jaw wrote:Tam-mic-ra wrote:ก็เราไม่ใช่นัก กม.นิ
ไม่ใช่ช่องทางอาชีพเรา
ก็เห็นแจ๋วโพล่งง่อยๆมาก่อน ไม่ชัดเจน
เราก็เลยคิดว่ามี กม. ภาษีมรดกแล้ว
เลยสงกะสัย ก็แค่นั้น
โพล่งง่อยๆตรงไหน มรดกมันไม่ไช่ได้รับจากคนตายเท่านั้นนิ อันนั้นน่ะยังไม่มีใช้จริง แต่มรดกที่ให้ด้วยเสน่หาเขาใช้กันมานาน 2 นานแล้วคุณไม่รู้เอง ไม่รู้เฉยๆยังพอให้อภัย ไม่รู้แล้วยังแพล่มไปแบบไม่รู้จนคนเค้าสบสนงงงันไปหมดทํงสังคมเนี่ย น่าประณามนะคะ![]()
![]()
เออ รู้มั้ยเราอายุ 23 แล้วก็ไม่ได้เป็นนักกฎหมายเหมือนกัน ฮา
นี่เท่ากะแจ๋วแช่งนายสุเทพให้ตาย นะเนี่ย
แจ๋วไม่น่าใช้คำว่า ภาษีมรดก เลย
น่าจะเรียกเป็น อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา หรือเปล่า
ง่อยตรงนี้อ่ะแหล่ะมั้ง
น่าประณามนะครับ
ข้อมูลเสริม
ความหมายของภาษีมรดก
ภาษีมรดกจัดเป็นภาษีทรัพย์สินประเภทที่เรียกเก็บจากความตายของเจ้าของมรดกเป็นสำคัญ
และ
๒.๑ สำหรับการขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ ๕๐ ของเงินได้ เหลือเท่าใด ถือเป็นเงินได้สุทธิ แล้วหาร ด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
ความงงของเรา
ข้อ 2.1 ข้างบน คือที่ทนายแจ๋วบอกว่านายสุเทพได้ยอมเสียภาษี (จริงๆถ้าให้โดยสเน่หา ต้องเรียกเก็บจากลูกเมื่อลูกขายต่อ แจ๋วใช้คำก็มั่วแล้ว)
งง ว่า ภาษีเงินได้ ว่าสุเทพให้โดยสเน่หาแล้วนายเทพเทือกเอาอะไรไปคำณวณภาษีหว่า ทนายแจ๋วตอบด้วย


