ข้อมูลการปล่อยน้ำเดือนเมษายนปีนี้ โดยเริ่มจากเขื่อนสิริกิตติ์มีข้อมูลว่า
- เมษา 54 ปริมาณน้ำในเขื่อน 50.21% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 7.0 ล้านลบม. ในขณะที่ปี 53 ปริมาณน้ำ 37.95% ระบายน้ำถึง 12 ล้านลบม.
- พค 54 ปริมาณน้ำในเขื่อน 52.63% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 7.5 ล้านลบม. ในขณะที่ปี 53 ปริมาณน้ำ 36.90% ระบายน้ำถึง 8.3 ล้านลบม.
- มิย 54 ปริมาณน้ำในเขื่อน 60.27% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 0.0 ล้านลบม. ในขณะที่ปี 53 ปริมาณน้ำ 34.10% ระบายน้ำถึง 11.0 ล้านลบม
นี้คงเป็นแค่ตัวอย่างและข้อมูลเบื้องต้น ที่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ มักจะมองข้อมูลนี้กันแบบแปลก ๆ
ว่ามีการกลั่นแกล้งกันเพื่อทำให้น้ำท่วม............................................
แต่ผมขอคิดนอกกรอบ(เสื้อแดง)หน่อยน่ะครับ หรือ ต้องบอกว่าคิดถึงประโยชน์ที่แท้จริง ๆ ของเขื่อนดีกว่า
ถ้าให้ไล่ลำดับของประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญที่สุด คือ การเก็บกักน้ำไว้ใช้เพาะปลูกในยามหน้าแล้ง หรือ ยามที่ไม่มีน้ำ
การแก้ปัญหาน้ำท่วมน่าจะเป็นประโยชน์ รองลงมามากกว่า
ดังนั้นถ้าเรารู้ถึงประโยชน์สูงสุดแล้ว ข้อมูลที่เสื้อแดงนำมาลง คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสักเท่าไหร่ ความผกผัน สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับเหตุผลนี้
ข้อมูลปี 54 แสดงให้เห็นว่าน้ำมาเยอะ นั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าน้ำไม่ได้เยอะเฉพาะแค่เขื่อน ยังเยอะถึงพื้นที่เพาะปลูกด้วย ดังนั้นหาก ปล่อยน้ำมากกว่าไปกว่า อาจจะท่วมพื้นที่เพาะปลูก ดังที่มี ข่าวอย่างที่เห็น ในการเผชิญหน้ากันของชาวบ้านหลาย ๆ ที่ เพราะเรื่องของ ผลผลิตทางการเกษตร
ข้อมูลปี 53 ชี้ให้เห็นว่า น้ำน้อย ย่อมไม่แปลกอะไร ที่จะต้องปล่อยน้ำเยอะกว่าปกติ
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การปล่อยน้ำ แต่อยู่ที่มุมมองมากกว่า ถ้าจะวัดว่าน้ำท่วมเพราะอะไร คงต้องมาดูในเรื่องของ ปริมาณน้ำที่เข้าเขื่อนมากกว่าการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน
ถ้าอยากจะถกปัญหาเรื่องน้ำท่วม คงต้องเอาข้อมูลน้ำเข้าครับ ไม่ใช่ การปล่อยน้ำ ดูว่าขีดความสามารถของเขื่อนรับได้ขนาดไหน ศึกษาว่าทำไมน้ำถึงมาเยอะกว่าปกติ
สิ่งที่เรากังวลมาตั้งแต่ดึกดำบรร คือเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า จนไม่มีป่าซึมซับน้ำได้ คือ ผลลงโทษอยู่ใน ณ ขณะนี้หรือไม่ครับ


