อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby Chenhero » Sat Sep 04, 2010 4:21 am

การให้งานจนไม่มีเวลาว่าง ผมได้มาจากมหาวิทยาลัยครับ
สมัยเรียนผมแทบไม่ว่างเลย ฉะนั้นเวลาจะไปเกเรน้อยมาก ถ้าว่าถึงเราไม่อยากเกเร แต่เด็กแต่ละคนภูมิต้านทานไม่เท่ากัน เจอสังคมชักชวนหน่อยก็สูญเสียความเป็นตัวเองแล้ว

ฉะนั้นเรื่องการนับเวลาฝึกงานเห็นด้วยครับ อาจจะจ่ายเบี้ยเลี้ยงแค่ค่าข้าวค่ารถก็พอ
เมื่อต่อสู้มาระยะหนึ่ง การถอดบทเรียนภายใน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับขบวนการประชาชน
User avatar
Chenhero
 
Posts: 2353
Joined: Tue Jan 27, 2009 10:24 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby Jseventh » Sat Sep 04, 2010 6:08 pm

Chenhero wrote:ผมเคยโดนไล่ตีครับ เมื่อไปแจ้งความ คดีเงียบหาย หรือโดนจับ ส่วนใหญ่ก็ให้ผู้ปกครองมารับตัวไป
เมื่อโดนหลายๆครั้ง ผมเริ่มเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับผมไม่ได้ ถ้ามีโอกาสต้องเอาคืนบ้าง
ตรงนี้แล่ะที่เปิดโอกาสให้ความคิดของรุ่นพี่ ของเพื่อนเริ่มเข้ามา
"คุณไม่ทำเค้า เค้าก็ทำคุณ"
แต่จะไปหาคนทำเรา ก็ยากจะเจอกัน ฉะนั้นวัฒนธรรมการตีฝาก จึงได้รับการยอมรับ

อย่าถามว่าทำไมไม่เคลียร์กันเป็นตัวๆ ถึงผมจะยากแบบนั้น แต่สังคมนักเรียนเค้าไม่อยากแบบนั้นนี่ว่า
งั้นก็แค่รักษาเอาตัวให้รอด พอจบมา ไปทำงาน บางที่เจอคู่อรินั่นแล่ะ ไม่เห็นจะตีกัน ก็บรรยากาศไม่ใช่แล้ว

ต้นตออยู่ที่ตำรวจครับ ส่วนพวกรุ่นพี่ หรือรับน้อง อันนั้นมันต่อยอดอีกที
ถ้าตำรวจไวต่ออาชญกรรม คนที่ยังไม่ถูกฝึกให้ตีคนอื่น ก็จะอยู่แต่วงนอก ไม่พัฒนาตัวเองจนเป็นฝ่ายหาเรื่องหรอกครับ
แต่เพราะตำรวจบ้านเรารู้สึกเฉยๆ ที่วัยรุ่นตีกัน คนตั้งใจเรียนเลยพลอยเดินเข้าวงการกับเค้ามั่ง
แรกๆก็แค่เจ็บใจอยากเอาคืน ตอนหลังก็ถอยไม่ได้ ต้องพารุ่นน้องทำต่อ ห่วงโซ่นี้ถึงไม่จบสิ้นสักที


พออ่านประโยคที่ดิฉันทำตัวหนาไว้ของคุณ Chenhero แล้ว รู้สึกละเหี่ยใจ!

ตอนแรก ตั้งใจจะเม้นท์ในกระทู้ว่า..ถ้าอยากตีกันนัก ทำไมไม่ไปหาสถานที่ยกพวกตีกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย สนามฟุตบอลที่ไหนก็ได้ จะเจ็บจะตายยังไงก็เป็นเพราะสมัครใจกันเอง ทำเหมือนฟุตบอลประเพณีไปเลยก็ได้ ปีละครั้ง ใครอยากพิสูจน์ศักดิ์ศรีก็เชิญตามสบาย จะได้ดูเป็นนักรบสมฉายาที่พวกตนยกย่องกันเอง ทำไมต้องมาไล่ตีกันให้คนอื่นที่เขาไม่เกี่ยวข้องต้องบาดเจ็บเสียชีวิต?

เท่าที่ฟังคนทั่วไปคุยกัน รุ่นพี่ที่จบไปของเทคนิคบางแห่งก็เป็นปัญหาไม่ใช่น้อย คอยยุยงส่งเสริมให้รุ่นน้องสืบทอดแนวคิดตีกันเพื่อศักดิ์ศรีสถาบัน เด็กรุ่นน้องบางกลุ่มที่มีพฤติกรรมหัวโจกก็อยากจะเป็นฮีโร่แบบรุ่นพี่ ยอมรับเอาค่านิยมพวกนั้นไปเต็มๆ

วันนี้ได้ดูสกู๊ปข่าวเที่ยงวันของช่อง 3 ผู้สื่อข่าวพยายามที่จะขอสัมภาษณ์ความเห็นของกลุ่มเด็กเทคนิคกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่รอขึ้นรถเมล์ ภาพที่เห็นคือรถเมล์คันว่างๆ วิ่งมาจอด เด็กกลุ่มใหญ่ทั้งกลุ่มพร้อมใจกันขึ้นรถเมล์จนเกือบเต็มที่นั่งในรถ พร้อมกับตบมือร้องเพลงสถาบันให้นักข่าวฟัง นักข่าวหญิงก็เหมือนจะพยายามตามขึ้นไปขอสัมภาษณ์แต่น้องๆกลุ่มนั้นก็เอาแต่ตบมือร้องเพลง โชว์ความหึกเหิมสามัคคีให้นักข่าวดู จนนักข่าวหญิงที่ไปถือไมค์สัมภาษณ์เล่าว่าเธอรู้สึกหวั่นๆอยู่บ้างเหมือนกันกับการทำสกู๊ปหนนี้

ความรู้สึกส่วนตัวหลังจากได้ดูคือ สามัคคีและหึกเหิมกันดีมาก ถ้าเป็นหน่วยรบป้องกันชาติหรือสามัคคีกันทำเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ก็น่าจะดีกว่านี้ เป็นวัยที่พลังงานเหลือเฟือจริงๆ น่าเสียดายถ้าก้าวพลาดจนต้องไปอยู่สถานพินิจหรือคุกก่อนเรียนจบ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเทวาหรือซาตาน มนุษย์เท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด
User avatar
Jseventh
 
Posts: 1741
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:19 am

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby Jseventh » Sat Sep 04, 2010 6:39 pm

การคัดผู้เรียนโดยใช้อายุเป็นเกณฑ์เพื่อแก้ปัญหาเด็กตีกันดูจะเป็นการตัดโอกาสเด็กในกลุ่มอื่นไปด้วยนะคะ
จบ ม.3 แล้ว ให้ไปรอก่อน 4-5 ปี อาจจะเป็นปัญหากับสังคมมากกว่าเดิม เพราะเด็กมีเวลาว่างมากขึ้น อาจไปจับกลุ่้มมั่วสุมกันทำอย่างอื่น อย่างน้อยได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการเรียน ได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนหรือกีฬา เวลาว่างน้อยลง น่าจะดีกว่า /อย่าลืมว่า นิสัยทั่วๆไปของวัยรุ่นไม่ชอบอยู่บ้านว่างๆ ชอบอยู่กับเพื่อน ชอบรวมกลุ่มกัน และก็หาได้น้อยคนที่จะมีความรับผิดชอบพอที่จะทำแบบที่คุณ koong แนะนำได้ (ให้หางานเสริม ฝึกทักษะ รอเรียน)

เห็นมีพูดถึงเรื่องการปิดโรงเรียนกันเยอะ ส่วนตัวคิดว่า การปิดโรงเรียนไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาค่ะ คิดว่าการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดน่าจะได้ผลกว่า และเสริมด้วยโครงการต่างๆที่จะช่วยให้เด็กได้มีมุมมองหรือทัศนคติใหม่ร่วมด้วย และ 3 ส่วนหลักในการแก้ปัญหาคงหนีไม่พ้น ครอบครัว สถานศึกษา และตำรวจ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเทวาหรือซาตาน มนุษย์เท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด
User avatar
Jseventh
 
Posts: 1741
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:19 am

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby Jseventh » Sat Sep 04, 2010 6:44 pm

นักเรียนตีกัน..หันมาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ได้
http://www.oknation.net/blog/nard/2010/09/04/entry-1

^ เจ้าของ Blog เขาเสนอไอเดียมา น่าสนใจ (กำลังอ่านอยู่ค่ะ แปะลิงค์ให้สมาชิกตามไปอ่านดู)
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเทวาหรือซาตาน มนุษย์เท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด
User avatar
Jseventh
 
Posts: 1741
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:19 am

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby so what? » Sat Sep 04, 2010 7:07 pm

ถ้าอายุยังไม่ถึงแล้วทำผิดทำชั่ว
ผมเสนอให้จับพ่อแม่กับอาจารย์ที่ปรึกษาเข้าคุกแทนครับ

จะอยากชั่วอยากเลวยังไง มันอาจจะยังรักกพ่อแม่มันบ้าง :lol:
User avatar
so what?
 
Posts: 919
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:26 am

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby halfmoon » Sat Sep 04, 2010 7:33 pm

so what? wrote:ถ้าอายุยังไม่ถึงแล้วทำผิดทำชั่ว
ผมเสนอให้จับพ่อแม่กับอาจารย์ที่ปรึกษาเข้าคุกแทนครับ

จะอยากชั่วอยากเลวยังไง มันอาจจะยังรักกพ่อแม่มันบ้าง :lol:


จริงแล้วกฎหมายก็ให้ผู้ปกครองต้องรับผิดแทนเยาวชนอยู่แล้วครับคุณ so what แต่ที่เห็นมาก้เป็นในทางแพ่งซะส่วนมาก ส่วนคดีอาญาก็ไปจบที่สถานพินิจ แต่ปัญหาของประเทศไทยในทุกพื้นที่ทุกท้องถิ่นคือ สถานพินิจมีไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาคดีอาญาเยาวชนต้องถูกฝากขังและจองจำในคุกเรือนจำ แทนที่เด็กเยาวชนจะได้รับการบำบัดไปด้วยในขณะที่ต้องขัง กลับกลายเป็นไปเรียนรู้ไปฝึกวิชามารมากจากนักโทษในเรือนจำนั้นๆออกมา หนักกว่า ดังนั้นในขบวนการยุติธรรมจึงอนุโลมให้ตำรวจพิจารณาสอดส่องสอดแนมหรือตักเตือน ก่อนส่งสำนวนให้อัยการไปจนถึงศาล เพื่อประวิงไม่ให้ไปสู่การกักขังในเรือนจำผู้ใหญ่เนื่องจากสถานพินิจไม่เพียงพอ ภายหลังงานประวิงคดีได้ให้กรมคุมประพฤติหรือสำนักงานคุมประพฤติเข้ามาดูและร่วมกับตำรวจด้วย เพราะตำรวจเองนั่นแหละที่กลั่นแกล้งเด็ก นำเด็กมาเป็นสาย และโดยตำรวจชั่วบางคนก็นำเด็กไปเป็นเครื่องมือค้ายาบ้าง คนเป็นเชียร์แขกเข้าบ่อนบ้าง พูดง่ายๆเยาวชนในความดูและประวิงของตำรวจก็ตกเป็นเหยื่อซ้ำซ้อนนั่นเอง จึงได้ให้สำนักงานคุมประพฤติสอดส่องร่วมด้วย แต่เมื่อนั่นคดีต้องถึงศาลแล้ว หากยังไม่ถึงศาลก็ยังอยู่ในมือตำรวจ ดังนั้นวิธีหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาเยาวชนที่ละเมิดแล้ว คือการสร้างสถานพินิจเพิ่ม เพื่อดึงเด็กออกจากมือตำรวจชั่วก่อนคดีถึงศาลและสำนักงานคุมประพฤติ ข้อสังเกตตามสิ่งที่ผมเล่ามา ส่วนมากเด็กเกเรที่เคยถูกดำเนินคดี พอถูกปล่อยตัวมันมักอ้างอิงตำรวจ ในขณะที่มันยังสร้างความผิดเพิ่มขึ้นทุกวันโดยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นเพราะเยาวชนนั้นๆได้ตกเป็นเครื่องมือของตำรวจแล้ว และตำรวจจะเลี้ยงเยาวชนเหล่านี้ไปจนบรรลุนิติภาวะ ต่อไปตำรวจก็เลี้ยงและใช้งานต่อในฐานะโจรเต็มวัยเต็มขั้น
  • อธิปัตย์ 5 : อิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ มิตรภาพ สันติภาพ : คือแก่นแท้แห่งอำนาจประชาธิปไตย : ท่านมีหรือยัง ถ้าไม่ จงสร้างเอง
User avatar
halfmoon
 
Posts: 10731
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:34 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby we love the king » Sat Sep 04, 2010 9:07 pm

เด็กช่างกลเวลาเีรียนมันน้อยไปหรือเปล่า คงต้องใส่ตารางการเีรียน ทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติให้มันแน่น แล้วบวกกิจกรรมที่ส่งเสริมให้

มีการแสดงออก ส่งเสริมนิสัยให้อ่อนโยนไม่กร้าวร้าว ทำกิจกรรมทางศาสนา การออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญพลังงานตามวัยที่บ้าพลังและต้องการจุดเด่นอยากแสดงออก จะได้ไม่มีเวลาไปตีกัน

ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ คราวนี้คงต้องแก้กันที่สถาบัน โดยออกกฎบังคับคือโรงเรียนช่างกลต้องเป็นโรงเรียนประจำเท่านั้น ให้นักเรียนกลับบ้านได้เฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เหมือนโรงเรียนประจำชั้นมัธยมทั่วไป ให้เรียน กิน อยู่ ทำกิจกรรมต่างๆ ฝีกงานกับสถานที่ประกอบการ ไม่ต้องกลับบ้านอยู่ประจำ เพื่อขจัดปัญหาการออกไปรบพุ่งตีกันกับสถาบันอื่นๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กพวกนี้จะยังหันมาตีกันเองหรือตีกันกับพวกต่างแผนกหรือเปล่า แต่ยังไงก็ยังอยู่ในสายตาอยู่ในรั้วสถาบัน ปราบไม่ได้ให้รู้ไป ถ้ายังมีการนัดแนะวันหยุดออกไปตีกันกับสถาบันอื่น คราวนี้ก็ว่ากันไปตามกฎหมายไม่มีลดลาโทษ ไม่มีเข้าบ้านดัดนิสัยแต่ส่งเข้าคุกอย่างเดียว หากปล่อยให้เด็กช่างสร้างปัญหาให้กับสังคมอยู่แบบนี้นับวันก็มีแต่จะยิ่งสร้างปัญหาหนักขึ้น จนจะกลายเป็นกลุ่มอันธพาลป่วนสังคมแถมยังมีสิทธิ์ฆ่าคนอื่นชนิดหน้าตาเฉยไร้จิตสำนึกความเป็นคนซะอีก
User avatar
we love the king
 
Posts: 415
Joined: Thu Nov 06, 2008 2:32 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby halfmoon » Sat Sep 04, 2010 9:27 pm

we love the king wrote:เด็กช่างกลเวลาเีรียนมันน้อยไปหรือเปล่า คงต้องใส่ตารางการเีรียน ทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติให้มันแน่น แล้วบวกกิจกรรมที่ส่งเสริมให้

มีการแสดงออก ส่งเสริมนิสัยให้อ่อนโยนไม่กร้าวร้าว ทำกิจกรรมทางศาสนา การออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญพลังงานตามวัยที่บ้าพลังและต้องการจุดเด่นอยากแสดงออก จะได้ไม่มีเวลาไปตีกัน

ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ คราวนี้คงต้องแก้กันที่สถาบัน โดยออกกฎบังคับคือโรงเรียนช่างกลต้องเป็นโรงเรียนประจำเท่านั้น ให้นักเรียนกลับบ้านได้เฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เหมือนโรงเรียนประจำชั้นมัธยมทั่วไป ให้เรียน กิน อยู่ ทำกิจกรรมต่างๆ ฝีกงานกับสถานที่ประกอบการ ไม่ต้องกลับบ้านอยู่ประจำ เพื่อขจัดปัญหาการออกไปรบพุ่งตีกันกับสถาบันอื่นๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กพวกนี้จะยังหันมาตีกันเองหรือตีกันกับพวกต่างแผนกหรือเปล่า แต่ยังไงก็ยังอยู่ในสายตาอยู่ในรั้วสถาบัน ปราบไม่ได้ให้รู้ไป ถ้ายังมีการนัดแนะวันหยุดออกไปตีกันกับสถาบันอื่น คราวนี้ก็ว่ากันไปตามกฎหมายไม่มีลดลาโทษ ไม่มีเข้าบ้านดัดนิสัยแต่ส่งเข้าคุกอย่างเดียว หากปล่อยให้เด็กช่างสร้างปัญหาให้กับสังคมอยู่แบบนี้นับวันก็มีแต่จะยิ่งสร้างปัญหาหนักขึ้น จนจะกลายเป็นกลุ่มอันธพาลป่วนสังคมแถมยังมีสิทธิ์ฆ่าคนอื่นชนิดหน้าตาเฉยไร้จิตสำนึกความเป็นคนซะอีก


การให้กักบริเวณเป็นโรงเรียนประจำมันก็เหมือนติดคุก วันหยุดออกมาข้างนอก มันก็จุดระเบิดสิ เสาร์อาทิตย์ระเบิดห้าง

การสร้างปัญหา หากเพ่งมองชัดๆ ก็เป็นปัญหาที่มีเรื่องวัยมาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องสภาพแวดล้อม ค่านิยมอื่นๆในทางลบ

ส่วนปริมาณปัญหาและความเสียหายต่อสังคมประเทศมีน้อยมาก หากเทียบกับพวกจบ จปร.จุฬา ธรรมศาสตร์ ที่พังบ้านเผาเมือง
  • อธิปัตย์ 5 : อิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ มิตรภาพ สันติภาพ : คือแก่นแท้แห่งอำนาจประชาธิปไตย : ท่านมีหรือยัง ถ้าไม่ จงสร้างเอง
User avatar
halfmoon
 
Posts: 10731
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:34 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby sigree » Sun Sep 05, 2010 12:19 am

ผมจบสถาปัตย์ที่ ม เอกชนนะครับ

ที่นั้นมีทั้งเด้กช่างและจบสามัญไปเรียน

ผมเป็นหนึ่งใน ว๊ากเกอร์ ของคณะและผมรับหนักนะ อาจจะหนักกว่าสายช่างด้วยเพราะผมรับแบบทหาร หนัก เสียงดัง เอาเป็นว่าด้านผมเหนือยแล้วกัน

แต่

ผมว่าสายช่างที่เขารับ จะมีเหล้ามาปน การการด่าแบบหยาบคาย เอาสีพ่นหลัง มาเสนอในคณะให้เอาหัวเข็มขัดรนไฟแล้วนาบ(ผมและหลายคนต้าน เลยยกเลิกไป)

ผมเห็นวิธีคิดเด้กสายช่างแล้วเข้าใจนะ เขามีวิธีรับที่ค่อนไปทางรุนแรง หรือมีแนวโน้มที่จะทำให้เด็กๆออกไปทางรุนแรง เขามีวิธีคิดบางอย่างที่เด็กสายสามัญอย่างผมและหลายๆคนที่ไม่ใช่ไม่เข้าใจ

ผมเชื่อเรื่องสายสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องนี้เองที่สร้างปัญหา

ผมนึกถึงเรื่อง Freddy VS Jason

คนในเมืองทำลาย Freddy Kruker ด้วยการไม่พูดถึง นอนไม่ฝันและตัดสายสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นที่แล้วกับรุ่นปัจจุบัน จนเด็กๆรุ่นใหม่ไม่รู้จัก Freddy และเขาก็หายไปและไม่อาจแสดงฤิทธิ์ใดๆได้....

บางทีการตัดตอนอาจต้องเข้ามา
sigree
 
Posts: 3978
Joined: Tue Oct 21, 2008 5:38 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby halfmoon » Sun Sep 05, 2010 12:40 am

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า นักเรียนช่างระดับ ปวช.ก็เทียบอายุเท่ากับพวกที่เรียน ม.4-5-6 แต่ในสายอาชีวะ นักเรียนช่าง จะเรียนเกี่ยวกับวัตถุเกือบทั้งนั้น ในแต่ละเทอมจะมีชั่วโมงเรียนเป็นวัตถุเกือบทั้งวัน จะมีที่ละเอียดอ่อนทางจินตนาการก็มีวิชาเขียนแบบออกแบบ แต่เท่าที่เห็นก็ออกแบบอีดาบ ปืน ซะส่วนมาก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบวัยเดียวกันกับสายสามัญ มีรายวิชาอื่นๆมากมายและมีวิชาหรือชั่วโมงเรียนเกี่ยวกับวัตถุน้อยกว่ากันมาก ผลจากการรับรู้เรียนรู้มันจึงออกมาต่างกันในวัยเดียวกันและระดับโฮโมนพอกัน

อันนี้ก็ต้องไปแก้ที่หลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นการสอดแทรกเนื้อหาสาระอื่นๆเข้าไปหากจำต้องคงไว้ซึ่งวัตถุ และเพิ่มชั่วโมงกิจกรรมหรือการฝึกงานเพิ่มหน่วยกิจ และการฝึกงานนั้นอาจจะหมายรวมถึงการไปฝึกอบรมหลักสูตรอื่นๆที่มีทั่วไปเพื่อนำมาแลกหรือเทียบหน่วยกิจ

ผมเองมักสอนลูกๆหรือแนะนำคนอื่นเสมอว่า วันหนึ่งๆเรามีเวลา 24 ชั่วโมง เรานอน 8 ชั่วโมง เรียนหนังสือในชั้นเรียน 8 ชั่วโมง เดินทางและมีกิจกรรมปรกติกับครอบครัว 4 ชั่วโมง มันจะเหลือเวลาอีก 4 ชั่วโมง เราจะขจัด 4 ชั่วโมงนี้ได้ด้วยกิจกรรมอะไร หากไม่มีปล่อยให้เวลาว่างเปล่า 4 ชั่วโมงอันตรายนี้แหละมันจะทำให้ อบายมุขเข้ามาครอบงำ รวมถึงการสุมหัวของวัยรุ่นกับลัทธิและค่านิยมความเชื่อผิดๆ หากเราฝึกให้เด็กสร้างกิจกรรมเองเป็นหรือใช้จิตนาการอื่นๆที่สร้างสรรค์ทางศิลปะ 4 ชั่วโมงนี้ก็จะหมดไปในแต่ละวันทุกๆวันจนเป็นนิสัยปรกติ เด็กก็จะเติบโตผ่านวัยที่ล่อแหลมนี้ไปไได้ และเป็นการสร้างวิสัยในทางบวก

เช่นกัน นักเรียนอาชีวะ ระดับ ปวช.ที่มีปัญหา หากนำเอาแนวคิดนี้ไปขจัด 4 ชั่วโมงอันตราย เด็กเยาวชนเองและสังคมก็จะได้ประโยชน์ หากไม่แล้ว 4 ชั่วโมงนี้ก็จะไปรองรับกิจกรรมอื่นอย่างที่ผมอธิบายไปรวมถึงยาเสพติดด้วย ยาเสพติดและสิ่งเสพติดทั้งหมด มันเข้ามาในชีวิตโดยช่วงช่องเวลาโว่ 4 ชั่วโมงนี้นั่นเอง
  • อธิปัตย์ 5 : อิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ มิตรภาพ สันติภาพ : คือแก่นแท้แห่งอำนาจประชาธิปไตย : ท่านมีหรือยัง ถ้าไม่ จงสร้างเอง
User avatar
halfmoon
 
Posts: 10731
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:34 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby janejujub » Sun Sep 05, 2010 6:09 am

halfmoon wrote:
janejujub wrote:บังคับให้เรียนด้วยฝึกงานไปด้วยเลยก็ดีครับ
เรียนเช้าทำงานบ่ายไม่ทำไม่จบเอาตั้งแต่ปีหนึี่งเลย
เอาเวลางานมาคิดเป็นหน่วยความสามารถ ความถนัดอะไรก็ช่าง
ข้อดีของมันคือมันไม่มีเวลาสุมหัวคิดเรื่องตีกัน
สองโรงงาน สถานประกอบการจะได้แรงงานมีฝีมือโดยไม่ต้องฝึกให้เสียเวลา



ที่ผ่านมาจนปัจจุบันทราบว่าก็มีการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยหรือรับ job มาทำ แต่ก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่เกเรอยู่แล้วซึ่งไม่มากนัก
หากบังคับหรือทำเป็นหลักสูตรได้ก็ดี เห็นด้วย เพราะในระดับ ปวช.เป็นหลักสูตรช่างฝีมืออยู่แล้ว เพียงแต่ให้เน้นมากขึ้นกว่าเดิม
และให้ไปหาหน่วยกิจหาคะแนนตามสถานประกอบการ หากใครไม่เก่งทฤษฎีก็ให้ไปหาหน่วยกิจภาคปฏิบัติมาช่วยมาทดแทน

แม้ว่ากลุ่มเกเรที่ก่อเหตุจะมีเป็นส่วนน้อยและก็สามารถก่อเหตุได้เสมอก็ตาม แต่หากภาพโดยร่วมเปลี่ยนไป ค่านิยมและพฤติกรรม
ตามวัยก็สามารถเปลี่ยนไปได้ ซึ่งหากรัฐจะพิจารณาแก้ไขตามนี้คงไม่เป็นที่ขัดข้องต่อสถาบันหรือผู้ประกอบการการศึกษาเอกชน
และหากกลายเป็นโครงการใหญ่เพราะจำนวนนักเรียนนักศึกษาจำนวนเยอะสถานประกอบการมีไม่เพียงพอ หรือแรงงานล้นอัตตา
ไม่สามารถจ่ายเบี้ยงเลี้ยงการฝึกงานได้ ก็สามารถนำงบประมาณผ่านกรมพัฒนาฝีมือ กระทรวงแรงงานมาชดเชยสนับสนุนในส่วน
นี้ได้ เพราะโครงการนี้อาจจะใชเฉพาะในระดับ ปวช. ส่วนระดับ ปวส.ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาแล้วจากระดับ ปวช.และ
ก็มีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ตามวัยแล้ว โครงการนี้น่าสนใจมากครับ
แนะนำให้คุณ janejujub นำเสนอได้ในเว็บนายกฯ


ขอบคุณครับที่เห็นด้วยแต่เรื่องเสนอไปทางเว็บนายกนั้น รบกวนด้วยครับ
ที่มาของความคิดนี้ได้จากหลักสูตรทางเยอรมัน และญี่ปุ่นเพราะคนที่เลือกสายนี้
ต้องใจรักก่อนอันดับแรกคือรักในงานที่จะทำเพราะงานที่เลือกเราต้องทำไปตลอดชีวิต
ผมไม่ได้มีอคติอะไรกับอาชีวะ แถมรู้สึกชื่นชมคนที่เรียนด้วยเพราะค้นหาตัวเองได้เร็ว
เรียนก่อน ทำงานก่อนโอกาสก้าวหน้าก็สูงกว่าสายสามัญในเยอรมันและญี่ปุ่นเขาคิดแบบนี้
ดังนั้นเด็กหรือผู้ที่สนใจอาชีวะจะใช้เวลาเรียนทฤษฏีน้อยเน้นทำงานเลย เลยต้องมีวุฒิภาวะที่สูงกว่าคนรุ่นเดียวกัน
ปัญหาจึงไม่เกิดและได้ความนิยมอย่างมาก
แต่...เมืองไทยเด็กที่เรียนอาชีวะเนี่ยส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่มีปัญหา เรียนสามัญไม่ใหว และก็เรียนไปงั้นๆ
มันเลยกลายเป็นปัญหาอย่างทุกวันนี้ในเมื่อครูสอนไม่ฟังให้โดนงาน สังคมในที่ทำงาน ระบบการทำงานสอน
จะได้รู้ว่ามันไม่ได้แน่มาจากใหน
赤シャツ
'
'
'
お前のお母さん チョメ チョメた.
Omaeno o gasang chome chome ta

http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=19&t=44043 <<< ซอฟต์แวร์สำหรับคนชอบลืมเปลี่ยนภาษา
User avatar
janejujub
 
Posts: 1054
Joined: Mon Jan 11, 2010 6:06 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby dinosaur » Sun Sep 05, 2010 7:52 pm

antiseptic wrote:แบบนี้ผมว่ามันจะไปทำลายโอกาสของเด็กคนอื่นๆมากกว่า
ถ้าจะแก้ ต้องแก้ที่สถาบันนั่นแหละ

คงจะคล้าย ๆ กับพวกที่มีความคิดชาตินิยมที่มักจะคิดว่า ประเทศฉัน สถาบันฉันดีที่สุด ใครมาว่าไม่ได้
แต่ทางที่ดีควรดูที่สถาบันครอบครัวด้วยนะ อยากให้กระทรวงศึกษาฯกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ
ร่วมมือกันทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ เดี๋ยวนี้ราชการต้องทำงานเชิงรุกได้แล้ว
ไม่ใช่จะต้องรอให้มีปัญหาเกิดก่อนแล้วพวกคุณค่อยออกมาเต้น.......
คิดว่าพวกคุณรู้ปัญหากันดี อยู่ที่ว่าพวกคุณทำอะไรกันอยู่ หาทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุรึยัง
อยากเห็นสังคมไทยสงบสุข :ugeek:
User avatar
dinosaur
 
Posts: 217
Joined: Thu Jul 29, 2010 2:28 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby ballack_za » Sun Sep 05, 2010 8:52 pm

ผมเรียน โรงเรียน ช่างกล ของ รัฐบาลมาอ่าครับ
แต่ก่อนโรงเรียนผมแสบไม่ใช่เล่นในฝั่งธน
ทางโรงเรียนผมแก้ปัญหา นี้ด้วยการ ไล่ออก ย้ายเด็กออก ตอนคัดคนก่อนเข้า ถึงสอบติด แต่ตอนสัมภาษณ์ ถ้าดูแววไม่ดี ก็ไม่เอา
เด็ก คนไหนเดินห้าง จะมีอาจารย์ไปคอยถ่าย รูป ถ้ามีรูปติด อีกวันก็โดนไล่ออก ผมว่าเจอกฎเหล็ก นี้เข้าไป ภายใน 2ปี-3ปี โรงเรียนผมแทบสูญพันธ์ เด็ก เก เลยครับ

โรงเรียนมีส่วนอย่างมากครับในการแก้ปัญหา นี้
อีกอย่างผมก็คิดว่า กฏหมาย ต้องหนักกว่านี้หน่อย ครับ ไม่เกิน 5ปี ผมว่าถ้ากฎหมายหนักๆ ก็คงไม่มีเด็กคนไหนกล้า ตีกันหรอกครับ
"Forgive your enemies, but never forget their names."
จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด
by:) J.F.Kennedy
User avatar
ballack_za
 
Posts: 399
Joined: Fri Nov 28, 2008 2:24 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby paradon » Sun Sep 05, 2010 10:22 pm

ballack_za wrote:ผมเรียน โรงเรียน ช่างกล ของ รัฐบาลมาอ่าครับ
แต่ก่อนโรงเรียนผมแสบไม่ใช่เล่นในฝั่งธน
ทางโรงเรียนผมแก้ปัญหา นี้ด้วยการ ไล่ออก ย้ายเด็กออก ตอนคัดคนก่อนเข้า ถึงสอบติด แต่ตอนสัมภาษณ์ ถ้าดูแววไม่ดี ก็ไม่เอา
เด็ก คนไหนเดินห้าง จะมีอาจารย์ไปคอยถ่าย รูป ถ้ามีรูปติด อีกวันก็โดนไล่ออก ผมว่าเจอกฎเหล็ก นี้เข้าไป ภายใน 2ปี-3ปี โรงเรียนผมแทบสูญพันธ์ เด็ก เก เลยครับ

โรงเรียนมีส่วนอย่างมากครับในการแก้ปัญหา นี้
อีกอย่างผมก็คิดว่า กฏหมาย ต้องหนักกว่านี้หน่อย ครับ ไม่เกิน 5ปี ผมว่าถ้ากฎหมายหนักๆ ก็คงไม่มีเด็กคนไหนกล้า ตีกันหรอกครับ


เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสภานศึกษาไม่ปล่อยเด็กก็ไม่เป็น

จาก เรื่องจริง ผ่านจอ

" Corruption is the cause of poverty "
User avatar
paradon
 
Posts: 1347
Joined: Mon Mar 23, 2009 4:09 pm

Re: อีก1 ทางเลือกแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกัน

Postby paradon » Sun Sep 05, 2010 10:39 pm

อีก ตอน..ของ อนาคตของชาติ


ไปโรงเรียนเหมือนไปออกรบ พอจบแล้วเลยไประบายกับผนังในห้องน้ำ ไม่รู้จะด่า หรือ จะสงสารดี เฮ้อ... :?
" Corruption is the cause of poverty "
User avatar
paradon
 
Posts: 1347
Joined: Mon Mar 23, 2009 4:09 pm

Previous

Return to สภากาแฟ