
Argus wrote:มาพูดถึงโมเลกุลเคมี.
วิทยาศาสตร์แต่ละแขนงล้วนมีช่องโหว่เป็นของตัวเองครับ.
ในทางเคมีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนประกอบทางเคมี จนทำให้ไม่สามารถหาตัวยาได้จริงครับ แต่จะเป็นส่วนน้อย.
อันเนื่องมาจากว่า ผู้ผลิตยา เคมีต่างๆ จะทราบคุณสมบัติการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเสมอ ว่า ถ้าใช้สาร ตัวใดจะแปรคุณสมบัติเป็นอย่างไรครับ. 99.9 % สามารถ ที่จะตรวจพบได้แน่นอน เว้นแต่มีคิดค้นเคมีใหม่ขึ้นมาแล้วระบบการตรวจสอบไม่เจอ.
ซึ่งจริงๆ แล้วการผสมเคมีใหม่ ให้ตรวจหาไม่เจอ ส่วนใหญ่ จะเป็นพิษ ใช้ในการลอบสังหารซะมากกว่า.
eAT wrote:คุณไปลองทำให้กระดาษดู คุณจะเห็นทุกครั้งที่คุณอย่างที่คุณเขียนมา
เศษที่ได้มันจะเปลี่ยนไปทุกครั้ง มีการสะสม แบบนี้มันอ้างไม่ได้ว่า
ทำวน loop แล้วมันจะเหมือนเดิม ขณะที่วิธีของผม มันยืนยันทุกครั้งว่า
เศษมันจะได้ 9 เสมอ
ถ้าคุณว่าความเห็นในหว้ากอถูก
0.999... = 1 สิ อย่าเอาแต่ใช้อีโก้ตัวเองสิ
Argus wrote:paradox คือ ความขัดแย้งทางหลักการครับ.
เช่นการย้อนเวลาไปฆ่าปู่ของตัวเองแล้วตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร.
ความขัดแย้งของกฏ เรื่องความเร็ว แต่หาค่าการสัมผัสไม่ได้.
แต่นั่นเป็นเพราะว่า scale ที่เรากำหนดขึ้นมามีช่องโหว่ใช่หรือไม่.
เราจะนับอะไรเป็นการสัมผัสหล่ะ ผิดหนังบางๆ ลมปลายลูกศร. 1 มิลลิเมตร ต่อหน้าสัมผัส.
0.0000001 นาโนเมตร.
ถ้าเราลด scale ความเร็วลูกศร กับนักรบลงเหลือ 1 นาโนเมตร ต่อวินาที
นั่นแปลว่า ระยะระหว่างลูกศร กับตัว นักรบยิ่งหดสั้นลงไปอีกใช่หรือไม่

eAT wrote:Argus wrote:paradox คือ ความขัดแย้งทางหลักการครับ.
เช่นการย้อนเวลาไปฆ่าปู่ของตัวเองแล้วตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร.
ความขัดแย้งของกฏ เรื่องความเร็ว แต่หาค่าการสัมผัสไม่ได้.
แต่นั่นเป็นเพราะว่า scale ที่เรากำหนดขึ้นมามีช่องโหว่ใช่หรือไม่.
เราจะนับอะไรเป็นการสัมผัสหล่ะ ผิดหนังบางๆ ลมปลายลูกศร. 1 มิลลิเมตร ต่อหน้าสัมผัส.
0.0000001 นาโนเมตร.
ถ้าเราลด scale ความเร็วลูกศร กับนักรบลงเหลือ 1 นาโนเมตร ต่อวินาที
นั่นแปลว่า ระยะระหว่างลูกศร กับตัว นักรบยิ่งหดสั้นลงไปอีกใช่หรือไม่
ระยะทางระหว่างลูกศร กับนักรบหดไปเรื่อยๆ
แต่จะไม่มีทางเท่ากับศูนย์ ด้วยวิธีการหารไปได้เรื่อยๆ
เหมือนหลักที่คุณคิด 0.999... != 1
ถ้ามันไม่เท่ากันหนึ่งแสดงว่าต้องช่องห่างเสมอ
ระหว่างธนูกันนักรบ แต่ในความเป็นจริงนักรบ
จะถูกยิงแน่ๆ แสดงว่าวิธีคิดแบบนี้ผิด ซึ่งตั้งแต่
กรีกจนมาถึงนิวตัน ไม่มีใครตอบปัญหานี้ได้
ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ จึงเรียกปัญหานี้ว่า Paradox
คุณกลับไปอ่านในลิงค์ที่ให้ไว้ดีกว่า ผมอาจจะอธิบาย
ได้ไม่ค่อยดี เพราะคำที่ยกมา เอามาจากหนังสือที่
เขาบอกว่าเหมาะสมกับเด็ก 12 ขวบ!!!
TIME & SPACE
mary and john bribbin
dorling kindersley
bhattee wrote:ตรวจหาไม่ได้ไม่แปลกหรอกครับ แต่ยังไงก็ต้องน่าจะเจอ product ของมัน
หรืออาจจะเปลี่ยววิธีก็ตรวจได้ครับ อันนี้คือประเด็นครับ ว่าทำไมมีคนที่อยากรู้ว่าบ.มันใส่ยามาไหม เนี้ยมีแค่อ.คนนั้นกับผมเท่านั้นเอง
ส่วนข้อสงสัยนั้นก็ประมาณเดียวกันน่ะครับว่าจริงๆแล้วมันยังไง โมเลกุลสุดท้ายหายไปได้จริงไหม หรือว่ามันเป็นค่าที่ได้การคำนวนตามหลัก Calculus
ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นช่องโหว่งก็ได้ครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องปิดก็ได้เพราะว่ามันใช้ได้จริงๆแล้ว จะซึมนิดนึงก็ได้
แต่ความอยากรู้ในเชิงทฤษฏีมันก็อีกเรื่องนึงนะครับ
Argus wrote:bhattee wrote:ตรวจหาไม่ได้ไม่แปลกหรอกครับ แต่ยังไงก็ต้องน่าจะเจอ product ของมัน
หรืออาจจะเปลี่ยววิธีก็ตรวจได้ครับ อันนี้คือประเด็นครับ ว่าทำไมมีคนที่อยากรู้ว่าบ.มันใส่ยามาไหม เนี้ยมีแค่อ.คนนั้นกับผมเท่านั้นเอง
ส่วนข้อสงสัยนั้นก็ประมาณเดียวกันน่ะครับว่าจริงๆแล้วมันยังไง โมเลกุลสุดท้ายหายไปได้จริงไหม หรือว่ามันเป็นค่าที่ได้การคำนวนตามหลัก Calculus
ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นช่องโหว่งก็ได้ครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องปิดก็ได้เพราะว่ามันใช้ได้จริงๆแล้ว จะซึมนิดนึงก็ได้
แต่ความอยากรู้ในเชิงทฤษฏีมันก็อีกเรื่องนึงนะครับ
ในทางเคมีมันซึมผ่านน้ำครับ. น้ำ่ผ่านถึงหมด มันก็เปลี่ยนหมดทันทีครับ.
เขาถึงห้ามยาบางตัวไม่ให้ชื้น เมื่อผ่านน้ำ แล้ว ค่าที่น้ำแตะต้องมันเปลี่ยน สารเคมีก็เปลี่ยนรูปแบบตามไปด้วยครับ.
โอกาสหาสารตั้งต้นมีครับ แต่มันจะหาหรือเปล่านั่นน่ะสิครับ. ผมคิดว่ามันไม่หาไง เพราะตอนที่แย้งว่าเคมีมันหมดอายุ ตรวจวัดไม่ได้มันก็มีซองน้ำตาล ยื่นให้ใต้โต๊ะ
Argus wrote:เศษส่วนคุณเป็น 81 แต่มันไม่สิ้นสุดนะครับ.
การตั้งหารแบบนั้นเป็นการพยายามทำให้มัน สิ้นสุด
9/9 = 1 แต่คุณไม่ทำให้สิ้นสุด เป็นการใช้ วิธีการหารเข้าข้างตัวเองผมถามว่า 81 ของคุณสิ้นสุดที่ตรงไหน.
เมื่อ 81 ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วการที่ผมจะหารแบบ ไม่กำหนดจุดสิ้นสุดผมจะผิดด้วยเหรอครับ.
แม้ว่ามันจะไม่ได้ลง 81 ซ้ำไม่จำกัด มีคนตั้งคำถามคุณใน หว้ากอนี่ครับว่า ถามเด็กป.4 ไม่มีใครนั้่งหาร 9/9 ได้ 0.99999... หรอกครับ

eAT wrote:ระยะทางระหว่างลูกศร กับนักรบหดไปเรื่อยๆ
แต่จะไม่มีทางเท่ากับศูนย์ ด้วยวิธีการหารไปได้เรื่อยๆ
เหมือนหลักที่คุณคิด 0.999... != 1
ถ้ามันไม่เท่ากันหนึ่งแสดงว่าต้องช่องห่างเสมอ
ระหว่างธนูกันนักรบ แต่ในความเป็นจริงนักรบ
จะถูกยิงแน่ๆ แสดงว่าวิธีคิดแบบนี้ผิด ซึ่งตั้งแต่
กรีกจนมาถึงนิวตัน ไม่มีใครตอบปัญหานี้ได้
ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ จึงเรียกปัญหานี้ว่า Paradox
คุณกลับไปอ่านในลิงค์ที่ให้ไว้ดีกว่า ผมอาจจะอธิบาย
ได้ไม่ค่อยดี เพราะคำที่ยกมา เอามาจากหนังสือที่
เขาบอกว่าเหมาะสมกับเด็ก 12 ขวบ!!!
TIME & SPACE
mary and john bribbin
dorling kindersley
bhattee wrote:อย่าทิ้งผมไปน่ะครับ ผมอ่านเรื่องนี้ลงไปตอนท้ายๆแล้วครับ
มันเกี่ยวกับ 1/3 แล้วควอนตัมด้วยนี่ครับ เหมือนว่ามันยังมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวบท
อ.จะขยายต่อให้ผมหน่อยได้่ไหมครับ
เพราะไม่ได้รู้ตื่นเต้นกับเรื่องแบบนี้มากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ครับ
Argus wrote:แต่ผมบอกแต่ต้นแล้วว่าในทางฟิสิกส์ไม่นับเรื่องนี้เป็น paradox อย่างที่คุณยกมา เพราะว่า เขามีค่าที่ชัดเจนว่า มันปะทะ ที่ 22/7 วินาที โดยไม่มีการระบุ เป็น เศษส่วน ครับ

eAT wrote:bhattee wrote:อย่าทิ้งผมไปน่ะครับ ผมอ่านเรื่องนี้ลงไปตอนท้ายๆแล้วครับ
มันเกี่ยวกับ 1/3 แล้วควอนตัมด้วยนี่ครับ เหมือนว่ามันยังมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวบท
อ.จะขยายต่อให้ผมหน่อยได้่ไหมครับ
เพราะไม่ได้รู้ตื่นเต้นกับเรื่องแบบนี้มากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ครับ
== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล ==
ridkun wrote:1/3 = 0.333...
คูณ 3 ทั้งสองข้าง เป็น
3 x 1/3 = 3 x 0.333...
ดังนั้น
1 = 0.999...
ridkun wrote:1/3 = 0.333...
คูณ 3 ทั้งสองข้าง เป็น
3 x 1/3 = 3 x 0.333...
ดังนั้น
1 = 0.999...
หรือ
(1) x = 0.999...
(2) 10x = 9.999...
เอา (2) - (1)
10x - x = 9.999... - 0.999...
9x = 9
x = 1
นำไปแทนใน (1) ดังนั้น 1 = 0.999...
ใครแย้งได้โดยไม่ขัดกับสมการข้างต้น เชิญ
ส่วนเรื่อง limit นั้น ไม่เกี่ยวกับทฤษฎี finite number
เช่นถ้าให้หา limit ของ n - 1 / n เมื่อ n เข้าใกล้ infinity
(1000 - 1) / 1000 => 0.999
(1000000 - 1) / 1000000 => 0.999999
(1000000000000 - 1) / 1000000000000 => 0.999999999999
...
ซึ่งก็จะได้คำตอบว่า limit เป็น 1 ซึ่งหมายความว่า เมื่อค่า n มากขึ้นเรื่อยๆ
n - 1 / n ก็จะเข้าใกล้ค่า 1 ขึ้นเรื่อยๆ หรือจะตอบว่า 0.999... ก็ได้ เพราะมันก็ค่าเดียวกัน


eAT wrote:
ยืนยันว่า Xeno เป็นปัญหาทางฟิสิกส์ ไม่ใช่ปัญหาทางคณิตศาสตร์
สูตรคณิตศาสตร์ เขาคิดได้มานามแล้วล่ะ
s = V1*t สมการของธนู
s = V2*t + 100 สมการของนักรบ และอยู่ห่าง 100
V1 = 10*V2 ความเร็ว 10 เท่า
แทนค่าได้ s = V1*t/10 +100
กลับมาแทนค่า t ด้วยสมการบนสุด
s = (v1*s/V1)/10 + 100 = s/10 + 100
s = 1000/9 ลูกธนูจะชนตัวนักรบพอดี
ขณะที่ Xeno เสนอวิธีคิด ให้ขยับไปทีละนิด ขณะที่ธนูขยับ นักรบก็
ขยับดัวย อย่างที่เขียนไปแล้ว จะขยับที่ทศนิยม
111.1111 ธนูวิ่งไป นักรับ 111.11111 ไปอยู่ตำแหน่งที่ 5 แล้ว
แล้วทุกเวลาจะขยัยไป 1 หลัก ทำให้ธนูไม่มีทางไล่ตามนักรบทัน
ซึ่งทุกคนที่คิดก็รู้ว่าผิด เพราะจากสมการข้างบนบอกว่าถูกยิงแน่ๆ
แต่ก็ไม่มีใครอธิบายถึงข้อผิดพลาดวิธีคิดนี้ได้จน นิวตันเสนอวิธี
integral ทำให้เห็นว่าถ้าเวลาวิ่งไปเรื่อยๆ ผลรวมของระยะทางจะ
รวมกันแล้วพอดีกับคำตอบ 1000/9
1/3 = 0.333... ทำไมไม่เท่าล่ะ?? ตั้งหารธรรมดาก็เห็นแล้ว
หรือว่าวิธีตั้งหารนี่มันเป็นวิธีที่ผิด แล้วเขาใช้วิธีไหน???
10 x 0.999... = 9.999... ทำไมมันไม่เท่าล่ะ ในเลขฐานสิบ
คูณ 10 คือการขยับทศนิยมไป 1 ตำแหน่ง ถ้าไม่เท่ามันก็ต้อง
ไปโละตำราคณิตศาสตร์ใหม่
** ยังจะเขียนสมการพายเรือในอ่างอีก
dtonNA wrote:10 x 9 = 90
แต่ทำไม 10 x 0.999... = 9.999.... แล้ว เลข 0 ตัวท้าย มันก็มี นัยสำคัญด้วยไม่ใช่หรือ ถ้าคุณจะเอามา บวก ลบ คูณ หาร

ridkun wrote:1/3 = 0.333...
คูณ 3 ทั้งสองข้าง เป็น
3 x 1/3 = 3 x 0.333...
ดังนั้น
1 = 0.999...
หรือ
(1) x = 0.999...
(2) 10x = 9.999...
เอา (2) - (1)
10x - x = 9.999... - 0.999...
9x = 9
x = 1
นำไปแทนใน (1) ดังนั้น 1 = 0.999...
ใครแย้งได้โดยไม่ขัดกับสมการข้างต้น เชิญ
ส่วนเรื่อง limit นั้น ไม่เกี่ยวกับทฤษฎี finite number
เช่นถ้าให้หา limit ของ n - 1 / n เมื่อ n เข้าใกล้ infinity
(1000 - 1) / 1000 => 0.999
(1000000 - 1) / 1000000 => 0.999999
(1000000000000 - 1) / 1000000000000 => 0.999999999999
...
ซึ่งก็จะได้คำตอบว่า limit เป็น 1 ซึ่งหมายความว่า เมื่อค่า n มากขึ้นเรื่อยๆ
n - 1 / n ก็จะเข้าใกล้ค่า 1 ขึ้นเรื่อยๆ หรือจะตอบว่า 0.999... ก็ได้ เพราะมันก็ค่าเดียวกัน

bhattee wrote:The quantum Zeno effect is a name coined by George Sudarshan and Baidyanath Misra of the University of Texas in 1977 in their analysis of the situation in which an unstable particle, if observed continuously, will never decay
อันนี้สุดโค่ยเลยครับ
"if observed continuously, will never decay"
ถ้าเรายังคงเฝ้าสังเกตมันอย่างต่อเนื่อง มันก็จะไม่เคยหายไป
เป็นปรัชญาสุดๆ
จาก Zeno paradox นี้ถ้าเวลาสามารถแบ่งได้ไม่สิ้นสุดเล็กลงเรื่อยๆ ก็จะไม่มีวันที่จะพุ่งชนนักวิ่ง
ถ้าแบ่งเวลาให้เล็กลงมากๆๆๆๆ มันก็คึอทุกอย่างหยุดนิ่ง เหมือนกับการถ่ายภาพด้วยความเร็วสูง
ในทางคลาสิกคอลเราก็ผ่านๆกันไป แต่ในทางควันตัมมันคงจะไม่ได้
อ้าวเวลามันต่อเนื่องไหมอ่ะถ้างั้น อย่างธนูกับนักวิ่งแน่นอนมันไม่ต่อเนื่องแน่นอน แต่เวลาล่ะ
แล้วยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบระดับอนุภาคอีก เวลามีหน่วยเล็กที่สุดไหม
รึเวลาจะมีหน่วยเล็กที่สุด
eAT wrote:dtonNA wrote:10 x 9 = 90
แต่ทำไม 10 x 0.999... = 9.999.... แล้ว เลข 0 ตัวท้าย มันก็มี นัยสำคัญด้วยไม่ใช่หรือ ถ้าคุณจะเอามา บวก ลบ คูณ หาร
ศูนย์ตัวสุดท้ายมาจากไหน???
ทศนิยมซ้ำไม่ที่ที่สิ้นสุด ถ้ามีศูนย์โพล่ออกมาแสดงว่ามีที่สิ้นสุด
พายเรือในอ่าง
x/2 + 4 = 9
x/2 + 4 - 4 = 9 - 4
x/2 = 5
2*(x/2) = 2*5
2*(x/2) = 10
2*(x/2)*(1/2) = 10 * (1/2)
x/2 = 5
x/2 + 4 = 5 + 4
x/2 + 4 = 9 ans.
ดังนั้น x != 10 สุดยอดการพิสูจน์
จีรนุช wrote:dot a นายจบเอกคณิตศาสตร์มาเหรอ หรือฟิสิก อะไรสักอย่างนั่น