ ตุลคม ๒๕๑๙

ในฐานะช้าราชการ แกเป็นอธิการบดีในวันนั้น ได้ทำอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาธรรมศาสตร์ไว้ ไม่ให้ยับเยินไปกว่าที่เป็น

ในฐานะพลเมือง แกทำน้อยไปหน่อย ที่จะป้องกันการสังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยที่แกดูแล

ถ้ากระจายความเลวได้ ผมให้ฝ่ายขวาจัดรับไป 75% ซ้ายจัดรับไป 15 %
ที่เหลือก็คือคนที่เกี่ยวข้องอย่างนายป๋วยและรัฐบาลขณะนั้นครับ


ผมให้คะแนน(ความเอี้e) ต่างไปเล็กน้อย > ขวาจัดให้ 70% ซ้ายจัดให้ 20%
แต่ซ้ายเก่าที่ไปเลียดรากแม้ว สมคบควายแดง ในปัจจุบัน ผมให้คะแนน 80%

นิธิ ผมเคยชอบครับ เมื่อก่อน อาจเป็นเพราะผมค่อนข้างเกลียดการศึกษาประวัติศาสตร์แบบยัดเยียดความเชื่อในโรงเรียน สมัยผมยังเด็ก
ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ความผิดของ พวกกรมพระยาดำรงฯหรือนักเขียนสมัยก่อน
แต่เป็นความงี่เง่าของกระทรวงฯต่ะหาก
ตอนนั้นเห็นว่าบทความของแก(นิธิ)มันท้าทายดี เลยยังไม่ได้แยกแยะประเ็ด็นต่างๆออกจากกันอย่างละเอียด
ทฤษฎีของ เดล คาเนกี ใช้กับเหิ้ยหางแดงไม่ได้

การตัดหางลูกอ๊อด ไม่ได้ทำให้ลูกอ๊อดกลายเป็นกบได้!!!
User avatar
Huligan
 
Posts: 1203
Joined: Mon Jan 12, 2009 3:33 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Huligan » Mon May 09, 2011 5:36 pm

amplepoor wrote:ลายจุด เล็กเกินไป เปียกหน่อยก็ละลายแล้ว
ไจลส์ ไม่มีอะไรในกบาล มีแต่ความจำเกี่ยวกับลัทธิแบบ ถ่ายเอกสาร อีกอย่าง เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสังคมไทยเลย เป็นลูกติดแม่ สับไปก็เสียเวลาจ้า


แล้วพวก ไอ้สิโรคคล้ามฯ หรือ ไอ้ธงไช สิ่งปฏิกูล นี่คุณ ampฯ เห็นว่าไงครับ? หรือคิดว่าไม่ต่างกับใจ(รัญ)
เท่าที่ผมเคยอ่าน ทีแรกก็เคยเกือบๆเห็นด้วยไปเหมือนกัน ที่มันอ้างว่า ชาตินิยม คือสาเหตุแห่งความรุนแรง ช่วง 6 ตุลา 19
แต่ตอนนี้ไม่เหลือความเชื่อถือแล้ว...หลังจากที่ได้เห็นพฤติกรรมของพวกควายแดงที่แสดงออกมา
พวกนั้นโปรเจ้า โปรชาตินิยมหรือไม่? ก็เปล่า? แต่พยายามโปรฯแนวคิดเรื่อง ปชต.(แบบแอบแฝง) หรือเรื่องโค่นล้มอมาตย์ ฯลฯ
แต่ความรุนแรงที่พวกมันแสดงออกมา ก็ไม่ต่างกับกระทิงแดง ในปี 19 เลย > อาจถ่อยกว่าด้วยซ้ำ!

จะเปรียบว่านี่คือการทดลองพิสูจน์ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ผ่านเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็ไม่ผิด
มีทั้งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม ต่างๆ สุดแท้แต่ใครจะหามันเจอ แล้วเอามาเรียบเรียงกัน

ผมเห็นว่า เหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่? ไม่ค่อยเกี่ยวกับ"ตัวอุดมการณ์ที่เอามาชง"เท่าไหร่นัก
แต่เกี่ยวกับตัวบุคคลผู้ปลุกระดม หรือวิธีการปลุกระดม มากกว่า ว่ามันจงใจสื่อเพิ่อยั่วยุให้เกิดความรุนแรงหรือไม่?
เหมือนกับพริกขี้หนู > จะเอามาปรุงอาหารให้อร่อยก็ได้ จะเอามาสาดเข้าตาให้แสบร้อนก็ได้เหมือนกัน

ยิ่งตอนที่มันมาเขียนปกป้องการกระทำของพวกควายแดง ที่บุก รพ.เนี่ย ผมว่ามันเหิ้eแบบกู่ไม่กลับแล้ว
:?
ทฤษฎีของ เดล คาเนกี ใช้กับเหิ้ยหางแดงไม่ได้

การตัดหางลูกอ๊อด ไม่ได้ทำให้ลูกอ๊อดกลายเป็นกบได้!!!
User avatar
Huligan
 
Posts: 1203
Joined: Mon Jan 12, 2009 3:33 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Mon May 09, 2011 5:46 pm

แม้แต่แร่ดๆ อย่างนางดอกทอง หรือแก่กล้าอย่างสุจิตมันเทศ ยังหลงอวยเจ๊กหื่นนี่เป็นศาสดา เด็กกำลังเรียนหรือเพิ่งจบ ไม่ต้องไปหวัง เสร็จลมปากมันอยู่แล้ว พวกเราเองหลายท่านก็ต้องมนตร์ร้ายของมัน มากบ้างน้อยบ้าง บิ๊กบุ๊ค/บิ๊กอีวิ่ลงัยครับ มันได้ครอบครองสื่อ มันได้ป้อนยาพิษแก่ประชาชนทุกวัน หนังสือเล่มโตของมันจึงเป็นปีศาจตัวโต ส่งออกความระยัมต่อเนื่องไม่มีเวลาหยุด แบบร้านเซเว่นแห่งอเวจี

ขอชวนอ่านบทกาม....เอ้ย บทความของมันต่อไป ยังคงเป็นเรื่องศิลปะเรื่องเดิมนี่แหละครับ ท่านจะอ่านฉบับจริงได้ โดยเข้าไปที่ nidambe11 ดอทเนต ไปที่คลังบทความก็จะเจอเพี่ยบครับ คิดดูสิ ขนาดเวบที่เป็นกลางเน้นการเป็นคลังข้อมูล ยังจัดแท่นบูชาเจ๊กหื่นไว้ในระดับขึ้นหิ้งทีเดียว

ผมขอสรุปเป็นประเด็น เพื่อสะดวกในการชำแหละ ดังนี้
เจ๊กปนลิงพูดถึงศิลปะกับสังคมไว้ โดยตั้งประเด็นว่า ศิลปะนั้นเดิมเป็นของคนชั้นสูง แล้วครอบงำลงมาสู่คนชั้นล่าง ประเด็นนี้ผิดนะครับ เพียงแต่เทคนิคการอธิบายความทำให้เราอ่านแล้วคล้อยตามได้ง่าย

ผมยกตัวอย่างเดียว ชัดๆ เลยว่า คุณนายพันล้านเธอชอบดูโอเปร่า อีแจ๋วต้นห้องชอบละครน้ำเน่า ท่านคิดว่าระหว่างอีแจ๋วเปลี่ยนมาติดลาโบแอ้มของปุคคีนี่ กับคุณนายเปลี่ยนมาติดนังเรยาในทีวี อันใหนเป็นไปได้มากกว่ากัน การถ่ายเททางศิลปะนี้ มันไม่ง่ายแบบที่ไอ้เจ๊กมันโม้เลยนะครับ

อีกตัวอย่างก็ได้ มอไซปากซอยอ่านตะเลงพ่าย กับศิลปินแห่งชาติติดฟอเวิร์ดแมว ท่านว่าอันใหนเป็นได้มากกว่ากัน แล้วมอไซเขียนจดหมายอ้างบุญเพรง พระหากสร้าง....ง่ายกว่าทมยันตวยใช้คำว่าขวอบวอก...หรือไม่

เจ๊กบ้าเซ๊กส์วัยดึก สาธยายต่ออีกว่า
ศิลปะโบราณทั้งโลกเป็นสมบัติของชนชั้นสูง เมื่อระบบพังลง สามัญชนจึงกลายเป็นผู้อุปถัมภ์โดยผ่านกลไกการตลาด และให้การอบรมกันผ่านการศึกษามวลชน ซึ่งมาแทนที่การศึกษาแบบอภิชน แต่การศึกษามวลชนมันปลูกฝังทัศนคติและทักษะบางอย่างเท่านั้น แบบอภิชนจะซึมเข้าไปสร้างบุคลิกภาพของผู้เรียนขึ้นมาเลย ดังนั้นมันน่าจะไม่ได้ผล

มันก็เลยเสนอให้ใช้สถาบันที่ผู้คนไปเที่ยวเตร่ เช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สถาบันดนตรี หอศิลป์ มหกรรม นิทรรศการ, งานแสดงสินค้า ฯลฯ โดยไม่หวังพึ่งสื่อ เพราะสื่อในเมืองไทยเอื้อต่อการเรียนรู้และเสพย์ศิลปะมากน้อยแค่ไหนก็เห็นๆ กันอยู่แล้ว....มันว่าของมันอย่างนี้

เอาละ เริ่มการสับ ยกที่หนึ่ง
มาดูประเด็นชนชั้นสูงพังทลายแล้วทำให้ศิลปะเสื่อม นี่คือแนวคิดแบบโรแมนติคโง่ๆ

มันทำให้ผมนึกถึงบทความดัดจริต ที่มันเขียนโต้ตอบกับหญิงแพศยาที่กำลังคบชู้กับมัน แล้วเอามาเผยแพร่ในหน้าหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับเรื่องรักโง่ๆ ในนิยายโง่ๆ ของนักเขียนโง่ๆ เรื่องข้างหลังส้วม เอ้ยภาพ.....

มันเป็นมโนภาพที่มองว่า หลัง 2475 ผู้ดีสยามหมดพลังไพร่ก็ขึ้นครองเมือง ศิลปะชั้นเลิศย่อมขาดคนอุปถัมภ์ ...เลยไม่มีใครส่งต่อองค์ความรู้ให้สังคมอีก ฟังที่สรุปมาตามนี้ ก็น่าจะเข้าเค้านะครับ ดูสมเหตุสมผลกันดี เพียงแต่เรื่องจริงน่ะ มันตรงกันข้าม

มาดูสิ่งที่เกิดในกรมศิลปากรดีกว่า
พอปฏิวัติปุ๊ป คณะราษฏรก็เข้าควบคุมหน่วยงานนี้ทันที ส่งคนของตนเข้าไปเป็นอธิบดีและมอบหมายอาจารย์ศิลป์ ให้ตั้งโรงเรียนศิลปะขึ้นอย่างด่วน ผมก็ไม่รู้จะเรียกโรงเรียนนี้ตามไอเดียงั่งๆ ของเจ๊กนิธิว่า โรงเรียนมวลชนหรืออภิชน แต่โรงเรียนนี้ สมัยที่บ้านเมืองปกครองโดยชนชั้นสูง ไม่มีนะครับ และโรงเรียนนี้ "จะซึมเข้าไปสร้างบุคลิกภาพของผู้เรียนขึ้นมาเลย" นักเรียนของที่นี่ก็ขอยกตัวอย่าง เฟื้อ หริพิทักษ์ น ณปากน้ำ อังคาร กัลยาณพงศ์....พวกนี้ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ไม่เคยมีเลยละครับ

ที่เล่ามานั่น เป็นตัวอย่างจากสยาม ดูตัวอย่างจากประเทศที่เป็นต้นแบบการล้มอภิชนาธิปไตยระดับต้นโคตรเง่ากันดูละกัน เริ่มที่ฝรั่งเศส เมื่อล้มระบอบกษัตริย์และสถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมาได้ ศิลปะฝรั่งเศสที่เคยเป็นพลังอ่อนๆ ในโลก ก็กลายเป็นสึนามิ กวาดศิลปะเก่าตกทะเลเกลี้ยง การปฎิวัติฝรั่งเศสเรื่อยมาจนถึงการเถลิงอำนาจ ของนายพลบ้านนอกที่ชื่อนโปเลียน ทำให้โลกเกิดศิลปะสกุลโรแมนติคขึ้นมา เป็นสกุลหลักที่ครอบงำความคิดและรสนิยมของคนทั้งโลก รวมทั้งเจ๊กหื่นด้วย นี่คือผลิตผลจากกระบวนการล้มระบบ ต่ำฆ่าสูง ซึ่งไม่ได้เป็นไปอย่างที่เจ๊กโง่มันเพ้อเจ้อเลยละครับ

มาที่รัสเซีย

พอเลนินล้มพระเจ้าซาร์สำเร็จ เลนินทำสิ่งที่ก้าวหน้ามากๆ ในศิลปะโลก คือเอาศิลปะมารับใช้การปฎิวัติ เป็นคนแรกที่ทุ่มเทให้รัฐสร้างหนังโปรปะกันดา หนึ่งในนั้นคือหนังดีคลอดกาล เรือรบโปจอมกิ้น ต้นแบบหนังดีที่นักสร้างหนังทุกคนในโลก ไม่กล้าไม่คารวะ

เจ๊กปนลิงคงจะไม่รู้อีกกระมังว่า ศิลปะวัฒนธรรมรัสเซียนั้น ไม่มีที่ยืนในตำราศิลปะโลก เพราะมันเป็นการลอกแบบที่อภิชนาธิปไตยรัสเซีย ทำตัวเป็นอภิชนาธิปไตยยุโรป แบบน่าเอ็นดู

แต่เมื่อกลายเป็นศิลปะของยุคโซเวียต มันเปิดบทใหม่ให้ตำราประวัติศาสตร์ศิลปะของโลก ศักดิศรีต่างกันถึงเพียงนี้ อ้อ ....หลักของเลยินคือ ต้องสร้าง Mass Art ไม่ใช่ศิลปะเพื่อคนหยิบมือ Elite Art หลักข้อนี้ก็ทำให้ใครก็ตามที่คิดจะเอาความรู้ศิลปะแบบหางอึ่งมาใช้ โปรดหลบลงรูเมียน้อยไปตามเดิม มันกว้างขวางล้ำลึกกว่าการมาบ่นพล่ามด้วยความรู้ตื้นๆ แล้วคิดว่าบทความตัวเองจะเป็นประทีปให้เด็กๆ เดินตาม เดินลงหลุมแห่งความเขลาน่ะสิ

ศิลปะเพื่อมวลชนก็มีโลกของมัน ศิลปะเพื่อชนชั้นสูงก็มีโลลกของมัน บางทีก็เดินไปด้วยกัน บาทีก็แยกกัน บางทีก็เอาอย่างกัน บางทีก็ตีกัน.....ถ้าคุณโง่เรื่องศิลปะ กรุณาอย่าเจือก

สรุปก็คือ จากคำอภิปรายเรื่องศิลปะกับระบอบชนชั้นของเขา เราได้พบว่า เขาไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อยในสิ่งที่เขาเขียน เขาเหมือนพวกทำงานเอเจนซี่ ที่คิดคำหรู คิดกระบวนการชวนเชื่อ เอามาหลอกคนอ่อนปัญญาให้ซื้อสินค้าอาบยาพิษ เท่านั้นเอง


(ยังไม่จบจ้า)
Last edited by amplepoor on Mon May 09, 2011 6:28 pm, edited 1 time in total.
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby metaleka » Mon May 09, 2011 5:58 pm

ได้ อารมณ์
คำว่า
หื่นนนนนนน
นี่แหละ
User avatar
metaleka
 
Posts: 691
Joined: Fri Nov 07, 2008 10:10 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Mon May 09, 2011 6:24 pm

ไอ้คล้ามฯ เทียบไอ้ธงไชปฏิกูลนี่ กระดูกคนละเบอร์ครับ ไอ้ธงมันขึ้นชั้นเป็นดาราโลกไปแล้ว ไอ้คล้ามนี่ ผมว่ากอ ขอ ยังท่องไม่ครบเลย ผมไม่ถนัดภาษาปะกิต เลยไม่ได้อ่านหนังสือของมัน เท่าที่อ่านภาษาไทย มันก็คือสมสากที่ไม่กวนส้นteen เท่านั้นเอง

ความรุนแรงเมื่อ 6 ตุลานั้น ถูกลอกแบบมาทำซ้ำในวิกฤตการณ์เผาเมือง 2553 ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมคิดว่าเพราะผู้ก่อความรุนแรงตือกลุ่มเดิม ปี 2519 คนกลุ่มนี้รับใช้กอรมน มาถึงปี 2535 รับใช้จำลอง 2553 รับใช้แม้ว....ข้อเท็จจริงมีแค่นี้แหละครับ

ในแง่ของสงครามชนชั้นนั้น การยึดติดทฤษฏีจนไม่กระดิกคือการรบแบบปิดประตูชนะ ฝ่ายซ้ายนั้นมองฝ่ายตรงข้ามเป็นพลังที่ปราศจากการเคลื่อนไหว เขายกย่องพวกตัวเองว่ายึดกุมแนวคิดที่ก้าวหน้ากว่า แต่ข้อเท็จจริงคือ เขายึดกุมแนวคิดที่ "เคย" ก้าวหน้ากว่า ปัญญาชนของพวกเขา เสพย์ติดความล้าหลังอย่างงมงาย เพราะไม่มีสติปัญญาที่มองเห็นสิ่งที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

พวกสมสากพวกธงไชนี่แหละ ที่เริ่มเอาผลงานที่ผิดพลาดของเหมา คือการปฏิวัติวัฒนธรรมเข้ามาป่าวประกาศในสังคมไทย ผ่านนิทรรศการเกี่ยวกับจีนหลายครั้งที่ธรรมศาสตร์ โง่แค่ใหนกันละ เอาผลงานห่วยติดอันดับโลกมายกย่องว่าเป็นดวงดาวนำทาง ซ้ายไทยจึงเป็นซ้ายตาบอดมาตั้งแต่ต้น

วิธีคิดแบบขาดชีวิต เป็นกับดักที่พวกนี้ดิ้นไม่หลุด นิธิก็คิดว่า การใช้วาจาดัดจริต การเสนอมุมมองลบหลู่อดีต การแหกกระแส หรือการเสนออุดมคติแบบซ้ายๆ จะทรงพลังตลอดเวลา ผมว่าเวลารุ่งเรืองของหมอนี่ มันจบสิ้นไปตั้งนานแล้ว เพียงแต่ยังขายทรากไปได้อีกระยะหนึ่ง

พอมาเลียตีนแม้ว ตัวถังที่ฉาบสีไว้ก็เลยปริ เห็นสนิมข้างในเต็มๆ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Mon May 09, 2011 6:50 pm

สับยกที่สอง

ยกนี้ ขอเอาวิธีคิดแบบโง่ๆ ของมันมาแสดงครับ

มันบอกว่า เราจะหวังพึ่งสื่อ ในการอบรมความรู้ศิลปะให้มวลชนไม่ได้ ควรใช่อะไรสักอย่าง ที่มันมั่วเรียกว่า สถาบันที่ผู้คนไปเที่ยวเตร่ ผมงงมากที่มันคิดคำนี้ออกมา ปราชญ์รุ่นใหนวะ

เรียกพิพิธภัณฑ์ว่า สถาบันที่ผู้คนไปเที่ยวเตร่

สถาบันดนตรีว่า สถาบันที่ผู้คนไปเที่ยวเตร่

หอศิลป์ว่า สถาบันที่ผู้คนไปเที่ยวเตร่

สามสิ่งนี้ มันจัดรวมอยู่หมวดเดียวกับ สวนสนุก มหกรรม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า ...... โอย มายก้อดดด ไอ้เจ๊กงั่งเอ๊ย

ยิ่งกว่านั้น มันเสนอว่า สวนสนุก มหกรรม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า ......สิ่งเหล่านี้จะให้ความรู้รสนิยมทางศิลปะได้เหนือกว่าสื่อทั้งหลายเสียอีก ผมคิดว่า ไอ้เจ๊กเอี้่ยนี่เสพย์สื่อแค่ช่องสีมากกับช่องสีน้อยเท่านั้นแหละ แล้วมันก็รู้แค่ว่าช่องพวกนี้ไม่ได้สอนศิลปะ แต่กลับไปมองว่า อิมแพคเมืองทองอารีน่า งานมอเตอร์โชว์ งานประกวดอีตัว ซ่อง ....พวกนี้จะทำหน้าที่ทางวัฒนธรรมได้เหมือนพิพิธ๓ัณฑ์ หอศิลป์ หรือสถาบันดนตรี

เฮ้อ ผมละงงจริงๆ ที่มีคนอ่านบทความชั้นต่ำแบบนี้โดยไม่มีปฏิกริยาได้ยังงัย

ที่ดัดจริตสุดๆ นั้น มันอ้างสถาบันลินคอล์นที่นิวยอร์ค เป็นตัวอย่างของการอัดฉีดศิลปะสู่สังคมแบบไม่ใช่อภิชนาธิปไคย ผมจะไม่ท้วงติงเลยถ้ามันพูดแค่นั้นเพราะเป็นเรื่องจริง แต่มันดันเอาสถาบันนี้มาใช้เพื่อจะบอกว่าเป็นตัวอย่างที่เอามาชดเชยการล่มสลายของระบบคนรวยคนชั้นสูง อุปถัมภ์ศิลปะ

มันผิดครับ สถาบันลินคอล์น ยังคงเป็นตัวอย่างของการที่คนรวยคนชั้นสูงอุปถัมภ์ศิลปะ มันคือการลอกแบบระบบกษัตริย์เลี้ยงศิลปะ โดยเปลี่ยนจากกษัตริย์มาเป็นนายทุน แค่นั้นเอง นอกนั้น จิตวิญญานของการดัดจริต ยังถูกคงไว้แบบเดิมๆ เต็มร้อย

ถ้าจะยกตัวอย่างการดึงมวลชนมาอุปถัมภ์การดนตรีในโลกสมัยใหม่ ท่านต้องยกตัวอย่างเดอะพรอมที่ลอนดอนครับ เป็นมหกรรมดนตรีระดับโลกที่ตัดความดัดจริตทิ้งหมด ลากรองเท้าแตะ ก็เข้าไปดูซิมโฟนี่ได้.....คุณทำอย่างนี้ที่ลินคอล์นเซ็นเตอร์ไม่ได้


โอย เหนื่อย
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Mon May 09, 2011 8:19 pm

มาพิจารณากันทีละประโยคดู

ศิลปะและรสนิยมทางศิลปะ เป็นเรื่องของบุคลิกภาพมากกว่าทักษะและทัศนคติบางด้าน

แปลนิธิเป็นแอมเปิ้ลพัว ก็จะกลายเป็นว่า ก่อนออกจากบ้าน เอาศิลปะห้อยคอหรือยัง เลือกอันที่เสริมบุคคลิกภาพนะ......หึหึ

วันนี้บุคคลิกภาพของคุณไม่ดีเลย คุณควรใช้ศิลปะอีกชิ้นนึงมากกว่า ....อ๋าย

ในโฆษณาก็จะเกิดคำบวัญว่า เสริมบุคคลิกภาพของคุณ ด้วยศิลปะของเรา ใช้ได้ดีแม้ในส้วม หรือบนเตียงเมียน้อย.....ฮา

อะจึ๋ย นี่หรือ(วะ) ความคิดของคนที่ถูกยกเป็นปราชญ์

มาที่คำว่าทักษะ

เจ๊กหื่นมันยืนยันว่าศิลปะนั้น ทักษะเป็นรองเรื่องของบุคคลิกภาพ ผมจะยกตัวอย่างประกอบ

ปีกัสโส้ ตวัดดินสอด้วยท่วงท่าที่สง่างาม มีบุคคลิกภาพสมเป็นศิลปินอันดับหนึ่งของโลก แต่.....เส้นที่วาดออกมาอ่อนทางทักษะไปหน่อย....แต่ ไม่เป็นไรครับ เจ๊กปนลิงมันบอกว่าบุคลิกภาพเหนือกว่าทักษะ อิอิ

ดังนั้น โรงเรียนศิลปะในโลก นักเรียนต้องมีบุคคลิกภาพ ตือผมหล่อ ทาแก้มเริ่ด ใส่เสื้อเดิ้นนน ยิ้มเก๋ โดยที่ทักษะทางฝีมือ....ช่างมันก่อน




ทุด
นี่หรือ นักปราชญ์
Last edited by amplepoor on Mon May 09, 2011 9:20 pm, edited 1 time in total.
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby jaw » Mon May 09, 2011 8:40 pm

ถ้าหนูเป็น นิธิ เจอขนาดนี้ไปผูกคอตายดีกว่า

ดีใจไม่เคยหลงคารม (หนังสือ )ของมัน :D
User avatar
jaw
 
Posts: 2796
Joined: Sun Dec 19, 2010 1:09 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Mon May 09, 2011 9:02 pm

metaleka wrote:ไอ้มหาลัย เที่ยงคืน
นี่มันผลิตปราชญ์
หรือผลิตเปรต
ออกมายังไงบ้างครับ(แนวคิด)
แล้วปราชญ์เปรตนิธิ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า
คนก่อตั้งก็ไปสอนเปรตอยู่ที่ยมโลก(ไม่รู้ว่าไปก่อตั้ง มหาลัยไรอีก)

-----------------------
คนก่อตั้ง คือเจ๊กปนลิงครับ ไอ้บักเขียบที่ตายไปน่ะ เป็นสาวกเป็นมือเป็นตีน

ผมแปลกใจม เชียงใหม่จริงๆ เดิมทีก็ไม่มีอะไรที่น่าสงสัย หากจะท้าวความก็มีเพียงว่า ฝ่ายซ้ายนักศึกษาด้วยกัน ยกย่องว่าพวกที่มาจากมอชอ ทฤษฎีแม่นทุกตัว แต่มหาวิทยาลัยนี้ ก็ไม่แสดงตัวแข็งขันเหมือนทำมาสาดดดด

พอมีการตั้งคณะวิจิตรศิลป์ กลับกลายเป็นว่า พวกศิลปินในก๊วนนี้พากันไปเกาะไอ้เจ๊กเต็มไปหมด แต่ละคนชอบเอาการเมืองกับสังคมมาเล่นกับศิลปะ ดูหน้าของบางคนที่นี่ครับ
http://www.thelandfoundation.org/?Staff ... %26nbsp%3B

จะยกตัวอย่างสักหนึ่งคน มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา คุณฮูลิแกนเคยเอ่ยถึง
viewtopic.php?f=2&t=18312

เจอไอ้ข้อความนี้อยู่ในเฟศบุ๊ค ของคุณวสันต์ สิทธิเขตต์ (***โคตรถ่อยเลย) จากคนที่ใช้ชื่อว่า Mit Jai-inn
http://www.facebook.com/profile.php?v=w ... 503&ref=mf

เลยลองไปค้นดูมา...

รหัสประจำตัวประชาชน 13 หลัก: 3501300202513
ชื่อ มิตร นามสกุล ใจอินทร์ เพศ ชาย
เกิด มิถุนายน 2503 ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ตำบล บวกค้าง อำเภอ สันกำแพง จังหวัด เชียงใหม่
สถานะบุคคล อยู่ในระหว่างการพิสูจน์สถานะ ข้อมูล ณ.วันที่ 9 เมษายน 2553

พอไปดูในเฟศบุ๊คมัน มีแต่พวกหางแดงเต็มไปหมด

--------------------------

อิอิ เมียเขาก็ไม่เบาครับ กวีเสื้อแดง 'เพ็ญ ภัคตะ'
http://www.youtube.com/watch?v=gYXD0n3W ... re=related
ส่วนคลิบนี้ อย่าดูระหว่างมีอะไรในปาก ท่านอาจอ้วกจ้า
http://www.youtube.com/watch?v=NUSznkalTrY

มะหาลัยแห่งนี้มันออกแนวอิหลักอิเหลื่อ คือวางตัวเองเป็นสถาบันที่ทวนกระแส แต่แม่ม..ใช้คำว่ายูนิเวอรสิตี้ อวดว่าก้าวหน้า แต่เจือกเรียกคนทำงานว่าอธิการบดี คือสำหรับผมมันดัดจริตมากเกินไปอะครับ

แต่ถ้ามองกันที่สาระโดยรวม การกระทำขององค์กรนี้ ก็ยอมรับได้นะครับ การเป็นที่ชุมนุมของบทความวิชาการ มีย่อมดีกว่าไม่มี แต่บทความที่มี มีราคาค่างวดแค่ใหน เราคนอ่าน ย่อมต้องประเมินเอาเอง

แต่ส่วนที่ไม่ต้องประเมินก็คือ ทุนทำงานมาจากไอ้แม้ว คนก่อตั้งล้มละลายทางจริยธรรม จะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เพราะองค์กรของคุณอิงแอบระบบคุณค่าดั้งเดิม เว้นแต่คุณจะเปลี่ยนชื่อเวบของคุณเป็นสภาเอี้ยล้านนา เรียกคนทำงานว่า บ้ากาม บ้ากามมาก บ้ากามสุดๆ....แบบนี้เชิญเอากันตามสะบาย เปิดเวบแคมด้วยเรายิ่งไม่ว่า

แต่ถ้าใช้ศัพท์ว่ามหาวิทยาลัย อธิการบดี กระบวนวิชา คำสอน...คำพวกนี้มีส่วนผสมของคุณงามความดีอยู่ข้างใน

สั ต ว์ น ร ก อย่างพวกคุณ ห้ามใช้
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Huligan » Mon May 09, 2011 9:03 pm

amplepoor wrote:*วิธีคิดแบบขาดชีวิต เป็นกับดักที่พวกนี้ดิ้นไม่หลุด นิธิก็คิดว่า การใช้วาจาดัดจริต การเสนอมุมมองลบหลู่อดีต การแหกกระแส หรือการเสนออุดมคติแบบซ้ายๆ จะทรงพลังตลอดเวลา ผมว่าเวลารุ่งเรืองของหมอนี่ มันจบสิ้นไปตั้งนานแล้ว เพียงแต่ยังขายทรากไปได้อีกระยะหนึ่ง
พอมาเลียตีนแม้ว ตัวถังที่ฉาบสีไว้ก็เลยปริ เห็นสนิมข้างในเต็มๆ


คุณ Ampฯ กำลังนำเสนอว่า พวกนี้กำลังโฆษณาขาย ยารักษาไข้ทรพิษ ในยุคที่ไข้ทรพิษแทบสูญสิ้นไปเกือบหมดแล้ว หรือเปล่าครับ?
*หรือว่าผมเข้าใจไม่ตรงประเด็น?
:roll:
ทฤษฎีของ เดล คาเนกี ใช้กับเหิ้ยหางแดงไม่ได้

การตัดหางลูกอ๊อด ไม่ได้ทำให้ลูกอ๊อดกลายเป็นกบได้!!!
User avatar
Huligan
 
Posts: 1203
Joined: Mon Jan 12, 2009 3:33 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Mon May 09, 2011 9:18 pm

Huligan wrote:คุณ Ampฯ กำลังนำเสนอว่า พวกนี้กำลังโฆษณาขาย ยารักษาไข้ทรพิษ ในยุคที่ไข้ทรพิษแทบสูญสิ้นไปเกือบหมดแล้ว หรือเปล่าครับ?
*หรือว่าผมเข้าใจไม่ตรงประเด็น?
:roll:

--------------
เปล่าครับ พวกนี้กำลังขายไข้ทรพิษ โดยหลอกว่าเป็นยาแก้พิษครับ

เอาคลิบเปรียบเทียบระหว่างเดอะพรอม การแสดงดนตรีคลาสสิคที่แหวกขนบ
http://www.youtube.com/watch?v=zt1W9itM2EY
ท่านจะเห็นว่า เขามาดูกันเหมือนมาเชียร์บอลล์ ในนั้นหาคนดัดจริตสักคนไม่มี...อ้อ เขายอมให้กินเบียร์ด้วยนะ

กับเมกา ประเทศของสามัญชน แต่ดัดจริตทำตัวเป็นคนชั้นสูง
Avery Fisher Hall @ Lincoln Center
http://www.youtube.com/watch?v=LGPqje5Nv1M
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby juneyeb » Mon May 09, 2011 11:33 pm

อ่านงานของ นิธิ น้อยไปป่าว
งานของนิธิพูดถึงสังคมไทยได้ตรงที่สุดออกแนวโพสโมเดิร์นเล็กน้อย

อยากให้อ่านงานของอ.เกษียร ด้วยวิพากสังคมไทยได้ตรงจุดอีกคน ในความเมื่อวัน 6 พ.ค. ในมติชนได้ข้อคิดอีกมุมหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากๆ
ห้ามฉันพูด ฉันก็จะพิมพ์ ห้ามฉันพิมพ์ ฉันก็จะเขียน ห้ามฉันเขียน ฉันก็จะคิด ห้ามฉันคิด ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน

สมบัติ บุญงามอนงค์
User avatar
juneyeb
 
Posts: 273
Joined: Tue Apr 19, 2011 4:56 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby ตามนั้น » Mon May 09, 2011 11:57 pm

ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ ทำได้เพียงขอแสดงตัวว่าติดตามอ่านกระทู้นี้ครับ ;)
User avatar
ตามนั้น
 
Posts: 598
Joined: Wed Nov 25, 2009 12:46 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Tue May 10, 2011 12:25 am

juneyeb wrote:อ่านงานของ นิธิ น้อยไปป่าว
งานของนิธิพูดถึงสังคมไทยได้ตรงที่สุดออกแนวโพสโมเดิร์นเล็กน้อย

--------------------------
ตาหลกความเห็นของคุณจังเรยคับ

ผิดก็คือผิด โง่ก็คือโง่ ไม่เกี่ยวกับอ่านมากอ่านน้อย ไม่เกี่ยวกับแนวโป๊สโมเดิ้นหรือไม่โป๊สโมเดิ้น

ยิ่งคุณสรุปว่านายคนนี้พูดถึงสังคมไทยได้ตรงที่สุด ยิ่งแสดงว่าคุณอ่านงานของเขาน้อยเกินไป และอ่านไม่แตก เขาเป็นคนที่เขียนประเด็นได้คลุมเครือที่สุดคนหนึ่ง เทียบเป็นลิเกก็ออกแขกอยู่นั่นแหละ

ผมชำแหละงานของเขา ดึงมาแต่ละประโยคที่มีปัญหา ไม่มีความจำเป็นต้องไปอ่านงานของเขาทุกชิ้นเลย คนโง่ พูดคำเดียวก็โง่ คนโกหก พูดคำเดียวก็รู้ว่าโกหก คนไม่รู้จริง พูดคำเดียวก็รู้ว่าตอแหล....นี่คุณไม่ได้อ่านที่ผมเขียนเลย แวะมาเพื่อจะปกป้องเขาเท่านั้นเองละหรือ

อิอิ ระดับนิธิผมยังสับไม่เหลือ กะอีคนที่เอาลายจุดมาเป็นไอ้จ้อน บอกตรงๆ ไม่มีราคาครับ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Huligan » Tue May 10, 2011 1:20 am

jaw wrote:(เหมือน) หวังดี (แต่) ประสงค์ร้าย อธิบายตัวเขาได้ดีพอสมควรเลยนะคะ เพราะเท่าที่ติดตามเขามาหนูรู้สึกตลอดเลยว่าเขาเป็นพวกล้ม คือเป็นอีแอบแบบเนียนน่ะค่ะ แบบที่พี่แอมว่าเขาเล่นบทสองหน้านั่นก็อาจเพราะเขาขี้ขลาดเกินไป
ตอนที่เขาถูกเล่นเรื่องหมิ่น หนูแอบลุ้นตัวโก่ง แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อเขาหลุด หรือหนูจะคิดมากไปรึเปล่าไม่รู้นะคะ แต่ก็ขอบคุณค่ะที่ตอบความเห็น เดี๋ยวหนูจะลองดูเขาใหม่อีกที อิอิ


ตามมุมมองผม > ส.ศิวลึงค์ มีความเป็น"คนจริง" มากกว่าไอ้สมสู่ไม่เจียมฯ
เพราะแกเคยลงไปลุยจริงๆมาแล้ว กับอำนาจรัฐ แม้จะดูเหมือนบ้า แต่ก็นับว่าแน่ระดับหนึ่ง
เมื่อเทียบกะไอ้หงอก ที่เอาแต่เห่าอยู่ในบอร์ด และเก่งแต่หลอกควายให้ไปตายแทน
เวลา ส.แกโพล่งอะไร ก็เล่นมันโต้งๆ ไม่ค่อยมีประเภทแอบเนียนหลอกด่า เหมือนไอ้หงอก
แกเลยโดนคดีโดนฟ้องร้องบ่อยกว่าอีแอบอย่างไอ้หงอก
8-)
ทฤษฎีของ เดล คาเนกี ใช้กับเหิ้ยหางแดงไม่ได้

การตัดหางลูกอ๊อด ไม่ได้ทำให้ลูกอ๊อดกลายเป็นกบได้!!!
User avatar
Huligan
 
Posts: 1203
Joined: Mon Jan 12, 2009 3:33 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Tue May 10, 2011 1:30 am

ขอบอกความลับข้อหนึ่งว่า เวลาที่ส. ถูกดำเนินคดี ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ออกมาช่วยแกอย่างหนักแน่น เพียงแต่ไม่ได้ออกหน้าสื่อ เรื่องพวกนี้ สะท้อนกำพืดคนครับ

ส ถูกดำเนินคดี เพราะถูกแกล้ง ดูจากเนื้อหาแล้วสำนวนไม่ไปถึงขั้นหมิ่น แต่ถ้าคนใหญ่คนหนึ่งอยากให้เขาเจออะไรเจ็บๆ เจ้าพนักงานก็ต้องตามน้ำ แต่ก็จะมีคนที่ใหญ่พอกัน ออกมาขออำนวยความสะดวก

ถ้าจะให้สรุป ผมว่าท่าทีของแกนั้น ตรงกับคำว่าตบหัวแล้วลูบหลัง ผมว่าไม่ค่อยน่าสนับสนุนสักเท่าไร นานๆ โดนตบเกรียนสักที ก็เหมาะสมครับ
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby jaw » Tue May 10, 2011 8:28 am

Huligan wrote:
jaw wrote:(เหมือน) หวังดี (แต่) ประสงค์ร้าย อธิบายตัวเขาได้ดีพอสมควรเลยนะคะ เพราะเท่าที่ติดตามเขามาหนูรู้สึกตลอดเลยว่าเขาเป็นพวกล้ม คือเป็นอีแอบแบบเนียนน่ะค่ะ แบบที่พี่แอมว่าเขาเล่นบทสองหน้านั่นก็อาจเพราะเขาขี้ขลาดเกินไป
ตอนที่เขาถูกเล่นเรื่องหมิ่น หนูแอบลุ้นตัวโก่ง แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อเขาหลุด หรือหนูจะคิดมากไปรึเปล่าไม่รู้นะคะ แต่ก็ขอบคุณค่ะที่ตอบความเห็น เดี๋ยวหนูจะลองดูเขาใหม่อีกที อิอิ


ตามมุมมองผม > ส.ศิวลึงค์ มีความเป็น"คนจริง" มากกว่าไอ้สมสู่ไม่เจียมฯ
เพราะแกเคยลงไปลุยจริงๆมาแล้ว กับอำนาจรัฐ แม้จะดูเหมือนบ้า แต่ก็นับว่าแน่ระดับหนึ่ง
เมื่อเทียบกะไอ้หงอก ที่เอาแต่เห่าอยู่ในบอร์ด และเก่งแต่หลอกควายให้ไปตายแทน
เวลา ส.แกโพล่งอะไร ก็เล่นมันโต้งๆ ไม่ค่อยมีประเภทแอบเนียนหลอกด่า เหมือนไอ้หงอก
แกเลยโดนคดีโดนฟ้องร้องบ่อยกว่าอีแอบอย่างไอ้หงอก
8-)


ว่าไงดีล่ะ กับสมศักดิ์เจียมหนูไม่ให้ราคานะ คือถ้าเปรียบกับหมอนี่ ใครๆก็คงกล้าหาญหมดแหละค่ะ เก่งแต่ในรู อิอิ
ที่ว่า ส. ขี้ขลาด เพราะพฤติกรรมตี 2 หน้าของเขานั่นแหละ มันคล้ายๆอยากเปิดหน้าชน แต่ไม่กล้าพอเลยต้องเล่นบทตบมั่งจูบมั่ง หรือตบหัวแล้วลูบหลังอย่างที่พี่แอมว่าไว้น่ะค่ะ

เออ หนูยังต้องตามดูเขาอีกนะ บางทีความรู้สึกนี้อาจผิดก็ได้ ^^
User avatar
jaw
 
Posts: 2796
Joined: Sun Dec 19, 2010 1:09 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Elessar01 » Tue May 10, 2011 9:37 am

juneyeb wrote:อ่านงานของ นิธิ น้อยไปป่าว
งานของนิธิพูดถึงสังคมไทยได้ตรงที่สุดออกแนวโพสโมเดิร์นเล็กน้อย

อยากให้อ่านงานของอ.เกษียร ด้วยวิพากสังคมไทยได้ตรงจุดอีกคน ในความเมื่อวัน 6 พ.ค. ในมติชนได้ข้อคิดอีกมุมหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากๆ



แค่เรื่องที่บอกว่า สงกรานต์เป็นวัฒนธรรมที่คนไทยสามารถละเมิดกันได้อย่างเท่าเทียม (ผู้ใหญ่-เด็ก)

ก็จะอ้วกแตกแล้ว

คนไทยมี 60กว่าล้านคน ทุกคนต้องเล่นสงกรานต์แบบที่สีลมเท่านั้นเหรอ

มันพูดถึงสังคมไทยได้ตรงที่สุดตรงไหน...

ปล. ผมไม่แปลกใจหรอกที่คนที่มีความคิดล้มเจ้าแบบคุณจะชาบูๆ นิธิ
User avatar
Elessar01
 
Posts: 163
Joined: Wed May 04, 2011 8:13 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby juneyeb » Tue May 10, 2011 10:17 am

เหมือนดังที่อ.นิธิ ว่าไว้จริงๆการโนโหวตคือการไร้เดียงสาทางการเมือง
ห้ามฉันพูด ฉันก็จะพิมพ์ ห้ามฉันพิมพ์ ฉันก็จะเขียน ห้ามฉันเขียน ฉันก็จะคิด ห้ามฉันคิด ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน

สมบัติ บุญงามอนงค์
User avatar
juneyeb
 
Posts: 273
Joined: Tue Apr 19, 2011 4:56 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby wanakon59 » Tue May 10, 2011 10:43 am

ขออนุญาตถามค่ะ ระหว่างนิธิ กับ ไมเคิล ไรท์ ใครที่มองสังคมไทยได้ทะลุกว่ากันค่ะ
User avatar
wanakon59
 
Posts: 53
Joined: Thu May 20, 2010 1:58 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby wanakon59 » Tue May 10, 2011 10:46 am

ถามคุณแอม นะค่ะ ไม่อยากได้คำตอบของคนข้างบนค่ะ :D :lol:
User avatar
wanakon59
 
Posts: 53
Joined: Thu May 20, 2010 1:58 pm


Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby Jack_SAA » Tue May 10, 2011 12:24 pm

เรียนปรัชญา


เรียนอะไร ถ้าเรียน อย่างปรัชญา

ที่เทียบกับ คำว่า ฟิโลโซฟี่

เรียนจนตาย ก็ไม่ได้ พบวิธี

ที่อาจขยี้ ทุกข์ดับ ไปกับกร


เพราะมันเรียน เพื่อมิให้ รู้อะไร

ชัดลงไป ตามที่ธรรม- ชาติสอน

มัวแต่โยก โย้ไป ให้สั่นคลอน

สร้างคำถาม ป้อนต้อน รอบรอบวง


ไม่อาจจะ มีวิมุตติ เป็นจุดจบ

ยิ่งเรียนยิ่ง ไม่ครบ ตามประสงค์

เป็นเฮโรอีน สำหรับปราชญ์ ที่อาจอง

อยู่ในกรง ปรัชญา น่าเอ็นดูฯ

***********************************************

พุทธทาส ภิกขุ สวนโมกข์ สุราษฎร์ธานี
รกแผ่นดิน รกแผ่นดิน กำจัดมันไปอย่าให้รกแผ่นดิน
รกแผ่นดิน รกแผ่นดิน กำจัดมันไปอย่าให้รกแผ่นดิน


www.youtube.com/watch?v=6VtPPnctUMM
User avatar
Jack_SAA
 
Posts: 546
Joined: Mon Dec 13, 2010 11:24 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby ตามนั้น » Tue May 10, 2011 12:29 pm

wanakon59 wrote:ถามคุณแอม นะค่ะ ไม่อยากได้คำตอบของคนข้างบนค่ะ :D :lol:

รออ่านด้วยคนครับ สมัยที่ยังอ่านมติชน ผมชอบไมเคิลไรท์มากที่สุด
ตอนนั้นก็เกือบหลงลมนิธิเหมือนกัน :D
User avatar
ตามนั้น
 
Posts: 598
Joined: Wed Nov 25, 2009 12:46 pm

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby amplepoor » Tue May 10, 2011 8:52 pm

wanakon59 wrote:ขออนุญาตถามค่ะ ระหว่างนิธิ กับ ไมเคิล ไรท์ ใครที่มองสังคมไทยได้ทะลุกว่ากันค่ะ

--------------------
ไมเคิล ไรท์นี่ ผมอ่านข้อเขียนเขาน้อยมากครับ ผมทราบว่าแกถูกบุญชู จ้างมาเขียนสปีชให้แบ้งค์ดอกบัว แกก็เลยมาอยู่สังกัดมูลนิธิที่คุณหญิงตาวิเศษดูแล มีเนาวรัตน์ มีเอนกร่วมงานด้วยกัน ต่างก็สนิทกับสุจิตมันเทศ ซึ่งสนิทกับบุญชู..... แล้วตอนหลังแกก็เอาดีทางอ่านจารึก เป็นนักอ่านจารึกที่วิตถารที่สุดในโลก

เรื่องของเรื่องคือมีการสัมนาจารึกหลักที่สอง ซึ่งเป็นจารึกที่ข้อความยาวเหยียดแต่อ่านไม่รู้เรื่อง นอกจากข้อความมันกระเทาะไปมากแล้ว การเรียงความก็เข้าใจยาก

ในโลกนี้มีแค่คุณเมฆ มณีวาจาเท่านั้น ที่อ่านเข้าใจดี

แกบอกว่า จารึกนี้ ที่จริงเป็นการถอดเทปคำพูดของท่านมหาเถร.....อะจ๊าก ถอดเทปกันเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อนน่ะนะ คือแกบอกว่า ท่านมหาเถร ตอนนั้นแก่แล้ว เล่าเรื่องอะไรก็ไม่ปะติดปะต่อ บางทีกำลังเล่าเรื่องกรุงสุโขทัยอยู่ จู่ๆ แกก็ข้ามไปเล่าเรื่องเมืองลังกา.....อาลักษณ์ก็จดตาม ไม่ตกหล่น มันก็เลยอ่านไม่รู้เรื่อง

ตั้งแต่นั้นมา เจอชื่อนี้ ไม่ว่าที่ใหน ผมก็จะข้ามไปเสียทุกที เว้นแต่แถวนั้นไม่มีหนังสือขายหัวเราะ


จบข่าวสยอง เอ้ย ข่าวสั้น เพียงเท่านี้
User avatar
amplepoor
 
Posts: 2363
Joined: Wed Apr 06, 2011 2:52 am

Re: ปราชญที่โง่ที่สุด

Postby ตามนั้น » Tue May 10, 2011 9:20 pm

เวรกรรม ไมเคิลไรท์ผมไปซะละ :lol: ตอนยังอ่านมติชน
ตอนนั้นที่ชอบคงเพราะเป็นฝรั่ง แต่เขียนเกี่ยวกับสังคมไทยตรงดี(ตามความเข้าใจของผม)
User avatar
ตามนั้น
 
Posts: 598
Joined: Wed Nov 25, 2009 12:46 pm

PreviousNext

Return to สภากาแฟ



cron