halfmoon wrote:janejujub wrote:บังคับให้เรียนด้วยฝึกงานไปด้วยเลยก็ดีครับ
เรียนเช้าทำงานบ่ายไม่ทำไม่จบเอาตั้งแต่ปีหนึี่งเลย
เอาเวลางานมาคิดเป็นหน่วยความสามารถ ความถนัดอะไรก็ช่าง
ข้อดีของมันคือมันไม่มีเวลาสุมหัวคิดเรื่องตีกัน
สองโรงงาน สถานประกอบการจะได้แรงงานมีฝีมือโดยไม่ต้องฝึกให้เสียเวลา
ที่ผ่านมาจนปัจจุบันทราบว่าก็มีการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยหรือรับ job มาทำ แต่ก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่เกเรอยู่แล้วซึ่งไม่มากนัก
หากบังคับหรือทำเป็นหลักสูตรได้ก็ดี เห็นด้วย เพราะในระดับ ปวช.เป็นหลักสูตรช่างฝีมืออยู่แล้ว เพียงแต่ให้เน้นมากขึ้นกว่าเดิม
และให้ไปหาหน่วยกิจหาคะแนนตามสถานประกอบการ หากใครไม่เก่งทฤษฎีก็ให้ไปหาหน่วยกิจภาคปฏิบัติมาช่วยมาทดแทน
แม้ว่ากลุ่มเกเรที่ก่อเหตุจะมีเป็นส่วนน้อยและก็สามารถก่อเหตุได้เสมอก็ตาม แต่หากภาพโดยร่วมเปลี่ยนไป ค่านิยมและพฤติกรรม
ตามวัยก็สามารถเปลี่ยนไปได้ ซึ่งหากรัฐจะพิจารณาแก้ไขตามนี้คงไม่เป็นที่ขัดข้องต่อสถาบันหรือผู้ประกอบการการศึกษาเอกชน
และหากกลายเป็นโครงการใหญ่เพราะจำนวนนักเรียนนักศึกษาจำนวนเยอะสถานประกอบการมีไม่เพียงพอ หรือแรงงานล้นอัตตา
ไม่สามารถจ่ายเบี้ยงเลี้ยงการฝึกงานได้ ก็สามารถนำงบประมาณผ่านกรมพัฒนาฝีมือ กระทรวงแรงงานมาชดเชยสนับสนุนในส่วน
นี้ได้ เพราะโครงการนี้อาจจะใชเฉพาะในระดับ ปวช. ส่วนระดับ ปวส.ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาแล้วจากระดับ ปวช.และ
ก็มีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ตามวัยแล้ว โครงการนี้น่าสนใจมากครับ แนะนำให้คุณ janejujub นำเสนอได้ในเว็บนายกฯ
ขอบคุณครับที่เห็นด้วยแต่เรื่องเสนอไปทางเว็บนายกนั้น รบกวนด้วยครับ
ที่มาของความคิดนี้ได้จากหลักสูตรทางเยอรมัน และญี่ปุ่นเพราะคนที่เลือกสายนี้
ต้องใจรักก่อนอันดับแรกคือรักในงานที่จะทำเพราะงานที่เลือกเราต้องทำไปตลอดชีวิต
ผมไม่ได้มีอคติอะไรกับอาชีวะ แถมรู้สึกชื่นชมคนที่เรียนด้วยเพราะค้นหาตัวเองได้เร็ว
เรียนก่อน ทำงานก่อนโอกาสก้าวหน้าก็สูงกว่าสายสามัญในเยอรมันและญี่ปุ่นเขาคิดแบบนี้
ดังนั้นเด็กหรือผู้ที่สนใจอาชีวะจะใช้เวลาเรียนทฤษฏีน้อยเน้นทำงานเลย เลยต้องมีวุฒิภาวะที่สูงกว่าคนรุ่นเดียวกัน
ปัญหาจึงไม่เกิดและได้ความนิยมอย่างมาก
แต่...เมืองไทยเด็กที่เรียนอาชีวะเนี่ยส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่มีปัญหา เรียนสามัญไม่ใหว และก็เรียนไปงั้นๆ
มันเลยกลายเป็นปัญหาอย่างทุกวันนี้ในเมื่อครูสอนไม่ฟังให้โดนงาน สังคมในที่ทำงาน ระบบการทำงานสอน
จะได้รู้ว่ามันไม่ได้แน่มาจากใหน